ถ่ายโฆษณาครั้งแรก
[ ฮัลโหลชาวแฟนคลับพี่เออร์มิน ได้ฟังเพลงใหม่ที่เพวิสร้องให้เรา(ใช่ฉันมโนไปเอง)ในงานวันเกิดของเขาหรือยังเพลงนี้ก็ยังคงความตั้งใจเดิมของเขา คือแต่งเองร้องเอง เนื้อเพลงยังคงเข้าใจง่ายแต่เป็นเพลงช้าๆเพราะๆซึ้งๆ ได้ฟังรอบแรกแล้วต้องอยากฟังรอบสองสามเพื่อที่จะต้องหัดร้องตามแน่ๆส่วนใครมาถามว่าไม่ได้ไปงานแล้วจะหาฟังได้ที่ไหนตอนนี้เพลงมีลงในช่องของเพวิสแล้วนะ ภาพประกอบเพลงก็คือใช้บรรยากาศในงานวันเกิดเลยน่ารักมากๆ ไปลองหาฟังดูนะ ชื่อเพลงว่า #ฉันหวังว่า #PEVIS ]
หลังจากงานเลี้ยงฉลองกับเหล่าแฟนคลับของเพวิสจบลงแล้ว ทุกคนถ่ายภาพร่วมกันอีกพักหนึ่งก็เริ่มแยกย้ายกันกลับที่พักแล้วเช่นเดียวกับเพวิสและครอบครัว ที่นั่งรถลอยฟ้ากลับบ้านเช่ากัน เพราะพวกเขายังมีนัดฉลองกันต่อนั่นเอง
“ชนนนนนน” แก้วเครื่องดื่มหลากรสหลากกลิ่นถูกเจ้าของแก้วยกขึ้นชูชนกันเสียงดังสนั่นการกินเลี้ยงฉลองในครอบครัวก็เป็นอันดำเนินต่อไป อาหารหลายเมนูถูกลำเลียงมาจัดไว้บนโต๊ะจนแน่นขนัดไหนจะเครื่องดื่มหลากหลายที่เตรียมมาไว้พร้อมทั้งมีแอลกอฮอล์และปลอดแอลกอฮอล์ให้เลือกสรรกัน เสียงเพลงที่เปิดไว้เบาๆคลอกับเสียงพูดคุยไปได้ดีทีเดียว
“จะเทอมสุดท้ายแล้ว รู้ยังเราว่าจะเรียนอะไรต่อ”เพวิสเอ่ยปากถามโซเฟียและซึงจินออกมาสองคนนี้เหลืออีกเทอมเดียวก็จะจบมัธยมอยู่แล้ว
“ของหนูแน่นอนอยู่แล้วค่ะต้องออกแบบแฟชั่นที่เดียวกับพี่ยูด้วย” โซเฟียมีความตั้งใจแน่วแน่แต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
“ผมจะเข้าบัญชีล่ะ”ซึงจินก็ไม่น้อยหน้าตอบออกมาโดยไม่มีลังเล เขาใช้เวลาคิดมาดีแล้ว
“โอ้ ทั้งสองคนมีแนวทางแล้วแฮะผมอายน้องเลยนะเนี่ย” เพเนียสที่นั่งอยู่ข้างน้องๆ ว่าออกมาทันที แต่ก็ไม่ได้มีน้ำเสียงดูถูกอะไรตัวเองแต่อย่างใด
“แบบนายไม่ต้องเรียนแล้วก็ได้มั้ง ทำเงินได้มากกว่าคนที่เรียนจบแล้วอีก”กันต์ที่ได้ยินอดจะว่าออกมาไม่ได้
“นั่นสิ คนที่มีธุรกิจแล้วไม่ต้องเสียเวลาเรียนหรอกน่า” แซคก็เห็นด้วยกับญาติฝั่งลุงเขย
“โหววว อะไรกันเนี่ยพอเป็นพี่เพเนียสสนับสนุนไม่ให้เรียนกัน แต่กับผมไม่เห็นว่างี้บ้าง” ซึงจินประท้วงขึ้นอย่างไม่ยินยอม
“นายก็ไปขอแม่เองสิ” ยูจินว่าขึ้น
