บทที่ 2 สาเหตุที่ถงหลีเปลี่ยนไป
ถงหลีนั่งหัวสั่นหัวคลอนอยู่บนรถม้าคันกลางเพียงลำพัง ส่วนชายร่างกำยำที่ติดตามท่านลุงใต้เท้าผู้นั้นมา ต่างควบม้าแกร่งประชิดกระโจมไม้อย่างแ่า คนที่ถกเชือกคุมบังเหียนให้อาชาเดินเหยาะๆ อยู่หน้าขบวน เห็นทีจะเป็ท่านลุงใต้เท้าผู้น่าเกรงขาม
ขณะนี้ถงหลีไม่อาลัยอาวรณ์ต่อสิ่งใดในบ้านหลังเก่า ดวงตากลมโตดุจกวางน้อยมองไปนอกบานหน้าต่างเสมอ สังเกตเพียงผิวเผินก็เหมือนว่าถงหลีกำลังเชยชมทิวทัศน์ทั่ว ๆ ไป แต่ใครไหนเลย...จะรู้แจ้งแก่สิ่งที่สถิตอยู่ในใจของเด็กหญิงวัยสามขวบ
ยามนี้ในกระแสจิตของถงหลีกำลังหวนคำนึงถึงความหลัง…
อันที่จริงถงหลีเด็กน้อยผู้อ่อนแอคนนั้น ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว นางจากไปอย่างสงบ ดวงจิตอันบริสุทธิ์ลอยสู่น่านนภาอันกว้างไกล ได้แต่หวังว่าถงหลีน้อยผู้นั้นจะได้พบกับมารดาคนงาม ตามที่นางเฝ้าปรารถนา
ส่วนผู้ที่อยู่ในกายหยาบของถงหลี คือปีศาจัธาตุดินเพศหญิง นามว่าต้าจี๋ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดอยู่ในพิภพปีศาจ ห่างจากแดน์เพียงสิบลี้
ในปีนั้นพิภพปีศาจโกลาหล คนในเผ่าต่อสู้กันเองเพื่อแย่งตำแหน่งหัวหน้าเผ่า แน่นอนว่าครอบครัวของต้าจี๋ถูกกวาดล้าง บิดามารดาต่อสู้จนตัวตาย ตอนนั้นต้าจี๋ยังไม่ได้ฟักออกจากไข่เสียด้วยซ้ำ แต่ด้วยพลังิญญาที่แก่กล้า จึงสามารถรับรู้เื่ราวทั้งหมด ที่เกิดขึ้นภายในเขตอาคมได้ราวตาเห็น
มารดาบังเกิดเกล้าของต้าจี๋ ให้กำเนิดลูกสาวฝาแฝดอีกฟองหนึ่ง ตั้งชื่อว่าต้าลี่ แต่ขณะที่เกิดการห้ำหั่นจนดินแดนสะท้านะเื โชคไม่ดีนักที่ไข่แฝดน้องหลุดออกจากเขตม่านอาคม ร่วงหล่นจากธารธุลีพุ่งสู่แดนมนุษย์
หลังจากาชิงอำนาจสงบลง ปีศาจกระทิงชั่วช้าก็แต่งตั้งตัวเอง ขึ้นเป็หัวหน้าเขตแดน แทนเผ่าัดินของต้าจี๋ เฝ้าปกครองดินแดนพิภพปีศาจนานนับร้อยปี
แต่โชคดีอย่างหนึ่งที่ต้าจี๋ซ่อนตัวอยู่ใต้ยอยเขาพิษมาโดยตลอด จึงไม่มีใครตามหาไข่ฟองนี้พบ กระทั่งต้าจี๋ฝักออกจากไข่ได้สำเร็จ แล้วโบยบินขึ้นสู่ฟากฟ้า คำรามก้องอย่างหยิ่งผยองเพื่อประกาศศักดา ว่าตนคือทายาทของอดีตผู้นำเผ่าที่ยังหลงเหลืออยู่
จากนั้นร่างัที่ยังไม่โตเต็มวัย ก็พุ่งทะยานลงสู่เขตแดนมนุษย์ เพื่อตามหาน้องสาวเพียงคนเดียว ต้าจี๋สูดดมกลิ่นอายของเผ่าพันธุ์ กระทั่งมาพบต้าลี่ อยู่ในร่างของเด็กน้อยผู้น่าสงสาร นามว่าถงหลี
และยังค้นพบอีกว่า หนึ่งร้อยปีในพิภพปีศาจ เท่ากับสองร้อยปีในแดนมนุษย์ ดังนั้นต้าลี่ที่พลังิญญาอ่อนแอ จึงเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในโลกมนุษย์นับครั้งไม่ถ้วน เพื่อรอวันได้กลับไปจุติใหม่
ต้าจี๋มาทัน่เวลาชีวิตสุดท้ายของต้าลี่ ซึ่งอยู่ในร่างของถงหลี อย่างนั้นเสียงที่อยู่ในเงามืด ที่ดูอย่างไรก็เหมือนเงาเสียงของจิตใต้สำนึกนั่น แท้จริงแล้วมันคือเสียงของต้าจี๋นั่นเอง
