ณ ดินแดน์ ก่อนประตูมิติเปิด
ั้แ่เทพธิดาน้อยสุพรรณษามีวิหคเพลิงกสุณาอยู่เคียงข้าง เทพธิดาน้อยก็ไม่เคยร้องไห้อีกเลย ผู้คนที่แดน์มักจะคุ้นชินกับภาพทั้งสองคลุกคลีอยู่ด้วยกันตลอดเวลา ทั้งสองต่างรักใคร่กันมาก กสุณานั้น ทั้งรักทั้งเทิดทูนเทพธิดาน้อยผู้พี่ จนกระทั่งทั้งสองเติบใหญ่ ทั้งสองก็ยังตัวติดกันราวกับเป็คนๆเดียวกัน
เื่ราวความรักใคร่ปรองดองของพวกนาง อยู่ในสายตาของของพญามัจจุราชที่มีนามว่า เทวราช ตลอดเวลา
พญามัจจุราชเทวราช เป็พี่ของมัจจุราชเทวฤทธิ์ พ่อของปรเมศธุ์ ซึ่งเขาคือผู้ปกครองดินแดนมัจจุราชในตอนนั้น ปัจจุบันผู้ปกครองดินแดนมัจจุราช คือพญามัจจุราชเอกทัศน์ ผู้เป็บุตรชายของเขาเอง
เทวราชรับรู้ได้ว่ากสุณาได้วางหัวใจไว้ที่เทพธิดาสุพรรษาผู้เป็พี่แล้ว นางรักและเทิดทูนเทพธิดาสุพรรษา พร้อมยอมตายแทนทุกเมื่อ เมื่อเทวราชรู้จุดอ่อนของวิหคเพลิงตนนี้แล้ว เขาเอาแต่ครุ่นคิดเงียบๆด้วยสายตาที่เ้าเล่ห์เพทุบาย โดยที่เด็กสาวสองคนไม่อาจล่วงรู้ได้เลย ถึงภัยที่กำลังจะมาถึงตัว
........................................................................................................................................................………………………
ในทุกๆวัน กสุณานั้นเธอต้องไปภาวนาศีล เพื่อให้บรรลุเปิดดวงตาที่ 3 สำหรับวิหคเพลิงการเปิดดวงตาที่ 3ถือว่าสำคัญมาก เพราะนั่นหมายถึงวิหคเพลิงเจริญเต็มวัยได้อย่างสมบูรณ์ ่เวลาที่กสุณาไปภาวนาศีลจึงเป็่ที่ทั้งสองแยกจากกัน
ในขณะที่เทพธิดาสุพรรษารอกสุณาภาวนาศีล เธอได้เดินเล่นที่สวนดอกไม้อย่างเพลิดเพลิน และเธอได้แลเห็นชายผู้หนึ่งยืนหันหลังอยู่ ทันใดที่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ชายผู้นั้นจึงได้หันหน้ามา
เทพธิดาสุพรรษาได้สบสายตากับชายผู้นั้น เธอไม่อาจละสายตาจากเขาได้ เขาเป็ชายรูปงามที่เดียว หน้าตาหล่อเหลา คิ้วเข้มหนา โค้งยาวราวกับคันศร ดวงตาโต แววตาหยาดเยิ้ม ชวนมองยิ่งนัก ร่างกายสูงใหญ่กำยำ แต่ดูทะมัดทะแมง อกผายไหล่ผึ่ง ช่างดูสง่างามเหลือเกิน เธอพึงพอใจชายผู้นี้ั้แ่แรกพบ ชายผู้นี้เขาก็คือเอกทัศน์ นั่นเอง
เอกทัศน์เองก็มีความพึงพอใจในตัวเทพธิดาสุพรรษาไม่ต่างกัน เธอมีใบหน้าที่งดงามราวกับปั้นแต่งเอง แม้เขาจะเคยเจอเทพธิดามานักต่อนักแล้ว เขาปฎิเสธไม่ได้เลยว่าเทพธิดาเ่าั้มีความงามสู้นางไม่ได้เลย กิริยาของนางก็ช่างงดงามอ่อนหวานยิ่งนัก แม้ทั้งคู่จะไม่ได้พูดคุยกันแต่ทั้งคู่ก็รับรู้ได้ว่า ณ เวลานี้ทั้งคู่ได้ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน และแน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็ไม่อาจหนีพ้นจากสายตาของเทวราชได้เหมือนเช่นที่ผ่านมา
เทวราชค่อนข้างจะพึงพอใจ เขาเผยรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ทุกครั้งที่เทวราชมายังแดน์ เขามักจะให้เอกทัศน์ติดตามมาเสมอ จึงทำให้หนุ่มสาวได้เจอกันบ่อยขึ้น สายสัมพันธ์ของทั้งคู่นับวันก็ยิ่งแน่นแฟ้น ความรักกยิ่งเพิ่มพูนตาม ซึ่งมันก็คือสิ่งที่เทวราช้าให้เป็แบบนั้นด้วย
..........................................................................................................................................................................
