บทที่ 4
ใบหน้าของสองพี่น้องเต็มไปด้วยความสุข
หวังหานซานมองด้วยสายตาเวทนาเขาวางจอบลงและเดินจากไป แล้วกล่าวพึมพำกับตนเอง “เด็กพวกนี้เคยใช้ชีวิตโดยไม่คิดและไร้สติ ตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาพังทลายขนาดรากหญ้าก็มองว่าเป็สมบัติ”
งานที่เหลือใช้แรงน้อยกว่ามากหวังเทียน หวังอิงอิง ช่วยกันหอบรากหญ้าไปล้างที่ริมน้ำแล้วบดในครกหิน
หลังจากที่พวกเขายุ่งมานานทั้งสองคนรู้สึกเหนื่อยมาก โดยเฉพาะหวังเทียนร่างกายของเขาอ่อนแอกว่าน้องสาวมากตอนนี้เขาปวดหลังไปหมด พวกเขารากหญ้าที่ตำใส่ถังน้ำ
ทั้งสองคนค่อยๆ เดินหาทำเลเหมาะ ๆ ที่ริมแม่น้ำ
หวังเทียนเห็นปลาแหวกว่ายอยู่ใต้น้ำเขาจึงโรยแป้งหมี่ถั่วเหลืองที่พกมาจากบ้านลงไปในน้ำเพื่อใช้เป็เหยื่อปลา ปลากลุ่มหนึ่งว่ายรุมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ หวังเทียนค่อย ๆ เทของเหลวที่ได้จากการตำรากหญ้าลงไปอย่างระมัดระวัง
เมื่อน้ำที่ได้จากการตำรางหญ้านั้นกระจายตัวปลาที่มากินเหยื่อก็ค่อย ๆ ลอยหงานท้องขึ้นมา
หนึ่งตัว...สองตัว...สามตัว....
“พี่ใหญ่มันได้ผลปลาลอยขึ้นมาแล้ว”
หลังจากนั้นสักพักหวังเทียน หวังอิงอิง ก็ช่วยกันจับปลาตัวใหญ่ได้สิบตัว ตัวเล็กอีกแปดตัว
ปลาตัวใหญ่หนักประมาณห้าชั่งตัวเล็กหนักประมาณหนึ่งชั่ง ส่วนที่ตัวเล็กกว่านี้พวกเขาปล่อยไปไม่ได้จับขึ้นมา
เมื่อพระอาทิตย์ตกดินหวังเทียนและหวังอิงอิง ก็เดินกลับบ้านด้วยของที่เต็มตะกร้าผ่านกระท่อมมุงหลังคาจากสี่หลัง มีคอกวัวและลานเล็ก ๆที่ล้อมรั้วทางด้านตะวันออกของหมู่บ้าน
“ลุงหานซาน”
“ลุงหานซาน”
หวังเทียนและหวังอิงอิง ช่วยกันะโเรียกเขาหน้ากระท่อม
ไม่นานก็มีเด็กน้อยน่ารักที่เหมือนตุ๊กตาตัวน้อยสวมเสื้อคลุมยัดนุ่นวิ่งออกมาจากเรือนไปมองดูหวังเทียน หวังอิงอิง ด้วยความเขินอาย
“อ้าวเทียนเอ๋อร์ อิงเอ๋อร์ ลุงของเ้าไม่อยู่หรอก เพิ่งออกไป มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าแล้วนี่พวกเ้าหายดีแล้วหรือ?”
