เย่เทียนเฉินโยนโจรโฉดที่จับเป็มาลงกับพื้นเ้าหมอนั่นถูกเย่เทียนเฉินตัดขาทั้งสองข้าง คว่ำหน้าขยับอย่างยากลำบากอยู่บนพื้นร้องโหยหวน สายตามองเย่เทียนเฉินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังที่เข้มข้น
หานเจี๋ยมองโจรโฉดที่เย่เทียนเฉินจับมาเขาเป็ชาวต่างชาติคนหนึ่ง มีบางส่วนเหมือนชาวแอฟริกา สวมชุดทหารลายพรางหน้าดำราวถ่าน มีเพียงดวงตาโเี้ทั้งสองข้าง ที่มองมายังเธอและเย่เทียนเฉินเท่านั้น
“ผมจะรับหน้าที่ลงมือเองส่วนคุณรับหน้าที่ถามคำถาม!” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แกเป็คนของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตใช่ไหม? พวกแกมากันทั้งหมดกี่คน? จัดวางกำลังคนแบบไหน?”
หานเจี๋ยถึงแม้ไม่พอใจกับท่าทีของเย่เทียนเฉินถึงอย่างไรเธอก็เป็ที่เป็ผู้นำระดับสูง ส่วนเขาเป็แค่ทหารหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งแต่ใน่เวลาอันตรายเช่นนี้ ก็สนใจมากขนาดนั้นไม่ได้
“ฉันไม่รู้ ฉันไม่บอกพวกแกหรอก พวกแกต้องตาย!” เ้าโจรชั่วใช้ภาษาจีนห่วยๆ กล่าวออกมาอย่างดุร้าย
เพียะ!
เย่เทียนเฉินตบหน้าไปครั้งหนึ่ง ตบจนเ้าโจรชั่วพ่นฟันเปื้อนเืออกมาสองซี่แต่เขาก็ยังปากแข็ง ตบหน้าเข้าไปอีกครั้ง จนหน้าบวมไปครึ่งหน้าก็ยังไม่ยอมพูด
“เอาไงดี? หมอนี่ไม่ยอมพูดความจริงแน่”
เห็นโจรคนนี้ปากแข็งนัก เหมือนจะะผ่านการฝึกฝนมาโดยเฉพาะคงไม่ยอมอ้าปากแน่ ราวกับว่าต่อให้ตายก็ไม่สามารถทำให้เขาพูดได้ หานเจี๋ยรู้สึกร้อนใจ
ถึงอย่างไรตอนนี้พวกเขาถูกพวกทหารรับจ้างมารโลหิตล้อมไว้แล้ว พวกมันเป็องค์กรที่โหดร้ายมาก ท่าทางพวกมันคือจะเตรียมฆ่าพวกเธอทิ้งที่นี่ถ้าไม่สามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ จำนวนคน รวมถึงการวางกำลังของอีกฝ่ายอย่างละเอียดก็คงฝ่าออกไปได้ยาก
“ไม่เป็ไร คุณไปยืนพักข้างๆ ก่อนเดี๋ยวผมถามเอง!” เย่เทียนเฉินยิ้มพลางกล่าวกับหานเจี๋ย ในสถานการณ์เช่นนี้เย่เทียนเฉินก็ไม่ได้ตีหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอดอย่างไรเสียก็เหลือแค่เขากับหานเจี๋ยสองคน ถ้าไม่สามัคคีกันก็ยากที่จะตอบโต้กลับ
หานเจี๋ยนิ่งอึ้งไปชั่วครู ตอนนี้เธอพบว่าตนเองยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งเป็เด็กหญิงตัวน้อยเข้าไปทุกทีจึงเริ่มที่จะพึ่งพา
เย่เทียนเฉิน ต้องทราบว่าเย่เทียนเฉินเป็เพียงทหารหน่วยรบพิเศษที่บรรจุเข้ามาใหม่ประสบการณ์ด้านต่างๆ ก็ด้อยกว่าเธอ แต่ตัวเธอไม่ว่าจะอย่างไรก็เป็นักวิทยาศาสตร์ประจำเขตทหารตอนนี้กลับต้องพึ่งพาเขา
ผู้หญิงก็เป็เช่นนี้ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงที่อ่อนโยนหรือเข้มแข็ง ยามที่มีผู้ชายอยู่ข้างกายเธอก็มักจะพึ่งพาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเย่เทียนเฉินในตอนนี้ที่เคร่งขรึมจริงจังมีความมาดแมนอย่างมาก ราวกับว่าเปลี่ยนไปเป็คนละคน
“แกมีทางเลือกสองทาง พูดหรือตาย!”
