You Are My Light 3
เช้าวันจันทร์ฉันเดินจูงมือเ้าลูกหมูไปส่งที่โรงเรียนก่อนจะนั่งรถเมล์ไปทำงานต่อ เมื่อวานพาไปทำบุญ่สายๆ พอตกดึกจันทร์ดีดยิ่งกว่าอะไรดีพึมพำเพลงทั้งคืน ออกไปดุนั่นแหละถึงได้เงียบ แล้ววันนี้พอก้าวเข้าตัวอาคารบริษัทฝนก็เทลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ยืนมองสายฝนอยู่นานก็คิดถึงเ้าลุกหมูของฉัน เ้าลูกหมูจะเล่นน้ำฝนไหมนะ ยิ่งซนๆ อยู่ด้วยหวังว่าคุณครูจะเอาอยู่นะ
“กรี๊ด! เปียกเลย” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นฉันถึงได้หันกลับไปมองพี่มิววิ่งตัวเปียกเข้ามาใกล้ฉันที่ยืนอยู่หน้าบริษัทพอเห็นฉันพี่มิวก็บ่นงุ้งงิ้งๆ ว่าไม่น่าลืมพกร่มเลยแล้วก็บ่นเื่แฟนตัวเองไม่หยุด
“รีบขึ้นไปไหมคะจะได้เช็ดผมด้วยเดี๋ยวไม่สบายนะ” ฉันบอกพี่อย่างเป็ห่วง
“ปะๆ ขึ้นข้างบนกัน โอ๊ะ เดี๋ยวขอวิ่งไปติ๊ดๆ ก่อน” พี่มิววิ่งไปยังจุดแสกนลายนิ้วมือเข้างานก่อนจะวิ่งกลับมาหาฉันที่รออยู่ตรงบันได พี่ๆ ที่แผนกจะเรียกตอนแสกนลายนิ้วมือเข้าออกงานว่าติ๊ดๆ เพื่อความน่ารัก ฮาๆ ๆ พี่ๆ น่ารักใช่ไหมล่ะฉันก็ว่าน่ารักอยู่นะ
“เย็นนี้จะพาไปเลี้ยงต้อนรับนะหัวหน้าบอกหรือยัง”
“ยังค่ะ”
“เออใช่ เดี๋ยวจะดึงเข้ากลุ่มไลน์แผนกเรานะ กระซิบก่อนนะว่ามีบอสกับคุณเลขาทั้งสองอยู่ด้วย”
“หนูจะพยายามไม่ส่งอะไรเข้าไปนะคะ” ฉันเองก็กระซิบกลับ เราสองคนเดินหัวเราะคิกๆ เข้าไปยังแผนกแต่ก็ต้องชะงักเท้าไปเมื่อคนที่เราทั้งสองกำลังพูดถึงกำลังนั่งอยู่เก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานฉัน ถึงจะมาแค่ฝึกงานแต่ก็มีโต๊ะเก้าอี้ประจำและไม่ให้ใส่ชุดนิสิตมาฝึกงานเขาให้แต่งตัวเหมือนกับพนักงานทั่วไปเลยยกเว้นเพียงแสกนลายนิ้วมือของฉันจะเป็เขียนลงชื่อเข้าออกส่งตรงยังหัวหน้าแผนกเท้านั้น
“อะ เอ่อ บอสสวัสดีค่ะ” พี่มิวยกมือไหว้บอสฉันเองก็รีบยกมือไหว้ตาม คนตรงหน้ารับไหว้และสายตายังจ้องฉันแปลกๆ แกด้วย
“เย็นนี้มีเลี้ยงนะตะวัน มีบอสกับคุณเลขาไปด้วย”
“ค่ะพี่” จะปฏิเสธได้ยังไงกันล่ะฉันน่ะยังอยากฝึกงานผ่านอยู่นะ แม้ในใจจะไม่อยากไปก็ตามที
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ค่ะบอส” พี่ส้มขานรับฉันกับพี่มิวขยับหลบให้บอสเดินออกจากแผนก เมื่อเขาเดินเข้าลิฟต์ไปเราทุกคนที่อยู่ในห้องก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ รู้สึกโล่งอย่างมาก
“เอาละทุกคนวันนี้ทำงานให้เต็มที่นะ ตอนเย็นบอสเลี้ยง”
“ครับ//คร้า”
วันนี้งานถือว่ายังปกติไม่หนักแต่ก็ไม่ได้สบาย งานที่แผนกจะหนักหน่อยตอนใกล้จะสิ้นเดือนเพราะต้องเคลียบิลต่างๆ และบิลเงินเดือนของพนักงานด้วยตอนนี้เพิ่งกลางเดือนเองมีเวลาเรียนรู้งานอีกเยอะอยู่ จะว่าไปพรุ่งนี้...
