-วันที่ 7 ผู้สรรค์สร้างพักผ่อน ทอดพระเนตรผลงานชิ้นโบแดง หวนคืนสู่สุขสงบ-
เช้านี้หมอประกาศข่าวดี พรุ่งนี้ให้คนไข้กลับบ้านได้
เอเดลไม่อยู่ เธอติดแก้ทัณฑ์บนหลังแอบโดดเรียนมาเฝ้าน้องชายทั้งสัปดาห์ ส่วนลีโอขอปลีกตัวไปทำกิจกรรมชมรมและอาสาช่วยกระจายข่าวเื่
ทวิตซ์ให้ เหลือแค่ฉันนั่งจ๋องข้างเตียง ทำหน้าที่เป็พี่เลี้ยง ‘เด็กชายทวิตซ์’ แทนทุกคน
ลูกรักพระเ้าแข็งแรงสมบูรณ์ดี ไม่มีอะไรสึกหรอนอกจากความทรงจำ
ทวิตซ์ฟื้นตัวเร็วมาก ทิ้งคราบคนป่วยติดเตียง 6 วันในชั่วข้ามคืน สุขภาพจิตดีเยี่ยม ซุกซน ร่าเริง ขี้สงสัย แถมกวนโอ๊ยคูณสิบ = =*
ฉันเพิ่งเคยเจอคนเพี้ยนที่สนุกตื่นเต้นกับภาวะความจำเสื่อม เผลอๆ ดูมีความสุขกว่าเดิมด้วยซ้ำ
…ที่ผ่านมาชีวิตนายมันเศร้าหมองมากเลยสินะ?
ในสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนไม่เครียดก็ดีอยู่หรอก…
เพราะการสูญเสียความทรงจำเป็ปริศนาแฟนตาซี แม้แต่หมอเองยังไม่กล้าฟันธง จึงไม่มีอะไรรับประกันว่า ทวิตซ์จะกลับมาจำได้อีกครั้ง
ฉันเคยอ่านเจอในหนังสือเล่มหนึ่ง สมองเปรียบเสมือนผู้ดูแลโกดังแห่งความทรงจำ มีหน้าที่เก็บรักษา จัดเรียง ค้นหาและใช้งาน เมื่อโกดังเกิดชำรุด
เสียหาย ไม่มีทางรู้เลยว่า สมองจะสามารถกู้คืนซากกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน อย่างร้ายความทรงจำเ่าั้ อาจหายไปตลอดกาล
…
ฉันไม่หวังอะไรมากหรอก…
สมใจอยากแล้วหนิ เห็นทวิตซ์มีความสุข ลดสถานะเหลือแค่เพื่อน นั่นคือสิ่งที่้าไม่ใช่หรอ?
ในเมื่อความสัมพันธ์เชิงชู้สาวของเราปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์ ต่อให้ความทรงจำกลับมา ผลลัพธ์คงไม่ต่างจากเดิมอยู่ดี
“มองแบบนี้อีกแล้ว ไม่สบอารมณ์เลย”
น้ำเสียงหงุดหงิดของพ่อหนุ่มผมเงิน ฉุดฉันหลุดจากภวังค์
แย่ล่ะ เผลอจ้องหน้าเค้าเพลินอีกแล้ว o///o
ฟึ่บ
หน้าแดงก่ำนั่งก้มงุดมองเข่าตัดปัญหา
น่าอายจัง…่นี้นอนน้อยไปสินะ ถึงชอบเหม่อเอ๋อควบคุมตัวเองไม่ได้อยู่เรื่อย
สติ! สติ! สติ!
“…หน้าฉันเหมือนแฟนเก่าเธอรึไง?”
เสียงทุ้มค่อนแซะ ทำเอาสติที่พยายามเรียกคืนหนีเตลิด
ไม่ใช่แค่เหมือน แต่ใช่เลยต่างหาก!
“เฮ้อ อิรุงตุงนัง”
คนหัวเสียถอนหายใจตัดพ้อต่อไม่เลิก
สายตาสีครามทอดมองหน้าจอมือถือเครื่องเก่าบี้บุบที่เหลือรอดอย่างปาฏิหาริย์ ปากบ่นพึมพำเซ็งจิต
“…รักสามเส้ารึไง?”
คิดได้เนอะ จินตนาการปรุงแต่งล้ำเลิศจริงพ่อคุณ =o=
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ…หรือไอ้เศษเหล็กต้องสงสัยนั่น จะมีอะไรเกี่ยวกับฉัน!?
ชึบ
ผู้พิทักษ์ความลับ ยกมือถือชูสูงเกินเอื้อม กรีดยิ้มเยาะยียวนกวนบาทา
“อยากดูหรอ?”
ใบหน้าพลันร้อนผ่าว รู้สึกอับอายเสียศักดิ์ศรี เพราะดันเผยไต๋ทำสายตาซอกแซกให้เค้าจับได้
อยากรู้ชะมัด ในนั้นมีอะไรกันแน่! ทำไม่นี้นายถึงชอบดูมันนัก แล้วคอมโบมองฉันต่อด้วยสายตาแปลกๆ??