“หือ...ไม่อะ ใครจะกล้า”รีบส่ายหัวทันที
“จริงๆ ผมก็ว่าจะเรียนต่อปีหน้านี้แล้วเหมือนกันครับ”เพเนียสเอ่ยขึ้นขัดพี่น้องที่กำลังพูดคุยกันอยู่ จริงๆเรื่องนี้เขาก็คิดมาสักพักแล้วในเมื่อมีโอกาสเรียนก็เรียน ไม่ได้เสียหายแถมยังได้ประโยชน์และทำให้เรามองอะไรๆได้กว้างขึ้นด้วย ดูอย่างพ่อกับแม่เขาสิยังเอาไฟล์สอนย้อนหลังของพี่ชายมาเรียนเลยเขาเองก็คงจะเลือกเรียนแบบพี่ชายนั่นแหละแต่คณะที่เลือกเข้าได้ก็จะน้อยกว่าการเรียนแบบ on site แต่ก็ไม่เป็นไร เขาคงไม่ได้อยากเข้าคณะพวกนั้นหรอก
“จริงเหรอ” เพวิสถามขึ้น
“ครับ มีคิดๆ ไว้บ้างก่อนที่จะหมดไฟในการเรียน ก็คงต้องตอนนี้แหละ”
“แบบนี้ก็ผมก็จะได้เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพี่เหรอเนี่ย เยี่ยมเลยเราเข้าเรียนที่เดียวกันนะ” ซึงจินอดไม่ได้ว่าขึ้นอย่างตื่นเต้นถ้าได้เรียนที่เดียวกัน ก็จะได้พักที่เดียวกัน ประหยัดไปอีกหน่อยไหนจะได้อาศัยฝากท้องกับพี่ชายอีกด้วยส่วนจะให้เขาเป็นผู้ช่วยหรือเบ๊อะไรก็ทั้งนั้นเลย
“ฮ่าๆๆ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ”
การพูดคุยยังคงดำเนินต่อไปอีกพักใหญ่จนข้ามคืนเข้าสู่วันใหม่พวกเขาถึงได้แยกย้ายกันไปพักผ่อน วันพรุ่งนี้ตอนบ่าย ก็จะต้องเดินทางกลับแล้ว
หลังจากลาหยุดกับพนักงานของบริษัทไปสองสามวันในที่สุดเจ้าของบ้าน เจ้าของสวนและเจ้าบริษัทก็กลับมาแล้วกลับมาเริ่มลุยงานต่อได้อย่างเต็มที่หลังจากที่ไปเก็บเกี่ยวพลังงานความสุขมาแล้ว
“สรุปแล้วก็คือ เราจะะออกสินค้าใหม่ประเภทเครื่องดื่มที่ผ่านการลงมติกันก่อนหน้านี้แล้วซึ่งวันเปิดตัวก็คือวันที่ 28 นี้ โดยมีน้ำข้าวโพดแบบกล่องทั้งแบบมีและไม่มีเจลลี่น้ำชาผสมน้ำผึ้งมะนาวเพิ่มวิตามินรวมแบบขวด แล้วก็น้ำผลไม้ผสมวุ้นที่เพิ่มแร่ธาตุที่สำคัญต่อร่างกายซึ่งมีน้ำส้ม น้ำสตรอวเบอร์รี่ น้ำมะพร้าว น้ำแอปเปิล น้ำองุ่น แล้วก็น้ำลิ้นจี่ค่ะ”ในห้อง กำลังประชุมในวาระสำคัญก่อนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทซึ่งเหล่าพนักงานได้ชิมกันมาครึ่งเดือนแล้วแต่ยังไม่เบื่อเลยพวกเขาเลยมั่นใจว่าต้องขายได้แน่ ไหนจะมีให้เลือกหลากรสขนาดนี้อีก
