วาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 100 ประหารต่อหน้าประชาชน


           ตะวันขึ้นสูงอยู่กลางท้องฟ้า ไกลออกไปร้อยลี้ไร้มวลหมู่เมฆ แสงอาทิตย์สาดส่องลงบนพื้นส่องแสงระยิบระยับแสบตา

            แม้ว่าพระอาทิตย์เจิดจ้าร้อนแรงจะลอยอยู่เหนือศีรษะ อากาศร้อนระอุ เมืองหลวงยังคงมีคนมาออกันอยู่อย่างเนืองแน่น

            ครั้นถึงตอนกลางวัน หน้าประตูวังหลวงมีคนจำนวนมากอออยู่เต็มไปหมด ล้วนเป็นประชาชนที่มาดูเหตุการณ์ เพราะว่านี่เป็นสถานที่ประหารชีวิตต่อหน้าผู้คน

            สิบกว่าปีมานี้ แคว้นเป่ยเยี่ยนไม่ได้เกิดเรื่องราวใหญ่โตจนต้องมีการประหารต่อหน้าทุกคน บรรดาประชาชนย่อมไม่พลาดฉากโหดร้ายนองเลือด ทั้งยังเป็นเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ผู้คนมากมายพาคนในครอบครัวมากันหมด แม้ว่าจะร้อนจนเหงื่อโซมกายก็จะต้องรอดูฉากสำคัญนั้นให้ได้

            การลงมือครั้งนี้ใช้องครักษ์ร้อยกว่าคนในการดำเนินการ คอยล้อมประชาชนเอาไว้อยู่ด้านนอก

            ยิ่งนานเข้าคนที่มาพูดคุยกันก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ

            “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าว่านฟางกับหวังเทาทำผิดร้ายแรงอะไรหรือ? การประหารต่อหน้าประชาชนจะโหดร้ายเกินไปหรือไม่”

            “เจ้าเบาเสียงลงหน่อย หากถูกทหารหลวงได้ยินเข้า ไม่แน่ว่าเจ้าเองก็จะถูกตัดหัวไปด้วย”

            “คนที่ถูกตัดหัวประหารต่อหน้าผู้อื่นจะต้องทำผิดร้ายแรงจนไม่อาจอภัยได้ โทษอย่างม้าแยกร่างไปคนละทาง หรือแยกร่างออกไปเป็นส่วนๆ นั้นก็เช่นเดียวกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นกบฎก็ได้”

            “แต่ว่าว่านฟาง หวังเทาเป็นเพียงขุนนางตัวเล็กๆ ของกองทัพตรวจสอบอาวุธทหาร จะไปเป็นกบฎได้อย่างไร?”

            “ใครจะรู้เล่า? สกุลว่าน สกุลหวัง รวมถึงคนในตระกูลทั้งเก้ารุ่นรวมแล้วร้อยกว่าชีวิตต้องไม่เหลือไว้สักคน”

            “หากไม่ถอนรากถอนโคนก็ยากจะหลีกเลี่ยงคนมาแก้แค้น กลายเป็นเรื่องแย่ในภายหลัง”

            “เจ้าว่าทางราชสำนักจะตัดสินผิดพลาดหรือไม่? หากประหารผิดคน เช่นนั้นคนมากมายเหล่านี้ไม่ใช่ว่าตายไปอย่างไร้ความผิดหรือ?”

            “หากตัดสินผิดจริง ราชสำนักจะยอมรับหรือ? อีกอย่างว่านฟางกับหวังเทารับราชการที่กองทัพตรวจสอบอาวุธทหาร กองทัพนั่นเป็นที่อย่างไรกัน? แค่ลองคิดดูก็รู้แล้วว่าพวกเขาทำเรื่องอะไรลงไป”

            ครั้นคนได้ยินวาจาประโยคนี้แล้วหัวใจพลันเย็นเยียบ

            ประชาชนร้อยกว่าคนจับกลุ่มพูดคุยกัน ราวกับคลื่นน้ำที่ซ่านกระเซ็น

            มีคนพูดออกมาชัดเจนถึงเพียงนั้น หลายคนก็เข้าใจแล้วว่าว่านฟางกับหวังเทาสมควรตายอย่างไร ก่อนจะพากันหวาดกลัวจนไม่กล้าพูดออกมา

            มีทหารฝีมือดีมาเปิดทาง ประชาชนก็แหวกทางให้ ก่อนจะเห็นรถม้าคันหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนที่มา จากนั้นก็หยุดลง