(- -) (_ _) (- -) (_ _)
ฉันพยักหน้าเบาๆ สองที ยอมยกธงขาว
เ้าชายดอกไม้คลี่ยิ้มพึงพอใจ คิดว่าคงยอมเฉลยแน่
…แต่เปล่าเลย
จึก
นิ้วเรียวจิ้มกลางหน้าผาก ออกแรงผลักเพียงเบาๆ ทำใจสั่น 8 ริกเตอร์ พาร่างรวนซวนเซ
“ไม่-ให้”
ทวิตซ์กดเสียงเข้มเน้นคำ ยิ้มสะใจเยี่ยงผู้ชนะ
“แค่เพื่อนจะมายุ่งกับของส่วนตัวได้ไง”
จึก!
ท่าทีจี้สั่งสอนตั้งกำแพงสูง ช่างเสียดแทงเหมือนโดนมีดปักอกมิดด้าม
ไม่ต้องย้ำ! รู้แล้วย่ะ ‘เฟรนโซน’ ฉันไม่เคยคิดข้ามเส้นซักหน่อย! แค่สงสัยเท่านั้นเอง
…จริงๆ นะ
…
ดวงตาสีฟ้าจ้องสะกดส่งผลต่อใจ เต็มไปด้วยความรู้สึกคาดเดายาก
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
เราจ้องกันพักใหญ่ กระทั่งน้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยทำลายความเงียบงันราวกับมีพลังอ่านใจ
“ถ้าอยากได้…ก็เป็มากกว่านี้สิ”
ตึกตักๆๆ!
หัวใจเต้นแรงโครมคราม เตือนให้ฉันรีบสะบัดหน้าหนี ก่อนหลุดโชว์แก้มแดงเป็ตูดลิงให้เค้าล้อต่อไม่เลิก
เ้าศักดิ์ศรีน้อยนิดเท่าหางอึ่งเข้าสั่งการ แผดเสียงลั่นทำโมโหกลบเกลื่อน
“ฝันไปเถอะ!!!”
ทวิตซ์หัวเราะคิกคักแซวสนุกสนาน
“โว้~ ทั้งที่ชอบมองเหมือนอยากงาบฉันแท้ๆ ^^+”
หน็อย! ไอ้หมอนี่มันปีศาจผู้ชำนาญด้านการปั่นประสาทชัดๆ!!!
“คะ ใครก็มองนายแบบนี้ทั้งนั้นแหละ!”
ฉันตะกุกตะกักแก้ตัวน้ำขุ่นๆ แทนสายตาทรพีที่ถูกเสียบประจาน
ถึงขั้นชมอ้อมๆ ว่าหล่อแล้ว…นายช่วยเมตตาทำเป็เหลิง แกล้งเมินมันไปที! T\\T
ทวิตซ์ลอบชักสีหน้าไม่พอใจในคำตอบเมื่อครู่ ก่อนกระตุกยิ้มร้าย
แปะๆ
ร่างสูงเ้าเล่ห์ในชุดผู้ป่วยสีฟ้าอ่อนตบฟูกยั่ว ชวนขึ้นเตียงหน้าด้านๆ
“มานี่มา~”
ไปให้โง่สิย๊ะ!!!
“กำไรล้วนๆ ไม่ขาดทุนหรอกคร้าบ~”
ทวิตซ์หว่านน้ำเสียงเซ็กซี่ฮาร์ดเซลล์ล่อเหยื่อ ดูท่าต้องเอาหัวโหม่งกำแพงซักสิบรอบถึงต้านทานเสน่ห์แพรวพราวนี้ได้
ตานี่เคยป่วยติดเตียงจริงหรอ…หุ่นแซ่บลืม
อ๊ะ ไอ้ตาทรยศ! แกโฟกัสผิดจุดอีกแล้วนะ! >\\\<
“เลิกเล่นได้แล้ว!”
เยี่ยมมากปากกล้าลูกแม่! ไม่ได้แกฉันคงกลายเป็ยัยหื่นสมบูรณ์แบบ
“เอาจริงนะ อยากพิสูจน์อะไรหน่อย”
ท่าทีจริงจังเปลี่ยนบรรยากาศ เอียงคอมองรอคำตอบ
“เหอะน่า พอรู้แล้ว ฉันจะไม่กวนใจเธออีกเลย”
เ้าชายดอกไม้คลายยิ้มบางผ่อนแรงกดดัน ยื่นข้อเสนอขอความสมัครใจ
และฉันมักพ่ายแพ้ลูกล่อแบบนี้ซะด้วยสิ…
ปุบ
สาวน้อยแสนเชื่องยอมทิ้งตัวนั่งจุ้มปุ๊กข้างชายฉกรรจ์อัตโนมัติ
เกลียดตัวเองจริงเชียว…เหมือนทุกอย่างไม่เชื่อฟังสมอง ทำไมฉันไม่หนีไปซะ? วิ่งหน้าตั้งสี่คูณร้อยออกจากห้องก็จบแล้ว -*-
ฟึ่บ
มือหนาดับแสงตัดประสาทัั ปิดดวงตาเ้าปัญหา
“ทำอะไรของนาย…?”
ฉันเอ่ยถามตะหงิดใจ พยายามมองโลกในแง่ดี
ไม่หรอกมั้ง นี่โรงพยาบาล เพิ่งหายดีหมาดๆ นายคงไม่คิดทำอะไรแผลงๆ…ใช่มั้ย?
