‘ท่านพี่ได้โปรดอย่าไปจากข้า ในเวลานี้อิงฮวา้าท่าน’
‘เ้า้าข้า ชาวบ้านเองก็้าข้าเช่นกัน ขุนศึกไม่ดูแลประชาชนแล้วจะมีไปไย’
‘ข้าเข้าใจดี แต่ข้าขอให้ท่านอยู่ต่อเพียงชั่วครู่ไม่ได้เลยหรือเ้าคะ’
‘แม้เพียงเสี้ยวก็ไม่ได้ น้องหญิงวันนี้เ้าเป็อะไรกันแน่ มีอะไรก็ให้รีบพูด หากไม่อีกหกเดือนค่อยเจอกัน’
ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งแค้นหลินจินกล่าวอย่างไม่มีเยื่อไยให้กับหญิงสาวผู้เป็ที่รักของเขาแม้แต่น้อย เขาไม่หันหลังเดินออกจากจวนไป โดยไม่ยอมหันหลังกลับมาเหลียวแลนางกำลังร้องไห้น้ำตานองหน้าด้วยความเศร้าที่ที่ให้เวลา้าเขามากที่สุดชายหนุ่มกลับไม่สนใจไยดีตนเลย ทำให้นางหมดแรงเข่าอ่อนล้มทรุดลงไปนั่งร้องไห้สะอื้นบนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก ข้างกายมีสาวใช้สองคนคอยปลอบขวัญผู้เป็คุณหนูด้วยความเห็นอกเห็นใจแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากคอยอยู่ข้าง ๆ นางเท่านั้น ขณะเดียวกันทั้งสองก็พากันแอบปาดน้ำตาไปด้วย
“โอ๊ยทำไมต้องเป็แบบนี้ด้วย นางเองก็ไม่ยอมบอกพระเอกไปว่าครอบครัวจะจับให้ออกเรือนกับคุณชายข้างจวนเพราะไม่มีปัญญาใช้หนี้ เห็นไหมเขาไปแล้วนั่น” เพลงขวัญบ่นให้กับนางเอกในซีรีส์ที่กำลังดูอยู่ด้วยความขัดใจ ทั้งที่เื่ก็ดำเนินมาด้วยดีตลอดไฉนอีกแค่ตอนเดียวก็จะจบแล้วกลับเป็แบบนี้ไปได้ ถึงเธอจะรู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่ตนดูอยู่เป็เพียงเื่สมมติแต่ก็อดที่จะบ่นให้ตัวละครไม่ได้ ปากก็บนไปแต่มืออีกข้างของเธอกลับดึงทิชชูจากกล่องขึ้นมาซับน้ำตาตัวเองที่อดร้องไห้ไปกับนางเอกไม่ได้ ทั้งร้องไห้ไปบ่นให้นางเอกไปหากคนมาเจอเข้ากับสภาพนี้คงคิดว่าเธอเสียสติเป็แน่
“เพลงขวัญ!!!! ลงมาข้างล่างหน่อยเร็ว” เสียงคุณพาขวัญผู้เป็แม่ะโขึ้นมาเรียกคนกำลังนั่งอินกับซีรีส์ในห้องจนตาบวม
“แป๊บนึง!!! เดี๋ยวลงไป” เพลงขวัญะโพลางสะอื้นลงไป ขณะเดียวกันสายตาฉ่ำน้ำตาของเธอก็ยังคงไม่ยอมละจากซีรีส์ด้วยซ้ำ
“เพลง!!!! ลงมานี่ก่อน อีกเดี๋ยวก็จะได้เวลาเปิดร้านแล้ว ไปซื้อผักชีจีนกับต้นหอมให้แม่หน่อยของหมด” คุณพาขวัญะโขึ้นมาอีกครั้ง ก็ทำให้เธอซึ่งกำลังดูฉากที่ครอบครัวของนางเอกมาจับตัวนางกลับไปเข้าพิธีแต่งงานเกิดหัวเสียเข้าไปใหญ่ที่โดนขัดจังหวะ จากกำลังเป็นางเองอยู่ดี ๆ ก็ต้องกลายร่างเป็ปีศาจอารมณ์ร้ายแทน
“แม่!!! แป๊บนึงได้ไหมจะจบตอนแล้ว” เพลงขวัญะโลงไปเสียงดังด้วยความหงุดหงิด