มีหญิงวัยกลางคนเดินออกมาจากในบ้านดวงตาของนางดูขุ่นมัวฝ้าฟาง ไม่สดใส ร่างกายผอมแห้ง
“ป้าหงลุงหานซานช่วยข้าเมื่อตอนเที่ยง ข้าเลยเอาปลามาให้เป็การขอบคุณขอรับ”
หวังเทียนหยิบปลาตัวใหญ่สามตัวตัวเล็กอีกสามตัวออกมาวางไว้ที่ประตูแล้วจากไป
“อานี่มันเยอะเกินไป เยอะเกินไปแล้วเทียนเอ๋อร์ อิงเอ๋อร์ พวกเ้าเอาคืนไปเถอะ”
“ท่านป้ารับไว้เถอะเ้าค่ะพวกเรายังมีอีกหลายตัว” หวังอิงอิงหันหลังกลับมาะโบอกนางแล้วรีบเดินตามพี่ชายไป
แววตาที่มองแผ่นหลังของพวกเขาที่จากไปเปลี่ยนเป็ใทันที
ปีนี้ขาดแคลนทั้งอาหารและเครื่องนุ่งห่มการช่วยเหลือญาติมิตรก็เป็เพียงการแบ่งปันธัญพืชเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นไม่มีใครหรอกที่คิดจะแบ่งปลาหลายชั่งแบบนี้กัน
แม้แต่หัวหน้าครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านก็ยังลังเลที่จะซื้อปลาจำนวนมากใน่ปีใหม่ด้วยซ้ำ
ปลาเยอะแยะแบบนี้หากขายออกไปคงได้มาหลายร้อยอีแปะซึ่งเป็ของขวัญที่ล้ำค่าเกินไป
นางคิดไม่ออกว่าทำไมสองพี่น้องที่ไม่เคยเป็แก่นสานอะไรถึงได้ปลามากมายมาให้ครอบครัวของนาง
“ข้ายังมีอีก”หวังเทียนเองก็ะโกลับมาเช่นกัน
“ปลา ปลา ปลา” เ้าเด็กน้อยทั้งสามมามุงดูปลาที่หลี่หงหิ้วอยู่ต่างเริ่มน้ำลายไหลออกมา
“ท่านแม่วันนี้พวกเราจะได้กินปลาใช่หรือไม่”
“กินปลา”
“ข้าจะได้กินปลา”
แววตาหลี่หงเต็มไปด้วยความลังเลอยากฆ่าปลาไปทำกับข้าวให้พวกเด็ก ๆ กินแต่ก็ไม่กล้าทำ
หลังจากนั้นไม่นานนักหวังหานซานและลูกชายทั้งสองคนก็กลับมา
หลี่หงพูดอย่างกระวนกระวายใจ“ท่านพี่ เทียนเอ๋อร์ กับอิงเอ๋อร์ บอกว่าท่านช่วยพวกเขาไว้พวกเขาเพิ่งมาส่งปลาให้ตั้งมากมาย ท่านพี่ ท่านไปช่วยอะไรพวกเขาหรือพวกเขาถึงได้ส่งปลามาให้ท่านตั้งมากมายเพียงนี้”
“ข้าแค่ช่วยพวกเขาขุดรากหญ้าครู่เดียวเท่านั้นพวกเขาไปเอาปลาเยอะแยะขนาดนี้มาจากไหน?”
หวังหานซานมองไปที่ปลาทั้งหกตัวด้วยความสงสัย“เ้าไม่ได้มองผิดไปใช่มั้ย เทียนเอ๋อร์ กับอิงเอ๋อร์ เอามาให้จริงหรือ?”
ปลามากมายขนาดนี้แม้แต่ชาวบ้านที่จับปลามาหลายปีก็ยังจับไม่ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ
สองพี่น้องนั่นไม่มีแรงจะฆ่าไก่ด้วยซ้ำจะไปจับปลามากมายได้อย่างไร
“ตาของข้าไม่ได้บอกจะมองผิดไปได้อย่างไร”
หลี่หงโล่งอกที่หวังหานซานช่วยสองพี่น้องจริงๆ แบบนี้สามารถเก็บปลาไว้ได้ และนางจะทำมันให้ทุกคนกินส่วนที่เหลือนำไปขายหาเงินซื้อผ้าฝ้าย และทำเสื้อยัดฝ้ายตัวใหม่ให้พวกเด็ก ๆใน่ปีใหม่
“ไม่ได้ข้ารับไว้ไม่ได้ ไม่ว่าพวกเขาจะได้ปลามาอย่างไรเทียนเอ๋อร์เป็หนี้หัวหน้าหลิวอยู่ตั้งสี่สิบตำลึงเอาปลาพวกนี้ไปขายเพื่อใช้หนี้ดีกว่า พวกเราจะรับปลานี้เอาไว้ไม่ได้”
หวังหานซานยัดปลาลงในถังถือมันแล้วเดินออกไป
“ท่านพี่”
หลี่หงขอร้องเขา“ปลาตัวใหญ่คืนให้พวกเขาไป ให้พวกเขาเอาไปขายเอาเงินเถอะส่วนปลาตัวเล็กเก็บไว้ให้ลูก ๆ ดูสิพวกเขาไม่ได้กินเนื้อมานานแค่ไหนแล้วและอีกอย่างปลาตัวเล็กก็ขายไม่ได้ราคา”
เมื่อเห็นเด็กทั้งห้าคนน้ำลายไหลหวังหานซานก็เหลือปลาตัวเล็กไว้สามตัวและนำปลาตัวใหญ่สามตัวไปคืน
ระหว่างทางที่เดินไปที่บ้านของหวังเทียนหวังหานซานก็เจอกับหวังซื่อไห่ที่กำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น
“ลุงหานซานไปจับปลาตัวใหญ่สามตัวนี้จากที่ไหนตัวหนึ่งต้องหนักสี่ถึงห้าชั่งเป็แน่”
หวังซื่อไห่เห็นปลาตัวใหญ่สามตัวในถังอดที่จะกลืนน้ำลายไม่ได้เขาไม่ได้กินเนื้อมาครึ่งปีแล้ว
หวังหานซานบอกว่า“ปลาสามตัวนี้เป็หวังเทียน ข้าจะเอากลับไปคืนเขา”
“ของหวังเทียน”
หวังซื่อไห่ไม่อยากเชื่อตอนกลางวันสองพี่น้องหวังเทียนยังขุดรากหญ้ากินอยู่เลยจะไปเอาปลาตัวใหญ่สามตัวมาได้อย่างไร ร่างกายอ่อนแอขนาดนั้นและปลาก็หนักเกินไป
ก่อนที่สองพี่น้องจะกลับถึงบ้านพวกเขาถูกหวังหานซานขวางไว้และอยากจะคืนปลาให้
หวังเทียนไม่ยอมรับคืน“ลุงหานซานนี่มันอะไรกัน ข้าบอกว่าให้ท่านกิน ทำไมลุงเอามาคืนล่ะ?”