“คราวนี้เธอก็มองไม่เห็นฉันแล้ว”
ประโยคเสียดสีท้าทาย GAT เชื่อมโยง กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ ช่วยบอกใบ้ให้ฉันเข้าใจ
“อ่า”
นี่คือการแก้แค้นสินะ เค้าไม่ชอบที่ฉันพูดก่อนหน้านี้จริงๆ
…แล้วมันยังไงล่ะ?
ถึงตาบอดฉันก็ยังััได้ว่าเป็นาย…จากฝ่ามืออบอุ่น เสียงนุ่มนวลชวนใจสั่น อุณภูมิร่างกายแผ่ซ่าน กลิ่นฮอร์โมนดอกไม้พุ่งพล่านหลับใหลใต้ไอ
ดินเจือยาขมเฝื่อนคอ และจังหวะหายใจหอบถี่…
เอ๊ะ ชักแปลกๆ ละนะ
“ชอบ…มาร์ชเมลโล่มั้ย?”
น้ำเสียงแ่กระซิบเว้นลากช่องไฟ ก่อนเติมเต็มประโยคน่าฉงน
ลมหายใจรวยรินราดรดหน้า พาสติล่องลอยหลงลืมคำถาม
“…อื้อ!”
ปริศนาถูกเฉลยทันที พร้อมเสียงสะดุ้งในลำคอ เมื่อได้ลิ้มชิมรสหวานละมุนลนไฟแสนอ่อนนุ่มแทบหลอมละลายในปาก กลิ่นกายเนื้อหอมกรุ่นน่า
หลงใหลนัวเนียเร่งเร้าให้ปล่อยใจตามสัญชาตญาณ
ััลิ้นชวนเคลิบเคลิ้มพาน้ำเชื่อมชุ่มหวานไหลหลั่งลงคอ ทำท้องไส้ปั่นป่วนร้อนรุ่มเหมือนมีฝูงผีเสื้อไฟโบยบิน ทั้งสมองและร่างกายอ่อนยวบไร้
แรงต้านไม่ต่างจากมาร์ชเมลโล่
ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!
…เป็ครั้งแรกที่ฉันภาวนาให้หัวใจเต้นดังพอ เพื่ิอกลบเสียงลามกจากริมฝีปากหนุบหนับเด่นชัดท่ามกลางความมืด
ห้วงเวลาขนมหวานสิ้นสุดลง ทวิตซ์ถอนจูบออกเนิบนาบ นิ้วอุ่นนุ่มนวลบรรจงปาดเช็ดริมฝีปากให้อย่างอ้อยอิ่ง เสี่ยวกระซิบติดกระเส่า
“…หวานจัง”
มือใหญ่ซึมเหงื่อชื้นคลายออก เผยให้เห็นอัญมณีคู่สวยสีฟ้าฉ่ำวาวใต้แพขนตาหนา เืฝาดสูบฉีดขึ้นใบหน้าแดงระเรื่อ
“ฉันชอบนะ”
ตึกตักๆๆๆ!
ดั่งคาถาเสกสั่งใจเต้นระรัว ตราตรึงกายให้ระทวย
“ยูแช…”
ร่างสูงเอ่ยเรียกง่ายดายด้วยน้ำเสียงกึ่งครางราวกับเป็คำติดปาก
สมองเ้ากรรมกู้คืนชื่อฉันได้สำเร็จ…แต่มันดันลืมเอาสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าติดมือกลับมาด้วยอย่างไม่น่าให้อภัย
นิ้วเรียวเล่นปูไต่ขึ้นขา แววตาโหยหาสื่อชัด เค้ากำลังใช้ ‘หัวล่าง’ มากกว่า ‘หัวใจ’
นี่แหละความจริง ตรงหน้าฉันคือ ‘ปีศาจหื่นกระหายแฝงกาย’ ไม่ใช่ ‘เ้าชาย’
ฝันไปเหอะ!! ฉันไม่มีวันยอมลดสถานะเป็หมาตัวเมียหรอกย่ะ!!!
นายไม่ใช่ ‘ทวิตซ์ของฉัน’! แค่หน้าเหมือนเค้า อย่าคิดว่าจะทำอะไรก็ได้นะไอ้หื่น!!!
หมับ!
มือเล็กพิฆาตหยุดปูน้อยติดสัด สายตาเ็าปลิดชีพจร ทำเอาคนตรงหน้านิ่งชะงัก
“…”
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะห้องของหญิงสาวร่างบางผมสีคาราเมล ยืนกอดอกพิงกรอบประตู ดังขัดาปราบมาร
วะ หวาน!!! O///O
เธออยู่ตรงนั้นตั้งแน่เมื่อไหร่?! ทันเห็นฉากโจ๋งครึ่มรึเปล่า???
“เสร็จกิจรึยัง? ฉันมีเื่ต้องคุย”
เสียงใสค่อนแซะและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมแผ่ออร่าพยาบาทแทนคำตอบ ทำฉันอายก้มหน้างุดดิน
ทำไมต้องเป็อีหรอบนี้ทุกที! T//T
“เข้ามาสิ”
เ้าห้องตอบเสียงเรียบไม่เหลียวมอง ในขณะที่ปลายนิ้วอุ่นช่วยปาดเก็บไรผมตกระหน้าตามนิสัย
อ่า…ฉันควรย้ายก้นออกจากเตียงได้แล้ว ก่อนที่หวานจะกินหัว
“สอง-ต่อ-สอง”
น้ำเสียงใสกดต่ำเน้นย้ำเร่งขับไล่ทางอ้อม
เห็นด้วยทุกประตู ฉันควรออกจากห้อง
…ไม่ก็ออกไปจากชีวิตเค้าได้ยิ่งดี
หมับ!
