โป๊ก! โป๊ก! โป๊ก!
เสียงค้อนกระแทกตะปูดังก้องสะท้อนไปทั่วจวนศาลว่าการเมืองซีเหลียง
ภายในห้องนอนขนาดใหญ่ หน้าต่างทุกบานถูกตีปิดด้วยแผ่นไม้หนา 4 ชั้น ช่องลมทุกจุดถูกอุดด้วยสำลีและผ้าฝ้าย พรมขนสัตว์ถูกปูซ้อนกันถึง 4 ชั้นเพื่อดูดซับแรงสั่นะเืรวมถึงเสียงสะท้อน แม้แต่ช่องว่างใต้ประตูยังถูกยัดด้วยฟางแห้งจนแน่นสนิท ไร้รอยรั่วแม้แต่เส้นผม
สภาพห้องมืดมิดและเงียบสงัดประดุจถ้ำจำศีลของหมีขั้วโลกในฤดูหนาว มีเพียงแสงเทียนเล่มน้อยส่องสลัวอยู่มุมห้อง
ลู่ชิงนอนม้วนตัวอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ เตียงนั้นถูกเสริมฟูกขนเป็ด 3 ชั้น คลุมด้วยผ้าห่มขนจิ้งจอกอีก 3 ชั้น สภาพราวกับรังไหมของหนอนอ้วนตัวหนึ่ง
"อาฝู..." เสียงอู้อี้ดังออกมาจากกองผ้าห่ม
"เรียนนายท่าน!" อาฝูรีบวิ่งเข้ามาคำนับ
"ตรวจดูอีกครา..."
"ขอรับ?"
"หากข้ายังได้ยินเสียงแมลงวันไอจากนอกห้อง..." ลู่ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกำลังสั่งการศึกระดับแคว้น "...แสดงว่างานก่อสร้างห้องกันเสียงของพวกเ้ายังไม่สมบูรณ์"
อาฝูสะดุ้ง รีบวิ่งไปตรวจผนังอีกหนฉับพลัน "ข้าน้อยเอาผ้าฝ้ายอุดรอยแตกทุกจุดแล้วขอรับ!"
"ใต้ประตูเล่า?"
"ยัดฟาง 3 ชั้น!"
"หน้าต่าง?"
"ตอกไม้ 4 ชั้น!"
"พื้นและหลังคา?"
"ปูพรมหนากันเสียงสะท้อนแล้วขอรับ!"
ลู่ชิงพยักหน้าอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างพึงพอใจ
นี่ต่างหาก... นี่ต่างหากคือ์ของมนุษย์! ไม่มีเสียงสับแป้งทอดบะหมี่ ไม่มีเสียงสวดมนต์ลัทธิประหลาด ไม่มีคนมากราบไหว้ ไม่มีคนเรียกเขาว่าเทพเ้านิทรา ไม่มีภาระงาน ไม่มีโลกภายนอก!
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวด้วยความสุข "ท้ายสุด... ข้าก็จะได้นอนอย่างสงบเสียครา..."
เขาพลิกตัวกอดหมอน ซุกหน้าลงกับฟูกนุ่ม หลับตาลงอย่างมีความสุข "อาฝู..."
"ขอรับ?"
"ต่อให้แผ่นดินแยก... ต่อให้ฟ้าถล่ม... ต่อให้ฮ่องเต้เสด็จมาด้วยพระองค์เอง... ก็อย่าให้ผู้ใดพังประตูเข้ามาปลุกข้าเด็ดขาด..."
อาฝูยิ้มเจื่อน "ขะ... ขอรับ..."
ลู่ชิงดึงผ้าห่มคลุมหัว เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่ 10 อึดใจ เสียงกรนแ่เบาก็ดังขึ้น รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏบนใบหน้าของคนี้เี
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
บนถนนยางไม้ผสมกรวดระยะทาง 500 ลี้ อันลู่ชิงภาคภูมิใจนักหนาว่าสร้างขึ้นเพื่อป้องกันอาการปวดก้นยามนั่งรถม้า... ความซวยระดับราชสำนักกำลังควบม้าด้วยความเร็วยอดเยี่ยมตรงมาหาเขา!