“ไม่ได้!!! แป๊บนึงของแกมันไม่มีอยู่จริง ไปเดี๋ยวนี้เลย หยุดเอาไว้ก่อนก็ได้ไหม ซื้อกลับมาค่อยกลับขึ้นไปดู” คุณพาขวัญเองก็ดูจะหัวเสียไม่แพ้กันเมื่อได้ยินผู้เป็ลูกสาวะโเสียงดังใส่ตน แต่ก็เรียกที่จะไม่สนใจด้วยรู้จักนิสัยเ้าลูกคนนี้ดี
“รู้แล้ว ๆ จะลงไปเดี๋ยวนี้ล่ะ” เพลงขวัญมองไปดูเวลาบนหน้าจอว่าอีกกี่นาทีจะจบตอนที่กำลังดูค้างอยู่ด้วยความอาลัยอาวรณ์
“แค่ห้านาทีเองก็จะจบแล้ว” เพลงขวัญตัดสินใจที่จะไม่หยุดซีรีส์ตอนนี้แต่ก็ยอมลุกออกจากเตียงของตัวเองกระนั้นก็ไม่วายยกโน้ตบุ๊กติดมือมาวางไว้ที่ขอบเตียง ก่อนจะเดินนับก้าวถอยหลังไปยังประตูหน้าห้อง ไม่นานหลังของเธอก็ชนเข้ากับประตูที่ปิดอยู่ มือขวาก็ทำหน้าที่เปิดประตูออกช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อน สายตาของเธอก็ยังคงจับจ้องไปยังหน้าจอโน้ตบุ๊กอยู่เช่นนั้น
“เพลง!!! แก่เป็จิ้งจกเหรอ ถึงยังเกาะประตูอยู่ได้ไม่ยอมลงมาสักที!!!” คุณพาขวัญเห็นท่าที่ราวกับจิ้งจกสิงร่างลูกสาวเช่นนั้นก็อดว่าให้ไม่ได้ แต่คนโดนว่าก็หาได้ใส่ใจ เมื่อจบตอนเธอก็ไม่รอช้ารีบปิดประตูหันหลังวิ่งลงบันไดอย่างรวดเร็ว
“แม่ะโอะไรนักหนา บอกว่าจะลงมาก็จะลงมาสิ ะโบ่อย ๆ ยัยป้าศรีบ้านข้าง ๆ ก็จะเอาไปโพนทะนาอีกหรอก” เพลงขวัญว่าให้แม่เมื่อลงมาถึงข้างล่าง แต่เมื่อท่านเห็นตาบวม ๆ ก็เธอก็ได้แต่ส่ายหัวให้และกลืนคำจะด่ากลับลงคอไปก่อนจะยัดเงินใส่มือเธอ
“ในเมื่อแกก็รู้อยู่แล้วว่าจะเป็แบบนี้ ทีหลังก็รีบลงมาเร็ว ๆ สิอย่าให้ต้องเรียกบ่อย”
“เอาแค่สองอย่างนี้ใช่ไหม” เพลงขวัญถามย้ำเพื่อความมั่นใจ เพราะจะได้ไม่ต้องออกไปซื้อบ่อย ๆ แม้ที่ขายผักจะไม่ได้อยู่ใกล้จากที่นี่นักก็เถอะ แต่ก็ทำให้เสียเวลาไม่น้อยในการเดินทางในแต่ละรอบและเปลืองน้ำมันด้วย
“เอาแค่นี้ล่ะ เพราะอย่างอื่นลุงสมชายเอามาส่งให้หมดแล้ว”
พอเห็นว่าผู้เป็แม่มั่นใจว่าไม่ได้ลืมอะไรจริง ๆ เธอก็เดินไปหยิบเอากุญแจรถมอเตอร์ไซค์บนหลังตู้เย็น ก่อนจะเดินไปหามอซอที่จอดอยู่หน้าร้านที่ประจำทันที
มอซอคือรถพ่วงซาเล้งเก่า ๆ ที่ใช้การมานานหลายปี ั้แ่จำความได้เธอก็เห็นคันนี้แล้ว ตอนนี้ก็ได้ยี่สิบสองปี สงสัยคงอยู่มาั้แ่มาเปิดร้านขายกวยจั๊บญวนที่นี่ก็เป็ได้
่นี้ก็เป็่ปิดเทอมเธอเลยจำต้องกลับมาอยู่ที่นี่เพื่อใช้แรงงาน หลังจากที่ผลาญเงินไปไม่น้อยตอนที่ยังเปิดเทอมอยู่
“ไม่เอาเหรอหมวกกันน็อก!!!” คุณพาขวัญะโตามหลังออกมาจากในร้าน พร้อมกับเดินถือติดมือมาด้วย