มือใหญ่จับหมับรั้งไว้ จ้องมองด้วยสายตาลูกหมาออดอ้อนน่าสงสาร…
เอ่อะ นายทำแบบนี้แล้วฉันจะทิ้งลงได้ยังไง๊!? ToT~
“เฮ้อ…ขอแค่ 10 นาทีจ้ะ เป็เื่งาน”
หวานถอนหายใจใส่เ้าเด็กดื้อ ใบหน้าราบเรียบยืนยันหนักแน่น
ฉันชิงสะบัดมือออกทีเผลอ เกิดความรู้สึกผิดเข้าถาโถมในใจเหมือนเพิ่งเอาหมาไปปล่อยวัด
ทวิตซ์นอยจัด แต่ไม่วายส่งยิ้มให้ก่อนจากลา พร้อมสายตาละห้อย
โธ่ พ่อดราม่าคิง! นายไม่เป็ฮาจิโกะเฝ้าชิบูย่าหรอกน่า เดี๋ยวฉันก็กลับ! -*-
…
ฉันถือโอกาสเดินออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ทรุดตัวลงตรงม้านั่งทำเลทองในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งใกล้โรงพยาบาล ปล่อยใจเพ้อล่องลอย
ไม่รู้ทำไมเซ้นส์ผู้หญิงของฉันถึงไม่เคยทำงานกับหวานเลย ทั้งที่รู้ว่าเธอชอบทวิตซ์
เพราะเธอแสดงออกตรงๆ หรอ? หรือเพราะรู้ว่าอีตาทวิตซ์เป็พวกมาโซคิสม์กลัวความรัก?
เอาเป็ว่าตอนนี้ฉันไม่รู้สึกหึงเลยซักนิด
แคว่ก~
ฉันฉีกซองขนมเยี่ยมไข้ใกล้บูดที่พกติดมือมากินรองท้องฆ่าเวลา
“…แค่กๆ”
แหวะ! สตอเบอรี่นี่หว่า -*-
ชาติก่อนฉันไปเผาดงโคตรเหง้าสตอเบอรี่มารึไง? มันจะตามจองล้างจองผลาญอะไรกันนักหนา!?
เฮ้อ..เบลอจัด
อืม หรือที่ไม่หึงเพราะกำลังอ๊อง ไร้เรี่ยวแรงไปสู้รบปรบมือกับใครในสนามรัก?
หรือเพราะเราเลิกกันแล้ว และเค้าไม่ใช่ทวิตซ์คนเดิม?
แล้วทำไมถึงหยุดคิดเื่นี้ไม่ได้ซักที…
.
-20 นาทีผ่านไป-
“ยูแช~”
ทวิตซ์พุ่งเข้ากอดรัดแน่นทันทีที่เห็นฉัน
สาบานว่าความจำเสื่อม! ทำไมมันเดจาวูจัง - -*
“แค่ ‘ยู’ พอ”
ฉันใช้เสียงเ็า พยายามก่อกำแพงขีดเส้นแบ่งเขตความสัมพันธ์ มือผลักดันร่างกำยำออกสุดแรงม้า
ให้ตายสิ…ไม่เขยื้อนเลยซักมิลฯ
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
นั่นล่ะ โดนเข้าแล้วไง =\\=
เพราะใช้แรงมากเกินไปจนเริ่มหอบ เลยเผลอสูดกลิ่นหอมเย้ายวนเข้าปอดเต็มๆ
“ไม่เอาอะ ไม่ชินปาก อืม…แต่ถ้าให้เรียกแบบอื่นก็น่าสน”
คนเอาแต่ใจด้านได้อายอดโดดข้ามกำแพงหน้าตาเฉย คัดสรรคำเรียกคู่รักสุดเลี่ยน จัดเสิร์ฟด้วยน้ำเสียงสยิวกิ้วจั๊กจี้ใบหู
“ดาร์ลิ้ง ฮันนี่ เบ๊บ มายเดียร์ สวีทฮาร์ต อะไรดีน้า~”
“ไม่เอาทั้งนั้นแหละย่ะ!”
“งั้นก็ ยู-แช”
ปีศาจหัวเงินปิดจบยื่นคำขาด
เออ เอาที่สบายใจเลยย่ะ =*= ฉันล่ะสุดจะต่อกรกับไอ้คนดื้อด้านอย่างนายจริงๆ!
“ปล่อยได้รึยัง?”
เรียนเพื่อทราบ ตอนนี้เรายังกอดกันกลมดิ๊กอยู่นะ -\\-
“ฉันว่าความสัมพันธ์เราซับซ้อนแล้ว…กับหวานยิ่งพิลึกกว่าอีก”
อีตานี่ไม่สนใจ เริ่มพล่ามเื่ผู้หญิงสารภาพบาปให้ฟังอีกแล้ว โถ่เอ้ยชีวิต!
“ไม่ใช่ทั้งเพื่อน คู่ค้า หรือคนรัก แต่เป็ ‘เซฟโซน’”
เดี๋ยวก่อน ทำไมสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ‘จิตแพทย์’ ล่ะ
อือ นักบำบัดโซน…?