หลังส่งเสี้ยวิญญาของน้องสาว ขึ้นสู่สรวง์เพื่อเตรียมไปจุติเป็เผ่าเซียน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ ๆ จิติญญาของต้าจี๋ ัน้อยที่เพิ่งฟักออกจากเปลือก ก็ถูกดูดเข้าไปในร่างของเ้ามนุษย์ถงหลีวัยสามขวบ
ัน้อยต้าจี๋พยายามออกจากร่างนี้ แต่ไม่ว่าทำอย่างไรก็ออกมาไม่ได้ กระทั่งพลังวิเศษที่มีอยู่เพียงน้อยนิด ค่อย ๆ อ่อนลง จนไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้ ต้าจี๋ที่ถูกขังอยู่ในร่างของเ้ามนุษย์อ้วนถงหลี ผล็อยหลับไปโดยไม่มีสัญญาณใด ๆ ให้ตั้งตัว
ทว่าลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที จึงได้รู้ว่าชีวิตการเป็มนุษย์ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด นอกจากไม่มีพลังวิเศษไว้ปกป้องตัวเอง ยังไม่มีอำนาจใด ๆ ในมือ มิหนำซ้ำยังถูกคนใจร้ายที่ชื่อม่านเหลียนอะไรนั่น จ้องรังแกประหนึ่งสัตว์อสูร
ปีศาจน้อยในร่างของถงหลี พึงระลึกรู้ในทันที ว่า่เวลาชีวิตของน้องสาวตอนที่ยังอยู่ในร่างนี้ คงลำบากยากเข็ญมิใช่น้อย ต้าลี่ต้องถูกกดขี่จากนางป้าใจทรามคนนี้...ไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
เพราะเหตุผลนี้เอง พอลืมตาตื่นถงหลีที่ดูอ่อนแอและเชื่อฟังท่านป้า ถึงได้ดูกลับตาลปัตร กลายไปเป็ถงหลีจอมวายร้ายราวพลิกฝ่ามือ
.
.
“คุณหนูขอรับ สิ่งนี้น่าจะทำให้คุณหนูสุขใจได้”
จู่ ๆ ลิ่วล้อของรถม้าคันนี้หยุดลงกะทันหัน เป็เสียงของท่านลุงใต้เท้าผู้นั้น ที่ดังแทรกแซงเข้ามารบกวน กระทั่งโสตสำนึกของต้าจี๋กลับคืนสู่ร่าง
ขณะนี้จะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ ว่าเด็กอ้วนถงหลีตายไปแล้ว มากไปกว่านั้น หากมนุษย์เหล่านี้รู้ว่าตนคือปีศาจัธาตุดิน คนเ่าั้น่าจะหันมาแสวงหาผลประโยชน์มากกว่าฟูมฟักรักษา
ในเมื่อเป็เช่นนี้ ปีศาจน้อยต้าจี๋ก็ตัดสินใจว่า ในเมื่อออกไปจากร่างนี้ไม่ได้ มิสู้ยอมรับตัวตนของร่างนี้ แล้วหาความสำราญในโลกมนุษย์เสียยังจะดีกว่า
เพราะหนึ่งร้อยปีที่อุดอู้อยู่ในไข่ มันน่าเบื่อเกินไปแล้ว ส่วนเื่ที่เป็กังวลอยู่ตลอด ก็ไม่จำเป็ต้องกังวลอีกแล้ว น้องสาวผู้น่าสงสารได้กลับไปจุติเป็เซียน เรียกได้ว่า...น่าจะเป็ผลพวงจากการที่นางเวียนว่ายตายเกิดในวัฏจักรสงสารของมนุษย์สินะ
“โว้ว! นี่คืออะไรหรือ?” ดวงตาเรียบรื่นของเด็กหญิงขึ้นประกายแววับเมื่อเห็นของสองสิ่ง
“เ้านี่ เรียกว่าหมั่นโถวกับซาลาเปาไส้หมูขอรับ” น้ำเสียงอบอุ่นของตงฉือกล่าวเรียบ ๆ พร้อมกับคลี่กระดาษห่อซาลาเปาออก แล้วยื่นให้คุณหนูถงหลีอย่างใจกว้าง
“นี่มัน! อร่อยเกินไปแล้ว” ปากอวบงับงั่มไปหนึ่งคำ ม่านตาสีน้ำตาลอ่อนขยายยวบ เมื่อลิ้มรสอร่อยที่แสนแปลกใหม่
'อาหารจากโลกมนุษย์อร่อยเพียงนี้เชียว!!!'
