“ในตำนานยังกล่าวไว้อีกว่า ผู้ชายคนไหนที่ยังไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง นั่นแหละเป็ที่้าของมัน”
พูดไม่ทันขาดคำ เ้าของคำพูดนั้นก็หันไปมองวฤทธิ์ หนุ่มหน้าตาดีที่สุดในกลุ่ม เ้าตัวทำหน้าตาเลิ่กลั่กก่อนจะยื่นมือขวาไปตบกลางกระหม่อมเพื่อนรัก ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะพับญี่ปุ่นกลมขนาด 30 นิ้ว ก่อนจะเปลี่ยนจากท่านั่งกับพื้นเป็ลุกขึ้นยืน แล้วฉวยหนังสือบนโต๊ะบรรจงฟาดขมับเสียฉาดใหญ่ ผู้ถูกกระทำรีบยกมือไหว้แล้วเอ่ยเป็เชิงร้องขอชีวิต ก่อนจะล้มตัวลงไปนอนดิ้นพลาดๆ กับพื้นพลางหัวเราะชอบอกชอบใจ
"เฮ้ย! จริงเหรอวะไอ้ฤทธิ์ แกยังไม่เคยเจาะไข่แดงสาวที่ไหนเลยเหรอวะ หล่อๆ อย่างแกเนี่ยนะเพื่อน ก็นึกว่าเสียบริสุทธิ์ไปแล้วั้แ่อยู่ ป.6 หน้าตาแกนี่ไม่ได้ช่วยอะไรเลยใช่มั้ย ข้าขำด้วยคนว่ะไอ้นนท์" ว่าจบก็รีบนอนลงไปชักดิ้นชักงอหัวเราะร่าตามเพื่อนไปอีกคน
จำเลยผู้ถูกกล่าวหายกมือขึ้นกุมขมับอย่างหัวเสีย ก่อนจะชี้นิ้วสั่งให้เพื่อนทั้งสองคนหยุดหัวเราะเยาะเย้ยได้แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาจะปราดเข้าไปเตะเรียงตัวให้ได้รับรู้รสชาติบาทาอันหนักหน่วง เมื่อถึงเวลานั้นจะได้นอนซักดิ้นชักงอต่อไปโดยไม่มีเสียงหัวเราะ แต่จะมีเสียงร้องโอดโอยจนแทบจะกราบแทบเท้าเพื่อร้องขอชีวิตแทน
"พวกแกหยุดเดี๋ยวนี้นะ ไอ้นนท์ แกรู้ได้ยังไงว่าข้ายังซิงอยู่ มาพูดแบบนี้ข้าเสียหายนะโว้ย ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้" วฤทธิ์เดินไปก้มลงจับคอเสื้อเพื่อนคนที่ชื่ออานนท์ขึ้นมาจ้องหน้า ก่อนที่คนถูกดึงจะะเิเสียงหัวเราะออกมาอีกรอบอย่างสุดกลั้น
"นี่ไอ้ฤทธิ์ แกถามข้าโง่ๆ แบบนี้ได้ยังไง ข้าเป็เพื่อนกับแกมาั้แ่ตีนเท่าฝาหอย ทั้งเรียนทั้งเล่นมาด้วยกันตลอด ั้แ่ชั้นอนุบาลยันมหาวิทยาลัย นี่ข้าก็รู้สึกมีลางสังหรณ์ด้วยนะ ว่าเมื่อถึงตอนที่ถูกหามศพเข้าไปนอนในโลงเมื่อเราอายุสัก 80 ปี แกจะไปนอนเป็เพื่อนข้าบนเมรุเผาศพด้วยหรือเปล่า แบบว่าชาตินี้เราสองคนจะไม่พรากจากกันอะไรทำนองนี้น่ะ" อานนท์ยังคงพูดติดตลก จนเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของวฤทธิ์ก็รีบฝืนระงับอาการขำไว้จนสุดฤทธิ์ แต่ก็ไม่วายก้มหน้าเม้มปาก กระตุกร่างกายรัวๆ เหมือนคนเข้าทรง เพราะกำลังเก็บอาการขำอย่างสุดความสามารถ
