หลังจากต่อสู้ดิ้นรนในยุควันสิ้นโลกมานานหลายปี อวิ๋นเหยาที่ร่างกายได้รับสารพิษสะสมจากอาวุธชีวภาพมานาน จนกลัวว่าตนเองจะประคับประคองจิตใจให้ยังคงความเป็มนุษย์ไม่ไหว จึงคิดจะพลีชีพด้วยการวางะเิอานุภาพสูงที่สุดที่เธอมี ทำลายอาณาจักรพวกกลายพันธุ์ให้ตายตกไปด้วยกันใน่สุดท้ายของชีวิต แม้เธอจะมีความรู้เื่การแพทย์มากแค่ไหนก็ยังต้องพ่ายแพ้ให้กับาชีวภาพในครั้งนี้ โลกแทบไม่เหลือพืชพันธุ์อะไรแล้ว หากไม่ตายเพราะเชื้อโรคร้ายก็คงอดตายในไม่ช้า
ในเมื่อไม่มีทางรอด เธอจึงตั้งใจตายไปพร้อมกับพวกมัน! เมื่ออวิ๋นเหยาลอบเข้าไปในศูนย์กลางศัตรูได้ จึงวางะเิทุกจุดสำคัญในแหล่งผลิตอาวุธชีวภาพ และรังที่ไว้ขยายเผ่าพันธุ์ของพวกมัน เธอจะทำให้พวกมันสิ้นซากใน่ชีวิตของเธอนี่ล่ะ! คิดได้ดังนั้นอวิ๋นเหยาก็ไม่เสียดายชีวิตอีกเลย เพื่อนๆ และญาติมิตรล้วนล้มหายตายจากเธอไปนานแล้ว เธอต้องต่อสู้ลำพังมานานหลายปี วันนี้เธอคิดว่าเธอใช้ชีวิตคุ้มค่าแล้ว และจะตายอย่างคุ้มค่าเช่นกัน! เมื่อลอบเข้าไปวางะเิแล้วทุกจุด อวิ๋นเหยารีบลัดเลาะออกมาให้ห่างจากจุดนั้นเพื่อดูว่ายังมีพวกมนุษย์กลายพันธุ์เหลืออยู่หรือไม่ เธอเลือกเวลาที่พวกมันไม่อยู่ในการลอบวางะเิ พวกมันใช้ชีวิตราวกับสัตว์ป่าที่ต้องออกล่าและกลับรังพร้อมกัน ทำให้อวิ๋นเหยาต้องรอดูว่าพวกมันกลับมาครบหรือไม่เพื่อความแน่ใจ อย่างไรตอนนี้เธอก็หนีไปไหนไม่พ้นแล้ว เพราะะเิมีอานุภาพสูงมากพอที่จะทำให้โลกเน่าๆ นี้แตกเป็เสี่ยงๆ!
แต่ตอนนี้เธอคิดว่าเธอคงเป็มนุษย์คนสุดท้ายแล้ว เพราะหลายปีมานี้เธอเหมือนคุยคนเดียวมาตลอด ตามหาใครก็ไม่เจอ จนเริ่มรู้สึกร่างกายผิดปกติมากขึ้นจากสารบางอย่างที่น่าจะสะสมมาเรื่อยๆ จากอาวุธชีวภาพอย่างไม่ตั้งใจ เธอจึงคิดจะจบเื่นี้ไปพร้อมกับพวกมัน! เธอพยายามประคับประคองร่างกายให้มีสติอยู่ได้นานมาถึงตอนนี้ก็นับว่าดีมากแล้ว จากนี้เธอจะทำลายพวกมันให้สิ้นซากเอง
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว อวิ๋นเหยารอเพียงจังหวะที่เหมาะสม แล้วจึงกดปุ่มะเิอานุภาพสูงทันที ในสายตาของเธอลึกลงไปมีแววตาแห่งความภูมิใจ อย่างน้อยเธอก็ตายอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็มนุษย์แล้ว!
เธอหลับตาลงหลังเสียงะเิดังขึ้น ยอมรับวาระสุดท้ายของตนเองด้วยรอยยิ้มและหยดน้ำตาแห่งความตื้นตันใจ เธอได้ทำลายพวกกลายพันธุ์ที่คอยกินเืเนืุ้์ด้วยกัน จนพวกมันไม่สามารถสร้างปัญหาให้ใครได้อีกแล้ว!
ตู๊มม!!! ตู๊มม!!! ตู๊มม!!!
นั่นคือเสียงสุดท้ายที่อวิ๋นเหยารับรู้ก่อนจมดิ่งสู่ความมืดมิดไร้สิ้นสุด ก่อนมีแรงกระชากดึงทึ้งรุนแรงลากพาเธอไปที่ไกลแสนไกลที่ยากหยั่งรู้ จนเริ่มรู้สึกหนาวเย็นะเื แต่เธอตายไปแล้วไม่ใช่หรือ!? ทำไมยังรู้สึกหนาวได้?
อวิ๋นเหยางุนงงกับความรู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ ทั้งตอนนี้ยังเริ่มปวดหัวอย่างหนักและมีภาพผู้หญิงที่หน้าตาเหมือนเธอในยุคโบราณั้แ่เกิดจนโตในหัวอีก!
“นี่มันอะไรกัน!?”