“ไม่เอาหรอกใกล้ ๆ เอง แม่เอาไปเก็บไว้ที่เดิมเถอะ อีกอย่างเช้า ๆ แบบนี้รถยังไม่เยอะด้วย” ว่าจบเพลงขวัญก็สตาร์ทรถขับมอซอออกไปที่ตลาดทันที
เธอยังขับไปได้ไม่ถึงไหนก็มีพวกเด็กแว่นป่วนเมืองในตอนค่ำคืนพากันกลับถิ่นเพื่อสะสมพลังงานไว้ออกมาป่วนใหม่ในยามราตรีขับผ่านมาทางเธอพอดี
“น้องสาวสนใจนั่งไปกับพี่ไหม รถกระป๋องคงไม่ถึงที่หมายง่าย ๆ หรอก” พอได้ยินที่พวกนั้นพูดจบเท่านั้นล่ะ เพลงขวัญก็ให้รู้สึกไม่พอใจเอามาก ๆ พวกเด็กดื้อพวกนี้กล้าดียังไงมาว่ามอซอของเธอเป็กระป๋อง รู้จักน้อยเกินไปแล้ว คิดได้แบบนั้น เธอก็สวมร่างนักซิ่งบิดเร่งความเร็วจนสุดเพื่อแสดงแสนยานุภาพของมอซอให้พวกนี้ได้ประจักษ์โดยทั่วกันว่าไม่ควรมาดูถูกกันจากสภาพที่เห็นจากเปลือกนอกเท่านั้น เด็กพวกนั้นที่เห็นเธอขับมาแบบนั้นก็พากันเร่งเครื่องตามมาติด ๆ และโห่ร้องไห้ด้วยความพอใจกับการตัดสินใจแบบนั้นของเธอ
เมื่อบิดมาสี่แยกเพลงขวัญก็เกิดอกสั่นขวัญแขวนขึ้น เพราะเธอขับมาถึงสี่แยก ไฟสัญญาณก็ดันขึ้นสีแดงบ่งบอกว่าต้องหยุดรถเพื่อให้รถอีกฝั่งได้วิ่ง แต่มอซอของเธอกลับไม่สามารถหยุดอย่างที่เธอ้าได้ ตอนนี้เธอรู้ซึ้งแล้วว่าการตัดสินใจทำเช่นนี้ของเธอมันผิดพลาดอย่างร้ายแรง แม่จะมารู้ตัวเอาตอนนี้ก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้แล้ว
“กรี๊ดดดดดด เบรกค้าง!!!!! พุธโธแคล้วคลาด ธรรมโมแคล้วคลาด สังโฆแคล้ว…..” ยังไม่ทันได้ท่องบทสวดมนต์จบรถพ่วงที่ขับตรงมาด้วยความเร็วเจอะเข้ากับมอซอและเธอที่ขับฝ่าไฟแดงเช่นนั้นมาก็หยุดไม่ทัน ทำให้ประสานงานเข้าเต็มแรง
ร่างของเพลงขวัญสาวเ้าเนื้อกระเด็นออกจากรถไปนอนอยู่บนกลางถนน พอลืมตาขึ้นมาได้ภาพมอซอที่โดนรถบรรทุกคันโชคร้ายลากมายังทางที่เธอกำลังนอนแอ้งแม้งไร้เรี่ยวแรงจะลุกหลบหนีได้ แม้ใจอยากจะะโหนีออกจากตรงนี้มากแต่ร่างกายกลับไม่อำนวยและไม่ทำตามคำสั่งของสมองเลย เพลงขวัญรีบหลับตาลงพร้อมรับชะตาที่ฟ้าประทานให้กับเธอในวันนี้
สักพักเพลงขวัญก็ลืมตาขึ้นมาใหม่ด้วยััถึงบางสิ่งบางอย่างมาทับแขนของเธอ มอซอมาหยุดนิ่งอยู่ข้าง ๆ กับร่างอันไร้เรี่ยวแรงของเธอ ตรงล้อพ่วงทับแขนอยู่ สภาพของมันในตอนนี้เกินจะเยียวยาจนมองแทบไม่ออกว่าเคยเป็รถมอเตอร์ไซค์มาก่อน คาดว่าคงถึงเวลาปลดเกษียณมันจริง ๆ
ขณะนอนแน่นิ่งอยู่เพลงขวัญก็พลันได้ยินเสียงรถพยาบาลวิ่งมาแต่ไกล จุดหมายปลายทางก็คงเป็ที่นี่ ไทยมุงไม่รู้มาจากไหนเริ่มเดินเข้ามาดูเธอและพูดคุยกันเกี่ยวกับสภาพของเธอว่าไม่น่าจะเกินหนึ่งชั่วโมงแน่ เืไหลออกมาเยอะขนาดนั้น ซึ่งเป็คำพูดที่ให้กำลังใจคนเจ็บอย่างเธอเป็อย่างมาก