ณ ดินแดนมนุษย์โลก
พิทักสินธิ์ ได้เดินทางมาถึงบ้านร้างแห่งหนึ่ง บ้านแห่งนี้ได้รกร้างไปนานมาก จนมีเถาวัลย์เลื้อยพันรกรุงรัง เขาเดินผ่านตัวบ้านไปทางด้านหลัง เขาเดินตรงไปเรื่อยๆจนพบกับอาศรมของผู้ทรงศีล แต่ตอนนี้อาศรมแห่งนี้ก็ได้รกร้างเช่นกัน ข้างๆอาศรมมีต้นไม้ใหญ่อายุน่าจะหลายร้อยปีมาแล้ว เขาเดินตรงไปที่ต้นไม้ใหญ่แล้วเอื้อมมือไปแตะ ทันใดนั้นก็มีชายแก่นุ่งห่มด้วยชุดสีขาว เกล้ามวยผมไว้ด้านหลัง มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าใช้ยันพยุงร่างกาย ปรากฏตัวออกมา พิทักสินธิ์ทำความเคารพชายแก่นั้น
“ท่านเ้าที่ สบายดีไหมขอรับ”
ชายแก่เดินเข้ามาหาเขาใกล้ๆด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“หึหึ”ชายแก่หัวเราะเบาๆในลำคอก่อนจะตอบ
“ข้าสบายดี ขอบใจท่านอาชาพยัคฆ์มาก เขาขอทายว่าท่านคงมาตามหาวิหคเพลิงใช่ไหม?”
“ใช่ขอรับ ท่านมหาเทพได้บอกข้าว่าที่แห่งนี้คือจุดที่ให้กำเนิดวิหคเพลิง ข้าอยากทราบนางได้ไปกำเนิดในครอบครัวใด” ชายแก่ฟังแล้วพยักหน้ารับช้าๆ
“นางผู้ให้กำเนิดวิหคเพลิงได้ตายไปแล้ว เมื่อก่อนนางก็อาศัยอยู่ที่นี่ ดูแลทำความสะอาดที่อาศรมแห่งนี้ วันที่นางกำเนิดวิหคเพลิง จู่ๆเหล่ามัจจุราชก็มายังสถานที่นี้และได้ฆ่าทำลายหลายชีวิตที่ภาวนาศีลอยู่ที่แห่งนี้ ก่อนนางจะตายได้นำเด็กขอความช่วยเหลือจากข้า ให้ข้าช่วยปกป้องคุ้มครอง ข้าจึงรับเด็กมา ใช้พลังบดบังเด็กไว้ จนกระทั่งเจอผู้ที่มีชะตากรรมร่วมกับเด็กผ่านมา จึงได้ส่งมอบให้เขาเอาไปดูแล ผู้ที่รับเด็กไปอุปการะ เขาเป็มนุษย์ธรรมดาที่ภาวนาจนมองเห็นพวกเราได้ เขาเป็ผู้รอบรู้เื่สมุนไพร เ้าจงกลับไปจุดที่เกิดพลังของวิหคเพลิงครั้งแรก เริ่มต้นหาจากตรงนั้น ตามหาร้านขายสมุนไพร วิหคเพลิงอยู่ที่นั่น”พูดจบชายแก่ก็ได้หายตัวไป พิทักสินธิ์โค้งตัวลงทำความเคารพตามหลัง แล้วก็ออกเดินทางตามหาวิหคเพลิงต่อไป
..........................................................................................................................................................................