ฝุ่นทรายสีเหลืองพวยพุ่งเป็ทางยาว ม้าศึกชั้นยอด 8 ตัวถูกสับเปลี่ยนกันวิ่งไม่หยุดพัก ชายผู้สวมชุดองครักษ์เสื้อแพรสีม่วงเข้มควบม้านำขบวนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอน เสื้อคลุมขาดวิ่น ริมฝีปากแตกแห้ง
ตลอด 3 วัน 3 คืนอันผ่านพ้น เขาไม่เคยหยุดพักเกิน 1 เค่อ ม้าเหนื่อยตายไปแล้ว 5 ตัว คนติดตามหมดสติร่วงจากหลังม้าไปอีกหลายคน ทั้งหมดก็เพื่อภารกิจเดียว... ส่งราชโองการด่วนพิเศษฉบับนี้ให้ถึงมือมหาปราชญ์แห่งแดนอุดรโดยเร็วไว!
"เร่งความเร็ว!" ราชทูตองครักษ์คำราม "ต่อให้ม้าตายหมดทุกตัว! ราชโองการฉบับนี้ต้องถึงมือท่านลู่ชิงภายในเที่ยงวันนี้!"
เสียงกีบม้าดังกึกก้องะเืพื้นดิน ถนนอันถูกปูอย่างเรียบสนิทไร้หลุมบ่อ ทำให้ความเร็วในการเดินทางสูงกว่าสมัยก่อนถึง 3 เท่า ราชทูตมองถนนเบื้องหน้าแล้วอดชื่นชมพร้อมน้ำตาไม่ได้
ช่างเป็สิ่งก่อสร้างอันน่าอัศจรรย์... หากไม่มีถนนเส้นนี้ ข้าคงต้องใช้เวลาเดินทางถึง 15 วัน! ผู้สร้างถนนสายนี้สมควรได้รับการยกย่องอย่างสุดยอด!
หากลู่ชิงได้ยินความคิดนี้ เขาคงกระอักเืออกมาแน่นอน เพราะถนนอันเขาสร้างเพื่อสนองความี้เีของตนเอง กำลังจะย้อนกลับมาแทงข้างหลังอย่างสมบูรณ์แบบ!
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงกีบม้าดังสนั่นหน้าจวนศาลว่าการ ผู้คนบนถนนแตกตื่นหลีกทาง
"หลีกทาง! ผู้แทนพระองค์ถือราชโองการด่วน! ผู้ใดขวางทาง มีโทษปะา!"
เสียงะโดังก้องไปทั่วเมืองซีเหลียง ขุนนางและราษฎรต่างพากันคุกเข่าหมอบกราบ
ภายในห้องจำศีล... ลู่ชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย พลิกตัวอีกด้าน "เสียงนกเสียงกา... ข้าไม่ได้ยิน..."
อาฝูเริ่มหน้าซีด เพราะเสียงฝีเท้าหนักๆ กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
โครม! โครม! โครม!
"เปิดประตู! ราชโองการมาถึงแล้ว!"
อาฝูสะดุ้งสุดตัว "นะ... นายท่าน... มีคนมาทุบประตูขอรับ..."
กองผ้าห่มขยับเล็กน้อย เสียงง่วงงุนและรำคาญใจขั้นสุดดังออกมา "ปล่อยมันทุบไป... บานประตูนี้ทำจากไม้เนื้อแข็งหนา 2 ชุ่น... ตอกตะปูขวาง 3 ชั้น... ต่อให้เอาช้างสารมาชนก็พังไม่ได้..."
ด้านนอกประตู ราชทูตองครักษ์ขมวดคิ้วแน่น เขาเคาะประตูและะโเรียกอยู่หลาย 10 อึดใจ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับหรือแม้แต่เสียงลมหายใจเล็ดลอดออกมา!
แย่แล้ว! ห้องถูกปิดตาย ไร้แสง ไร้เสียง ไร้ัั! หรือว่า... ท่านมหาปราชญ์ถูกมือสังหารลอบทำร้ายจนสิ้นชีพแล้ว!?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ยอดฝีมือองครักษ์เสื้อแพรก็เบิกตากว้าง รวบรวมลมปราณทั้งหมดในร่างไปรวมยังฝ่ามือขวา หมายจะพังประตูเข้าไปช่วยชีวิต!
"ท่านมหาปราชญ์! ข้าน้อยล่วงเกินแล้ว!!"