เย่เทียนเฉินพูดภาษาอังกฤษได้แต่ก็ยังใช้ภาษาจีนพูดกับเ้าโจรผู้นั้น นี่คือลักษณะอย่างหนึ่ง ลักษณะอย่างหนึ่งของชาวจีน
“อย่าเข้าใจผิดสิ พวกแกต้องตายทุกคนกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตของพวกเราล้อมพวกแกไว้แล้ว ใครก็ไม่รอด!” เ้าโจรชั่วแผดเสียงคำรามใส่เย่เทียนเฉิน
ฉึก!
เย่เทียนเฉินไม่พูดอะไรอีก ปักมีดลงไปที่ขาของโจรชั่วเสียงร้องโอดครวญพลันดังขึ้นมาทันที หานเจี๋ยตกตะลึงเช่นเดียวกันแต่จะอย่างไรเธอก็เป็ผู้หญิงที่ทั้งเข้มแข็งและงดงามย่อมเข้าใจว่าไม่ควรใจอ่อนกับศัตรูโดยเด็ดขาด เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะกลายเป็ดุดันถึงขนาดนี้
หรือว่าการตายของสหายร่วมรบมีผลกับเขามากจนกระตุ้นศักยภาพของเขาออกมา?
หานเจี๋ยที่ไม่รู้ว่าเย่เทียนเฉินกลายเป็ผู้มีพลังพิเศษระดับพระเ้าไปแล้วก็ได้แต่ใช้เหตุผลเช่นนี้ มาอธิบายความเปลี่ยนแปลงของเย่เทียนเฉิน
“อ๊าก พวกแกต้องตายทุกคน...”
ฉึก!เสียบมีดลงไปอีกครั้งในตำแหน่งเดิม ที่ปากแผลเดิม
“ปิศาจ แกมันปิศาจ....”
ฉึก!ครั้งที่สาม แม้แต่กระดูกขาของเ้าโจรผู้นั้นก็ถูกกริชปักทะลุแล้ว เขากรีดร้องออกมาราวจะขาดใจ
ตอนที่เย่เทียนเฉินยกกริชขึ้นอีกครั้งเ้าโจรชั่วผู้นั้นก็ยอมแพ้แล้ว นำเื่ราวในครั้งนี้ พูดออกมาอย่างละเอียด เขาไม่สามารถทนต่อการไต่ส่วนของเย่เทียนเฉินได้รู้สึกว่าตัวเองได้ตกไปอยู่ในกำมือของปิศาจมันทรมานยิ่งกว่าถูกฆ่าในดาบเดียวเสียอีก
เดิมทีพวกโจรจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตได้รับการว่าจ้างจากรัฐบาลของประเทศ M เพื่อป้องกันไม่ให้หานเจี๋ยนำข้อมูลลับกลับไปยังประเทศจีน จึงจ่ายเงินอย่างหนักเชิญคนของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตมา
ในหมู่พวกที่ถูกจ้างมานี้ ผู้ที่มีฝีมือเยี่ยมยอดที่สุดคือรองหัวหน้าของกลุ่มนามแซนเบเกอร์ในประกาศจับของทุกประเทศ ล้วนมีชื่อของคนผู้นี้อยู่ เป็คนที่โหดร้ายป่าเถื่อนอย่างมากแผนการจัดวางกำลังคนในครั้งนี้ที่เขาเป็คนจัด ใช้คำพูดของแซนเบเกอร์กล่าวก็คือ ‘ทหารหน่วยรบพิเศษของจีน เปราะบางและอ่อนแอ มากี่คนก็ฆ่าให้หมด’
“ขอบคุณ!”