            บรรดาผู้คนต่างมองดูก่อนจะเห็นท่านอ๋องผู้ว่าราชการแทน

            คนผู้หนึ่งเดินออกมายืนอยู่ตรงที่บังคับรถ มองลงมาจากที่สูงอย่างตรวจตรา ท่าทางน่าเกรงขามราวกับเป็นเจ้าเหนือหัวแห่งประชาชนทั้งปวง เป็นนายใหญ่ของทุกผู้ทุกคน

            บรรดาประชาชนเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลายืนอยู่ใต้แสงอาทิตย์ไกลๆ ท่าทางหยิ่งทะนงของคนผู้นั้นดึงดูดความสนใจของทุกคน ทำให้คนมากมายที่เห็นแล้วรู้สึกถึงอนาคตอันมั่นคงของแคว้น สายตาของคนมากมายจึงเต็มไปด้วยความร้อนแรงและนับถือ นี่คือบุรุษที่ราวผู้ที่มาจากตำหนักเทพเจ้าเพื่อมาช่วยแคว้นเป่ยเยี่ยน ปกปักษ์รักษาแคว้น ทั้งยังดูแลความสงบในแคว้นอีกด้วย 

            ทันใดนั้น ข้างกายของท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทนก็มีคนเพิ่มเข้ามาอีกคนหนึ่ง เหมือนจะเป็นองค์รัชทายาทที่ไม่ได้เรื่องผู้นั้น

            ใบหน้าสง่างามหล่อเหลาขององค์รัชทายาท ดูดีจนกระทั่งภาพวาดก็ไม่อาจบรรยายรูปร่างสง่างามของเขาออกมาได้ แต่เขากลับเป็นคนไม่ได้เรื่องเสียนี่!

            เขายืนอยู่กับท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการแทน คนหนึ่งคือดิน คนหนึ่งคือฟ้า ไม่อาจนำมาเทียบกันได้เลย

            มู่หรงฉือเห็นเขาลงจากรถม้าเดินไปยังแดนประหารก็รีบตามเขาไป

            ประชาชนที่มาดูในวันนี้เยอะมากจริงๆ ล้อมอยู่เสียจนไม่มีช่องให้เดิน พวกเขาเกือบจะเข้าไปไม่ได้

            กลางลานประหาร เพชฌฆาตถือดาบรอคอยการมาถึงของนักโทษ

            มู่หรงอวี้นั่งอยู่ตรงหน้าแท่นประหาร ส่วนนางนั่งรอดูเรื่องสนุกอยู่ด้านข้าง

            เมื่อถึงตอนบ่าย นางส่งสัญญาณให้เจ้ากรมราชทัณฑ์และผู้พิพากษาศาลต้าหลี่ จากนั้นสองคนก็มีคำสั่งลงไปให้ไปจับนักโทษมา

            ไม่นานนัก มวลชนก็เห็นนักโทษสองคนถูกทหารจับตัวพาขึ้นไปบนแท่นประหาร

            แสงอาทิตย์ส่องกระทบลงมายังดาบใหญ่ในมือของเพชฌฆาตจนเกิดเป็นแสงสีเงินวาววับ แววตาของเพชฌฆาตดุดันน่าหวาดหวั่น

            ความจริงว่านฟางได้ตายไปแล้ว แต่ก็ยังต้องทำการตัดหัวต่อหน้าทุกคน

            ส่วนหวังเทาที่ยังไม่ตายก็หมดอาลัยตายอยาก ดวงตาว่างเปล่าไร้สิ่งที่บ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่แม้สักเสี้ยว

            ในฤดูร้อนอันอบอ้าว ไม่มีกระทั่งลมที่พัดผ่าน ประชาชนมากมายเหงื่อไหลเต็มแผ่นหลังต่างรอคอยฉากนองเลือด

            มู่หรงฉือกวาดตามองไปอย่างไม่ใส่ใจ เห็นเสิ่นจือเหยียนยืนผิวขาวผ่องอยู่ท่ามกลางขุนนางบุ๋นบู๊

            ข้างกายของเขามีมู่หรงสือยืนอยู่

            มู่หรงสือเห็นองค์รัชทายาทมองมาทางตนก็อดดีใจไม่ได้

            มู่หรงฉือรีบดึงสายตากลับมาทันที จริงๆ เลยเชียว ไม่มีเรื่องอะไรยังจะมองทางนั้นไปทำไมกัน?