“พรุ่งนี้หวยออกนะทุกคน” นั่นไงล่ะ
“โอ๊ย ไม่มีตังค์ซื้อแล้ว”
“แน่สิเมื่อวานล่อล็อตเตอร์รี่ไปครึ่งแผง” เสียงพี่ๆ ในแผนกคุยกันอย่างสนุกส่วนฉันน่ะเหรอ งวดที่แล้วได้มาเยอะอยู่นะงวดนี้ไม่รู้ว่าจันทร์เ้าจะให้ซื้อหรือเปล่าต้องรอดูเ้าตัวอ่ะ
“เออใช่ ตะวันวันนี้เลิกงานก็ไปรับลูกนะแล้วค่อยตามไปที่ร้านเดี๋ยวส่งที่อยู่ร้านให้ในไลน์กลุ่มเรานะ”
“ได้ค่ะพี่เอม อาจจะตามไปช้านิดหน่อยนะคะกลัวว่ารถจะติด”
“ได้ๆ”
แฟ้มสามเล่มใหญ่กองอยู่บนโต๊ะมีคำสั่งจากบอสใหญ่ของที่นี่ให้ฉันอ่านและศึกษาสิ่งที่อยู่ในแฟ้มนี้ ตลอด่บ่ายฉันอ่านเอกสารทวนอยู่สองรอบก็ยังไม่เข้าใจ มันเหมือนจะเข้าใจนะถ้าไม่ติดว่าฉันงง ่บ่ายผ่านไปอย่างยากลำบากเมื่อพบว่าฝนได้เทกระหน่ำลงมาอีกครั้ง เครื่องปรับอากาศที่ปล่อยความเย็นออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ฉันเริ่มง่วงขึ้นมาบ้างและพี่ๆ เองก็ไม่ต่างกัน เพราะง่วงถึงได้เดินผลัดเปลี่ยนกันไปชงกาแฟแต่ว่าฉันน่ะดื่มกาแฟไม่ได้ ถ้าจะให้ดื่มโกโกตอนนี้ฉันก็น่าจะง่วงกว่าเดิมเพราะทุกครั้งที่ทานของหวานๆ เสร็จแล้วจะง่วงมากกว่าปกติ ตอนนี้เลยต้องนั่งถ่างตาจิบน้ำเปล่าไปพราง
“โอ๊ย เพิ่งบ่ายสามเองอ่า” เสียงพี่โอมร้องโวยวายอยู่มุมห้อง งานพี่เขาสำหรับวันนี้เคลียหมดแล้วตอนนี้พี่โอมเลยว่างที่สุดส่วนคนอื่นๆ ก็นั่งเช็คงานอะไรไปเรื่อยๆ รวมถึงฉันที่นั่งทำความเข้าใจเอกสารในแฟ้ม เฮ้อ แต่ให้อ่านยังไงมันก็ยังไม่เข้าใจจริงๆ นะ
“เบาๆ สิโอม ฉันทาเล็บอยู่นะ”
“ไม่กลัวบอสเห็นหรือไง อย่าลืมนะว่าแผนกเรามีกล้องวงจรปิด” พี่โอมเอ่ยขึ้น แต่ที่นี่มีกล้องวงจรปิดเหรอฉันไม่ยักรู้เลยแต่ก็อย่างว่าแหละที่นี่ทำเกี่ยวกับเื่เงินก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน
“บอสเข้าใจน่า ก็ของวันนี้มันหมดแล้วเช็คอะไรต่างๆ ก็จัดการหมดแล้วนี่”
“ก็จริง” พี่โอมพึมพำคล้องตามพี่มิว อ้อ บอกไปหรือยังว่าแผนกนี้มีพี่อีกสองคนแต่ทั้งสองลาคลอดเลยยังไม่มาทำงานแล้วก็มีทีมแมสเซนเจอร์เซอร์วิชอีกสองคนที่คอนรับส่งเช็ควางบิลต่างๆ สองคนนี้เวลาเข้าแผนกพร้อมกัน แผนกจะลุกเป็ไฟเพราะทั้งสองพูดเก่งมากชื่อพี่ช้างกับพี่มุ้ย พี่ช้างมาจากสงขลาพี่มุ้ยมาจากแม่ฮ่องสอนเวลาสองคนนี้เถียงกันบันเทิงสุดละภาษาถิ่นมาเพียบแต่ฉันก็ฟังไม่ออกสักประโยค