“โดยฝ่ายการผลิตได้ปรึกษากับฝ่ายการตลาดวางแผนไว้แล้วว่าจะผลิตวันละเท่าไร ตัวเลขตามจอเลยครับซึ่งเราได้แจ้งปริมาณที่ต้องใช้สารตั้งต้นหรือวัตถุดิบแก่ฝ่ายจัดซื้อแล้วเรียบร้อย”ตามด้วยฝ่ายวางแผนการผลิตที่รับช่วงรายงานผลการทำงานของเขาต่อซึ่งข้อมูลส่วนนี้เขาก็ได้รับมาจากฝ่ายการตลาดอีกทีว่าควรจะผลิตวันละเท่าไหร่ส่วนหน้าที่ที่จะมาคำนวณปริมาณนั้นก็คือฝ่ายของเขาก่อนจะส่งให้ฝ่ายจัดซื้อไปดำเนินการต่อไป
“ฝ่ายจัดซื้อได้จัดหาซัพพลายเออร์ที่มีสินค้าที่เราต้องการไว้แล้วและตอนนี้ท่านประธานก็ได้เซ็นสัญญาไปแล้วด้วย ส่วนจำนวนสินค้าที่เราต้องการในเดือนแรกได้สั่งไปแล้วค่ะของจะมาส่งครั้งแรกก่อนกำหนดการเริ่มดำเนินการผลิต 12 ชั่วโมง”
“ส่วนรูปแบบผลิตภัณฑ์นั้นตามปรากฏในจอเลยครับป้ายสินค้าก็เรียบร้อยแล้ว ส่วนวิดีโอสำหรับโฆษณาตอนนี้ติดต่อบริษัททำงานโฆษณาไว้พร้อมแล้วสามารถเริ่มงานได้ตามที่ตกลงไว้ได้เลย ซึ่งถ้าส่วนนี้เสร็จก็จะส่งงานให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ต่อไปครับ”
“งานประชาสัมพันธ์เองก็เตรียมพร้อมเริ่มการเปิดตัวสินค้าได้ตามกำหนดวันแน่นอนค่ะซึ่งช่องทางที่จะโพสต์ออกไปนั้นก็ตามนี้เลยค่ะ ส่วนด้านคุณเพเนียส คุณเพวิสได้คอนเฟิร์มวันแล้วว่าจะสตรีมสินค้าให้ในวันที่....”การประชุมดำเนินไปกว่าชั่วโมง ในเรื่องของสินค้าใหม่จึงได้ข้อสรุปที่ชัดเจนต้นทุนที่ลงไปก็ใช่น้อย จริงๆเรื่องนี้ก็มีประชุมมาเรื่อยๆ แล้วจะบอกว่ารอบนี้คือการรายงานผลก่อนที่จะเริ่มผลิตสินค้า และก่อนเปิดตัวในเร็วๆ นี้ก็ว่าได้
ล่วงเข้าสู่ปลายเดือน7ตอนนี้อะไรๆ ก็เริ่มเข้ามาในชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเพเนียมากแล้วอย่างเช่นว่า
“สรุปแล้ว พนักงานทุกคนแจ้งเรื่องที่จะเข้าพักในหอพักที่เราจัดไว้นะ”เพเรน่าว่าขึ้นเมื่อเธอเป็นคนดูแลเรื่องนี้อยู่ ตอนนี้อพาร์ทเมนท์สร้างเสร็จแล้ว มีทั้งหมดกว่า 60ห้องพักเพื่อที่จะรองรับพนักงานที่คาดว่าจะต้องมีเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
“ก็ดีนี่ครับพวกเขาจะได้ไม่ต้องเดินทางให้ยุ่งยาก ว่าแต่ว่า ไม่มีใครมีครอบครัวเลยเหรอครับ”เพเนียสถามออกมา เมื่อต้องมาทำงานไกลบ้าน อย่างน้อยๆ หลังเลิกงานก็ต้องอยากกลับไปพักผ่อนอยู่กับครอบครัวบ้าง