“ไม่มีอะไรให้หึงหรอกนะ”
เสียงหนักแน่นข้างหูผสมรวมไออุ่นทำใจสั่นไหว
“ฉันก็ไม่ได้หึงซะหน่อย!”
อวัยวะดีเด่นแห่งปีขอยกให้ปากเก่ง ที่สามารถใช้น้ำเสียงเกรี้ยวกราดกลบความเขินสำเร็จ
.
ค่ำคืนสองต่อสองในห้องสีขาวโพลนไม่มีอะไรเกินเลยทั้งนั้น นอกจากมุกเสี่ยวเกี่ยวใจของสุภาพบุรุษผมเงินที่ยอมสละเตียงให้ฉัน แล้วย้ายถิ่นไปนอน
โซฟาแทน
ถ้าถามว่าทำไมยังไม่กลับ เพราะลึกๆ ยังแอบห่วงและรู้สึกผิดอยู่น่ะสิ ที่เคยพลาดมาหาเค้าช้ากว่าใคร…
พรุ่งนี้คุณอาชวนกินข้าวด้้วย ซึ่งฉันตอบตกลง
อยากใช้โอกาสนี้ขอโทษเค้าซักครั้ง ที่คราวก่อนเสียมารยาทปุบปับไปโดยไม่ลา
ฉันได้แต่หวังว่าพอเคลียร์ปมในใจจนหมดแล้ว ความรู้สึกผูกติดเหนียวแน่นนี้ จะค่่อยๆ จางหาย
.
-วันต่อมา-
หลังจัดการเคลียร์ข้าวของเรียบร้อย เราพากันขึ้นราชรถที่คุณอาส่งมาเกยก่อนเวลา 4 ชั่วโมง
ดูท่านิสัยเพอร์เฟ็กชั่นนิสจะถ่ายทอดผ่านกรรมพันธุ์ เค้าถึงเผื่อเวลาไว้เหลือเฟือขนาดนี้
พอถึงบ้านปุ๊บ เด็กชายทวิตซ์ก็เริ่มงอแงบ่นอุบอิบ
“ฉันไม่ชอบที่นี่เลยอะ”
ประทานโทษ นี่บ้านนายนะยะ - -* ไหงทำหน้าเหมือนอยากกลับไปนอนโรงบาล
เดี๋ยว! แล้วนายจะไปไหนน่ะ?? นั่นไม่ใช่ทางไปห้องอาหารนะ!
ฉันรับบทพี่เลี้ยงเกาะติดเร่งฝีเท้าไล่หลังนักสำรวจร่างสูง ผู้ใช้ความสงสัยนำทางแทนแผนที่ มุ่งเดินปร๋อตามสัญชาตญาณ
“…ห้องฉันเอง”
เสียงทุ้มต่ำพึมพำหน้าประตูบานหนึ่งก่อนเปิดบุก บุ่มบ่ามคว้ามือฉันเข้าไปร่วมขบวนการย่องเบา
ไม่สิ บ้านนายนี่นา ไม่นับว่าบุกรุกหรอกมั้ง?
กลิ่นหอมคุ้นเคยตีขึ้นจมูก บ่งบอกถึงหนุ่มเ้าของห้องหน้าสวย มองแค่ตาเปล่ายิ่งรู้ได้ทันที ด้วยคอนเซปต์ระบุตัวตน ‘ตัวเปล่าเล่าเปลือย’ เป็ระเบียบ
สะอาด เน้นโล่งตาไว้ก่อน
ห้องเรียบหรูโทนขาวดำแทบไร้ของตกแต่ง มีเพียงเฟอร์นิเจอร์ดำรงชีพ เตียง โต๊ะ กระจก ตู้เสื้อผ้า โน้ตบุ๊ค และหนังสืออีก 2-3 เล่ม หน้าต่างบาน
ใหญ่ติดม่านเทาเปิดรับแสงแดดธรรมชาติ สาดส่องดอกไม้งามสดใสสีม่วงในแจกันคริสตัล
สิ่งแรกที่ทวิตซ์ตัดสินใจทำไม่ใช่การรื้อค้นไปเรื่อย เขายกหูยิงตรงหาพี่สาวทันที แถมใจดีเปิดลำโพงให้ฉันฟังด้วย
“ในห้องผมมีขุมทรัพย์ซ่อนอยู่รึเปล่า?”
