ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 บทที่ 30 การแก้แค้นของสตรี

            จวินหวงเพียงแค่หัวเราะคล้อยตามแล้วถามว่า"หวางเหย่ตัดสินใจจะส่งแม่นางผู้นี้ไปให้รัชทายาทเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งเช่นนั้นหรือ?"

            "น้องเฟิงช่างมีสติปัญญาเฉียบคมยิ่งนักเปิ่นหวางคิดอะไรล้วนไม่อาจหลบสายตาของน้องเฟิงได้เลย"ฉีเฉินเอ่ยวาจาด้วยรอยยิ้ม บนใบหน้ายิ่งมีความลำพองใจเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วนแต่จวินหวงกลับไม่รู้ว่าเขาเอาความลำพองใจพวกนี้มาจากไหน

            ฉีเฉินส่งขวดกระเบื้องเคลือบให้แก่หญิงสาว นางไม่เอ่ยปากพูดสักคำเพียงแค่ถือขวดไว้แล้วจากไปหลังจากฉีเฉินคุยกับจวินหวงอีกไม่กี่ประโยคก็กลับไปอย่างไม่รีบร้อน

            หลังจากที่หญิงสาวชุดสีชมพูผู้นั้นออกจากจวนเฉินอ๋องแล้วก็ตรงไปยังหอสุราแห่งหนึ่ง นางได้ข่าวมาว่าฉีอินไปที่นั่นตั้งแต่เช้าเมื่อไปถึงก็เห็นเขานั่งอยู่เพียงลำพังที่ชั้นสองของหอสุรา

            ฉีอินถูกองค์ฮ่องเต้ตำหนิมาอีกแล้ว เพราะพฤติกรรมดูถูกเหยียดหยามและไม่เคารพผู้อื่นของเขาเองและก็เหมือนเช่นครั้งก่อน คำพูดแต่ละคำแต่ละประโยคของฮ่องเต้ล้วนชื่นชมฉีเฉินว่ามีน้ำใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างนั้นอย่างนี้ส่วนตัวเขาก็ทำตัวแย่อย่างนั้นอย่างนี้ ในใจเขาเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มยิ่งกลุ้มก็ยิ่งกระดกสุราดื่มเร็วขึ้นๆ ใบหน้าเห็นได้ชัดว่าเมาแล้ว

            "คุณชายมาคนเดียวหรือเจ้าคะ?" สตรีชุดสีชมพูเอ่ยปากขึ้นอย่างเนิบช้าน้ำเสียงใสกังวานราวกับน้ำพุ ชวนให้คนหลงใหล

            ฉีอินเงยหน้าขึ้นมองเห็นหญิงสาวรูปโฉมงดงามราวกับเทพธิดาก็มองอย่างเคลิบเคลิ้ม หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วเดินเข้าไปนั่งข้างกายของฉีอินดวงตาฉ่ำหวานราวกับมีน้ำกลิ้งสบตาเขาไว้ และอาศัยจังหวะที่ฉีอินยังไม่ทันรู้สึกตัวเปิดขวดกระเบื้องเคลือบอย่างรวดเร็วไร้สุ้มเสียงแล้วเทของเหลวสีเหลืองอำพันลงในสุรา

            "หากคุณชายมาคนเดียว เช่นนั้นข้าขอดื่มเป็นเพื่อนคุณชายสักจอกนะเจ้าคะ"หญิงสาวพูดพลางยกไหสุราขึ้น แล้วยื่นมือมาหยิบจอกสุราของฉีอินหมายจะรินสุราให้เขาแต่กลับถูกฉีอินจับมือไว้ขัดขืนอย่างไรก็ไม่ปล่อย

