ซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 39 พายุขนาดยักษ์

            ทั้งสามคนฟังที่ซูหมิงเยว่พูดจบแล้วถึงได้วางใจ

            “จริงสิ ยังมีเรื่องนี้ที่ข้าต้องให้หนิงหยวนกับเสี่ยวอวี่ไปช่วยจัดการ”

            “เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ?”

            ซูหมิงเยว่หรี่ตาลง แผนแรกของนางก็คือซื้อร้านค้า เพื่อให้นางได้มีทางรอดแต่มีแค่เงินนั้นไม่พอ นางจะต้องมีคนงานด้วย

            “เอาเช่นนี้แล้วกัน สองวันนี้ตอนที่พวกเจ้าว่างๆ ก็ออกไปช่วยข้าหาคนเก่งๆ เอาพวกขอทาน ทางที่ดีที่สุดคือไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอะไรกับใครไม่นำพาความยุ่งยากมาให้พวกเรา มีความซื่อสัตย์ แล้วก็ไม่เอาพวกมารอกินข้าวแล้วรอวันตายไปวันๆเข้าใจหรือไม่?”

            “เข้าใจแล้วขอรับ” หนิงหยวนได้ยินก็รู้แล้วว่าซูหมิงเยว่จะให้ทำอะไร“ท่านวางใจเถิด คุณหนู ข้าติดตามคุณหนูมานานขนาดนี้แล้ว เรื่องเลือกคนข้าทำได้เรื่องนี้มอบให้ข้าทำเถิด”

            “อืม” ซูหมิงเยว่พยักหน้า เมื่อส่งให้หนิงหยวนทำนางก็วางใจ

            “เช่นนั้นก็แค่นี้ก่อน รอทางด้านองค์ชายสามจัดการเรื่องราวเสร็จแล้ว ถึงตอนนั้นเจ้าก็ส่งคนพวกนี้ให้ไปเป็นลูกน้องช่วยหวังซวินทำงานตอนว่างๆ เจ้าก็แอบไปฝึกอบรมพวกเขาด้วย เข้าใจหรือไม่?”

            “เข้าใจขอรับคุณหนู”

            ภายในมุมมืดของห้องตำรา คนคนหนึ่งนั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะหนังสือ ใบหน้าเพียงครึ่งถูกซ่อนอยู่ในเงามืดแสงที่เข้ามาจากด้านนอกหน้าต่างส่องกระทบหน้าอีกด้านหนึ่งของเขา ดวงตาเรียวยาวหลุบลงในแววตาเหมือนกับมีพายุขนาดใหญ่โหมกระหน่ำอยู่

            มีคนคนหนึ่งกำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้าของเขา ในตอนนี้คนคนนั้นกำลังตัวสั่นไปหมดหวาดกลัวไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงแล้วก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วย

            บรรยากาศหนักอึ้งปกคลุมไปในอากาศ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ถึงเริ่มขยับก่อนจะยกเท้าขึ้นถีบคนที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นอย่างแรง

            คนคนนั้นร้องเหอะออกมา คนที่ถูกถีบก็กระอักเลือดสดออกมาคำโต แต่ก็ไม่กล้าบ่นแม้สักครึ่งคำหลังจากคลานขึ้นมาใหม่แล้วก็คุกเข่าตรงหน้าบุรุษคนนั้น

            “ฝ่าบาทโปรดลงโทษ”

            “ลงโทษ?”

            องค์ชายห้าที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หัวเราะ เสียงหัวเราะนั้นเย็นจับใจไม่ได้มีความรู้สึกแฝงมาเลยสักนิด “คนลงมือตั้งมากมายขนาดนั้นแม้แต่สตรีคนเดียวก็ยังจัดการไม่ได้ ตายอยู่ที่นั่นจนหมดจะให้เปิ่นหวังไว้ชีวิตพวกเจ้าหรือ?”