            นางหันไปมองผู้พิพากษาที่อยู่ข้างกาย ยามนี้ใบหน้าหล่อเหลาของมู่หรงอวี้ขาวราวหิมะ เยียบเย็นไปจนถึงกระดูก

            พระอาทิตย์ลอยขึ้นเหนือหัว นางเองก็รู้สึกร้อน จู่ๆ ก็มีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในหัว : คุณชายชุดทองจะมาดูหรือไม่?

            แววตาของนางกวาดมองไปในกลุ่มคนหัวดำมากมาย แต่หากเขามาดูจริง ย่อมจะต้องปลอมตัวมา

            เจ้ากรมราชทัณฑ์ยกมือขึ้นแล้วลดมือลงไปทางประชาชน “ว่านฟาง หวังเทาร่วมมือกันกระทำความผิด ทั้งยังเป็นความผิดที่ไม่อาจละเว้นได้ ต้องตัดหัวต่อหน้าประชาชนเก้าชั่วโคตร หวังว่าทุกคนจะไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง”

            ทั่วทั้งบริเวณไม่มีกระทั่งเสียงนกร้อง

            ขุนนางที่มาดูรอบๆ เหล่านั้นพากันก้มหน้าลง

            หัวใจของมู่หรงฉือเต้นแรง การประหารครั้งนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับขุนนางทั้งสองฝ่ายได้อย่างไม่ต้องสงสัย

            เจ้ากรมราชทัณฑ์หันมาส่งสัญญาณกับมู่หรงอวี้ว่าเป็นเวลาเที่ยงแล้ว มู่หรงอวี้หยิบป้ายคำสั่งโยนออกไปอย่างเรียบง่ายด้วยใบหน้าเย็นชา

            เพชฌฆาตทั้งสองรออยู่นานมากแล้ว ทั้งสองค่อยๆ ยกดาบใหญ่ขึ้นมา 

            แสงสีเงินราวหิมะ ประหนึ่งดาวตกที่ร่วงหล่นลงมา!

            หัวสองหัวร่วงหล่นลงบนพื้น ก่อนที่ร่างของทั้งสองจะล้มลงไป

            บรรดาสตรีกับคนที่ขี้ขลาดจำนวนไม่น้อยต่างปิดตาไม่กล้ามองภาพอันโหดร้ายนี้

            ต่อมา ก็มีทหารหยิบหัวที่มีเลือดไหลนองเดินลงมา จากนั้นก็นำไปเสียบที่ไม้แขวนประจาน แสดงให้ทุกคนดูเป็นเวลาสามวันเพื่อสร้างความหวั่นเกรง

            มู่หรงฉือคิดในใจ ภาพนี้ หัวสองหัวนี้จะกลายเป็นฝันร้ายตอนกลางวันของผู้คนมากมาย

            ...

            หลังจากตัดหัวนักโทษต่อหน้าทุกคนแล้ว มู่หรงฉืออยากกลับไปนอนที่ตำหนักบูรพาสักหลายชั่วยาม ทว่ามีคนมาขวางรถม้าของนาง

            มู่หรงสือยิ้มสดใส “เตี้ยนเซี่ย พวกเราไปเที่ยวที่แม่น้ำกันเถิดเพคะ”

            ฉินรั่วกล่าว “องค์หญิง เตี้ยนเซี่ยเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก ต้องการกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักบูรพาเพคะ”

            มู่หรงสือไม่สนใจ นางพูดออกมาอย่างแง่งอน “เตี้ยนเซี่ย ยามนี้ยังเป็นเวลาบ่ายอยู่เลย ไปเที่ยวกันสักหน่อยเถิดเพคะ”

            มู่หรงฉือตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมลงให้นางอีก จึงตวาดออกมาทันที “บังอาจนัก! รถม้าของเปิ่นกงเจ้ายังกล้ามาขวาง?”

            มู่หรงสือตกตะลึงไป เตี้ยนเซี่ยโมโหแล้ว?