            "คุณชาย ดื่มสุราสักคำดีไหมเจ้าคะ?" หญิงสาวข่มความรู้สึกรังเกียจในดวงตาเอาไว้อย่างรวดเร็วแล้วยกจอกสุราที่เทไว้ครึ่งจอกจ่อที่ริมฝีปากของฉีอิน ฉีอินกำลังเคลิบเคลิ้มหลงไหลหัวใจจดจ่ออยู่ที่เรือนร่างของหญิงสาว ยิ้มกริ่มอ้าปากกลืนสุราร้อนแรงลงคอพลางยื่นมือออกไปลูบไล้นวลปรางค์ของหญิงสาว

            หญิงสาวมองดูฉีอินอย่างเย็นชา สีหน้าของฉีอินคล้ำเขียวขึ้นเรื่อยๆ ลมหายใจติดขัดในที่สุดก็สิ้นลมหายใจ มือที่ยื่นมาลูบไล้หญิงสาวก็ตกลงคำพูดสักประโยคก็ไม่สามารถล่วงออกมาจากลำคอได้ หญิงสาวค่อยๆ ยืนขึ้นมองดูฉีอินมุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

            จวินหวงนั่งหลับตาสงบจิตใจอยู่ในห้องไม่นานนักก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก นางขมวดคิ้วยืนขึ้นแล้วเดินออกไปดู

            "เจ้าเป็นสาวใช้ป่าเถื่อนมาจากไหน ยังไม่หลีกทางให้ข้าอีก"สตรีสูงศักดิ์งามสง่าผู้หนึ่งกำลังชี้หน้าต่อว่าเว่ยเฉี่ยนอย่างดุเดือดน้ำเสียงชวนให้รู้สึกหนาวสะท้านถึงกระดูกราวกับเจ้านายผู้สูงศักดิ์และเว่ยเฉี่ยนก็เป็นคนรับใช้ผู้ต่ำต้อยคนหนึ่ง     

            จวินหวงเคยพบกับพระมารดาของฉีเฉินมาแล้ว สตรีผู้ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตานางสีหน้าสงบนิ่ง เดินเข้าไปยิ้มและกล่าวว่า "ไม่ทราบว่าพระสนมเสด็จมาหาข้าพระองค์ที่นี่มีธุระอันใด"

            "เฟิงไป๋อวี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองทำอะไรลงไป? เจ้ากำลังทำร้ายโอรสของข้าอยู่เจ้ารู้ตัวหรือไม่?" สตรีผู้นั้นถามจวินหวงตรงๆ นิ้วมือที่ชี้มาที่จวินหวงสั่นระริก

            เว่ยเฉี่ยนยืนอยู่ด้านข้างคอยจับตามองสตรีผู้นั้นอย่างใกล้ชิดด้วยกลัวว่านางจะทำร้ายจวินหวงนางจำเป็นต้องปกป้องคุ้มครองจวินหวงจากการคุกคามทุกวิถีทาง

            "ผู้น้อยไม่ทราบว่าพระสนมกล่าวเช่นนี้หมายว่าอย่างไร?" จวินหวงขมวดคิ้วมองบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าดวงตาไม่มีความพรั่นพรึงแม้แต่น้อย ซึ่งยิ่งทำให้พระสนมกุ้ยเฟยกริ้วหนักยิ่งขึ้น

            พระนางเงื้อมือขึ้นคล้ายว่ากำลังจะตบหน้าของจวินหวง แต่ตอนนั้นฉีเฉินวิ่งเข้ามาถึงพอดีและยั้งมือของพระสนมกุ้ยเฟยเอาไว้ทันเขาถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งขมวดคิ้วแล้วถามว่า "เสด็จแม่จะทำอะไรพ่ะย่ะค่ะ?"

            "ลูกแม่ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาทำให้เจ้าตกอยู่ในอันตรายเข้าแล้ว"

            "เสด็จแม่กล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?" ฉีเฉินขมวดคิ้วอย่างสงสัย  

            พระสนมกุ้ยเฟยมองจวินหวงอย่างมาดร้าย แต่จวินหวงแกล้งทำสีหน้างุนงงราวกับว่าไม่เข้าใจความหมายที่พระสนมกุ้ยเฟยกล่าวมา"ผู้น้อยก็ไม่ทราบว่าพระสนมกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรขอพระสนมโปรดให้ความกระจ่าง" 

            "ฉานโต้วนั้นในเป่ยฉีมีแค่องค์ฮ่องเต้กับโอรสของเราเท่านั้นที่มี หากถูกตรวจสอบพบว่าฉีอินเสียชีวิตจากฉานโต้ว เช่นนั้นคนที่ฮ่องเต้จะสงสัยมากที่สุดจะเป็นผู้ใดเล่า?" พระสนมกุ้ยเฟยพูดจบก็จ้องมาที่จวินหวงอย่างเย็นชาในสายตาเต็มไปด้วยการคาดโทษ

            จวินหวงตัดสินใจ ในระหว่างที่ฉีเฉินยังไม่มีทีท่าใดๆ ก็คุกเข่าลงกับพื้นเสียงหัวเข่ากระแทกพื้นเรียกให้ทุกคนในที่แห่งนั้นหันมามอง ใบหน้าของจวินหวงขาวซีดนางจ้องมองฉีเฉิน กล่าวออกมาทีละคำทีละประโยคอย่างชัดเจน"ตอนนั้นผู้น้อยคิดเพียงต้องการช่วยหวางเหย่กำจัดเสี้ยนหนามตำใจ จึงมิได้คิดให้รอบคอบและไม่มีเจตนาจะทำให้หวางเหย่ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนี้หากหวางเหย่ไม่ทรงเชื่อ ก็สังหารผู้น้อยได้เลย"

            จวินหวงกล่าวไม่หนักไม่เบาไปเว่ยเฉี่ยนได้ยินแล้วก็ใจเต้นแรงอย่างไม่อาจห้าม แล้วคุกเข่าลงข้างจวินหวงทันที"หวางเหย่ เพื่อปรุงยานี้ออกมา คุณชายไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายวันเขาทำงานเพื่อหวางเหย่อย่างแท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณชายทำมาหว่างเหย่ย่อมรู้ดีกว่าใครๆ"

            ฉีเฉินมองที่จวินหวงและเว่ยเฉี่ยนแล้วถอนหายใจออกจากนั้นก็หันไปมองพระสนมกุ้ยเฟย "เสด็จแม่ แม้ว่าเรื่องนี้น้องเฟิงจะไม่ได้คิดให้ถี่ถ้วนแต่เขาก็บอกแล้วว่า มีเพียงฉานโต้วเท่านั้นที่สามารถใส่เข้าไปเป็นส่วนผสมของยาได้เรื่องนี้ไม่มีทางอื่นแล้วจริงๆ"

            พระสนมกุ้ยเฟยมองมาที่จวินหวงหลังจากสงบจิตใจลงมาได้ถึงค่อยตระหนักว่าต่อให้พระนางตำหนิจวินหวงไปก็ไม่ได้ช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้นมาได้ และได้ยินว่าที่ครั้งที่แล้วฉีเฉินเดินทางไปชายแดนก็เป็นความคิดของเขาในใจคิดว่าจวินหวงยังเป็นคนที่ใช้ประโยชน์ได้อยู่ เวลานี้จึงคิดปล่อยเขาไปก่อน

            "เรื่องนี้ก็ไม่ต้องพูดถึงอีก เฟิงไป๋อวี้จงจำใส่กะโหลกของเจ้าเอาไว้ทางที่ดีอย่าได้เสนอความคิดใดๆ ออกมาอีกมิเช่นนั้นเปิ่นกงจะสับร่างเจ้าให้แหลกเป็นหมื่นชิ้น"

            "ผู้น้อยทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ"         

            และในเวลานี้เอง บ่าวชายผู้เฝ้าประตูก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหลังจากทำความเคารพแล้วก็กล่าวขึ้น "หวางเหย่แม่นางคนเมื่อครู่ส่งข่าวมาว่ารัชทายาทสิ้นพระชนม์แล้วตอนนี้คนที่ในวังส่งมานำพระศพกลับไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

            ฉีเฉินได้ยินเช่นนั้นก็สะดุ้งเฮือกดึงพระหัตถ์ของพระสนมกุ้ยเฟยอย่างตื่นตระหนก "เสด็จแม่ ตอนนี้จะทำอย่างไรดีหากเสด็จพ่อรู้เข้าพระองค์ต้องประหารชีวิตข้าแน่ๆ เสด็จแม่ท่านต้องช่วยข้านะ"

            พระสนมกุ้ยเฟยมีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานหลายปี จึงไม่แตกตื่นเหมือนเช่นฉีเฉินพระนางหายใจเข้าออกลึกๆ เฮือกหนึ่งเพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเองให้เย็นลง"ยังดีที่แม่เตรียมการเอาไว้ก่อนแล้ว ลูกแม่ เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องร้อนใจหากมีคนถามขึ้นมาก็บอกไปว่าตนเองไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เรื่องอื่นๆแม่จะจัดการเอง"

            ฉีเฉินพยักหน้ารับ ราวกับย้อนเวลากลับไปเมื่อครั้งยังเด็กทุกครั้งที่เกิดปัญหาก็จะเอาแต่ร้องไห้หลบอยู่ข้างหลังพระมารดาไม่มีวิธีการจัดการกับปัญหาเลยสักนิด

            หลังจากที่พระสนมกุ้ยเฟยพูดจบแล้วก็พาผู้ติดตามของตนเองกลับไปฉีเฉินรีบตามไปด้วย เหลือแค่จวินหวงกับเว่ยเฉี่ยนสองคนเว่ยเฉี่ยนยืนขึ้นก่อนแล้วจึงประคองให้จวินหวงยืนขึ้นจวินหวงเพิ่งจะสังเกตว่าเมื่อครู่คงใช้แรงมากเกินไป กระแทกจนหัวเข่าแตกในตอนนี้รู้สึกปวดแสบปวดร้อนจนหน้านิ่ว ต้องอาศัยเว่ยเฉี่ยนประคองกลับไปที่ห้องพัก

            ที่แท้พระสนมกุ้ยเฟยได้จัดเตรียมคนเข้าไปอยู่ในตำหนักรัชทายาทเอาไว้ก่อนแล้วฮ่องเต้ให้หมอหลวงมาตรวจสอบร่างของฉีอิน ก็พบฉานโต้วในร่างกายของฉีอินแน่นอนว่าพระองค์ย่อมสงสัยในตัวฉีเฉินขณะนั้นคนที่พระสนมกุ้ยเฟยจัดเตรียมไว้กลับบอกฮ่องเต้ว่าฉีอินเคยส่งคนไปแคว้นที่มีการเพาะปลูกฉานโต้วและซื้อฉานโต้วกลับมาเป็นการเฉพาะ

            "ที่เจ้ากล่าวมาเป็นความจริงหรือ?" ฮ่องเต้ทรงถามพระขนงขมวดมุ่น

            บ่าวรับใช้ล้วงเอากระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วส่งให้ขันที"นี่คือใบรายการที่ติดต่อกันระหว่างองค์รัชทายาทกับผู้ขายพ่ะย่ะค่ะ"

            "ไม่ เป็นไปไม่ได้ โอรสของข้าจะทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ใครๆก็รู้ว่าการลอบซื้อขายสิ่งของจากต่างแคว้นมีโทษสถานหนักอินเอ๋อร์จะเลอะเลือนเช่นนี้ได้อย่างไร" ฮองเฮาทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นร้องไห้คร่ำครวญปานจะขาดใจ

            ฮ่องเต้รู้สึกกลัดกลุ้มพระทัยอย่างมาก ไม่อยากอยู่กับฮองเฮาที่นี่อีกจึงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไป ทิ้งให้คนอื่นๆปลอบขวัญฮองเฮาที่เจ็บปวดจากการสูญเสียพระโอรสไป

            ฮองเฮาประทับนิ่งอยู่บนพื้นเป็นเวลานาน บรรดาคนรับใช้ต่างหมดปัญญาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี ผ่านไปครู่หนึ่งฮองเฮาที่โศกเศร้าสุดประมาณก็ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนจ้องไปด้านนอกอย่างโกรธแค้น"พวกเจ้านึกว่าข้าเชื่อคำพูดของคนรับใช้ชั้นต่ำคนหนึ่งอย่างนั้นหรือ? ฉีเฉิน ข้าจะต้องให้พวกเจ้าสองแม่ลูกชดใช้อย่างสาสมให้ได้"

            ท่าทางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันของพระนางช่างน่ากลัวนักบรรดาบ่าวไพร่ล้วนไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะกลัวว่าฮองเฮาจะกริ้วตนเอง และขณะนั้นเองกั๋วจิ้ว[1] พี่ชายของฮองเฮาก็เดินเข้ามาโบกมือให้คนรับใช้คนอื่นๆ ออกไปให้หมด

            "น้องหญิง เจ้าเป็นอะไรไป?" กั๋วจิ้วเห็นฮองเฮาร้องไห้จนกลายเป็นมนุษย์น้ำตาก็หน้านิ่วถามขึ้น

            เมื่อฮองเฮาเห็นพี่ชายคนโตของตนเอง น้ำตาที่เพิ่งเหือดแห้งก็ไหลพรั่งพรูออกมาอีกเดินโซซัดโซเซเข้ามาอยู่ข้างๆ กั๋วจิ้ว พูดไปก็ร้องไห้ไป "พี่ใหญ่อินเอ๋อร์ไม่อยู่แล้ว เขาถูกคนทำร้ายจนตาย ข้าควรจะทำอย่างไรดี? ข้าควรทำอย่างไรดี?"

            กั๋วจิ้วถอนหายใจเฮือก ตบหลังฮองเฮาเบาๆ "เจ้าอย่าร้องไห้อีกเลยเรื่องอินเอ๋อร์ข้าจะต้องตรวจสอบเผยความจริงให้ปรากฏ น้ำลดหินย่อมผุดขึ้นมาข้าจะไม่ให้คนชั่วลอยนวลไปแน่"

            ฮองเฮาพยักหน้า

            หลังจากนั้นคนของกั๋วจิ้วก็เริ่มสร้างความกดดันและพุ่งเป้าโจมตีมาที่ฉีเฉิน

            ในท้องพระโรงเงียบกริบ องค์ฮ่องเต้เพิ่งสูญเสียรัชทายาทไปพระอารมณ์หม่นหมอง เหล่าขุนนางต่างไม่กล้าพูดมาก ฉีเฉินในใจเต็มไปด้วยความสุขแต่บนใบหน้ากลับแสดงราวกับว่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง

            "เสด็จพ่อโปรดระงับความโศกเศร้าด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพี่...ที่อยู่ในยมโลกคงไม่ปรารถนาให้เสด็จพ่อเสียพระทัยจนเกินไปอันจะทำร้ายพระวรกายได้" ฉีเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นราวกับว่าชั่วนาทีถัดไปน้ำตาก็จะไหลออกมาด้วย

            "องค์ชายรองกล่าวเช่นนี้ไม่เลือดเย็นเกินไปหน่อยหรือจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ รัชทายาทก็เป็นพระโอรสองค์โตของฝ่าบาทพระโอรสองค์โตสิ้นพระชนม์พระบิดาจะไม่เสียพระทัยได้อย่างไรองค์ชายรองแสดงทีท่าออกมาเช่นนี้ ช่างทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก"กั๋วจิ้วกล่าวจบก็ปิดหน้าร้องไห้ ขุนนางที่ได้ยินเสียงต่างถอนหายใจด้วยความหดหู่

            ใครๆ ต่างก็รู้ว่ารัชทายาทเพิ่งจะพ้นจากถูกกักบริเวณเมื่อหลายวันก่อนตอนนี้กลับอยู่กันคนละโลกแล้ว คนหนุ่มอายุยังน้อยต้องมาจากโลกนี้ไปแบบนี้น่าสงสารน่าเวทนาแท้ๆ

            ฉีเฉินปิดปากเงียบไม่กล่าวอันใดอีก แต่เขากำมือแน่นขบกรามกรอดมองคนที่ร้องไห้ให้กับรัชทายาทด้วยสายตาเย็นชา ในใจหัวเราะไม่หยุดรัชทายาทจากไปแล้ว ต่อไปอย่างไรตำแหน่งรัชทายาทก็ต้องตกมาเป็นของเขา

            แต่ผู้ที่อยู่ฝ่ายฉีเฉินจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบได้อย่างไรจึงกล่าวกับกั๋วจิ๋วโดยตรงว่า "ไม่มีใครปรารถนาให้รัชทายาทสิ้นพระชนม์หรอกแต่ได้ยินมาว่ารัชทายาททรงแอบซื้อของบรรณาการจากต่างแคว้น ถึงได้สิ้นพระชนม์แล้วเกี่ยวอันใดกับองค์ชายรองด้วย?"

            "เจ้าพูดอะไร? หรือจะบอกว่าการสิ้นพระชนม์ของรัชทายาทเป็นเพราะเขารนหาที่ตายเองเช่นนั้นหรือ?" กั๋วจิ้วตะคอกใส่

            "ทุกท่านโปรดอย่าทะเลาะกันอีกเลยตอนนี้ควรจะให้รัชทายาททรงไปสู่สุคติถึงจะถูก"ในที่สุดรองเสนาบดีก็ทนมองไม่ไหวจริงๆ พูดจบก็ถอนหายใจออกมา

            ฉีเฉินมองรองเสนาบดีด้วยสายตาเย็นชา ในดวงตาราวกับน้ำแข็งเหมันต์แต่รองเสนาบดีกลับทำเหมือนไม่เห็น ยืนตัวตรงกล่าวกับฮ่องเต้ว่า"ขอให้ฝ่าบาทมอบหมายเรื่องการจัดการฝังพระศพของรัชทายาทให้เป็นหน้าที่ของกระหม่อมด้วยเถิด"

            ทุกคนต่างขมวดคิ้ว ใครๆก็รู้ว่าเรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของกรมพิธีการถึงจะถูกต้องนอกจากนี้เรื่ององค์รัชทายาทเดิมทีก็เป็นเผือกร้อนลวกมือทุกคนต่างไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยใครจะรู้ว่ารองเสนาบดีผู้นี้จะไม่รู้จักกลัวตายขันอาสารับหน้าที่ที่ทำไปก็เสียแรงเปล่าเอาไว้เสียเอง

            "เช่นนั้นเรื่องนี้ก็มอบอำนาจทั้งหมดให้ท่านรองเสนาบดีเป็นผู้จัดการ"ฮ่องเต้ก็ไม่อยากจะจัดการเรื่องนี้สักเท่าไรตอนนี้ก็เลยพายเรือตามน้ำมอบโอกาสนี้ให้แก่รองเสนาบดี

            หลังจากเลิกประชุมในท้องพระโรง ฉีเฉินก็รั้งรองเสนาบดีเอาไว้อีก เขามองรองเสนาบดีด้วยสายตาเย็นเยือก"เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองทำอะไรอยู่?"







    ..................................................................................................................

            [1] กั๋วจิ้วเป็นตำแหน่งบรรดาศักดิ์ หมายถึงพี่ชายของพระอัครมเหสี

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592