หลังจากปรเมศธุ์กลับมาถึงบ้าน เขาก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ครุ่นคิดไปต่างๆนาๆ เขามั่นใจว่าหญิงสาวที่เขาเจอคือคนเดียวกับเด็กหญิงในความทรงจำเขาแน่นอน แต่จะเป็ไปได้อย่างไร เด็กหญิงในความทรงจำเขาพบเธอที่ดินแดน์ แต่เธอคนนี้อยู่ดินแดนมนุษย์โลก แล้วเหตุอันใดเล่า ที่พลังหัตถ์ยมทูตของเขาถึงทำอะไรเธอไม่ได้ ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งหาคำตอบไม่ได้
ก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ปรเมศธุ์ๆ” เสียงแม่เรียก เขาจึงเดินไปเปิดประตู
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ท่านพ่อของเ้า มีเื่จะคุยด้วย”
“ครับ” พูดจบเขาก็ปิดประตูแล้วเดินลงไปชั้นล่าง
ตอนนี้พ่อของเขานั่งรอที่ห้องรับแขกแล้ว กำลังคุยอยู่กับบริวาร 2-3 ตน พอเห็นเขา พ่อจึงได้สั่งให้เหล่าบริวารออกไป
“มีเื่อะไรหรือเปล่าครับ” ปรเมศธุ์นั่งลงข้างๆพ่อ
“คนของเรา เหมือนจะได้ร่องรอย วิหคเพลิงแล้วนะ อีกไม่นานคงจะพบตัว” เทวฤทธิ์มองหน้าลูกชายที่ดูเหมือนมีความกังวล
“เ้ามีเื่อะไรให้กังวลหรือ?”
“ข้าแค่สงสัยว่า ถ้าเราฆ่าวิหคเพลิงแล้ว ประตูมิติถูกเปิดค้างไว้ชั่วกาล ถึงตอนนั้นท่านพ่อมั่นใจหรือไม่ว่า ท่านพญามัจจุราชจะควบคุมเหล่าอสูรกายได้” เทวฤทธิ์มองหน้าลูกชาย แล้วได้แต่นิ่งเงียบ
“เมื่อไร้พรมแดนศักดิ์สิทธิ์ ไม่แค่เหล่ามัจจุราชที่ไปได้ทุกที่ ปีศาจอสูรกายก็ทำได้เช่นกัน ข้าเกรงว่าถึงตอนนั้นอาจเกินกำลังที่เราจะควบคุมได้” เทวฤทธิ์นิ่งเงียบ เพราะสิ่งที่ลูกชายพูดมา มันต้องเกิดขึ้นแน่นอน เขาเองก็กังวลอยู่เหมือน มีหลายหนที่ตัวเขาเองก็อยากถามเื่นี้กับพญามัจจุราชเอกทัศน์เช่นกัน
..........................................................................................................................................................................
ทิพย์ตื่นนอนตอนเช้า ไม่พบบุษบา เธอแปลกใจเล็กน้อย
“บุษบายังไม่กลับมาหรือนี่” เธอเริ่มรู้สึกกังวลใจ จีงลุกขึ้นอาบน้ำแต่งแล้วลงไปชั้นล่าง
ก่อนที่เธอจะพูดอะไร ก็ได้พบว่าบุษบานั่งคุยอยุ่กับปู่ของเธอแล้ว เธอจึงเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบนมเทใส่แก้ว เสร็จแล้วจึงเข้าไปสมทบกับทั้งสอง
“ฉันนึกว่าเธอยังไม่มาเสียอีก” ทิพย์เอ่ยขึ้น บุษบาไม่ได้ตอบอะไร
“บุษบาเล่าทุกอย่างให้ปู่ฟังแล้ว” ปู่ได้บอกกล่าวแก่หลานสาว
“แล้วหนูจะช่วยหุบเขาของบุษบาได้อย่างไรคะ?”ทิพย์ถามพลางนั่งลงข้างๆบุษบา
“ถ้าหนูเป็วิหคเพลิงจริง วิหคเพลิงต้องเปิดดวงตาที่ 3ให้ได้ก่อนถึงจะเรียกของวิเศษคืนได้ ปู่ก็ไม่รู้ว่าที่เล่าขานกันมาจะใช่เื่จริงหรือไม่ วิหคเพลิงมีบริวารคู่ใจตนหนึ่ง ที่จะช่วยเหลือชี้ทางไปให้กับวิหคเพลิง ส่วนวิธีการเปิดดวงตาที่3 ปู่ก็ไม่รู้วิธีเช่นกัน แต่อาจมีผู้หนึ่งที่รู้”
“ใครคะ?” ทั้งทิพย์และบุษบาถามพร้อมกัน
“เทพหยั่งรู้ทั้ง 3โลกธาตุ” ปู่ตอบ
“แล้วเทพหยั่งรู้ อยุู่ที่ไหนละคะ?” ทิพย์ถาม
“หอตำราดาวดึงส์ ปู่เองก็ไม่รู้มันตั้งอยู่ที่ไหน” ทิพย์กับบุษบาได้แต่มองหน้ากัน ด้วยท่าทีที่หนักใจ ทั้งสองถอนหายใจพร้อมๆกัน
..........................................................................................................................................................................