“เพลงขวัญ!!!!!” เสียงคุณพาขวัญแม่ของลูกสาวคนเล็กของเธอดังขึ้นผ่าฝูงชนเข้ามาหยุดข้าง ๆ ร่างโทรมเืของคนบนพื้นในสภาพเหนื่อยหอบคาดว่าคงวิ่งมาจากร้าน
เพลงขวัญเห็นสภาพของแม่ก็รู้ว่าท่านคงรีบจริง ๆ เพราะในมือยังถือถุงผงซุปที่เตรียมไว้เทใส่หม้อต้มหลังจากน้ำเดือดแล้ว และในมืออีกข้างก็ยังมีกระบวยใหญ่เอาไว้คนน้ำซุปด้วย
คุณพาขวัญยืนมองร่างของลูกสาวคนเล็กนิ่ง ในเวลานี้แม้อยากจะดึงเด็กน้อยของเธอมากอดปลอบขวัญมากเพียงใดก็ทำได้เพียงยืนมองทำอะไรไม่ได้ เพราะหากเธอจับร่างอันบอบบางไม่ระวังลูกของเธออาจเจ็บมากกว่าเดิมก็ได้ หาก์เมตตาอย่างที่ผ่านมา เธอก็อยากจะเป็คนที่นอนอยู่ตรงนั้นมากกว่าที่ต้องมายืนทนมองภาพอันเ็ปทรมานใจเช่นนี้ อีกอย่างลูกสาวของเธอก็ยังน้อย ยังต้องเติบโตและได้เห็นโลกภายนอกมากกว่านี้ ไม่ใช่ต้องสิ้นสุดลงแบบนี้
“แม่….หนู….ขอ….โทษ” เพลงขวัญพยายามเค้นเสียงอันแหบแห้งของเธอบอกกับท่านด้วยความยากลำบาก สุดท้ายจึงทำได้เพียงฝืนยิ้มอ่อนให้เท่านั้น เหนื่อยเกินไปแล้ว ยิ่งเห็นน้ำตาแม่ที่ยืนร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ร่างของเธอแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรมันช่างชวนปวดใจนัก
หากเป็ไปได้เธออยากจะลุกขึ้นไปปลอบท่านและบอกว่าหนูไม่เป็อะไร แต่ตอนนี้กลับทำได้เพียงคิดและร้องไห้เท่านั้น ด้วยร่างกายของเธอตอนนี้ไม่อำนวยเลยและในหัวก็ได้แต่ถามกับตัวเองย้ำ ๆ ว่าอะไรดลใจให้ทำเช่นนี้ อายุยังน้อยอยู่แท้ ๆ ก็ต้องจากครอบครัวแล้วอย่างนั้นเหรอ แถมการจากไปของเธอก็ทำให้คนที่ตัวเองรักมากที่สุดเสียน้ำตา จากการกระทำอันคิดน้อยอีกด้วย แย่เกินไปแล้วในตอนนี้เธอรู้สึกโกรธและเกลียดตัวเองที่สุดที่ทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่รักและดูแลตัวเองเป็ทุกข์ใจแบบนี้
ระหว่างกู้ภัยกำลังช่วยยื้อชีวิตของเธอกันจนวุ่นวาย อยู่ ๆ เพลงขวัญก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนแรงของอะไรสักอย่างดึงตัวไปยังสถานที่อันไม่คุ้นตา
คุณพาขวัญตอนนี้เหมือนคนไร้เรี่ยวแรงแม้แต่ถุงผงซุปกวยจั๊บและกระบวยยังหล่นลงพื้น ก่อนร่างอันสิ้นหวังของเธอจะทรุดลงร้องไห้และะโเรียกชื่อเพลงขวัญซ้ำ ๆ เสียงดังไม่อายใคร ขอเพียงคนที่หลับตาไปลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง และหากเธอ้าดูซีรีส์หรือทำอะไรตนก็จะไม่ว่าอีกเลย แถมยังจะไปนั่งดูเป็เพื่อนด้วย ที่ผ่านมายอมรับว่าเข้มงวดกับเธอมากเกินไปจริง ๆ หวังว่า์จะเห็นใจและให้คนเป็แม่คนนี้ได้มีโอกาสแก้ตัวอีกสักครั้งด้วยเถอะ