คำเลี่ยงบาลีทำฉันเริ่มคิด…
สิ่งที่นายตามหาคงไม่ใช่หนังสือโป๊ใช่มั้ย? =o=;;
[อ๋อ~ Pocket Locket ก็อยู่ใต้เตียงไง]
น้ำเสียงสนุกสนานปลายสายตอบกลับ ต่อด้วยกัดฟันเกริ่นเื่ราวปนระบายซึมเศร้า สบถเกรี้ยวกราด ก่อนตัดสายฉุกละหุกสั่งลาด้วยสำเนียงฝรั่งเศส
สุดเซ็กซี่…ไบโพล่าห์พุ่งครบทุกอารมณ์
[นายเล่นเปลี่ยนรหัสตลอด เป็ความลับเดียวในบ้านที่ฉันไม่รู้ เราเคยตีกันแทบตาย…ทั้งที่ไอ้กล่องเวรตะไลนั่น! เพิ่งงอกแค่ 3 ปี!!! อ๊ะ แค่นี้ก่อนนะ
นังครูเฒ่ามาแล้ว…อ้อ ระวังไฟช็อตด้วยล่ะ Bisous Bisous~]
ติ๊ด
เห็นภาพเลย…ถ้าอีตาทวิตซ์เป็ผู้หญิงคงอารมณ์แปรปรวนประมาณนี้สินะ =o=;;
“อืม…ปริศนาอะไรกันนะ แม้แต่คนฉลาดและจุ้นจ้านอย่างเอเดลยังไขไม่ได้ ถ้ากล้าเปลี่ยนรหัสบ่อยทั้งที่เป็ของสำคัญ…มันต้องมีทริคกันเหนียวสิ”
ทวิตซ์เริ่มพึมพำทำท่าจับคางครุ่นคิดอีกครั้ง
แววตาเปล่งประกาย ฉีกยิ้มกว้างท้าทาย สนุกสนานกับการเล่นเป็นักสืบ
ส่วนฉันหรอ? รับบทตัวประกอบตกแต่งแบล็คกราว =_=^
ดวงตาแซฟไฟร์กวาดสำรวจเล่นเกมจับผิดภาพ
“เพอร์เฟ็กชั่นนิสไม่น่ายอมเอาของไร้ประโยชน์เกะกะตาอย่างดอกไม้ มาวางไว้ในห้องง่ายๆ นี่นา…ต่อให้เป็ของตกแต่งก็เถอะ”
ฝีเท้ามั่นคงย่างเข้าใกล้ดอกไม้งามริมหน้าต่าง นิ่งจดจ้อง เอ่ยขานชื่อคุ้นเคย
“เยอบีร่า”
น้ำเสียงทุ้มต่ำสาธยาย วิเคราะห์วัตถุพยานอย่างละเอียด
“หันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์ แทบไร้กลิ่น ให้ความรักและความสุขนำทาง…”
ใบหน้าสวยเริ่มขมวดคิ้วเหมือนเจอทางตัน
หวี่~
กระทั่งพยานบุคคลอย่างผึ้งเหลืองตัวน้อยแวะผ่านทาง หยุดเกาะเกสรสีสดใส
“ฮ่าๆๆ”
ทวิตซ์เค่นหัวเราะขำท้องแข็ง
อะไร? นี่ฉันอยู่โรงบาลบ้าหรอ??
ตาเพี้ยนนี่จู่ๆ ก็หัวเราะ สมองกระทบกระเทือนซ้ำซ้อนรึไง?
หนุ่มผมเงินสังเกตเห็นสีหน้างงเต็กของฉัน จึงเมตตาแจกแจงให้ฟัง เปิดคาบเรียนชีววิทยาโดยศาสตราจารย์ทวิตซ์ผู้คว่ำหวอดในวงการน้ำหอม
“เธอรู้มั้ยว่าดอกไม้แทบทุกชนิดส่องแสงได้ ^^”
รอยยิ้มเริงร่าดึงดูดให้อยากมีส่วนร่วม
ฉันส่ายหัวเบาๆ แทนคำตอบ
“ประสาทััของแมลงแตกต่างจากมนุษย์ พวกมันสามารถรับรู้ถึงเกสรดอกไม้ได้แม้ไร้กลิ่น เพราะมองเห็นแสงยูวีที่ดอกไม้เ้าเล่ห์สร้างขึ้นโดย
เฉพาะ เพื่อหลอกล่อให้ผึ้งน้อยช่วยผสมเกสร”
‘My Honeybee’
เสียงเซ็กซี่ของทวิตซ์คนเก่าเล่นซ้ำในหัว
GAT เชื่อมโยงทำให้ฉันนึกถึงตัวเอง และรู้สึกเข้าใจผึ้งน้อยขึ้นมาเลย
ว่าแต่…มันเกี่ยวอะไรกับการล่าขุมทรัพย์ของนายล่ะ?
“ถ้าสมมุติฐานถูกต้อง ห้องนี้ต้องมีไฟฉายและของเหลวปริศนา”
ทิ้งปมให้งุนงงอีกแล้ว ถึงวันนี้ฉันจะนอนเต็มอิ่ม แต่ไม่ฉลาดพอเข้าใจความคิดอัจฉริยะล้ำโลกนั่นหรอกนะ
ฉะนั้น ขอยืนโง่สวยๆ ละกัน =-=;
ทวิตซ์เริ่มทำการบุกค้นห้องเปิดดูลิ้นชักโต๊ะ ตู้ จนมาจบที่หัวเตียง
มือใหญ่โบกสะบัดไฟฉายเรียกร้องความสนใจอวดโชว์ความสำเร็จ
แค่ไฟฉายเอง พิเศษตรงไหน? ห้องใครก็มีได้เผื่อฉุกเฉินไฟดับ
แป๊กๆๆ
นิ้วเรียวกดปุ่ม 3 ที เปลี่ยนแสงไฟเป็สีม่วงเข้มดุจดอกเยอบีร่า
ถ้าเดาไม่ผิดมันคือ แสง UV ที่ฉันเคยเห็นตามหนังสืบสวน ใช้สำหรับตรวจสอบคราบของเหลวในที่เกิดเหตุ เพื่อตามล่าตัวฆาตรกร เช่น เื น้ำลาย
เหงื่อ และอสุจิ
อี๋!~ อย่าบอกนะว่า ของเหลวปริศนาคือไอ้นั่น!?!