“มาแล้วๆ ๆ” พี่ช้างวิ่งเข้ามาก่อนตามด้วยพี่มุ้ยที่วิ่งตามเข้ามาพร้อมทั้งอาการหอบ
“โอ๊ย ไม่น่าท้าแข่งวิ่งขึ้นมากับมันเลย” พี่มุ้ยบ่น มือก็วางเช็คให้พี่ส้มจัดการ
“อย่ามาบ่นเลี้ยงเลย เลี้ยงทุกคนเลย” พี่ช้างบอกพี่มุ้ยอย่างผู้ชนะ
“เออๆ ทุกคนจะดื่มอะไรจะโทรไปสั่งให้ ร้านข้างล่าง” พนันกันไว้นี่เอง
“ชาเขียวปั่นไข่มุกจ้า”
“เหมือนกันจ้า” พี่ๆ เริ่มสั่งกระทั่งพี่มุ้ยเดินมาผลักหัวฉันกวนๆ
“เอาไรคุณแม่”
“ดาร์กช็อกโกแลตค่ะพี่มุ้ย”
“ได้ๆ สั่งเผื่อไอ้ตัวเล็กด้วยเลยเดี๋ยวแช่ตู้เย็นไว้รอ” พี่ๆ ที่นี่เอ็นดูเ้าลูกหมูของฉันมากๆ เลยล่ะ ฉันเองก็ซึ้งใจที่พี่ๆ เอ็นดูซันไชน์
“เอานมสดก็ได้ค่ะ”
“เออๆ ตอนเย็นไปยังไงชาบูน่ะต้องไปรับไอ้ลิงซนด้วยไม่ใช่เหรอ” พี่มุ้ยถามมือก็กดโทรศัพท์ยกแนบหู
“จะไปรับก่อนค่ะแล้วค่อยพาไป”
“ถ้าฝนยังไม่หยุดก็บอกจะพาไปรับ”
“ขอบคุณค่ะ” พี่มุ้ยน่ะใจดีกับฉันมากๆ เลย แม้จะติดหน้านิ่งๆ แต่เวลาเขาถามและสอนงานพี่เขาจะใจดียิ้มแย้มต่างจากพี่ช้างที่ชอบแกล้งฉันแต่ก็ยังสอนงานดี
“เออใช่ พรุ่งนี้หวยออกใครจะซื้อวะมาๆ” พี่ช้างกางอาวุธลับบนโต๊ะทันทีทำทุกอย่างจริงๆ พี่ช้างน่ะ ฉันนั่งเคลียทุกอย่างบนโต๊ะจนเสร็จเรียบร้อย เครื่องดื่มมาส่งพร้อมๆ กับบอสที่เดินเข้ามาในแผนก ฉันหลุดขำเมื่อพี่ช้างลนลานเก็บอาวุธลับลงกระเป๋าพร้อมทำหน้าซีดพี่คนอื่นๆ ก็กลั้นขำอยู่ไม่น้อย
“ขำอะไรเล่า” พี่ช้างหันมาตีหน้าดุใส่พี่ๆ คนอื่นๆ
“บอสมีอะไรให้พวกเรารับใช้คะ” พี่ส้มเดินเข้าไปยังบอสที่กำลังกวาดสายตามองรอบๆ แผนก
“อ้อ จะมาถามครับว่าจะไปที่ร้านกี่โมง”
“หลังเลิกงานค่ะบอสจองโต๊ะไว้หกโมงค่ะ” พี่ส้มยังทำหน้าที่ได้อย่างดี
“งั้นเหรอ แล้วคนที่จะไปรับเด็กล่ะจะออกจากที่นี่กี่โมง” รับเด็ก? เขาหมายถึงฉันเหรอ แล้วทำไมสายตาต้องน่ากลัวแบบนั้นด้วยล่ะ
“ก็เดี๋ยวเลิกงานน้องจะเข้าไปรับไชน์ก่อนค่ะแล้วจะตามไปที่ร้านทีหลัง”
“งั้นเหรอ?”