เย่เทียนเฉินกล่าวกับโจรผิวดำผู้นั้นยิ้มๆกริชในมือขวาปรากฏแวบที่ลำคอ เส้นเืสายหนึ่งพุ่งกระฉูดออกมา เหลือทิ้งไว้เพียงศพที่ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างด้วยความกลัวสุดขีด
“ไปกันเถอะ ที่นี่อยู่นานไม่ได้ผมคิดว่าคนของกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตคงตามมาถึงที่นี่ในไม่ช้า” เย่เทียนเฉินเดินไปเบื้องหน้าของหานเจี๋ยกล่าวขึ้น
“พวก...พวกเราจะไปไหน?”
หานเจี๋ยรู้สึกโง่งม เธอเองก็ได้ยินคำสารภาพของโจรผู้นั้นเหมือนกันทั้งสี่ทิศล้วนเป็โจรชั่ว เห็นได้ชัดว่า้าฆ่าพวกเธอที่นี่ คิดฝ่าออกไปยากมาก
“ไปที่ค่ายของพวกมัน เก็บพวกมันให้เหี้ยน”เย่เทียนเฉินกล่าวพลางยิ้ม
หานเจี๋ยอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงพลางมองไปยังเย่เทียนเฉินที่อยู่ตรงหน้า เธอรู้สึกไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน
ทหารหน่วยรบพิเศษเจ็ดคน พลีชีพไปแล้วหกเหลือแค่เธอกับเย่เทียนเฉิน ส่วนอีกฝ่ายไม่เพียงแค่มีจำนวนคนมาก พลังทำลายของอาวุธก็สูงที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือพวกมันมียอดฝีมือจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตอยู่หลายคนโดยเฉพาะรองหัวหน้าหน่วยแซนเบเกอร์ ที่มีความร้ายกาจเป็อย่างมาก เป็นักโทษถูกประกาศจับซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลกแค่พลังของคนผู้นี้ ก็รืบมือได้ยากแล้ว
ว่ากันตามปกติแล้ว หลังจากที่ได้ทราบข้อมูลพวกนี้และเข้าใจถึงทิศทางโอบล้อมที่ศัตรูจัดวางกำลังไว้แล้ว ก็ต้องสถานที่ที่ศัตรูโอบล้อมอ่อนแอที่สุดตีฝ่าวงล้อมมีที่ไหนที่จะบุกไปที่ค่ายของศัตรู ยังไม่ใช่เป็การหาที่ตายด้วยตัวเองหรอกหรือ? มีแต่คนโง่ปัญญาอ่อนเท่านั้น ถึงจะทำเช่นนี้
“เทียน....เทียนเฉิน พวกเราหาจุดที่เปราะบางฝ่าออกไปกันเถอะ แล้วค่อยให้หน่วยกู้ภัยมาเก็บกวาดพวกมัน”
อาจเป็เพราะในสภาพเช่นนี้เย่เทียนเฉินแสดงความเป็ลูกผู้ชายออกมามากหรืออาจเป็เพราะไม่ว่าอย่างไรหานเจี๋ยก็เป็ผู้หญิงคนหนึ่ง พึ่งพาเย่เทียนเฉินโดยจิตสำนึกคำเรียกขานจึงแสดงความสนิทสนมอยู่ไม่น้อย
“หัวหน้า ผมเข้าใจความหมายของคุณดีแต่ผมอยากจะแก้แค้นให้สหายที่ตายไป และไม่อยากให้ใครมาดูถูกทหารหน่วยรบพิเศษของจีนเื่บางเื่ไม่ทำไม่ได้!” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางมองหานเจี๋ยอย่างเด็ดเดี่ยว
“เทียนเฉิน นาย....นายอย่าเรียกฉันว่าหัวหน้าอะไรนั่นเลย จริงๆ แล้วฉันไม่ใช่หัวหน้าประจำเขตทหารอะไรหรอกเป็แค่นักวิทยาศาสตร์ของหน่วยรบพิเศษเท่านั้น เรียกฉันว่าพี่หานก็พอตอนนี้เหลือแค่นายกับฉัน พวกเราคือสหายร่วมรบ!”หานเจี๋ยกล่าวพลางผงกหัว ถูกพลังของเย่เทียนเฉินแพร่เชื้อไปเสียแล้ว
“ไป!”