นายคงไม่สกปรกโรคจิตถึงขั้นนั้นหรอก
…ใช่มั้ย??? O///O
“อ๊ะ เดี๋ยวเถอะ! เธอเห็นฉันเป็คนยังไง?”
เ้าชายดอกไม้ชักสีหน้าดุหลังอ่านใจ โยนขวดแก้วปริศนาให้ เล่นเอาแทบรับไม่ทัน
ฉันคลายมือก้มดูขวดใส่ของเหลวลึกลับอย่างไม่ไว้วางใจ ค่อยๆ แหงนมองเขาเหยเกหยะแหยง
คราวนี้ทวิตซ์ไม่ถือสา กลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ
สายตาสีฟ้าอมเทาแสนเอ็นดู ใช้น้ำเสียงนุ่มนวลเฉลยคำตอบ
“น้ำหอมกลิ่นเยอบีร่า”
น้ำสีม่วงใสแพรวพราวไร้มลทิน ไม่น่ามีส่วนผสมประหลาด ท้าทายความกล้าให้เปิดดม
…กลิ่นหอมเจือจาง แทบไม่ต่างจากน้ำเปล่า
ระหว่างที่ฉันมัวแต่ระแวง กล่องเหล็กสีดำด้านขนาดพอๆ กับกระเป๋าถือก็โผล่มาอยู่ในมือทวิตซ์แล้ว
“Pandora's box~”
สองฝาแฝดชอบเล่นคำเปรียบเปรยเหลือเกิน
ฟรึ่บ!
ร่างสูงลุกปิดม่านกันแสงทำห้องทึบทะมึน เหลือเพียงแสงลอดผ่านช่องล่างประตูและไฟฉายที่เขาคาบไว้ในปาก
แสงม่วงคลายความลับ ร่องรอยตกค้างของเยอบีร่าทอแสงเด่นชัดเปล่งประกาย บอกตำแหน่งเลขรหัสบนแม่กุญแจเหล็กกล้า
แกร๊ก
ฝากล่องเปิดออก ทันทีที่นิ้วเรียวเลื่อนกลไกปลดล็อคครบสมบูรณ์
“Oh! La vache~”
พ่อหนุ่มลูกครึ่งหลุดคำอุทานร้าวใจภาษาฝรั่งเศส
ถึงจะฟังไม่รู้เื่ แต่สำเนียงเคลือบแก้วหูช่างเซ็กซี่ขยี้ใจ -\\\-
ปั่บๆ
ทวิตซ์ตบมือสองทีสั่งเปิดไฟเท่ะเิระเบ้อ
โอ้โห…สวิตซ์ไฮเทคติดเซนเซอร์รับเสียงนี่สะดวกจริง =0=
ดวงตาคู่สวยทอดมองขุมสมบัติ คลายยิ้มอุ่นละไม…
อะไรกันที่สายตาอ่อนโยนของเค้า?
ฉันเขยิบเข้าใกล้ร่วมวงสำรวจด้วยความสงสัย
ภายในกล่องเต็มไปด้วยแผ่นการ์ดอวยพรวันเกิดแฮนด์เมดหลากสีสันถูกเก็บรักษาอย่างดี ซีลเคลือบพลาสติกใสไม่ผุกร่อนตามกาลเวลา ซึ่งมีเพียง
การ์ดจิ๋วชมพูหวานใบเดียวเท่านัั้น ที่เขาตัดสินใจหยิบขึ้นมาอ่านให้ฟัง
“ขอบคุณ ที่ทำให้ฉันยิ้มได้…ยูแช”
ร่่างกายของฉันสั่นเทิ้มหลังจบประโยค ก้อนสะอื้นในลำคอไม่อาจเก็บกลั้น แม้จะเอามือฮุบปิดปากแน่น
น้ำตาไหลรื้นชื้นอาบแก้ม
“ฮึก…ฮึก…”
ทวิตซ์โอบกอดปลอบลูบหัวอย่างอ่อนโยน
เค้าจำได้มาตลอดั้แ่วันแรกที่เราเจอกัน…ทั้งที่ฉันเคยขอให้ลืมแท้ๆ
“ฮือออ”
เสียงร้องแสนเศร้าปนตื้นตันถูกปลดปล่อย ความรู้สึกมากมายพรั่งพรูในหัว ไม่สามารถอธิบายเป็คำพูดได้
ฉันคิดถึงเค้า…ฉันคิดถึงนายเหลือเกินทวิตซ์
ฉันขอโทษ….แม้ว่านายต้องทุกข์ทรมาน แต่ความเห็นแก่ตัวของฉัน มันดันอยากให้ความทรงจำทั้งหมดนั้น หวนกลับคืนมาเหลือเกิน
ฉันรักนายและคงไม่มีทางเลิกรักได้…ฉันขอโทษจริงๆ
“ยูแช”
เสียงเรียกชื่อคุ้นเคยปลอบประโลมหัวใจ
“ไม่ว่าจะเป็เมื่อ 3 ปีก่อนหรือตอนนี้…”
เ้าของมืออุ่นผละจากกอด ถนอมปาดคราบน้ำตาปัดเป่าหยดน้ำพร่ามัว
“ฉันก็ยังชอบเธอ”
คำสารภาพนั้น ทำให้ฉันทั้งดีใจและเ็ปในเวลาเดียวกัน
เ้ามือถือเศษเหล็กเผยความลับเด่นหราอยู่ตรงหน้า
“ฉันคงเป็เพื่อนกับเธอไม่ได้หรอก…”
หน้าจอแบนราบปรากฏภาพในความทรงจำ ทำน้ำตายิ่งไหลนองท่วมท้น
…
…..