หลังจากที่ได้เห็นภาพเื่ราวของคนที่หน้าตาเหมือนตนเองและชื่อเหมือนกันจนวาระสุดท้ายที่เธอคนนั้นเดินเข้ามากลางป่าลึกและหมดลมหายใจ ตอนนี้อวิ๋นเหยากลับลืมตาตื่นขึ้นมาท่ามกลางความขาวโพลนของหิมะรอบตัวด้วยความสับสน เธอมาแทนที่คนเหมือนเธอและเพิ่งตายไปในยุคโบราณอย่างนั้นหรือ!?
“ผู้มีคุณสมบัติสืบทอดตำหนักยาโบราณปรากฎตัวแล้ว!”
อยู่ดีๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของอวิ๋นเหยา
“อะไรคือตำหนักยาโบราณ!? อะไรคือผู้สืบทอด!?”
อวิ๋นเหยาคิดในใจแต่กลับมีเสียงเดิมตอบโต้กลับมาอีกครั้ง!
“ท่านคือผู้ถูกเลือกจากตำหนักยาโบราณในรอบพันปี! ตำหนักยาโบราณค้นหาผู้เหมาะสมมานานแล้วหลายชั่วอายุคนแล้ว ท่านมีวาสนาจึงถูกดึงดูดให้มาพบเจอกัน ไม่ว่าิญญาของท่านจะมาจากที่ใด แต่ท่านคือผู้ที่เหมาะสม ต่อไปนี้ท่านเสียบปิ่นนี้เอาไว้บนศีรษะ มันคือมิติที่เป็สื่อกลางนำพาท่านเข้ามาในตำหนักยาโบราณได้ ในตอนนี้ตำหนักยาโบราณไม่อาจปรากฎบนพื้นแผ่นดินแคว้นนี้ได้ ยังต้องรอท่านผู้สืบทอดช่วยเหลืออีกหลายอย่าง ตอนนี้ขอเพียงแค่ท่านหยดเืลงบนปิ่นนี้ ท่านก็จะเชื่อมต่อกับมิติตำหนักยาและได้รับการยอมรับเป็ผู้สืบทอดจากตำหนักยาโบราณอย่างสมบูรณ์แล้ว”
อวิ๋นเหยาได้ยินคำกล่าวยืดยาวแม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจมากนัก แต่อย่างไรคำว่ายาสำหรับตนก็ถือเป็ของดี คนที่เคยเจอาชีวภาพอย่างเธอมาย่อมเข้าใจถึงความสำคัญนี้ การมียาวิเศษไว้กับตัวคืออาวุธชั้นยอดแล้ว
“ได้ ข้าจะหยดเืลงบนปิ่น”
ปิ่นที่ลอยอยู่ตรงหน้าอวิ๋นเหยามาครู่หนึ่งเริ่มลอยมาใกล้ๆ มือเธอ เธอจึงยื่นปลายนิ้วไปแตะให้ส่วนที่แหลมที่สุดจิ้มเข้าที่เนื้อของเธอจนเืหยดออกมาถูกปิ่นนั้นทันที ก่อนจะเกิดแสงสีทองสว่างวาบตรงหน้าและดับไป หลังจากนั้นปิ่นลอยมาเสียบบนมวยผมของอวิ๋นเหยาโดยที่ไม่ต้องบอกกล่าวอะไรเลยอย่างรู้งาน หากมีใครขโมยปิ่นนี้ไปไม่รู้ว่ามันจะลอยกลับมาหาเธอหรือไม่? เร็วเท่าความคิด คำตอบของเสียงเดิมที่ดังในหัวอวิ๋นเหยาก็ดังมาอีกครั้ง
“ปิ่นยอมรับเ้านายแล้ว หากมันถูกขโมยย่อมหาหนทางกลับมาสู่เ้าของได้ ท่านจงวางใจและทำภารกิจของผู้สืบทอดให้ดี”
“อืม แล้วเ้าคือใคร? ชื่ออะไร? ทำไมรู้ความคิดข้า?”
“ข้าคือหลีหลี่ เป็ผู้ดูแลตำหนักยาโบราณแทนท่านเ้าตำหนักคนก่อน ข้าถูกผูกชีวิตและิญญาไว้กับมัน จนกว่าจะมีผู้สืบทอดคนใหม่มาปลดผนึกตำหนักยาโบราณ เมื่อนั้นิญญาของข้าก็จะเป็อิสระ ขอท่านจงช่วยปลดผนึกิญญาให้ตำหนักยาโบราณได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยเถิด”
อวิ๋นเหยาได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่พยักหน้าเข้าใจ ที่แท้ิญญาของตนก็ถูกตำหนักยาโบราณนี้ดึงดูดมาเพื่อปลดผนึกบางอย่าง และคงประจวบเหมาะกับผู้หญิงที่เพิ่งเสียชีวิตคนนี้เหมือนอวิ๋นเหยาแทบทุกอย่าง ทำให้ิญญาของตนสามารถเข้ามาแทนที่ในร่างนี้ได้ แล้วจากนี้เธอจะใช้ชีวิตอย่างไรดี?
ขณะกำลังคิดไปต่างๆ นานา ความหนาวที่เริ่มรุนแรงจนทำให้มือไม้ชาไปทั่ว ทำให้อวิ๋นเหยาต้องพาตนเองก้าวขาเดินออกไปตามเส้นทางที่น่าจะเป็ถนนของคนยุคนี้ ในหัวพยายามค้นหาความทรงจำเกี่ยวกับเส้นทางที่ร่างนี้เคยเดินมา นางมาจากที่ใด? บ้านเรือนอยู่ที่ไหน? แล้วทำไมถึงเข้ามากลางป่าลึกในยามที่หิมะตกเช่นนี้?