เย่เทียนเฉินกล่าวพลางยิ้มเขาเดินนำไปด้านหน้าก่อน เขาสะกิดความคิดที่จะฆ่าขึ้นมาแล้วเตรียมจะเอาชีวิตของพวกโจรชั่วทุกคนทิ้งไว้ที่นี่ เพราะว่าเย่เทียนเฉินในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิมแล้วหากว่าเป็เย่เทียนเฉินคนก่อน จะต้องคิดฝ่าวงล้อมออกไปเหมือนหานเจี๋ยแน่นอน
แต่เย่เทียนเฉินในตอนนี้ ในเวลา่สิ้นโลกเขาไม่อนุญาตให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องทุกสิ่งทุกอย่างของเขา ความเชื่อของเขาก็คือ ญาติของข้าสหายของข้า ใครกล้าสร้างความอัปยศ ต้องชดใช้ด้วยชีวิต!
ในวินาทีที่ได้เกิดใหม่เย่เทียนเฉินได้แอบสาบานอยู่ในใจว่า ‘สหาย! ในเมื่อฉันมาร่างของนาย ได้รับโอกาสในการเกิดใหม่ อย่างนั้นฉันก็เป็หนี้นายอยู่หนึ่งชีวิตจากนี้เป็ต้นไป เื่ของนายก็คือเื่ของฉัน ญาติและเพื่อนของนายก็คือญาติและเพื่อนของฉันฉันจะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างแทนนาย ไม่ว่าใครหน้าไหนกล้ามาสร้างความอัปยศฉันจะให้มันชดใช้ด้วยเื’
และก้าวแรกก็คือการล้างแค้นให้สหายร่วมรบที่ตายไปทั้งหกคน จะปะาพวกโจรชั่วกลุ่มนี้ทั้งหมดไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว
ความคิดฆ่าฟันของเย่เทียนเฉินพลุ่งพล่านขึ้นมาแล้วแม้ว่าพลังพิเศษจะยังไม่ตื่น พลังที่สามารถแสดงออกมาก็มีไม่ถึงหนึ่งส่วนแต่ก็พอที่จะเก็บกวาดชีวิตสุนัขของพวกโจรชั่วแล้ว!
“กรี๊ด!”