            “ฝ่า...ฝ่าบาท ซูหมิงเยว่คนนั้นได้เตรียมตัวเอาไว้แล้ว อีกทั้งคนขององค์ชายสามก็ยังยื่นมือเข้ามาช่วยในช่วงเวลาสำคัญอีกพวกเราเองก็ทำอะไรไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”

            “องค์ชายสาม...องค์ชายสาม....” องค์ชายห้ากัดฟันแน่นพลางตบไปที่เท้ามืออย่างแรง“เป็นองค์ชายสามคนดีของข้าที่คอยเข้ามาทำลายเรื่องดีๆ ของข้าสองสามครั้งแล้วสินะครั้งที่แล้วที่จวนองค์หญิงใหญ่ก็เป็นแบบนี้”

            คนที่คุกเข่าอยู่กับพื้นตัวสั่นเงยหน้ามององค์ชายห้า “ฝ่า...ฝ่าบาทพวกคนที่อยู่ข้างกายองค์ชายสามพวกนั้น ท่านเองก็รู้ว่าพวกเขาติดตามอยู่ข้างกายองค์ชายสามมาหลายปีวิทยายุทธ์แข็งแกร่ง คนที่พวกเราส่งไปเมื่อคืนก็ไม่ใช่คนที่สามารถประมือกับพวกเขาได้”

            “เหอะ พวกเจ้ายังกล้ามาหาข้ออ้างให้ตัวเองอย่างนั้นหรือ?”

            มุมปากขององค์ชายห้ายกยิ้ม “โชคดีที่ครั้งนี้พวกโง่พวกนั้นตายจนหมดแล้วเลยไม่ได้ทิ้งหลักฐานมัดตัวอะไรไว้”

            “เช่น...เช่นนั้นตอนนี้จะทำอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ?”

            องค์ชายห้าลุกขึ้น เขาก้มลงมองคนที่คุกเข่าบนพื้น ก่อนจะยกมือขึ้น

            “ลุกขึ้นมา ตอนนี้อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไรไปก่อน พวกเราสูญเสียคนไปเยอะมากอีกทั้งองค์ชายสามก็เข้าร่วมแล้ว ตอนนี้เรื่องก็ยุ่งยากขึ้นเปิ่นหวังไม่มีทางเชื่อว่าแค่เดินผ่านทางมาแน่นอน ตอนนี้ก็เงียบเอาไว้ก่อนอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไร”

            “พ่ะย่ะค่ะ ขอบพระทัยพะย่ะค่ะฝ่าบาท” คนที่คุกเข่าอยู่กับพื้นลุกขึ้นมาจากพื้น“เช่นนั้นข้าน้อยขอทูลลาก่อนพ่ะย่ะค่ะ”

            “ไปเถิด” องค์ชายห้าไขว้มือไว้ด้านหลังทั้งสองข้าง ในแววตาประกายวาววาบ

            คนคนนั้นไม่ได้มีการป้องกันตัวใดใด เขาหมุนตัวแล้วเดินออกไปด้านนอก

            แต่เพิ่งจะเดินไปได้ไม่ถึงสองก้าวก็ชะงัก ดวงตาเบิกกว้างหันกลับไปมององค์ชายห้าที่ยืนอยู่ด้านหลังตนอย่างไม่อยากจะเชื่อ

            องค์ชายห้ายิ้มเย็น ในมือถือมีดสั้นเล่มหนึ่งแทงเข้าที่ด้านหลังเอวของเขาทั้งยังกำมีดสั้นแล้วบิดอยู่หลายที

            คอของชายคนนั้นส่งเสียงเฮือกสุดท้ายออกมา สีหน้าขาวซีดเหงื่อเย็นไหลออกมาจากหน้าผาก “ฝ่า..ฝ่าบาท...”

            เสียงพูดหยุดแค่นั้น บุรุษคนนั้นล้มลงกับพื้น ตายไปโดยที่ตายังไม่หลับ

            องค์ชายห้าเก็บมือแล้วเดินไปด้านข้าง เขาหยิบผ้าเช็ดมือจากบนชั้นมาเช็ดเลือดที่มือจนสะอาดจากนั้นก็มองศพบนพื้นปราดหนึ่งแล้วพูดออกมาเนิบนาบ“เปิ่นหวังไม่เคยเก็บคนไร้ประโยชน์เอาไว้ข้างกาย”

            เขาพูดจบก็พูดต่อ “ทหาร”

            เพียงไม่นานด้านนอกก็มีเสียงคนคนหนึ่งดังเข้ามา พอเปิดประตูมาเห็นศพกองอยู่บนพื้นก็ชะงักไปก่อนจะสาวเท้าไวๆ เข้ามาคุกเข่าตรงหน้าองค์ชายห้า “ฝ่าบาทมีเรื่องอะไรจะรับสั่งหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            “มู่เฟิง เหตุใดถึงเป็นเจ้า ยาซูล่ะ?”