“ก็มีแต่ส่วนใหญ่ก็มีครอบครัวอยู่ที่ดาวอื่นกันน่ะจะมีบ้านอยู่ที่ดาวนี้จริงๆก็สามสี่คนเอง อย่างไรก็ค่อยกลับวันหยุดเอาก็ได้”เพเรน่าตอบ
“อา งั้นเอง แบบนี้ก็แปลว่าเรามีเพื่อนบ้านแล้วสินะครับ”
“นั่นสินะ แต่จริงๆแล้วพวกเขาทำงานมาได้ระยะหนึ่งแล้วจะให้ครอบครัวเข้ามาอยู่ด้วยก็ได้นะครับ แต่ต้องจ่ายค่าน้ำไฟส่วนต่างที่เกินไปกันเอง”เพวิสเสนอออกมาบ้าง การที่อยู่ใกล้ครอบครัวอาจจะทำให้พวกเขาผ่อนคลายมากขึ้นแล้วงานก็จะได้ออกมาดีเพราะไม่มีเรื่องให้กวนใจ
“เอางั้นก็ได้ลูก แม่เห็นด้วยนะเดี๋ยวแม่จะแจ้งพวกเขาอีกที” เธอเห็นว่าเรื่องนี้น่าสนใจเลยไม่มีข้อโต้แย้งแล้วเตรียมจะแจ้งพนักงานเลย
“แบบนี้แม่ก็ไม่เหงาแล้วนะครับมีเพื่อนให้พูดคุยตลอดเลย” เพเนียสว่าออกมาแต่ก่อนคนเป็นแม่ไม่มีคนในบ้านที่เป็นผู้หญิงให้ได้พูดคุยในเรื่องของผู้หญิงด้วยกันเลยจะเจอทีก็คือไปเยี่ยมญาติ แต่พอมีคนมาอยู่ใกล้แบบนี้แม่เขาก็จะได้มีเพื่อนพูดคุยมากขึ้นเผื่อว่าเขาและพี่ชายไม่ได้อยู่ด้วยจะได้ไม่เหงาจนเกินไปเพราะจะให้คุยแต่กับพ่อแล้วก็หุ่นยนต์ก็คงไม่ใช่ที่ มันต้องมีเรื่องของผู้หญิงๆ ที่เขาจะเข้าใจกันเองบ้างล่ะซึ่งนั่นก็นะ เขาเองก็ไม่รู้ไงล่ะ
“นั่นสินะ แม่ไม่ค่อยได้เมาท์กับใครเลยแบบนี้ค่อยน่าสนุกหน่อย” เพเรน่าเห็นด้วย หรือบางทีต่อไปเธออาจจะชักชวนเหล่าสาวๆ หรือกลุ่มแม่บ้านมาออกกำลังร่วมกันพูดคุยเรื่องเสื้อผ้า หรือหากิจกรรมอะไรสนุกๆทำก็ดีนะ
“...” ส่วนสามคนพ่อลูกที่เหลือ คิดว่าทำถูกแล้วที่ให้สร้างที่พักให้พนักงานเพเรน่าอยู่แต่กับผู้ชายมากเกินไปอาจจะเครียดได้
บรรยากาศในห้องห้องหนึ่งที่ตอนนี้เนรมิตเป็นห้องอัดเสียงจำลองขึ้นมา มีเพวิสที่วันนี้แต่งกายแลดูดีกว่าทุกวันแต่ไม่ถึงกับตอนขึ้นร้องเพลงในงานต่างๆแต่งหน้านิดหน่อยเสริมความดูดีเข้าไปอีกกำลังยืนร้องเพลงเพื่ออัดเสียง(ปลอมๆ)อย่างตั้งใจอยู่เพวิสหยุดร้องแล้วด้วยท่าทางที่เหนื่อยล้า ก่อนที่เพเนียสจะเดินเข้าไป แล้วก็