“ได้โปรดช่วยลูกฉันด้วยนะคะ ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรฉันก็ยอม เธออายุยังน้อยขอร้องช่วยลูกฉันด้วย” คุณพาขวัญตอนนี้เหมือคนเสียสติทั้งร้องได้และเรียกชื่อลูกสาวตัวเอง กระนั้นก็ยังไม่ลืมขอร้องพร้อมยกมือไหว้ทีมกู้ภัยที่ทำการช่วยชีวิตเพลงขวัญ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหนขอให้เธอมีลมหายใจอยู่ต่อไปตนก็ยอม
เพลงขวัญหลังจากทรงตัวจากแรงกระชากที่มองไม่เห็นนั้นได้เธอก็ต้องสับสน มึนงงกับบรรยากาศโดยรอบอันว่างเปล่านี้ ระหว่างมองไปรอบ ๆ ตัว เธอก็ได้ยินเสียงของผู้เป็แม่ะโเรียกชื่อมาแต่ไกล น้ำเสียงของท่านนั้นชวนให้คนฟังอย่างเธอปวดใจเอามาก
เพลงขวัญในตอนนี้ทั้งร้องไห้และะโตอบกลับผู้เป็แม่ได้ แม้เธอจะะโดังเพียงใดก็ดูเหมือนจะไปไม่ถึงท่านเลย จนในที่สุดของผู้เป็แม่ก็ค่อย ๆ ห่างออกไปจนไม่ได้ยินเสียงนั้นอีกเลย เพลงขวัญยืนร้องไห้สับสนกับความอ้างว้างและเงียบสงัดไร้ผู้คนอยู่นั้น เธอก็ได้กลิ่นของผงซุปกวยจั๊บญวนที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณตรงเธอยืนเคว้งอยู่ ถามว่าทำไมเธอถึงรู้ได้ว่าเป็กลิ่นของผงซุปกวยจั๊บญวน นั่นก็เพราะเธอได้กลิ่นนี้ั้แ่อยู่ในท้องของแม่แล้วอย่างไรล่ะ
ตกลงแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่ หรือว่าเธอได้ตายแล้วอย่างนั้นเหรอ พวกเขาช่วยยื้อชีวิตน้อย ๆ ของเธอไว้ไม่ได้อย่างงั้นเหรอเพลงขวัญคิดถามกับตัวเองซ้ำ ไม่ได้นะ วันนี้เธอตั้งไว้ว่าจะดูซีรีส์ให้จบก่อนเพราะเหลืออีกตอนเดียวก็จะจบแล้ว อีกอย่างผักชีกับหอมก็ยังไม่ได้ได้ซื้อกลับไปให้แม่เลย ขณะกำลังวุ่นคิดอะไรต่อมิอะไรกับตัวเองกับสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ จู่ ๆ ร่างของเธอก็เหมือนถูกแรงอะไรกระชากอีกครั้งแถมยังแรงกว่าครั้งที่แล้วอีกด้วย ทำให้เธอต้องรีบยกมือปิดตาด้วยความหวาดกลัว
“แม่นาง แม่นางเ้าเป็อะไรหรือไม่” เสียงของใครบางคนเรียกพลางเขย่าตัวเบา ๆ แต่ภาษาที่พูดกลับต่างจากที่พูดกันในปัจจุบัน มันให้ความรู้สึกเหมือนคนโบราณที่เขาใช้พูดในซีรีส์ย้อนยุคที่เธอกำลังดูค้างอยู่เลย สงสัยคงเพราะตนนั้นเอาแต่นึกถึงมากไปหน่อย เลยเผลอได้ยินเสียงเป็ภาษาโบราณเช่นนี้เพลงขวัญคิด
สุดท้ายเธอก็จำต้องค่อย ๆ ลืมตาขึ้นตามเสียงเรียกนั้นด้วยไม่สามารถทานทนต่อเสียงรบกวนข้างหูของเธอได้ และทันทีที่สายตาหวานปรับแสงได้ ทำให้มองเห็นภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น