เพิ่งจะเดินไปได้ไม่กี่ก้าวหานเจี๋ยก็กรีดร้องเสียงแหลม ถ้าไม่ได้เย่เทียนเฉินที่หันกลับมาอย่างรวดเร็วก็คงล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว
ถูกเย่เทียนเฉินกอดไว้ในอ้อมอก ใบหน้ารูปไข่ที่ขาวซีดของหานเจี๋ยก็กลายเป็แดงต่อให้เป็หัวหน้า แต่ก็เป็ผู้หญิงคนหนึ่ง ทั้งยังเป็ผู้หญิงที่งดงามมาก แถมยังเป็สาวบริสุทธิ์อย่างหานเจี๋ยด้วยจะไม่เขินอายได้อย่างไร
“พี่หาน พี่ไม่เป็อะไรนะ ไม่อย่างนั้นให้ผมแบกพี่เถอะพละกำลังของพี่ใช้ออกไปอย่างฟุ่มฟายมากเกินไป ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู!” เย่เทียนเฉินมองใบหน้ารูปไขที่ขาวซีดของหานเจี๋ยพลางกล่าวออกมา
“ไม่ ไม่เป็ไร ฉันเดินเองได้”
หานเจี๋ยเขินเล็กน้อย แต่ก็ยังเด็ดเดี่ยว เธอถึงอย่างไรก็เป็ทหารคนหนึ่งถ้าตอนนี้ถูกคนแบกขึ้นหลัง รู้สึกลำบากใจจริงๆ
เห็นท่าทางเดินหนึ่งก้าวเซหนึ่งก้าวของหานเจี๋ยเย่เทียนเฉินก็รู้สึกสงสารนิดหน่อยจริงๆ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่เย่เทียนเฉินคนเดิมแล้วและไม่ทราบว่าเย่เทียนเฉินคนเดิมนั้น มีความรู้สึกอะไรต่อผู้หญิงคนนี้แต่ในความทรงจำ ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะปฏิบัติต่อเขาไม่เลวเลย
ไม่รอให้หานเจี๋ยได้ทันตอบโต้ เย่เทียนเฉินพลันแบกหานเจี๋ยขึ้นหลังหานเจี๋ยคิดจะขัดขืน แต่กลับถูกมือซ้ายของเย่เทียนเฉินบีบเข้าที่ก้นตามมาด้วยคำพูดหยอกล้อแลขู่ขวัญ
“อย่าขยับมั่วสิตกไปเจ็บมากนะนะ ก้นของพี่ยังใหญ่อีก คงยิ่งเจ็บขึ้นอีก อีกอย่าง พี่คงไม่อยากให้คนของพวกกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตตามมาฆ่าพวกเราหมดเหรอ?”
ได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉินหานเจี๋ยก็อายจนใบหน้ารูปไข่กลายเป็สีแดง ไม่ขัดขืนอีก สองมือค่อยๆ เกาะไหล่ของเย่เทียนเฉินศีรษะค่อยๆ ซบหลังของเย่เทียนเฉิน ไม่คิดเลยว่าเ้าหมอนี่จะรูปร่างล่ำมาก
เย่เทียนเฉินไม่คิดอะไรมาก เขาเป็ผู้ชายปกติต่อให้เป็ผู้แข็งแกร่งที่มีพลังพิเศษระดับพระเ้า ก็ยังคงมีอารมณ์อยู่กับผู้หญิงที่ทั้งสวยและเซ็กซี่นั้น ย่อมมีความ้าตามสัญชาตญาณ
เพียงแต่ไม่ใช่ในตอนนี้ อีกทั้งเย่เทียนเฉินในชีวิตก่อนนั้นเป็ผู้แข็งแกร่งที่มีพลังพิเศษระดับพระเ้าไม่ใช่คนประเภทที่เห็นหญิงงามก็ทำอะไรไม่ถูก ผู้หญิงที่ถูกตา เขาก็้าเพียงแต่เขายังมีด้านสุภาพบุรุษอยู่
หานเจี๋ยถูกเย่เทียนเฉินแบกขึ้นหลังศีรษะพิงหลังล่ำสันของเย่เทียนเฉิน หลับไปโดยไม่รู้ตัว ถึงอย่างไรก็หนีตายมาตลอดทางพละกำลังใน่รางกายใช้ไปอย่างฟุ่มเฟือย สามารถอดทนมาถึงตอนนี้ได้ก็ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกนับถือแล้ว
ท้องฟ้าค่อยๆ มืดลงเย่เทียนเฉินเดินตรงไปยังค่ายใหญ่ของพวกกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตทีละก้าวๆ คนกลุ่มนี้เกรงว่าแม้ในฝันก็คงคิดไม่ถึงว่าเหล่าทหารหน่วยรบพิเศษของจีนที่ถูกพวกเขาฆ่าตาย ยังมีคนกล้าโต้ตอบทันที
ค่ำคืนนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่า ต้องใช้เสียงกรีดร้องและเืสดๆ ทลายความเงียบสงบ!