“ผมเห็นพี่เพวิสเหนื่อยๆ ลองดื่มนี่สิครับเครื่องดื่มแฮงกรี้อิงค์กี้” เพเนียสที่วันนี้ก็ถูกพี่สาวช่างต่างหน้าจับแต่งหน้าอ่อนๆเสริมความความชัดของเครื่องหน้าไปอีกทำให้ดูดีขึ้นและขึ้นกล้องกว่าปกติหลายเท่าเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่หน้าตาที่ต้องดูแลแม้แต่ผมและเครื่องแต่งกายก็จัดให้เขาเป็นพิเศษเขาเดินเข้าไปในฉากพร้อมกับยื่นขวดน้ำชาผสมน้ำผึ้งมะนาวให้พี่ชายโดยไม่ลืมหันด้านโลโก้สินค้าออกมาด้านหน้าด้วย ตอนแรกก็มีตื่นๆ กล้องอยู่เหมือนกันเพราะเป็นการถ่ายโฆษณาครั้งแรกในชีวิตแต่มันก็ไม่ได้สวมบทบาทเป็นคนอื่นเขาเลยไม่ได้กังวลจนเกินไปซึ่งแน่นอนว่าเพวิสก็ยื่นมือมารับแล้วหมุนเปิดขวดยกขึ้นดื่มทันทีที่มุมปากมีน้ำไหลออกมาน้อยๆ ให้พอเป็นไปตามคอนเซ็ปต์งานตอนที่น้ำไหลลงผ่านลำคอขาวพร้อมกับลูกกระเดือกที่เคลื่อนขึ้นลงตอนดื่มน้ำนั้นถูกกล้องโคลสอัพเก็บไว้แล้วเรียบร้อย
“ฮ่า สดชื่นมากเลย” เพวิสเอ่ยออกมายิ้มๆเมื่อดื่มไปอึกใหญ่ แล้วเพวิสที่ยื่นขวดเครื่องดื่มไปด้านหน้าจนสุดแขนและจากนั้นก็
“ถ้าใครกำลังกระหายน้ำกำลังมองหาเครื่องดื่มสดชื่นๆ ที่ผลิตจากธรรมชาติ ต้องลอง!!น้ำชาผสมน้ำผึ้งมะนาวขวดนี้เลยครับ” ทั้งเพวิสและเพเนียสที่ฝึกพูดประโยคนี้อยู่พักหนึ่งเพื่อจับจังหวะก็พูดออกไปเกือบจะพร้อมๆกันได้ไม่ติดขัด
“คัท!!”
“เฮ้อ” เพเนียสยกมือขึ้นลูบๆแถวอกทันทีตอนนี้ใจเขาเต้นแรงมาก ถึงจะอยู่หน้ากล้องเหมือนกัน แต่มันก็ไม่เหมือนเลยสักนิดเพราะที่นี่ตอนนี้มีทีมงานอยู่หลายคน ไม่ใช่การไลฟ์สตรีมของเขาที่จะอยู่คนเดียวก็ได้ประสบการณ์ถ่ายโฆษณาครั้งแรก ไม่ง่ายเลย
“ตื่นเต้นเหรอเรา”
“ครับ” พยักหน้ายืนยันทันทีซึ่งคนเป็นพี่ก็ยิ้มเอ็นดูก่อนจะชักชวนไปดูหน้าจอในซีนที่ถ่ายไปเมื่อกี้ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่ามันไม่ได้ดีตั้งแต่ครั้งแรก มีการถ่ายซ่อมอีกหลายรอบก่อนจะเปลี่ยนไปอีกหลายฉากเพื่อให้เข้ากับเครื่องดื่มอื่นๆที่ยังเหลืออยู่
อย่างน้ำนมข้าวโพดเหมาะจะกินระหว่างวันทั้งแบบร้อนและเย็นก็ถ่ายฉากในบ้านไม่ยุ่งยากส่วนพวกน้ำผลไม้ผสมวุ้นนั่นก็ถ่ายในรถลอยฟ้า เป็นเครื่องดื่มเคี้ยวสนุกที่ใช้ดื่มกินเป็นของว่างได้เลยเลือกใช้บนรถที่ไม่มีของกินส่วนฉากทุกท้ายที่รวมเครื่องดื่มทั้งสามไว้ด้วยกันในตู้เย็นที่สองพี่น้องวิ่งเข้ามาเปิดตู้แล้วก็แย่งกันหอบเอาเครื่องดื่มใส่ในอ้อมแขนซึ่งกว่าจะถ่ายเสร็จ ก็ตั้งแต่เช้าจรดค่ำเลยทีเดียว