……..
“หยุด! อย่าขยับ”
ทวิตซ์เล่นสวมบทเป็คุณตำรวจจับโจร ทำมือเลียนแบบปืนจิ้มหลัง ในขณะที่เค้าพาฉันมาหาทำเลเหมาะๆ เพื่อถ่ายภาพส่งชมรมโฟโต้คลับ
“เล่นอะไรของนาย?”
ฉันสาดเสียงเรียบไม่สนุกด้วย
ทุ่งดอกไม้ที่นายพามาโคตะระร้อนเลย แถมมีแต่ชีเมโจได๋เต็มไปหมด
“เอาจริงนะ เดี๋ยวจะโชว์อะไรเจ๋งๆ ให้ดู”
คำพูดตะล่อมหลอกเด็กใช้ได้ผลดีเสมอ
“แค่นับ 1 2 3 ในใจ แล้วค่อยหันมาพูดชื่อฉันชัดๆ”
“อืม”
ฉันรับปากเล่นด้วย เมื่อได้ฟังกติกาแสนง่าย
“พร้อมน้า~”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า ชายหนุ่มด้านหลังกำลังรู้สึกสนุกสนานแค่ไหน
1…2…3…
“ทวิตซ์”
แชะ!
“ดูสิ เธอยิ้มสวยมากเลย”
………
…..
…
รอยยิ้มสวยของนายต่างหาก…ที่ฉันไม่เคยลบออกจากใจได้เลย
“ฮึกๆ…”
ฉันเผลอพุ่งเข้ากอดคนตรงหน้าแน่นอีกครั้ง ซุกหน้าซบอ้อมอกกว้าง ร้องสะอื้นตัวโยนเหมือนจะขาดใจตาย
ฉันยังอยากให้นายอยู่ด้วยกันตรงนี้…อยากให้คนตรงหน้าเป็ ‘ทวิตซ์ของฉัน’ จริงๆ
แต่มันคง…เป็ไปไม่ได้สินะ
“อย่าร้องนะ…”
น้ำเสียงอ่อนโยนนั้น ฉันอยากได้รับมันจากนายเหลือเกิน
“ไม่เป็ไร…”
ััมืออบอุ่นนั่น แม้ไม่ควรเป็ของฉัน แต่ก็ยังอยาก
“เธอมีฉันเชียวนะ…ผู้หญิงทั้งโลกต่างหากที่ต้องร้องไห้”
มุกตลกสุดขิง ทำเอาเกือบขำทั้งน้ำตา…
“ฮึก แต่ว่าเรา…ไม่ได้เป็อะไรกัน”
ฉันพูดขัดตามความจริง
“เอ๊ะ?”
ทวิตซ์หลุดเหวอเสี้ยววิ หลุบตาลงมือลูบคางใช้ความคิด
“…จูบกันแล้วนี่”
คำพูดพึมพำและท่าทางนอยจัด หวนให้คิดถึงเหตุการณ์ในวันวาน
“…”
อย่าบอกนะว่า นายยังใช้ตรรกะแปลกๆ จูบปุ๊บคบปั๊บอยู่?
เหลือจะเชื่อ! ทำไมสันดานเพี้ยนๆ เที่ยวขโมยจูบคนอื่นแล้วตีเนียนติ๊ต่างว่าคบกัน มันถึงไม่ยอมหายไปแทนความทรงจำอันล้ำค่านะ!!!
ไอ้สมองพิลึกพิลั่นของนายมันเลือกเก็บแต่อะไรไว้เนี่ย!?!
“จริงดิ? ไม่เอานะยูแช~ ฉันไม่อยากเป็แค่ ‘Kiss Friend’! ToT”
ศัพท์ใหม่บัญญัติความสัมพันธ์บ้าบอ…
ฉันเริ่มก้มหน้ากุมขมับไมเกรนพุ่งปรี๊ด
โอย แค่ร้องไห้ก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ยังต้องมานั่งฟังอีตาทวิตซ์ง๊องแง๊งใส่อีก
“รู้ละ เพราะเธอยังไม่ลืมแฟนเก่าสินะ”
เอาเข้าไป คิดเองเออเอง เพ้อเจ้อใหญ่โตอลังการ =_=*
“ไอ้เวรนั่นมันเป็ใคร…”
จอมเ้าเล่ห์ถูกปั่นหัว ไล่งับหางตัวเอง
ทวิตซ์ขบฟันกรอดเกรี้ยวกราดเพราะกำลังหึงทวิตซ์…??
“ช่างแม่ง”
เป็ครั้งแรกที่ได้ยินเ้าชายนุ่มนวลหลุดสบถหยาบคาย
สองมือหนาจับหน้าฉันเชิดสบตา ตั้งใจพูดด้วยท่าทีจริงจัง
“ถ้าฉันทำให้ลืมมันได้ เธอจะยอมคบกันใช่มั้ย?”
“…อุ๊บ!”
สองมือฮุบปิดปาก ทั้งตัวสั่นระริก แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความเศร้า
หยุดน๊ะตาบ๊อง! ฉันจะหลุดขำก๊ากอยู่แล้ว!!! >x<
(จบตอน)
เยอบีร่า; ให้รักเรานำพาความสุข