ใบหลิวรีบร้อนวิ่งขึ้นบันได หัวใจเต้นกระหน่ำทั้งเหนื่อยทั้งหอบจนหายใจแทบไม่ทัน
กระทั่งมาถึงชั้นบนเธอก็ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นร่างเล็กของน้องชายกำลังยืนตัวสั่นกอดตุ๊กตาหมีตัวโปรดอยู่หน้าห้อง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ริมฝีปากเล็กเม้มแน่น
“พี่...”
เสียงเล็ก ๆ นั่นทำให้ใบหลิวชะงัก ไม่ว่าจะน้อยใจคนเป็แม่อย่างไรแต่เธอก็ไม่เคยพาลใส่น้องชายสักครั้ง เขาก็แค่เจ็ดขวบเท่านั้นเอง
คนเป็พี่ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกลวก ๆ ก่อนฝืนยิ้มแล้วเดินเข้าไปหา “ทำไมยังไม่นอนอีก”
เด็กน้อยส่ายหน้าไปมา “แม่กับป๊าทะเลาะกันเหรอคับพี่”
เธอไม่ตอบแต่ย่อตัวลงลูบแก้มลูบไหล่น้องเบา ๆ “ไม่มีอะไรหรอก”
“เมื่อกี้พี่ก็เสียงดังเหมือนกัน ผมในะ”
“ไม่มีอะไรจริง ๆ อืม พี่ก็แค่พูดเสียงดังไปหน่อยเท่านั้นเอง” ใบหลิวบอกพลางคลี่ยิ้มอ่อนโยนแล้วเอื้อมมือไปจับมือเล็กเอาไว้ “ไปเถอะ... พี่จะไปอยู่เป็เพื่อน”
เด็กน้อยชะเง้อมองไปยังชั้นล่างด้วยความลังเล เสียงพ่อแม่ทะเลาะกันยังดังแว่วมาเป็ระยะ “แต่...”
ใบหลิวบีบมือน้องชายเบา ๆ แล้วตัดสินใจอุ้มเขาขึ้นทันที “ไม่ต้องฟังหรอก เื่ของผู้ใหญ่ เรายังเด็กไม่เข้าใจหรอก ไปนอนกันดีกว่า พรุ่งนี้เดี๋ยวป๊ากับแม่ก็ดีกันแล้ว”
ต้นค่อย ๆ ซุกตัวเข้าหาพี่สาวโดยไม่พูดอะไร เสียงจากชั้นล่างเบาลงเรื่อย ๆ ก่อนจะหายไปจนหมดเมื่อประตูห้องนอนของเขาถูกปิดลง
...
เช้าวันต่อมา
สิ่งที่ใบหลิวคิดไว้ไม่เกิดขึ้น เรวัตกับกรกนกไม่ได้คืนดีกัน สองพี่น้องจูงมือกันลงมาจากชั้นบนด้วยสีหน้าหม่นหมอง ต้นเองก็ยังไม่ร่าเริงเหมือนเก่า
ภายในบ้านเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีเสียงหัวเราะชนิดที่เด็กยังมองออก พอลงมาเห็นคนเป็แม่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารด้วยสีหน้าตึงเครียดกับดวงตาบวมช้ำ เขาก็ขยับตัวไปมาด้วยท่าทางไม่สบายตัวทันที
สิบนาทีต่อมาเรวัตก็ตามลงมานั่งที่โต๊ะอาหาร เขาเงียบขรึมไม่ต่างกับกรกนก ดวงตาคู่คมแฝงความเหนื่อยล้าเอาแต่มองกาแฟในมือโดยไม่แตะอาหารเช้าที่ถูกเตรียมไว้
“อิ่มมั้ย เดี๋ยวพี่ไปทอดไข่เพิ่มให้” เธอถามเมื่อเห็นน้องชายทำท่าเหมือนยังไม่อิ่มแต่ไม่กล้าพูด ตรงหน้าเขาเหลือเพียงนมแค่ครึ่งแก้วเท่านั้น
เด็กน้อยพยักหน้ารับ ก่อนเหลือบมองผู้ใหญ่ทั้งสองสลับกัน ใบหลิวรับรู้ได้ในทันทีว่าเขาจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้จึงยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบา ๆ แล้วแสร้งทำเป็ร่าเริงเพื่อดึงความสนใจ
“เอากี่ฟองดี สองฟองดีมั้ย ไข่ดาวเยิ้ม ๆ จิ้มซอสมะเขือเทศ”
“คับ”
“ป๊า... น้องเศร้าแล้วนะคะ” เธอโน้มหน้าลงไปกระซิบบอกเรวัตเสียงแ่และจงใจเมินกรกนกเพราะรู้ดีว่าท่านไม่มีทางปล่อยให้ลูกชายคนโปรดซึมนานอยู่แล้ว ไม่มีเธอคอยบอกท่านก็ไม่ปล่อยผ่าน