            “องค์หญิง เตี้ยนเซี่ยมีเรื่องที่ยังต้องทำเพคะ ไม่มีเวลาว่างมาเล่นกับท่าน” ฉินรั่วพูดหน้านิ่ง อดรนทนไม่ไหวอยากจะสั่งสอนที่นางมาขวางเตี้ยนเซี่ยอยู่ตลอดนานแล้ว

            “แต่ว่า คนเราจะต้องพักผ่อนบ้าง เตี้ยนเซี่ยคิดเสียว่าเป็นการพักผ่อนก็ได้แล้วนี่นา...” มู่หรงสือพูดอุบอิบ

            “ถึงเตี้ยนเซี่ยจะมีเวลาว่าง ก็ไม่มีทางไปเล่นสนุกกับองค์หญิงเพคะ” ฉินรั่วพูดเสียงเย็นข้างหูของนาง “เตี้ยนเซี่ยรู้ถึงความรู้สึกขององค์หญิง แต่องค์หญิงตัดใจเถิด กระทั่งจะพูดคุยกับท่านเตี้ยนเซี่ยก็ยังไม่อยาก รู้สึกเพียงแค่ท่านน่ารำคาญเป็นอย่างมาก น่ารังเกียจยิ่ง”

            “โฮ...”

            จู่ๆ มู่หรงสือก็ร้องไห้ออกมา เสียงร้องไห้นั้นดังเป็นพิเศษ ทั้งยังร้องได้อย่างทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ดึงดูดสายตาของคนไม่น้อยให้หันมามอง

            ฉินรั่วคิดไม่ถึงว่านางจะร้องไห้ออกมากลางถนน อีกทั้งยังมีหลายคนมองอยู่เช่นนี้ จึงไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

            มู่หรงฉือในรถม้าได้ยินเสียงร้องไห้ของนางก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที

            จะทิ้งนางเอาไว้กลางถนนเช่นนี้ไม่ได้ โจ่งแจ้งเกินไป

            มู่หรงสือร้องไห้อย่างเจ็บปวดแล้วพูด “พวกเจ้ารังแกข้า...เตี้ยนเซี่ยรังแกข้า...”

            มู่หรงอวี้เดินเข้ามาด้วยดวงตาเย็นชา “เจ้าก่อเรื่องอะไรอีก? ทำมือของเตี้ยนเซี่ยถูกน้ำร้อนลวกแล้วยังจะมาตอแยเตี้ยนเซี่ยอีกหรือ? เจ้าคิดว่าเตี้ยนเซี่ยว่างไปเที่ยวเล่นทั้งวันเช่นเจ้าหรือ? ยังไม่กลับไปอีก?”

            ได้ยินเสียงตำหนิของอาสาม นางก็รีบเช็ดน้ำตาทันทีด้วยความรวดเร็วราวพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ ฉินรั่วมองแล้วก็ถึงกับตะลึงตาค้างไป

            ดูเหมือนว่าจะมีเพียงมู่หรงอวี้เท่านั้นที่จะกำราบนางได้

            มู่หรงสือไม่สนใจแม้แต่จะกล่าวอำลา รีบร้อนจากไปทันที

            มู่หรงอวี้เข้ามาในตัวรถ มู่หรงฉือมองเขาอย่างตกตะลึง “เปิ่นกงจะกลับตำหนักบูรพา รถคันนี้ก็ถือว่าให้เปิ่นกงยืมเถิด”

            รถม้าเคลื่อนตัวไปข้างหน้า แต่ว่าถนนมีคนแน่นขนัดจึงทำให้เดินทางได้ค่อนข้างช้า

            “ภาพนั้นของว่านฟาง เตี้ยนเซี่ยมีความคิดอะไรหรือไม่?” คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันน้อยๆ

            “เปิ่นกงรู้สึกว่า...” เห็นเขาถามอย่างจริงจัง นางจึงพูดสิ่งที่สงสัยออกมา “มีความรู้สึกแปลกๆ ที่พูดไม่ออก แต่ก็จับต้องไม่ได้...”

            “มิสู้ไปที่บึงเสวียนเยว่กันอีกสักครั้ง”

            “หา? ไปทำอะไรหรือ?”

            ความจริงแล้วนางก็รู้ ไปดูที่บึงเสวียนเยว่ไม่แน่ว่าจะได้เบาะแสอะไรมาบ้าง แต่เมื่อคิดถึงคำพูดของเขาที่พูดตอนอยู่ที่บ่อน้ำร้อนก็รู้สึกต่อต้านขึ้นมาทันที

            มู่หรงอวี้ทำหน้าไม่ยี่หระ “อีกประเดี๋ยวเปิ่นหวางจะไปที่บึงเสวียนเยว่ เตี้ยนเซี่ยจะไปหรือไม่ก็ตามใจ”

            มู่หรงฉือกัดฟันเงียบๆ จะไปหรือไม่ไปดี?

            ฉินรั่วที่ได้ยินพวกเขาคุยกันจากด้านนอกก็ขอพรต่อฟ้า : เตี้ยนเซี่ย ท่านจะต้องระวังตัวให้มากนะเพคะ

            ครุ่นคิดอยู่นาน สุดท้ายมู่หรงฉือก็ตัดสินใจไปที่บึงเสวียนเยว่

            พักผ่อนอยู่ที่จวนอวี้หวางครู่หนึ่ง ก่อนที่พวกเขาจะพาทหารชั้นยอดยี่สิบนายไปที่บึงเสวียนเยว่อย่างรวดเร็ว

            บึงเสวียนเยว่ภายใต้แสงอาทิตย์ที่ร้อนระอุยังคงมีไอน้ำลอยขึ้นปกคลุมเต็มไปหมด ยังคงเป็นเหมือนแม่น้ำของเหล่าเทพเซียน เพียงแต่อากาศร้อนเช่นนี้ไม่เหมาะที่จะแช่ตัวในน้ำร้อนสักเท่าไหร่

            ความเงียบสงัดแผ่คลุมไปทั่วบริเวณ เสียงร้องของสัตว์ดังมาจากที่ไกลๆ เสียงร้องจิ๊บๆ ของนกกระเต็นไพเราะน่าฟัง

            ดอกไม้กอเล็กๆ เบ่งบานอยู่เต็มพื้นดินอันชุ่มชื้น สีแดงสดสะดุดตาพลิ้วไหวไปตามลม

            มู่หรงฉือเด็ดดอกไม้ดอกหนึ่งขึ้นมาเล่น ก่อนที่สมองจะคิดอะไรขึ้นมาได้!

            “กำลังคิดอะไรอยู่หรือ?” มู่หรงอวี้เดินเข้ามาถาม ก่อนหน้านี้เขามองไปรอบๆ แล้วไม่พบอะไร

            “…” นางถลึงตาใส่เขาอย่างหมดคำพูด ก่อนจะครุ่นคิดต่อ

            “หากเจ้ายังไม่พูดอีก เปิ่นหวางจะอุ้มเจ้าไป” เขาขู่

            “อย่าซน” นางขมวดคิ้วน้อยๆ

            ได้ยินสองคำนี้แล้วอารมณ์ของมู่หรงอวี้ก็ดียิ่ง มีเพียงคนที่สนิทสนมกันเท่านั้นถึงจะพูดเช่นนี้ออกมา

            นี่หมายความว่า นางมองเขาเป็นคนที่สนิทมากแล้วใช่หรือไม่?

            มู่หรงฉือพูดเสียงเรียบ “คุณชายชุดทองจงใจวางดอกลั่วเสิน[1]หนึ่งดอกเอาไว้ในร้านหลิงหลงเซวียนเพื่อหลอกล่อให้เรามาที่นี่ ให้เข้าใจว่าเราถูกหลอก แต่ว่าสถานที่ที่อันตรายที่สุดก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด บ่อเสวียนเยว่ถูกเปิดเผยแล้ว พวกเรามาแล้วครั้งหนึ่งย่อมไม่มีทางมาอีก ดังนั้นจึงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด เช่นนั้นจากความคิดที่ระมัดระวังของคุณชายชุดทอง ความจริงแล้วที่นี่ก็คือสถานที่ซ่อนตัวนอกเมืองของเขา ไม่แน่ว่าที่นี่ก็มีโลกใต้ดินเหมือนกัน”

            เขาลูบศีรษะของนาง “นับว่าเจ้าก็ไม่ได้โง่จนเกินไป เพราะนี่ก็คือเป้าหมายที่เปิ่นหวางมาที่นี่”

            นางมองเขาด้วยความตกตะลึง “ท่านคิดถึงเรื่องนี้ได้ก่อนแล้ว?”

            มู่หรงอวี้พยักหน้า “หาไม่แล้วเปิ่นหวางจะมาที่นี่ทำไมกัน? เปิ่นหวางว่างมากรึ?”

             เชิงอรรถ

             [1] ดอกกระเจี๊ยบ

     

    คล้ายกับเรื่องวาดชะตา ทวงบัลลังก์รัชทายาทหญิง ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392