15.....
“ดรีม..เป็ไงบ้าง”
เสียงทุ้มอ่อนโยนของสิปปกรถามขึ้นหลังจากป้าสมใจเอามือถือส่งให้นัฏนรีแล้ว
นัฏนรียิ้มน้อยๆ กับโทรศัพท์ เธออยากจะโทรหาเขาอยู่พอดีไม่นึกว่าสิปปกรจะรู้ใจเธอขนาดนี้เขารู้ว่ามือถือของเธอพังไปแล้วก็ยังอุตส่าห์โทรเข้าเครื่องของป้าสมใจอีก
“ดรีมดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
“จะไม่ให้ปอนด์เป็ห่วงได้ไง..ก็ตอนอยู่ที่วัดปอนด์เห็นดรีมร้องไห้จนตาบวม”
“ตอนนี้ไม่ร้องแล้วล่ะ..ดรีมเริ่มทำใจได้แล้ว”
“ปอนด์ดีใจจังที่ได้ยินดรีมพูดแบบนี้ขอให้ดรีมมองไปข้างหน้านะถึงไม่มีวินแล้วแต่ดรีมก็ยังมีปอนด์อีกคนที่เป็ห่วงดรีมเสมอไม่เคยเปลี่ยนแปลง”
นัฎนรีรู้สึกซาบซึ้งใจกับคำพูดของสิปปกรและนึกถึง่ที่เธอนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แม้เธอจะไม่ได้รู้สึกตัวใน่นั้นแต่ทั้งบิดามารดาป้าสมใจ รวมทั้งเพื่อนสาวทั้งสองก็บอกเล่าให้เธอรับรู้ถึงการกระทำของสิปปกรที่ช่วยเหลือดูแลเธอเป็อย่างดี ั้แ่เดินทางไปรับนัฏนรีที่โรงพยาบาลเชียงใหม่จนกระทั่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯเขาก็มาเฝ้าดูแลเธอตลอดเวลา เขาทำทุกอย่างด้วยใจเต็มร้อย แต่เธอก็เพิ่งจะเข้าใจสิ่งที่เขาทำเพื่อเธอในวันที่เขาพูดความในใจบางอย่างพรั่งพรูออกมานั่นเอง
“ขอบคุณมากนะปอนด์ที่ดูแลดรีมมาตลอดเวลาที่นอนโรงพยาบาล”
“ยินดีทำเพื่อดรีมอยู่แล้ว.”
“คุณยายกันยาเข้านอนหรือยังจ๊ะ..ดรีมขอคุยกับคุณยายได้ไหม..อยากจะถามเื่วิน...”
คำร้องขอของนัฏนรีทำให้สิปปกรนิ่งไปครู่ใหญ่
“ว่าไงปอนด์ฟังอยู่หรือเปล่าเนี่ย ดรีมอยากคุยสายกับคุณยายได้ไหม”
นัฎนรีถามย้ำ เมื่อสิปปกรเงียบไป
“ท่านอยู่ที่ห้องพระคงจะสวดมนต์อีกนาน เอาไว้วันอื่นค่อยคุยก็ได้”
“งั้นเป็พรุ่งนี้จ๊ะ”
“พรุ่งนี้คุณยายก็จะไปปฏิบัติธรรม ปอนด์จะไปส่งคุณยายที่วัดแต่เช้า”
“เหรอ..แล้วดรีมจะคุยกับคุณยายได้เมื่อไหร่ล่ะปอนด์”
“เอาไว้ให้คุณยายกลับมาจากวัดก่อนดีกว่า”
“คุณยายไปนานแค่ไหน”
“ก็แค่สองคืนเท่านั้นเอง”
“ตั้งสองคืนเลยเหรอ..”