และก็เป็อย่างที่เธอคาดไว้
“คนเก่งของแม่เป็อะไรไปครับ” น้ำเสียงเ็าที่ถูกนำมาใช้กับทุกคนพลันอ่อนโยนลงทันที ขณะที่เรวัตแม้จะยังอารมณ์ไม่ดีแต่ก็พยายามหยอกล้อลูกชายเพื่อให้เขาร่าเริงขึ้น
ไม่นานนักเสียงหัวเราะใส ๆ ของต้นก็กลับมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วตามประสาเด็กที่เติบโตมาท่ามกลางความรัก การปกป้องและไม่เคยได้รับความทุกข์ใด ๆ ในชีวิต
ใบหลิวยืนนิ่งอยู่หน้าเคาน์เตอร์ครัว รอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้าเจือด้วยความขมขื่น แต่มือยังคงขยับต่ออย่างรู้หน้าที่ ไม่ช้าไข่ดาวสองฟองในกระทะก็ถูกเธอตักมาเสิร์ฟถึงจานของน้องชาย ส่วนเธอก็นั่งลงจัดการอาหารเช้าที่เหลืออยู่ของตัวเองเงียบ ๆ
ไม่ชวนใครคุย และไม่มีใครชวนคุย โดดเดี่ยวจนชิน
เธอเคยนึกอิจฉา เคยตั้งคำถามว่าทำไมความอ่อนโยนแบบนั้นถึงไม่ตกมาถึงตัวเองบ้าง แต่ตอนนี้ไม่แล้ว... เพราะอย่างน้อยให้มีคนหนึ่งในบ้านที่ได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยมโดยไม่มีเงื่อนไขก็พอแล้ว
...
วันเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า จากร้อนเป็ฝน จากฝนเป็หนาวก่อนจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือบรรยากาศอันเ็าภายในบ้านหลังนี้
กรกนกกับเรวัตยังคงทำหน้าที่พ่อแม่ให้กับลูกชายคนเดียวเป็อย่างดี แม้ความสัมพันธ์ของพวกเขาที่เดิมก็แย่อยู่แล้วยิ่งเข้าใกล้จุดจบมากขึ้นทุกที ทั้งสองพูดคุยกันเฉพาะเื่ลูก เื่ค่าใช้จ่ายและเื่ในบ้านเท่านั้น ส่วนเื่อื่นต่างก็เลือกที่จะเก็บเอาไว้กับตัวเอง ไม่ยุ่งเกี่ยวกัน
เื่ผู้หญิงในความลับของเรวัตก็ยังคงเป็ความลับต่อไป เพราะหลังจากคืนที่ทุกอย่างแตกหัก กรกนกไม่เคยพูดถึงมันอีกเลย ไม่ใช่เพราะหมดสงสัย แต่เป็เพราะเธอเลือกที่มองข้ามมันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมากกว่า
ขณะที่เรวัตระแวงอยู่พักใหญ่จนถึงขั้นไม่กล้านัดเจอกับใบหลิวไป่หนึ่งเพราะกลัวจะโดนจับได้
แต่พอเวลาผ่านไปนานเข้า เมื่อมั่นใจว่ากรกนกไม่ได้สนใจเื่นี้อีกแล้วจริง ๆ ความหวาดระแวงของเขาก็คลายลง หนุ่มใหญ่กลับมานัดเจอกับลูกเลี้ยงสาวที่โรงแรมเดิม ห้องเดิมทุกครั้งที่มีโอกาสโดยไม่เจาะจงว่าต้องเป็วันหยุดอีกต่อไป
อีกอย่างพอใกล้เรียนจบใบหลิวก็ใช้เวลาอยู่นอกบ้านอย่างอิสระมากขึ้น เธอกลับดึกบ่อยกว่าเดิมโดยใช้ข้ออ้างว่าออกไปหาเพื่อนซ้ำอยู่อย่างนั้นโดยไม่สนว่าจะโดนจับได้ เพราะไม่มีใครสนใจอยู่แล้วว่าเธอจะอยู่หรือไป จะออกไปหาเพื่อนจริง ๆ หรือออกไปหาใคร
บางครั้งความเฉยชาก็กลับกลายเป็เื่ดี เพราะมันทำให้การนัดเจอกับพ่อเลี้ยงสะดวกกว่าเดิมและไม่ต้องกลัวว่าจะถูกจับได้อยู่หลายเดือนเลยทีเดียว