            “อ๋อ กระหม่อมมีเรื่องจะรายงานพอดีพ่ะย่ะค่ะ จึงเข้ามา”

            องค์ชายห้ามองคนที่นั่งคุกเข่าข้างเดียวอยู่ที่พื้นก่อนจะพูดเสียงเนิบ“เจ้ายึดติดกับตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์มาตลอดไม่ใช่หรือ?”

            องครักษ์นามว่ามู่เฟิงตัวแข็งขึ้นมาทันที ไม่ได้พูดอะไรองค์ชายห้าหัวเราะเบาๆ เอาผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดในมือโยนไปบนตัวของศพ

            “ตอนนี้ตำแหน่งนี้เป็นของเจ้าแล้ว ลากเจ้านี่ออกไปจัดการคราบเลือดในห้องให้สะอาดด้วย แม้แต่กลิ่นเลือดก็อย่าให้เหลืออยู่”

            “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” มู่เฟิงพูดจบก็จะออกไป แต่องค์ชายห้ากลับเรียกเขาไว้

            “รอก่อน เมื่อครู่เจ้ามีอะไรจะรายงาน?”

            ตอนที่มู่เฟิงเข้ามาความสนใจได้ไปอยู่ที่ในห้องทั้งหมด เขาจึงลืมเรื่องที่ตนจะรายงานไปจนหมด

            เขารีบเอ่ยออกมา “ฝ่าบาท เรื่องหวังซวินที่ให้กระหม่อมไปตรวจสอบตอนนี้มีเบาะแสแล้วพ่ะย่ะค่ะเที่ยงวันนี้ที่ถนนฉาวอันมีร้านขายผ้าไฟไหม้พ่ะย่ะค่ะ และร้านนั้นก็คือร้านที่หวังซวินเคยบริหารมาก่อน”

            หลังจากรอให้ไฟเบาลงแล้ว คนของทหารคุ้มกันเมืองหลวงก็พบศพหนึ่งไหม้อยู่ภายในร้านคนที่มามุงดูจำได้ว่าศพนั้นคือหวังซวินที่พวกเราตามหามาตลอดพ่ะย่ะค่ะ”

            “จริงหรือ” องค์ชายห้าหรี่ตาลง “หวังซวินถูกคนช่วยไปแล้ว เหตุใดจู่ๆถึงไปปรากฏตัวที่ร้านผ้าแล้วถูกไฟไหม้ตายได้”

            “กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ อาจเป็นเพราะเขาไปแอบพวกเราอยู่ที่นี่หรือเขายังมีศัตรูคนอื่นอยู่อีก”

            “เอาเถิด เอาเถิด ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปได้แล้ว”

            “พ่ะย่ะค่ะ” มู่เฟิงจัดการลากศพนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วก็สั่งให้คนมาจัดการคราบเลือดภายในห้องตำราให้สะอาดราวกับว่าที่นี่ไม่เคยมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

            องค์ชายห้ายืนหันหลังให้โต๊ะหนังสือด้วยใบหน้าเคร่งขรึม ผ่านไปนานมุมปากของเขาถึงค่อยยกยิ้มออกมาราวกับกำลังพูดกับตัวเอง“องค์ชายสามเอ๋ย เรื่องนี้จะมาโกรธข้าไม่ได้แล้ว”

            สองวันต่อมา ซูหมิงเยว่รอข่าวจากจี๋โม่หานอยู่ในเรือนมาตลอดเรื่องคนมาลอบฆ่าก็ผ่านไปนานมากแล้วนอกจากวันแรกที่หลินโม่สั่งคนให้ไปตรวจสอบให้ทั่วหลายวันต่อมาก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอีก เรื่องนี้จึงปล่อยผ่านไปเช่นนี้

            แต่คนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุดก็คือซูหมิงเยว่เองนางรู้ว่าคนพวกนี้เป็นคนที่องค์ชายห้าส่งมาแน่นอน ไม่แปดก็เก้าส่วน เหตุใดจู่ๆ องค์ชายห้าถึงได้คิดจะกำจัดนางขึ้นมากัน


    คล้ายกับเรื่องซูหมิงเยว่ : ทะลุมิติมาเป็นยอดหญิงหมอเทวดา [จบ] ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808