ณ ดินแดน์ ก่อนประตูมิติเปิด
“กสุณีๆ เ้าลืมตาเร็วๆ ดูข้าสิ ข้างดงามมั้ย?” กสุณีลืมตาตื่น มองเห็นกสุณาอยู่ตรงหน้า กสุณายิ้มให้อย่างร่าเริง ผละตัวออกไปยืนกลางห้องแล้วหมุนตัวหนึ่งรอบ แล้วพูดทั้งรอยยิ้ม
“กสุณีเ้าดูนี่นะ” พูดจบ กสุณาก็สยายปีกสีแดงให้กสุณีดู ปีกของกสุณาช่างงดงามยิ่งนัก มันมีสีแดงระเรื่อประกายระยิบระยับ ราวกับอัญยมณี ครั้นเมื่อแสงกระทบ สีแดงนั้นก็เปลี่ยนสีไปมา มันเกิดสีมากมายเป็พันเป็หมื่นสี
“โหววว..เ้ามีปีกแล้วเหรอเนี่ย ปีกของเ้างดงามมาก ถ้าอย่างนั้นเ้าก็บินได้แล้วสิ กสุณา” กสุณีพูดพลางลุกเดินไปลูบไล้ปีกของกสุณาอย่างชื่นชม กสุณาไม่ตอบได้แต่ยิ้ม แล้วพยักหน้ารับ
“ข้าเปิดดวงตาที่ 3 ได้แล้ววว!! กสุณี ”กสุณีรู้สึกตื่นเต้นและดีใจกับกสุณามาก ทั้งสองโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจ
“ท่านพี่ทั้งสองรู้หรือยัง” กสุณีถาม
“ยังเลย ข้ายังไม่ได้บอกพวกเขา ข้ากลัวพี่หญิงจะร้องไห้ เมื่อรู้ว่าข้าเปิดดวงตาที่ 3ได้” กสุณาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า
“ทำไมพี่หญิงต้องร้องไห้ด้วย ต้องดีใจกับเ้าสิ”กสุณีถามด้วยความสงสัย
“ กสุณี เ้าเด็กน้อย เ้าไม่รู้หรืออย่างไร วิหคเพลิงเมื่อเปิดดวงตาที่ 3ได้ เราจะต้องออกตามหาบริวารคู่ใจและศาสตราวุธของตนเอง”
“แล้วเ้ารู้หรือบริวารของเ้าอยู่ที่ไหน”
“รู้สิ วิหคเพลิงกับบริวารคู่ใจ มีดวงจิตดวงเดียวกัน เราจะสื่อถึงกันไม่ว่าอยู่ที่ไหนดวงตาที่ 3 ก็จะหาเจอ เพราะเรามีดวงจิตดวงเดียวกัน หากวิหคเพลิงตายบริวารคู่ใจก็จะตายตาม ศาสตราวุธคู่กายก็จะสลายตาม”
“เพราะเ้าต้องออกตามหาบริวารใช่ไหม เลยกลัวพี่หญิงร้องไห้ ก็พวกเ้าตัวติดกันขนาดนั้น”
กสุณาไม่ตอบได้แต่พยักหน้ารับ
“พี่หญิงรักเ้ามาก นางย่อมเข้าใจเ้า”กสุณีจับมือของกสุณาเพื่อปลอบประโลม
เมื่อเทพธิดาสุพรรษารู้เื่ นางก็อดร้องไห้ไม่ได้ เมื่อรู้ว่ากสุณาต้องออกตามหาบริวารคู่ใจ แต่นางก็ยินดียิ่งนักที่กสุณาเปิดดวงตาที่ 3 ได้
“เ้ารีบไปรีบกลับมานะ ขอให้เ้าปลอดภัย”เทพธิดาสุพรรรษาโผเข้ากอดกสุณา
“ไม่มีใครทำอันตรายนางได้หรอกน้องหญิง นางเป็วิหคเพลิงที่โตเต็มวัย มีความพร้อมทั้งกายและฤทธิ์เดช”
มหาเทพอิศรเทพพูดปลอบผู้เป็น้องสาว ทั้ง 4 จึงได้กล่าวร่ำลากัน แล้วกสุณาจึงได้ออกเดินทางไป