“โถ...คุณหนูของพวกเราลำบากถึงเพียงนี้ แม้แต่ซาลาเปากับหมั่นโถวก็ไม่รู้จัก ประเดี๋ยวกลับถึงจวน ข้าจะให้พวกโรงครัวเตรียมอาหารสามฤดูไว้ให้”
ห้าวตงฉือหยุดมองถงหลีด้วยความสงสารสุดทน ทว่าด้านหนึ่งก็สงสัยเหลือเกิน ว่าพุงเล็ก ๆ ของคุณหนู กลืนกินอะไรลงไปกันแน่ ถึงได้อ้วนกลมถึงเพียงนั้น สภาพนี้ของคุณหนู เดาได้ไม่ยาก...ว่าคุณหนูของตงฉือคงได้กินแค่แป้งจี่กับอาหารขยะที่ไม่มีฤทธิ์บำรุงร่างกายสินะ
“อื้อ! ท่านลุงใต้เท้าเป็คนดีจริง ๆ”
เสียงอื้ออึงดังในลำคอ ทั้งเคี้ยวทั้งพูดจนคนฟังแทบจับใจความไม่ได้
“คุณหนูขอรับ ข้าน้อยห้าวตงฉือเพิ่งอายุยี่สิบห้าปี เรียกท่านลุง มันฟังดูรุนแรงอย่างไรชอบกล” ชายร่างใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงจืดชืด พร้อมสาดดวงตามองคุณหนูถงหลีด้วยสีหน้าจืดเจื่อน
เพราะคำเรียกประเภทนั้นแท้ ๆ พวกทหารติดตามอีกสามคนถึงได้ยืนยิ้มเหยเกอยู่ด้านนอก
“เช่นนั้น…ถงหลีควรเรียกท่านลุงใต้เท้าห้าวว่าอย่างไรดี?” ปีศาจน้อยในร่างของถงหลีขมวดคิ้วครุ่นคิดเป็จริงเป็จัง ท่าทางแบบนั้นมันช่างน่าเอ็นดูเหลือทน กระทั่งผู้ชายที่เ็าปานูเาน้ำแข็งอย่างห้าวตงฉือต้องหลุดยิ้มนุ่มละมุนออกมา แล้วกล่าวออกไปว่า
“เรียกองครักษ์ตงฉือเถิดขอรับ”
คุณหนูถงหลีเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแหงนหน้าขึ้น...เพื่อยิ้มแฉ่งให้บุรุษที่ยืนคร่อมบานหน้าต่าง แล้วกล่าวเสียงดังฟังชัดว่า “พี่ตงฉือ!”
ทันทีที่สิ้นเสียงเรียก เสียงหัวเราะระห่ำดังมาจากด้านนอก เป็เสียงหัวเราะของเ้าสามคนนั้นอีกแล้ว ห้าวตงฉือเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะทนไม่ไหวตวัดหางตาไปตักเตือนเล็กน้อย เสียงสะท้านะเืเ่าั้ก็เงียบเป็เป่าสาก
“ขอรับ ๆ พี่ตงฉือก็พี่ตงฉือ”
เป็ห้าวตงฉือที่ให้ท้ายถงหลี แม้ว่าการเรียกด้วยสรรพนามเช่นนี้จะไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก แต่ห้าวตงฉือกลับคิดว่า ‘เพียงเ้าตัวไม่ถือ กับพวกคนนอก...มีสิทธิ์สอดมือเข้ามาถือเื่ของตงฉือคนนี้ได้ั้แ่เมื่อไหร่!’
เพราะห้าวตงฉือกับถงหลีอายุห่างกันตั้ง 22 ปี การเรียกพี่ตงฉือหลุดออกจากปากเด็กสามขวบ มันก็ต้องฟังดูพิลึกอยู่แล้ว
ทุกวันนี้หญิงชายนิยมแต่งงานมีบุตรเร็ว แค่สิบแปดปีก็เป็พ่อแม่คนได้แล้ว งั้นอย่างห้าวตงฉือที่อายุตั้ง 25 ปี ไม่เรียกว่าท่านพ่อ ก็ควรเรียกว่าท่านลุงนั่นแหละ
“งั้นรีบออกเดินทางเถอะ ถงหลีอยากพบท่านพ่อ” ʘᴥʘ
เสียงสดใสของปีศาจน้อยดังกังวานเสนาะหูเมื่อเอ่ยถึงผู้เป็บิดา ยอมรับว่าเ้าตัวอยากััความรัก และความอบอุ่นของบิดาแทบแย่ เพราะร้อยปีมาแล้วที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวใต้ยอยเขาพิษ
แต่เมื่อเ้าลูกหมูเอ่ยถึงคนผู้นี้ขึ้นมา ใบหน้าของห้าวตงฉือก็สลดลง แววตาที่มองไปยังคุณหนูที่เนื้อตัวมอมแมมขมุกขมัว มันเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ…