จ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง

    ตอนที่ 64 ขบวนข้าหลวงพิเศษ

    หยางหนิงจินผุดลุกขึ้นนั่ง เมื่อถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย

    “ข้านี่นะเป็นขโมย เจ้าสติฟั่นเฟือนแล้วจริง ๆ” แหวกม่านออกไปยืนด้านหน้ารถม้า

    บ่าวรับใช้ข้างกายรีบกางร่มป้องกันแสงแดดให้กับผู้เป็นนาย

    “หากเจ้าบริสุทธิ์ใจก็ให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถม้า”

    “ข้าขอสอบถามหน่อยเถิดว่าคุณชายใช้อำนาจอันใดมาตรวจค้นรถม้าผู้อื่น คุณชายมิได้เป็นเจ้าหน้าที่ทางการเสียหน่อย เหตุใดถึงใช้อำนาจตามอำเภอใจ หรือว่าในอำเภอชิงเหอท่านมีอำนาจสูงสุด” หยางหนิงจินไม่ลงจากรถม้า หลุบตาต่ำมองคู่สนทนา

    “เจ้า…..”

    ตู้ซีซวนกำลังจะโต้กลับถูกพี่ชายยกมือห้ามเอาไว้ก่อน

    “พวกข้าได้ทำการขออนุญาตนายอำเภอและใต้เท้าที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณชายได้โปรดให้ความร่วมมือด้วย เมื่อคืนมีโจรลักลอบปล้นสิ่งสำคัญของตระกูลตู้ไป พวกเราจำต้องทำเช่นนี้” ตู้โม่โฉวอธิบายให้ทราบอย่างใจเย็น

    “พวกท่านจำเป็นต้องทำเช่นนี้ แล้วธุระของราษฎรมิจำเป็นหรอกหรือ ข้าต่อแถวเป็นชั่วยามยังมิได้ออกนอกเมือง แล้วชาวบ้านพวกนี้ล่ะบางคนเดินเท้ากลับหลังจากทำธุระเสร็จสิ้น ป่านนี้ยังมิได้ออกนอกเมือง กว่าจะถึงบ้านก็คงมืดค่ำ หากพรุ่งนี้ได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านเดินฝ่าความมืดตกเขาตาย ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร”

    “เจ้าหุบปากไปเลยนะ” ตู้ซีซวนทนไม่ไหวชี้หน้าออกคำสั่งทว่าหยางหนิงจินหรือจะกลัวเกรง ยืนเท้าสะเอวหลุบตามองอยู่บนรถม้า

    “ข้าจะหุบปากได้อย่างไร ถ้าของที่หายไปเป็นของสำคัญของแคว้นพวกข้าคงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่นี่เป็นเพียงทรัพย์สินคนสกุลตู้ถึงกลับต้องตรวจค้นจนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน มันใช้ได้ที่ไหนกัน”

    “ใช่ มันใช้ได้ที่ไหนกัน หมู่บ้านพวกข้าอยู่ห่างจากอำเภอหลายสิบลี้หากมัวชักช้าอยู่อีกคงต้องกลับถึงบ้านมืดค่ำ พวกข้ามิอยากถูกสัตว์ป่ากัดกินหรอกนะ” ยามค่ำคืนสัตว์ป่าต่างออกหากิน เคยมีชาวบ้านเดินทางยามกลางคืนแล้วถูกพวกมันกัดกินเหลือเพียงศีรษะ

    ราษฎรล้วนเร่งรีบแต่ต้องมาต่อแถวยาวเหยียดเริ่มต่อต้าน ความกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ

    ตู้โม่โฉวคิ้วขมวดกับความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น ตระหนักได้ว่าพวกตนใช้อำนาจเกินเหตุ หากมีคนนำเรื่องนี้ไปถวายฎีกาบิดาต้องเดือดร้อน

    “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ พวกข้าจะตรวจค้นอย่างรวดเร็ว โปรดให้ความร่วมมือด้วย” แม้จะรู้ว่าใช้อำนาจเกินขอบเขตทว่าหยกสองชิ้นนั้นสำคัญต่อพวกตนจริง ๆ หากถูกผู้มิหวังดีนำไปก่อเหตุแล้วโยนความผิดให้สกุลตู้ ต่อให้มีอีกสิบปากก็ยากที่จะพ้นข้อกล่าวหา

    “จะตรวจก็รีบตรวจเถิด มัวแต่พล่ามอยู่นั่นแหละ” เสียงชาวบ้านบางคนดังขึ้นด้วยความรำคาญกับสถานการณ์ที่เจอ หากเป็นปกติคงหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ทางการ แต่ความหงุดหงิดเพราะต้องยืนตากแดดร้อน ๆ มันทำให้ทุกคนลืมความกลัว

    เจ้าหน้าที่เริ่มทำการตรวจค้นอย่างรวดเร็ว ไม่ละเอียดเหมือนตอนแรก

    “เจ้าลงมา” ตู้ซีซวนบอกหยางหนิงจินที่ยืนอยู่บนรถม้าไม่ยอมลงมา

    “เฮ้อ! เจ้าอย่าทำพรมหนังเสือข้ายับล่ะ” ก้าวลงจากรถม้า “มิรู้ว่านำหยกไปให้นางคณิกาคนใดหรือไม่ แล้วมาบอกว่าหยกหาย” หยางหนิงจินเอ่ยลอย ๆ แต่ทุกคนในระแวกนั้นได้ยินอย่างชัดเจน

    “เจ้าเอ่ยอันใดออกมา” ตู้ซีซวนกับสหายอีกสองคนจ้องหน้าหยางหนิงจินเขม็ง

    “ข้าเอ่ยอันใด?” หยางหนิงจินแสร้งยกมือขึ้นแคะหู

    “หากเจ้าพูดมากอีกครั้ง อย่าหาว่าข้าไม่เตือน”

    “โย๊ะ! เจ้าข่มขู่ข้ารึ ลองไปหาในหอนางโลมดูสักหน่อยเถิดเผื่อเจ้าลืมมันไว้ที่นั่น ขณะที่เมามายเจ้าอาจจะมอบเป็นของแทนใจให้กับนางคณิกาในดวงใจก็เป็นได้

    “อย่าคิดว่าผู้อื่นจะโง่งมแบบเจ้า”

    บุตรชายนายอำเภอผู้นี้ไม่น่าต่อปากต่อคำด้วย เหมือนคนไร้สมองไม่มีผิดเพี้ยน คุณชายตามเมืองเล็ก ๆ เป็นเช่นนี้กันหมดเลยหรืออย่างไร จับตามองเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในรถม้าจากหน้าต่าง

    “โอ๊ะ! หยก” ทุกคนหันขวับกับประโยคที่ได้ยิน

    “ไม่มีอันใด หยกแขวนข้าตกพื้นเท่านั้นเอง” หยางหนิงจินโบกไม้โบกมือ ก้มลงหยิบหยกที่แอบทิ้งลงบนพื้นขึ้นมาแขวนตามเดิม

    “ไม่เจอขอรับ” เสียงเจ้าหน้าที่รายงาน

    “ข้าจะอยากได้หยกแขวนผู้อื่นไปทำไมกัน ใช้ประโยชน์ก็มิได้” ก้าวขึ้นรถโดยมีบ่าวรับใช้กางร่มให้ไม่ห่าง

    “ไปโรงหมอหยาง”

    “คุณชายไม่ไปหาจ้าวกูเหนียงแล้วหรือขอรับ”

    “ค่อยไปวันหลัง” เสียเวลาอยู่หน้าทางออกประตูเมืองนานเพียงนี้ผู้ใดจะมีอารมณ์เดินทาง

    หยางหนิงจินกลับมาบ่นให้กับหมอหยางฟังถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหน้าประตูเมือง

    “ท่านปู่ตระกูลตู้นี่ใหญ่มาจากไหน ทำไมถึงได้กล้าตรวจค้นสัมภาระของราษฎร”

    “ใต้เท้าตู้เป็นขุนนางข้างกายฝ่าบาท” หมอหยางตรวจสอบสมุนไพรไปพร้อมกับตอบคำถามหลานชาย

    “มิน่าล่ะ”

    “เจ้าอย่าไปยุ่งกับคนพวกนั้นจะดีที่สุด คนพวกนั้นหาใช่คนจิตใจดีงาม” หมอหยางเอ่ยเตือนหลานชายที่ชอบสร้างความเดือดร้อน

    “ข้ามองเพียงหางตาก็รู้แล้วว่าคนพวกนั้นมิใช่คนดี เมื่อวานข้าอยู่ในเหตุการณ์ที่คนพวกนั้นพูดจาเสียดสีพี่ชายของจ้าวกูเหนียงด้วยขอรับ”

    หยางหนิงจินเห็นท่านปู่มีสีหน้าสงสัยจึงกล่าวออกไปว่า

    “เมื่อวานตอนที่ข้าไปต่อแถวซื้อน้ำแข็งให้ท่าน บุตรชายใต้เท้าตู้กับสหายเข้ามาหาเรื่องพี่ชายของจ้าวกูเหนียง ท่านปู่ ดูเหมือนว่าคนสกุลจ้าวจะเคยเป็นขุนนางนะขอรับ” เมื่อวานเขาจับใจความไม่ค่อยได้ว่าคนพวกนั้นพูดเรื่องอันใดกัน ดูเหมือนเป็นเรื่องใหญ่มิใช่น้อย

    “สกุลจ้าว? เคยเป็นขุนนาง?” หมอหยางทบทวนแซ่จ้าว

    “ภัตตาคารหย่งเล่อก็เป็นของคนสกุลจ้าว” หยางหนิงจินรีบบอก

    “หรือว่าจ้าวกูเหนียงจะเป็นหลานสาวของตาเฒ่าจ้าวเฉิง”

    “ท่านปู่รู้จักด้วยหรือขอรับ”

    “ข้ายังไม่มั่นใจ คงต้องหาเวลาไปเยี่ยมเยียนจ้าวกูเหนียงถึงซานเป่ยแล้วล่ะ”

    “ข้าขอไปกับท่านปู่ด้วยนะขอรับ”

    “เจ้าต้องอยู่ที่สำนักศึกษา อย่าเพ่นพ่านให้มันมากนัก พ่อเจ้าหนักใจกับเจ้าจะตายอยู่แล้ว” ต่อว่าหลานชายที่ทำตัวเหลวใหล

    “ท่านก็ไปวันหยุดสิขอรับ ข้าจะได้ไปด้วย”

    หมอหยางแค่นเสียง นั่งตรวจสอบสมุนไพรต่อโดยมีหยางหนิงจินนั่งเป็นเพื่อนผู้ข้าง ๆ

    ----------------------------------------

    จวนผู้บังคับบัญชาการ

    “รายงานด่วน!” หน่วยสอดแนมตะโกนวิ่งเข้ามารายงานข่าวด่วน

    “ข้าน้อยคารวะผู้บังคับบัญชาการ ขบวนข้าหลวงพิเศษจากฉางอันเดินทางมาถึงกำแพงเมืองแล้วขอรับ”

    ฉีอ๋องโบกมือรับทราบ ทหารหน่วยสอดแนมรีบออกไปจากห้องเมื่อหมดหน้าที่

    “ข้าจะไปค่ายทหารนอกเมือง”

    ห่าวหรานรีบเข้าไปแต่งกายให้กับผู้เป็นนาย จากนั้นก็พากันมุ่งตรงไปพักอยู่ที่จวนในค่ายทหารนอกเมือง

    หลิงหย่งคอตกเมื่อต้องรับหน้ากับข้าหลวงพิเศษแทนผู้เป็นนาย

    ขบวนข้าหลวงพิเศษเคลื่อนผ่านกำแพงเข้ามาในเมือง ชาวบ้านต่างให้ความสนใจว่าเป็นขบวนของผู้ใด

    “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเป็นขบวนของผู้ใด”

    “ไม่รู้ขอรับ” เสี่ยวเอ้อโรงน้ำชาตอบคำถามของลูกค้า

    “แล้วพวกเจ้าล่ะรู้หรือไม่”

    ทุกคนต่างส่ายหน้า

    ขวบเคลื่อนมาหยุดอยู่หน้าจวนผู้บังคับบัญชาการ เว่ยเจิงที่ถูกแต่งตั้งเป็นข้าหลวงพิเศษลงจากรถม้า