“ค่ะบอส”
“บอกเขาให้ตามผมมา” ว่าจบก็เดินออกไปทันที ทิ้งเลขาเขาทั้งสองส่งรอยยิ้มขำปนเอ็นดูมาให้ฉันไม่หยุด พี่ส้มที่เพิ่งได้รับคำสั่งเริ่มลนลานหันมาบอนกฉัน
“ตะ ตะวันลุกสิ!”
“คะ?”
“ลุกสิลุก ตามบอสไป” พี่ส้มเดินเข้ามาฉุกแขนฉันให้ลุกแบบงงๆ
“เอาแค่ของสำคัญไปก็ได้ค่ะ เดี๋ยวบอสก็กลับเข้ามา” คุณเลขายิ้มให้ฉันด้วยความเอ็นดูเต็มร้อย ฉันเองพอเห็นพี่ส้มลนลานและความใขอพี่ๆ ก็เริ่มจะกังวลตามมือคว้าได้แค่โทรศัพท์ก่อนจะรีบเดินตามเ้านายใหญ่หรือบอสของทุกๆ คนไป เขายืนรออยู่ที่หน้าลิฟต์ส่วนตัวที่ฉันเองก็ไม่เคยเฉียดกายเข้ามาใกล้
“เอ่อ ขอโทษนะคะ บอสพอจะบอกได้ไหมว่าจะไปไหน” ฉันเรียกตามพี่ๆ ที่เรียกเขานั่นคือบอส แต่ที่สำคัญตอนนี้เขาจะพาฉันไปไหนฉันต้องรีบไปรับลูกนะ
“เข้ามา” บอสบอกเมื่อลิฟต์เปิดออก เขาก้าวเข้าไปข้างในฉันก้าวตามเข้าไปแต่ยืนอยู่มุมด้านในสุดส่วนเขายืนอยู่ด้านหน้ากดปุ่มชั้นล่างสุดไม่นานลิฟต์ก็เปิดออก เขาเดินออกไปแล้วและฉันเองก็กำลังเดินตามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“บอสคะ ช่วยบอก...”
“ไปรับเด็ก ขึ้นรถได้แล้ว” รับเด็ก? รับลูกฉันน่ะนะ?
“เร็วๆ ฝนตกเผื่อรถติดด้วย” เขาดุมาสายตาเริ่มเข้มขึ้นด้วยความไม่พอใจ ฉันรีบวิ่งตามเข้าไปขึ้นรถนั่งเบาะด้านหน้าคู่คนขับมันก็จะเกร็งๆ หน่อย ฉันรัดเข็มขัดแล้วนั่งนิ่งตลอดทางตอบเพียงประโยคเดียวตอนที่เขาถามว่าลูกฉันเรียนอยู่ที่ไหน ใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะถึงโรงเรียน ฉันลงจากรถเดินไปยังหน้าเนอสเซอรี่ เ้าลูกหมูนั่งกอดกระเป๋ารออยู่ข้างๆ คุณครูพอเห็นฉันก็วิ่งเข้ามากอดขาไว้แน่น
“แกซึมๆ ค่ะวันนี้ เหมือนจะไม่สบายครูให้ทานยาไปตอนบ่ายนี่เองค่ะ” คุณครูบอกด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง ฉันย่อตัวลงยกหลังมือทานหน้าผากเล็กไว้ตัวอุ่นๆ จริงๆ ด้วย ขอบตาแดงๆ นั่นอีก
“ขอบคุณที่ช่วยดูแลนะคะ พรุ่งนี้ถ้าน้องมีไข้อาจจะไม่ได้มานะคะ”
“ค่ะคุณแม่ ถ้ายังไงโทรมาแจ้งก็ได้ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“แหม แต่ว่าคุณพ่อเนี่ยเพิ่งเคยเจอนะคะรู้แล้วค่ะว่าหน้าตาดีกันทั้งบ้าน” พ่อ? ใครกัน แต่รอยยิ้มเขินอายของคุณครูบวกกันสายตาทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองด้านหลัง ร่างสูงๆ ของบอสเดินกางร่มเข้ามาใกล้ๆ ก่อนจะหุบร่มแล้วยืนชิดหลังฉันที่ยังนั่งกอดซันไชน์อยู่
“ขอบคุณครับ กลับได้หรือยัง” บอสเอ่ยถาม ฉันจึงอุ้มซันไชน์ขึ้นแนบอกสองขาเล็กเกี่ยวเอวฉันไว้แน่นสองแขนก็ยกโอบรอบคอ
“ไชน์อย่ารัดแน่นครับ ม้าเอากระเป๋าไม่ได้” ฉันกระซิบบอกลูกเสียงนุ่มแต่อีกฝ่ายส่ายหน้าอย่างงอแง ป่วยทีไรเป็แบบนี้ทุกทีสิน่า บอสคงรำคาญเต็มทนถึงได้ก้มลงเก็บกระเป๋าลูกชายฉันไว้ก่อนจะชวนกลับ ฉันยิ้มอย่างขอบคุณมอบให้คุณครูเธอเองก็ยิ้มกลับมาเช่นเดียวกัน ระหว่างเดินกลับไปที่รถของบอสเขาก็กางร่มให้เปิดประตูรถให้อย่างสุภาพบุรุษ เมื่อปิดประตูให้แล้วเขาถึงได้เดินอ้อมกลับมาอีกฝั่ง กระเป๋าใบเล็กถูกวางที่เบาะด้านหลังเบาๆ ก่อนจะโยนร่มไปไว้ด้านหลังเช่นเดียวกัน
“ม้า ไม่อยากไปกับคนนี้” ซันไชน์กระซิบบอกเสียงงอแง
“ชู่ ไม่เอาลูก” ฉันล่ะกลัวบอสจะได้ยินจริงๆ
“ฮึก” และแล้วเ้าลูกหมูก็เริ่มงอแง ฮื่อ ฉันจะร้องตามแล้วนะอย่าเพิ่งงอแงสิลูกแค่นี้แม่ก็เกรงใจเ้าของรถมากๆ แล้ว
“ชู่ อย่าเพิ่งร้องนะครับ ถ้าร้องไชน์จะปวดหัวนะ ถ้าปวดหัวตอนเย็นจะไม่ได้ไปทานชาบูแบบที่ไชน์ชอบกับป้าๆ ที่ทำงานม้านะ”
“ฮึก ไชน์อยากไป”
“ถ้าอยากไปก็ต้องไม่ร้องไห้ ไม่ดื้อและห้ามงอแง ทำได้ไหมครับ”
“อื้อ ทำได้ครับ” ซันไชน์เงียบไปก่อนที่ฉันจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อคนที่ขับรถอยู่ยื่นฝ่ามือมาพยายามแตะหน้าผากเล็กเหมือนกับว่ากำลังวัดไข้ ฉันมองเ้าของมืออย่างใก่อนจะใยิ่งขึ้นเมื่อฝ่ามือขึ้นเลื่อนขึ้นมาแตะที่หน้าผากฉันอย่างนุ่มนวล
‘เฮ้! มาแตะแบบนี้ได้ยังไง’ จันทร์เ้าโผล่หน้ามาจากด้านหลังหันไปมองบอสอย่างไม่พอใจ แต่ทำไปยังไงบอสก็ยังไม่เห็นอยู่ดี
“ไปหาหมอก่อนไหม” จู่ๆ บอสก็เอ่ยถาม ผิดแปลกไปน้ำเสียงของเขามันอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ดุฉันเื่ที่พาลูกไปที่ทำงานเมื่อ่สัปดาห์ที่แล้ว
“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็ไรค่ะ”
“อือ งานเลี้ยงเสร็จถ้าไข้ยังไม่ลดจะต้องไปหาหมอ” ฉันไม่ตอบแต่ยังนั่งนิ่งๆ จนกระทั่งรถจอดที่ข้างทางเขาหันมามองนิดหน่อยก่อนจะรีบลงจากรถไป
‘ขี้เก๊กเนอะ’ จันทร์เ้าที่อยู่เบาะด้านหลังเอ่ยแซะอย่างหมั่นไส้
=============================
โอ๊ย! เอ็นดูจันทร์เ้า ไอ้มุไชน์ก็น่ารัก ตะวันก็น่ากอด หลงรักครอบครัวนี้แล้ว