"ก็ใช่ไง แต่ถึงเราจะตัวติดกันตลอด ไปไหนก็ไปด้วยกัน ไม่ว่าจะกิน นอน เที่ยว หรือเยี่ยว จนใครๆ คงคิดว่าข้ากับแกเป็ผัวเมียกันไปเรียบร้อยแล้ว แต่แกลองนึกดูดีๆ ดิ บางครั้งแกกับข้าก็มีธุระของใครของมันเองป่าววะ จำไม่ได้เหรอว่าเวลาพ่อกับแม่พาแกไปบ้านญาติต่างจังหวัด ข้าก็ไม่ได้ไปด้วยตั้งหลายครั้งนะโว้ย" วฤทธิ์ยังไม่ยอมแพ้ มาทำแบบนี้มันหยามศักดิ์ศรีกันชัดๆ
"อีกอย่างเมื้อกี้ข้าก็ไม่ได้พูดสักหน่อยว่าแกยังไม่เคยมีอะไรกับผู้หญิง แค่หันไปมองหน้าเฉยๆ แล้วแกก็ร้อนตัวขึ้นมาเอง ช่วยไม่ได้นี่หว่าเพื่อน คิก...คิก..." พูดพลางขำเล็กๆ ไม่ยอมหยุด
"แกก็อย่าไปแซวมันดิไอ้นนท์ ข้ามั่นใจนะว่าหน้าตาอย่างมันคงไม่รอดไอ้เื่อย่างว่าหรอก ดูดิ หน้าหงอยเป็หมาเหงาไปแล้ว" ว่าจบคามินก็เดินเข้าไปโอบไหล่เพื่อนรักเหมือนปลอบเด็กน้อยให้หยุดร้องไห้ เขามักจะเป็ฝ่ายห้ามศึกระหว่างเพื่อนสองคนเสมอๆ แม้ว่าครั้งนี้เขาก็รู้อยู่ว่าอานนท์พูดแชววฤทธิ์เฉยๆ เพราะด้วยความที่สนิทกันมาก แต่เื่บางเื่ถ้าพูดบ่อยๆ ก็อาจจะเป็เื่ลุกลามใหญ่โตได้
"เออ ข้ายกโทษให้แกไอ้นนท์ แต่เย็นนี้แกต้องเป็คนเลี้ยงข้าวข้านะโว้ย ไม่อย่างนั้นเลิกคบว่ะ" วฤทธิ์กล่าวเป็เชิงตัดพ้อ แต่ก็ไม่ลืมที่จะเอาคืน
"แหม...พ่อรูปหล่อหน้าตาดี ขาวตี๋ เป้าใหญ่ ข้ารู้นะว่าแกจะพาข้าไปกินข้าวเย็นที่ไหน สวยๆ อย่างน้องเจนข้าว่าเอ็งไปซื้อแห้วมาดองใส่โหลรอไว้ก่อนดีกว่า แล้วอย่าลืมไปขอซื้อใบบัวบกจากแม่ค้าที่ตลาดหน้าหอพักมาคั้นเอาน้ำแช่ตู้เย็นไว้ด้วยนะโว้ย แต่ไม่รู้ว่าสองอย่างนี้จะพอแก้อาการช้ำในได้อยู่หมัดแค่ไหน งั้นข้าเสนออีกอย่าง เย็นนี้แกไปซื้อยาระงับประสาทมาตุนไว้อีกทางหนึ่ง เพราะถ้าแกเกิดฟุ้งซ่านจนสติกระเจิดกระเจิง ข้าจะได้เอายานั่นกรอกปากแกให้หายเป็บ้าไปเลยไง" อานนท์ยังแขวะวฤทธิ์ไม่เลิกรา ทำให้วฤทธิ์ปราดเข้าไปเตะก้นคนว่าวิ่งไปรอบๆ ห้อง จนคามินต้องเข้าไปห้ามศึกอีกรอบ
"แล้วไอ้ตำนานที่ว่ามันมาจากไหนวะ อยู่ปีหนึ่งข้าไม่ยักได้ยินใครเล่าอะไรเลย พอขึ้นปีสองปุ๊บเื่มันก็มาปั๊บ" คามินเอ่ยถามอย่างสงสัย
(เชิญอ่านตอนที่ 2)
(***รบกวนฝากคอมเมนต์ด้วยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป ท่านไหนอยากให้กำลังใจนักเขียนหรือให้ของขวัญงานเขียนชุดนี้จะเป็พระคุณอย่างสูงครับ***)