กรี๊ดดดดดดดดดด อ๊ากกกกกก เสียงของเพลงขวัญกับผู้ชายหน้าอ่อนผมยาวะโแหกปากร้องขึ้นเสียงดังแข่งกันอย่างไม่มีใครยอมใครตรงข้างทาง ซึ่งเรียกความสนใจจากผู้คนแถวนั้นได้เป็อย่างดี
เพลงขวัญรีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความใพร้อมกับสำรวจตัวเองไปด้วย ขณะเดียวกันก็มองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ไม่คุ้นตาตัวเองแม้แต่น้อย
“นี้มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่ ์ต้องกำลังเล่นตลกกับชีวิตของฉันอยู่ใช่ไหมมมมม อ๊ากกกกกก”
อีกด้านหนึ่งของโลกที่เพลงขวัญจากมา
ทางคุณหมอที่ทำการรักษาเพลงขวัญก็ให้คุณพาขวัญตัดสินใจว่าเธอจะยอมปล่อยให้ลูกสาวจากไปอย่างสงบ หรือจะให้ช่วยต่อ แต่หากช่วยเธอก็จะมีสภาพเป็เ้าหญิงนิทราด้วยร่างกายของเธอเสียหายมาก ตอนนี้หากถอดเครื่องช่วยอาจจะสงบไปเลย
หัวอกคนเป็แม่มีหรือจะปล่อยลูกสาวไปง่าย ๆ ขอแค่ลูกสาวมีลมหายใจต่อไปก็ยอมทั้งสิ้น แม้รู้ว่าเธออาจไม่ฟื้นขึ้นมา แต่อาจจะมีสักวันที่เ้าลูกสาวผู้อยู่นิ่งได้ไม่นานของตนจะี้เีนอนแล้วลุกขึ้นมาก็ได้
“รักษาเธอต่อไปค่ะ ช่วยรักษาเธอเต็มที่เลยนะคะ ค่ารักษาเท่าไหร่ฉันไม่ว่าขอแค่ลูกสาวฉันยังมีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ต่อไป”
“เมื่อคุณแม่ยืนยันมาเช่นนี้ ทางเราก็จะทำเต็มที่ครับ” คุณหมอเ้าของไข้ของเพลงขวัญก็เดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง
คุณพาขวัญยืนรอที่หน้าห้องฉุกเฉินไม่ยอมจากไปไหน เพราะเธอต้องได้เห็นหน้าลูกสาวก่อนถึงจะสบายใจ แม้ลูกจากที่ร้านจะเอาข้าวมาส่งเธอก็ไม่ยอมแตะ
ในเย็นวันนั้นลูกชายคนโตและลูกสาวคนรองกับมาถึงโรงพยาบาล แม้พวกเขาจะช่วยกันพูดเท่าไหร่ผู้เป็แม่ก็ไม่ยอมมานั่งและทานข้าวเลย ทำเอาทั้งสองเป็กังวลว่าแม่จะเป็อะไรไปอีกคน
เช้ามืดวันต่อมาร่างของเพลงขวัญก็ถูกบุรุษพยาบาลเข็นไปที่ห้องพักฟื้นพิเศษตามความประสงค์ของญาติคนไข้
“ฟื้นเร็ว ๆ นะลูกแม่รออยู่” คุณพาขวัญก้มลงกระซิบข้างหูของเธอ หวังให้คนนอนนิ่งอยู่บนเตียงได้รับรู้ แต่แล้วร่างกายที่ไม่ได้ท่านอะไรั้แ่เมื่อวานแถมไม่ได้พักผ่อนของเธอก็ดับวูบลงข้างเตียงผู้ป่วยของเพลงขวัญ
ขอบคุณนักอ่านผู้น่ารักที่ได้แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ ถ้าชอบก็อย่าลืมปาหัวใจให้เป็กำลังใจกันด้วยน๊าาาา
ฝากเป็กำลังใจให้เพลงขวัญของเราด้วยนะคะ