น้ำเสียงที่ฟังดูเศร้าสร้อยของนัฏนรีทำให้คนโทรมารู้สึกไม่สบายใจไปด้วยแม้แต่ชวินที่ยืนมองดูอยู่ใกล้ ๆ ก็ยังอดสงสารเธอไม่ได้
“นายปอนด์ หวังว่านายคงไม่กีดกันให้ดรีมของฉันได้พูดคุยกับคุณยายนะ”
ิญญาชวินยืนบ่นพึมพำกับตัวเอง
“ปอนด์จะมารับดรีมไปหาคุณยายที่บ้านสวนเองครับ”สิปปกรให้สัญญา
“จริง ๆนะ..ดรีมอยากจะให้ปอนด์มารับไปหาคุณยายเร็ว ๆ จัง”
“รอแค่สองวันเองพรุ่งนี้ปอนด์ไปส่งคุณยายที่วัดเสร็จ จะแวะไปเยี่ยมดรีมที่บ้านนะ”
“จ๊ะ..เอาเ้าดุ๊กดิ๊กมาด้วยนะ..ดรีมไม่ได้เจอมันตั้งนานแล้วคิดถึงมันจัง ต่อไปนี้ดรีมจะรับมันมาอยู่ด้วยที่บ้านแล้วปล่อยให้เป็ภาระของปอนด์นานแล้วด้วย”
เสียงปลายสายเงียบลงไปไม่ได้โต้ตอบกลับมาในทันทีจนนัฏนรีต้องเอ่ยถามอีกครั้งด้วยความไม่แน่ใจว่าเขาจะได้ยินเสียงของเธอที่พูดไปหรือเปล่า
“เอ้อ..ดรีม..คือ..ปอนด์จะบอกดรีมว่า...”
“อะไรหรือจ๊ะปอนด์”
“เ้าดุ๊กดิ๊ก..เอ้อ..”
“เ้าดุ๊กดิ๊กเป็อะไรหรือปอนด์”
น้ำเสียงคนถามร้อนรนจนคนฟังไม่สบายใจ
“อ๋อ..คือตอนนี้มันไม่สบายน่ะ”เขาตัดสินใจพูดโกหก
“เป็อะไรมากหรือเปล่า”เธอถามด้วยความเป็ห่วง
“ก็..ไม่เป็ไรมากหรอกแค่..แค่นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสัตว์น่ะ”
“ตายจริง..ถึงกับนอนโรงบาลเลยเหรอ..โธ่..ดุ๊กดิ๊ก”
สิปปกรจำต้องโกหกนัฏนรีเอาไว้ก่อน การที่บอกว่าดุ๊กดิ๊กนอนโรงพยาบาลย่อมดีกว่าบอกความจริงว่ามันหายไปจากบ้านสวน เขาไม่อยากจะให้เธอต้องมาเสียใจซ้ำซ้อนในเวลานี้และเขาก็หวังว่าจะตามตัวเ้าดุ๊กดิ๊กกลับมาได้ในเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่ได้ประกาศตามหาเ้าดุ๊กดิ๊กไปแล้วและดูเหมือนว่าจะมีคนแจ้งเข้ามาจำนวนมาก เขาจึงมั่นใจว่าจะได้ตัวมันกลับมา
“วางสายกับคุณปอนด์แล้วทำไมถึงได้หน้าเศร้านักละคะคุณหนู”
ป้าสมใจรีบถามด้วยความเป็ห่วงหลังจากที่เห็นนัฎนรีส่งมือถือคืนให้นางแล้วก็นอนหน้าเศร้า
“ปอนด์บอกว่าดุ๊กดิ๊กไม่สบายนอนอยู่โรงบาลสัตว์ค่ะ”
“โถ..คงไม่เป็อะไรมากหรอกค่ะอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์แล้วนี่คะคุณหนูอย่าคิดมากเลยค่ะ”
“ดรีมอยากจะไปเยี่ยมเ้าดุ๊กดิ๊ก”
“ไปได้ยังไงล่ะคะตอนนี้คุณหนูยังไม่แข็งแรงดีเลย เดี๋ยวคุณปอนด์ก็รับเ้าดุ๊กดิ๊กมาให้คุณหนูที่บ้านเองค่ะ”
นัฏนรีจำต้องยอมรับแต่โดยดีต่อไปนี้เธอก็คงจะได้ดูแลเ้าดุ๊กดิ๊กได้อย่างเต็มที่เสียทีหลังจากที่ไปฝากเลี้ยงไว้ที่บ้านของคุณยายกันยามาศเสียนานถ้าหากว่าชวินยังมีชีวิตอยู่ เธอก็คงจะไม่กล้ารับมันมาอยู่ด้วยเพราะเกรงว่าจะทำให้ชวินไม่พอใจ และที่สำคัญเธอกลัวว่าเ้าดุ๊กดิ๊กจะเจ็บตัวจากการถูกทำร้ายจากชวินด้วยความหมั่นไส้นั่นเอง
…….