“นั่นสิทำไมท่านลุงต้องเอามาคืนด้วยเ้าคะ” หวังอิงอิงเอียงศีรษะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ
“เทียนเอ๋อร์อิงเอ๋อร์ ปลาตัวเล็กลุงเอาไว้แล้ว ตัวใหญ่พวกเ้าเอาไปขายเอาเงินมาใช้หนี้เถอะ”
หวังหานซานหยิบปลาออกจากถังใส่คืนลงในตะกร้าของสองพี่น้องแต่หวังเทียนเบี่ยงตัวหลบไปก่อน
“ท่านลุงขอรับ ปลาสามตัวนี้ขายก็ได้เงินไม่เท่าไหร่หรอกได้มาก็ไม่พอใช้หนี้ ถ้าท่านลุงเกรงใจ วันพรุ่งนี้ท่านลุง ต้าหู่ และเอ้อร์หู่ก็มาช่วยงานข้าได้หรือไม่ ข้าสัญญาในอนาคตพวกท่านจะได้กินเนื้อทุกวัน”
“กินเนื้อทุกวัน!” หวังหานซานใจนสะดุ้ง
ไม่ใช่ขุนนางใครเล่าจะมีปัญญากินเนื้อได้ทุกวันแค่ได้กินถั่ว กินข้าวสาลีให้อิ่มเป็อันใช้ได้แล้วแต่ในวันนี้หวังเทียนจับปลาได้มากมาย หวังหานซานก็เกิดความคาดหวังขึ้นมาเล็กน้อย
........
“ท่านพี่อิงอิง พวกท่านหายไปไหน ทำไมยังไม่กลับมา หรือว่าพวกท่านทิ้งข้าหนีหนี้ไปแล้ว”
ที่ประตูของลานบ้านเล็กๆ กู้ชิงเดินวนกลับไปกลับมา เขย่งปลายเท้ามองด้วยความรู้สึกไม่สบายใจในขณะที่จิตใจกำลังสับสนว้าวุ่น ก็เห็นสองร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ
กู้ชิงรีบวิ่งไปหาทั้งสองคนเมื่อเห็นปลาเต็มถัง นางก็ยื่นมือออกไปรับด้วยความประหลาดใจ “ท่านพี่ท่านไปเอาปลามากมายขนาดนี้มาจากไหน?”
“วางยามา”
หวังเทียนเบี่ยงตัวหลบ“มันหนักมาก เ้าแรงน้อยข้ายกเองได้”
“พี่สะใภ้ไม่ต้องช่วยพี่ใหญ่ยกหรอกเ้าค่ะ ท่านเข้าครัวไปทำกับข้าวดีกว่าวันนี้เราจะกินปลากัน”
หวังอิงอิงวางของในมือเดินไปเกาะแขนกู้ชิงเดินพาเดินเข้าครัวไป
กู้ชิงตัวสั่นไม่คุ้นชินกับนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไปของหวังอิงอิงไม่รู้ว่ามีแผนกลั่นแกล้งอะไรนางอีกหรือเปล่า
พวกเขาได้ปลามาจากไหน?ใครให้มา? ทำไมถึงมีคนให้ปลามาเยอะขนาดนี้? แล้วที่บอกว่าวางยามา วางยาอะไร