ตูมมมมมมมมมมมมม!!!
เสียงะเิปราณดังสนั่นหวั่นไหว บานประตูไม้เนื้อแข็งหนา 2 ชุ่นแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ประดุจเต้าหู้ถูกทุบ! เศษไม้และตะปูบินว่อนทั่วห้องพร้อมแรงลมมหาศาล!
แรงะเิปราณพัดเอากองฟูกและผ้าห่มของลู่ชิงกระจายกระจุย ขนเป็ดนับ 10000 เส้นลอยคลุ้งไปทั่วห้องประดุจพายุหิมะ! แสงตะวันสาดทะลุเข้ามาในถ้ำจำศีลอันมืดมิดฉับพลัน!
อาฝูกระเด็นไปชนกำแพง ส่วนลู่ชิงสะดุ้งเฮือก หัวโขกขอบเตียงดังโป๊ก!
"โอ๊ยยย!" ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นมาฉับพลัน ขนเป็ดสีขาวเกาะติดเต็มหัวและใบหน้า "มารดาเ้าเถอะ! ผู้ใดบังอาจพังห้องนอนกันเสียงของข้า!!"
ท่ามกลางฝุ่นควันและพายุขนเป็ดอันค่อยๆ จางลง ร่างบุรุษชุดม่วงยืนหอบหายใจอยู่หน้าซากประตู เมื่อสายตาของยอดองครักษ์กวาดมองไปรอบห้องอันถูกปิดทึบด้วยผ้าฝ้ายและพรมหนา จนตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง... ผนวกกับขนเป็ดอันลอยว่อนไร้น้ำหนัก ดวงตาของเขาก็พลันเบิกกว้าง รูม่านตาขยายออกด้วยความตื่นตะลึงขั้นสุด
สะ... ์! ห้องปิดตาย ไร้แสง ไร้เสียง ไร้ัั! ผสานกับขนนกปลิวว่อนล่องลอย นี่มิใช่การถูกลอบสังหาร! แต่ท่านมหาปราชญ์กำลังเข้าสู่ 'ค่ายกลสลัดกิเลส'! ท่านกำลังฝึกวิชาทำตัวเบาหวิวหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของโลกียะ! ข้าน้อยพังประตูเข้ามาทำลายค่ายกล์เสียแล้ว!
ราชทูตรีบคุกเข่าลงกับพื้น สองมือชูม้วนผ้าแพรสีทองขึ้นเหนือศีรษะ
"ข้าน้อยสมควรตายอันบังอาจรบกวนการกักตนเข้าฌานของท่านมหาปราชญ์! แต่เื่นี้ด่วนยิ่งนัก!" ราชทูตะโเสียงก้อง "ลู่ชิงรับราชโองการ!!"
ลู่ชิงอ้าปากค้าง ขนเป็ดสีขาวปลิวมาแปะติดบนจมูก ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ ซีดเผือด... ราชโองการ? ราชสำนัก? เมืองหลวง? ฮ่องเต้?
"และข้าน้อยต้องขอขอบพระคุณท่านมหาปราชญ์จากใจจริง!" ราชทูตกล่าวเสริมพร้อมปาดน้ำตา "หากมิได้ถนนยางไม้ 500 ลี้อันท่านปูไว้ ข้าน้อยคงไม่อาจควบม้ามาส่งราชโองการได้ไวปานนี้! ถนนของท่านร่นเวลาจาก 15 วัน เหลือเพียง 3 วัน! ม้าศึกวิ่งฉิวประดุจเหินเวหา ข้าน้อยทำลายสถิติส่งสารเร็วสุดในประวัติศาสตร์แคว้นแล้วขอรับ!"
ฉึก!
ประโยคนั้นราวกับมีดน้ำแข็งแทงทะลุขั้วหัวใจคนี้เี ลู่ชิงยืนนิ่งแข็งทื่อ... สมองของเขาเริ่มประมวลผล ถนนอันเขาสร้างเพื่อป้องกันอาการเจ็บก้น ดันกลายเป็ทางด่วนพาราชโองการมาส่งถึงเตียงนอนเร็วขึ้น 12 วัน!!
ชายหนุ่มร่ำร้องโหยหวนในใจ 'มารดาเ้าเถอะ! ถ้ารู้ผลลัพธ์เป็เช่นนี้ ข้าจะสั่งโจรูเาให้ขุดบ่อโคลนดักม้าทุกๆ 10 ลี้! ข้ามันโง่เขลา! ข้าสร้างทางด่วนลากตนเองลงขุมนรกชัดๆ!'
"ด้วยโองการแห่ง์ โอรส์มีพระราชดำรัส... มหาปราชญ์แห่งซีเหลียง ลู่ชิง... เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมอันล้ำเลิศ ทรงภูมิปัญญาดุจเทพเซียนลงมาจุติ!"
ลู่ชิงเริ่มมีสีหน้ามึนงง มาอีกแล้ว... บทอวยพรบ้าบอพวกนี้มาอีกแล้วใช่ไหม...
"พระองค์ทรงทราบข่าวความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แดนประจิมแล้ว!" ราชทูตกล่าวด้วยความตื้นตัน "ฮ่องเต้ทรงศึกษารายงานของเมืองซีเหลียงอยู่ 3 วัน 3 คืนเต็ม และในท้ายสุด พระองค์ก็ทรงวิเคราะห์ทะลุปรุโปร่งถึง 'ยุทธศาสตร์ 3 ประสาน' อันลึกล้ำของท่าน!"
ลู่ชิงเริ่มมีลางสังหรณ์เสียวสันหลัง "ยุทธศาสตร์... อันใด..."
ราชทูตเงยหน้าขึ้น ดวงตาเปล่งประกายดุจสาวกผู้พบคัมภีร์์ "ประการแรก ท่านรวบรวมโจรูเา 400 คน! ฮ่องเต้ทรงซาบซึ้งพระทัยอย่างยิ่ง การเปลี่ยนโจรเถื่อนให้กลายเป็แรงงานปูถนน คือสุดยอดหลักการ 'เปลี่ยนศัสตราเป็แพรพรรณ' ราชสำนักมิต้องเสียบประมาณปราบปราม แถมยังได้แรงงานแผ่นดินมาแบบไม่เสียเงินแม้แต่อีแปะเดียว! นี่คือมหาเมตตาและสุดยอดกลการเมือง!"
ลู่ชิงเริ่มหายใจแรง ขมับกระตุก เส้นเืปูดโปน ข้าแค่รำคาญพวกมัน! ข้าี้เีสั่งปะา! ข้าจึงจับมันไปแบกหินถมถนนโว้ย!
ราชทูตอ่านต่ออย่างตื่นเต้น "ประการ 2 ท่านสร้างมหาเส้นทาง 500 ลี้! และประการ 3 ท่านสร้างมหาเสบียงเทวะ!"
ครานี้น้ำเสียงของราชทูตสั่นเครือ "ฮ่องเต้ทรงปวดพระเศียรกับปัญหาการส่งเสบียงมาตลอด 10 ปี! กฎการเดินทัพโบราณ ส่งข้าวสาร 10 เกวียน ไปถึงชายแดนเหลือเพียง 1 เกวียน เพราะคนขนส่งต้องหุงข้าวกินระหว่างทาง! แต่ท่านมหาปราชญ์กลับแก้ปัญหาระดับโลกนี้ได้ใน 1 เดือน!"
"ถนนของท่านร่นเวลาเดินทัพ! เสบียงบะหมี่ทอดของท่านน้ำหนักเบาหวิวและไม่ต้องก่อไฟหุงหา! การสูญเสียเสบียงระหว่างทางจึงกลายเป็ศูนย์! ท่านวางหมากล่วงหน้า สร้างถนนก่อน แล้วจึงสร้างเสบียงอันสอดรับกันอย่างสมบูรณ์แบบ! หากไม่มีถนน เสบียงย่อมส่งไปไม่ทัน หากไม่มีเสบียง การเดินทัพย่อมล้มเหลว! ท่านมองการณ์ไกลทะลุปรุโปร่งดุจเทพเซียน!!"
ลู่ชิงค้าง "..."
์เถิด... เหตุใดพอเอามารวมกันแล้วมันดูเป็สุดยอดแผนการระดับตำราพิชัยาเลยวะ! ข้าแค่ปวดก้นตอนนั่งรถม้า! และข้าแค่หิวข้าวเลยลุกมาทำบะหมี่กินเอง! มันสมเหตุสมผลเกินไปแล้ว ข้าเถียงไม่ออกเลยโว้ยยยย!
ราชทูตยังไม่หยุด "ฮ่องเต้ทรงทราบความจริงเื้ัทั้งหมดแล้ว"
ดวงตาของลู่ชิงพลันสว่างวาบ ความจริง!? ใช่แล้ว! ฮ่องเต้รู้แล้วว่าทั้งหมดเป็เื่เข้าใจผิด! ชายหนุ่มแทบจะลุกขึ้นจากเตียง
ทว่า... ราชทูตกลับเช็ดน้ำตาหยดใหญ่
"พระองค์ทรงทราบ... ว่าท่านยอมก้าวเข้าสู่เตาหลอม์อุณหภูมิร้อนพอจะหลอมละลายเหล็กกล้า... ทรงทราบ... ว่าท่านอดทนต่อเพลิง์แผดเผาถึง 3 วัน 3 คืน... ทรงทราบ... ว่าท่านยอมสละร่างกายตนเองเป็ศูนย์กลางค่ายกล ดึงพลังฟ้าดินเพื่อกอบกู้เสบียง ช่วยชีวิตประชาชน 100000 คน!"
ลู่ชิงค่อยๆ นั่งลง ช้าๆ... ช้ามาก... ดวงตาเริ่มไร้ชีวิต ความหวังเพิ่งถือกำเนิด ถูกทุบแตกเป็ผุยผงภายในชั่วพริบตา
"พระองค์ตรัสว่า..." ราชทูตสะอื้นไห้ "ผู้ใดสละอำนาจทหารเพื่อราษฎร ผู้นั้นเป็ปราชญ์ ผู้ใดสละร่างกายเพื่อราษฎร ผู้นั้นเป็มหาปราชญ์ แต่ผู้ใดสละทั้งอำนาจและชีวิต พลิกฟ้าคว่ำดินเพื่อแผ่นดิน... ผู้นั้นคือยอดบุรุษแห่งยุค!!"
พลั่ก!
ราชทูตคุกเข่าลงอย่างแรง โขกศีรษะกับพื้นหินดัง ปัง!
"ข้าน้อยขอคารวะมหาปราชญ์!"
ปัง!
"ผู้กอบกู้ชายแดน!"
ปัง!
"ผู้เสียสละตนเอง!"
อาฝูตาแดงก่ำ แทบร้องไห้ตามความเสียสละของนายท่าน อาฝูคุกเข่าลงสมทบ "ข้าน้อยมีบุญวาสนายิ่งนักอันได้คอยรับใช้นายท่าน!"
ลู่ชิงมองภาพตรงหน้า จากนั้นมองปุยขนเป็ดบนปลายจมูกตนเอง มองเศษประตูหนา 2 ชุ่นอันกระจายทั่วพื้น สมองเริ่มส่งเสียงหึ่งๆ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน
ราชทูตสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างทะลัก "ฟังสิ!" เขาหันไปทางอาฝูด้วยความตื่นเต้นขั้นสุดยอด "แม้เพิ่งถูกปลุกจากการจำศีล ท่านยังกล่าวถึง 'การนอน'! นิทราคือความว่างเปล่า! นี่คือการเตือนสติให้พวกเราไม่ลุ่มหลงในโลกีย์อำนาจวาสนา!"
อาฝูตัวสั่น พยักหน้ารัวๆ "กระจ่างแจ้งแล้ว! มิน่าเล่านายท่านจึงเพิ่งตั้งกฎเหล็ก ห้ามสาวกลัทธิเทพนิทราตื่นก่อนดวงตะวันอุทัย! นี่คือการส่งผ่านปรัชญาความว่างเปล่าผ่านทางกฎระเบียบนี่เอง!"
ลูกน้องทรยศ! ข้าสั่งตอนใด! ลู่ชิงเงยหน้ามองเพดานห้อง เขาไม่เหลือน้ำตาให้ไหลอีกต่อไปแล้ว
ราชทูตยิ้มอย่างปีติ ก่อนกล่าวประโยคสุดท้าย "ท่านมหาปราชญ์อย่าได้ถ่อมตน ฮ่องเต้ทรงคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว... ว่าท่านจะต้องปฏิเสธทุกเกียรติยศ ทรงตรัสว่าหากประทานทองคำหรือผ้าไหม ย่อมเป็การดูิ่ความว่างเปล่าของท่าน! พระองค์จึงงดเว้นรางวัลทางโลกียะทั้งหมด!"
ลู่ชิงตาเหลือก ทรัพย์สิน์วิมานอันใด! ข้าอยากได้ทองคำ! ข้าอยากรวยแล้วเกษียณโว้ย! คืนทองคำข้ามา!
"ดังนั้น..." ราชทูตหยิบม้วนผ้าแพรดิ้นทองประดับหยกดำอีกฉบับออกมาช้าๆ สัญลักษณ์หยกดำบ่งบอกถึงอำนาจสั่งการมหาศาล สีหน้าราชทูตศักดิ์สิทธิ์และจริงจังยิ่งกว่าเดิมหลาย 10 เท่า
"พระองค์จึงทรงมีราชโองการส่วนท้าย เพื่อสถาปนาตำแหน่งใหม่ให้ท่านโดยเฉพาะ ตำแหน่งอันเหมาะสมกับยอดบุรุษผู้สละกิเลสอย่างท่าน!"
บรรยากาศภายในห้องนอนอันมืดสลัวอันเต็มไปด้วยซากประตู พลันหนักอึ้งราวกับขุนเขาหลาย 10 ลูกกดทับลงมาพร้อมกัน
ลู่ชิงยังนั่งอยู่บนเตียง ขนเป็ดสีขาวปลิวเกาะเต็มศีรษะ สีหน้าเหมือนนักโทษปะาอันกำลังรอฟังคำตัดสินวาระท้ายสุดของชีวิต
"ฮ่องเต้ทรงเล็งเห็นว่า มีเพียงยอดบุรุษผู้ละทิ้งอำนาจ ละทิ้งชื่อเสียง และอุทิศตนเพื่อราษฎรปานท่านเท่านั้น จึงจะสามารถกอบกู้สถานการณ์ได้!"
ลู่ชิงลืมตาขึ้นช้าๆ ลางสังหรณ์มรณะกรีดร้องขั้นสุด
"ดังนั้น..." ราชทูตเว้นจังหวะ ก่อนประกาศเสียงดังลั่นกัมปนาท "แต่งตั้งลู่ชิง ขึ้นดำรงตำแหน่ง... มหาผู้ตรวจการ 6 หัวเมืองแดนเหนือ!"
เปรี้ยงงงงงง!!
ราวกับอสนีบาตจาก์ฟาดลงกลางกบาล ลู่ชิงตัวแข็งค้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
6... หัวเมือง... แดนเหนือ...
เขาพยายามปลอบใจตนเองอย่างคนสิ้นหวัง บางคราอาจเป็แค่ตำแหน่งขุนนางปรึกษาว่างๆ ไร้งานจริงจัง เหมือนพวกขุนนางกิตติมศักดิ์เอาไว้ประดับบารมี ใช่แล้ว... ต้องเป็เช่นนั้นแน่...
ทว่า เสียงราชทูตดังต่อฉับพลัน ทำลายความหวังชิ้นท้ายสุดจนแหลกละเอียดเป็ผุยผง
"มอบอำนาจอาญาสิทธิ์เด็ดขาด!"
"ดูแลกิจการปกครอง!"
ลู่ชิงเริ่มหน้าซีด
"ดูแลกิจการการคลัง!"
เหงื่อเย็นแตกพลั่ก
"ดูแลกิจการศาลยุติธรรม!"
เปลือกตาเริ่มกระตุกยิกๆ
"ดูแลกิจการทหาร!"
ลมหายใจเริ่มติดขัด
"และดูแลทุกข์สุขของราษฎรทั้ง 6 หัวเมือง... รวม 1000000 ชีวิต!"
ิญญาของลู่ชิงลอยหลุดออกจากร่าง ไปยืนมองตนเองอยู่ตรงเพดานห้องเรียบร้อยแล้ว
1000000 คน... 1000000 ชีวิตเนี่ยนะ... ขนาดคนในเมืองซีเหลียงแค่ไม่กี่ 1000 คน ยังรุมสร้างรูปปั้นเทพเ้านิทราให้เขาจนแทบบ้าตาย แล้ว 1000000 คนจะเกิดเหตุอันใดขึ้น เขาไม่กล้าจินตนาการเลยจริงๆ!
ราชทูตยิ้มกว้าง น้ำตาคลอเบ้า "ดังนั้น พระองค์จึงประทาน 'โอกาส' ให้ท่านได้ช่วยเหลือผู้คนมากขึ้นถึง 100 เท่า! นับเป็ของขวัญและเกียรติยศอันประเสริฐสุดยอดจากราชสำนัก!"
ลู่ชิงอยากจะแหกปากกรีดร้องออกมา ของขวัญมารดาเ้าสิ! ผู้ใดอยากได้ของขวัญเช่นนี้กัน! เลื่อนระดับ เลื่อนความรับผิดชอบ แต่ไม่พูดถึงการขึ้นเงินเดือนสักอีแปะ! นี่มันการสูบเืสูบเนื้อขุนนาง! ฮ่องเต้คือสุดยอดเถ้าแก่หน้าเืจอมขูดรีดแห่งยุคโบราณ! นี่มันคำสาปทาสแรงงานชัดๆ!
ท้ายสุด ราชทูตก็ยื่นม้วนราชโองการมาเบื้องหน้า "ท่านมหาผู้ตรวจการ โปรดรับตำแหน่งด้วยขอรับ"
มือของลู่ชิงสั่นเทา สั่นจนแทบจะยื่นออกไปถือม้วนผ้าแพรไม่อยู่
ราชทูตเห็นดังนั้น ดวงตาพลันแดงก่ำ "โอ้... ดูเถิด..." เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความซาบซึ้ง "แม้ได้รับอำนาจล้นฟ้าแต่มือของท่านยังสั่นเทาด้วยความตระหนักถึงภาระและกังวลต่อปวงประชา... ช่างเป็คุณธรรมอันสูงส่งและน่านับถือยิ่งนัก!"
ข้าไม่ได้กังวลต่อประชา... ข้ากลัวงาน... ข้าเป็โรคกลัวการทำงานโว้ยยยย...
อาฝูเองก็น้ำตาคลอเบ้า "นายท่าน... ท้ายสุดท่านก็ได้รับสิ่งอันคู่ควร... ตลอดมาท่านยอมเสียสละเวลาการนอนเพื่อแผ่นดิน ์มีตารับรู้แล้วขอรับ..."
ลู่ชิงหันไปมองเด็กรับใช้ช้าๆ ดวงตาว่างเปล่าไร้ประกายชีวิต แม้แต่เ้า... แม้แต่เ้าก็โดนลัทธิกาวนี่ล้างสมองไปแล้วหรืออาฝู...
ท้ายสุด ชายหนุ่มยื่นมืออันสั่นเทาออกไปรับราชโองการมาถือไว้ ฉับพลันอันนิ้วััผ้าแพรทองคำอันเบาหวิว เขากลับรู้สึกราวกับกำลังสวมโซ่ตรวนเหล็กหนัก 10000 ชั่ง ล็อกคอเขาเข้ากับโต๊ะทำงานไปชั่วชีวิต
กึก... เสียงบางอย่างแตกหักในจิตใจของปราชญ์หนุ่มดังขึ้นเงียบๆ
ราชทูตยิ้มกว้าง "ข้าน้อยขอแสดงความยินดีกับท่านมหาผู้ตรวจการ! ขอให้ท่านเป็เสาหลักค้ำจุนแผ่นดินสืบไป!"
กล่าวจบ เขาก็ประสานมือคารวะ โขกศีรษะลงพื้น 1 หน ก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างอิ่มเอมใจ ทิ้งไว้เพียงประตูอันพังทลาย ขนเป็ดอันปลิวว่อน และชายหนุ่มผู้สูญเสียความหวังในชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ
อาฝูยืนยิ้มทั้งน้ำตา "นายท่าน... พรุ่งนี้พวกเราคงต้องออกเดินทางไปตรวจการ 6 หัวเมืองแดนเหนือแล้วขอรับ"
ลู่ชิงไม่ตอบ เขาค่อยๆ หงายหลังล้มตึงลงบนเตียง ราวกับศพไร้ิญญา ท่ามกลางขนเป็ดอันร่วงหล่นลงมาปกคลุมร่าง
บัดดลนั้นเอง ลู่ชิงพลันได้ยินเสียงล้อไม้บดถนนดังกอดแกรด... คลื่น... คลื่น... เป็เสียงล้อเกวียนรับน้ำหนักมหาศาลจนแกนไม้แทบหักสะบั้น! ชายหนุ่มมโนไปชั่ววูบว่ามีกองทัพข้าศึกบุกเมือง ทว่าความเป็จริงกลับโหดร้ายยิ่งกว่ากองทัพข้าศึก!
ลู่ชิงสะดุ้งเล็กน้อย "เสียงอันใด?"
อาฝูแกะกล่องเอกสารออกดู แล้วเริ่มอ่านป้ายกำกับรายหมวด "มีรายงานการคลังประจำปีของทั้ง 6 เมือง... รายงานการเกษตรและภัยแล้ง... รายงานการจัดสรรกำลังพล... รายงานคดีความอันค้างคา... รายงานการก่อสร้างชลประทาน... รายงานภาษีย้อนหลัง... รายงานเสบียงทหาร... และรายงานสำมะโนประชากรขอรับ..."
ยิ่งอ่าน สีหน้าของอาฝูก็ยิ่งซีดลง เมื่อกวาดสายตามองไปยังลานกว้างนอกจวน เขาก็ต้องกลืนน้ำลายเอื้อก
"นายท่าน... ข้าน้อยไม่ได้นับว่ามีกี่เล่ม..." อาฝูเสียงสั่น "แต่มีเกวียนบรรทุกม้วนไม้ไผ่และเอกสารทั้งหมด... จอดรออยู่หน้าจวนศาลว่าการ... จำนวน 18 เล่มเกวียนเต็มๆ ขอรับ..."
อาฝูสูดลมหายใจลึก ดวงตาเปล่งประกายลุกโชนด้วยไฟแห่งการทำงาน! "ทว่านายท่านโปรดวางใจ! ข้าน้อยสั่งการให้บ่าวรับใช้ไปกว้านซื้อพู่กัน 1000 ด้ามรวมถึงหมึก 100 ถัง มาเตรียมไว้ให้ท่านสะสางงานตลอด 7 วัน 7 คืนรวดแล้วขอรับ!"
ความเงียบมรณะเข้าปกคลุมทั้งห้อง
ผ่านไป 3 ลมหายใจ ลู่ชิงหลับตาลงช้าๆ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งผิดปกติ
"อาฝู..."
"ขะ... ขอรับนายท่าน..."
"หากข้าชิงกัดลิ้นปลอมตายยามนี้... ยังทันหรือไม่..."
อาฝูนิ่งคิดอย่างจริงจัง ก่อนตอบด้วยความซื่อสัตย์ "ข้าน้อยเกรงว่า หากท่านสิ้นชีพยามนี้... ราษฎรคงนำร่างท่านไปทำศพแห้งอาบน้ำยาเคลือบทองคำ แล้วตั้งไว้บนโต๊ะทำงานเพื่อตรวจเอกสารต่อแน่ขอรับ"
น้ำตา 2 สายไหลรินออกจากหางตาของลู่ชิง อย่างเงียบงัน... และขมขื่นสุดยอด
นอกหน้าต่าง แสงอาทิตย์ส่องลงมาอย่างสดใส แต่สำหรับเขา โลกทั้งใบมืดมนไปชั่วนิรันดร์แล้ว
นี่คือจุดจบของความสงบสุขในฐานะเ้าเมืองซีเหลียง และคือจุดเริ่มต้นของมหาหายนะบทใหม่ ภาค 2 ว่าด้วยาเอกสารและการบริหารคน...
สำหรับบุรุษผู้ปรารถนาเพียงการนอนอู้ไปวันๆ ทว่าโชคชะตาและความวิปลาสของคนรอบข้าง กลับผลักดันเขาขึ้นสู่ตำแหน่ง "มหาผู้ตรวจการ 6 หัวเมือง" ผู้แบกรับชะตากรรมของประชา 1000000 ชีวิตไว้บนบ่า
โดยเ้าตัว... ยังไม่เคยสมัครใจลุกขึ้นมาทำงานเลยแม้แต่วันเดียว!
[จบตอน 26]