    หลิงหย่งเปิดประตูออกมาเจอเข้ากับขบวนข้าหลวงพิเศษพอดี

    “เหตุใดหน้าจวนถึงได้มีคนมากมายเช่นนี้” แสร้งเบิกตากว้าง กล่าวถามด้วยความใคร่รู้

    “โอ๊ะ! ใต้เท้าเว่ย” หลิงหย่งกุลีกุจอเข้ามาทำความเคารพ

    “ท่านอ๋องอยู่หรือไม่”

    “ท่านอ๋องอยู่ที่ค่ายทหารนอกเมืองขอรับ มิทราบว่าใต้เท้าเว่ยมาทำอันใดที่นี่ แล้วนี่ขบวนอะไรหรือขอรับ”

    “ข้าถูกฝ่าบาทแต่งตั้งให้เป็นข้าหลวงพิเศษมาพบท่านอ๋อง”

    เว่ยเจิงขมวดคิ้วเมื่อองครักษ์ข้างกายฉีอ๋องยังนิ่งไม่รีบไปตามเจ้านายกลับจวน

    “เจ้ารีบไปตามท่านอ๋องกลับจวนเถิด”

    “ไม่ได้ขอรับ ท่านอ๋องกับแม่ทัพทั้งหลายกำลังวางกลยุทธ์รับมือกับชนเผ่านอกด่านอยู่ขอรับ”

    “ข้ามีพระราชโองการจากฝ่าบาทมาถ่ายทอดให้กับท่านอ๋อง”

    หลิงหย่งคุกเข่ากับพื้น “ขอใต้เท้าโปรดให้อภัย ท่านอ๋องมีคำสั่งห้ามรบกวนเด็ดขาด ใต้เท้ารออีกสักสองสามวันได้หรือไม่ขอรับ”

    “เจ้าจะให้ข้ารอย่อมได้ แต่ว่าในขบวนมีไท่จื่อตามมาด้วย”

    “ไท่จื่อโปรดอภัยให้ข้าน้อยด้วย คำสั่งท่านผู้บังคับบัญชาการ ข้าน้อยมิอาจขัดขืน หากข้าน้อยขัดขืนหัวต้องหลุดออกจากบ่า ไท่จื่อก็รู้ว่าค่ายทหารห้ามคนนอกเข้า” หลิงหย่งโขกศีรษะกับพื้น

    “เอาล่ะ เจ้าเลิกโขกศีรษะกับพื้นเถิด” เด็กชายอายุเพียงสิบสองปีก้าวลงจากรถม้ามาหยุดยืนหน้าจวนผู้บังคับบัญชาการแห่งเมืองโยวโจวเมืองที่เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางเหนือของต้าถัง

    “ข้าสามารถรอเสด็จอาได้” หลี่เฉิงเฉียนมิได้เรื่องมาก เขาเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ รู้ดีว่ากฎของค่ายทหารเคร่งครัด การติดตามข้าหลวงพิเศษมาเยือนโยวโจวครั้งนี้ก็เพื่อเปิดหูเปิดตา

    “เจ้าจะไม่เชิญพวกข้าเข้าไปพักในจวนหรืออย่างไร” เว่ยเจิงตำหนิหลิงหย่ง

    “ข้าน้อยต้องขออภัยในความไม่สะดวก ข้าน้อยมิทราบว่าจะมีขบวนข้าหลวงมาเยือนโยวโจว เชิญทุกท่านที่จวนรับรองขอรับ” หลิงหย่งแสร้งไม่รู้ว่าเว่ยเจิงต้องการพักอยู่ที่จวนผู้บังคับบัญชาการ รีบวิ่งนำหน้าไปยังจวนรับรองที่อยู่อีกตรอก

    ส่วนคนที่ข้าหลวงพิเศษต้องการพบยามนี้กำลังควบม้าขนาบกับขบวนพ่อค้าชาวหู

    “พวกเจ้าบรรทุกอันใดในรถม้า” ฉีอ๋องถามหนึ่งในบรรดาพ่อค้าชาวหู

    “บรรทุกสินค้าที่ซื้อมาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซียขอรับ”

    “ในขบวนพวกเจ้ามีอะไรแปลกใหม่ที่ชาวบ้านไม่รู้จักหรือไม่” พ่อค้ามองสำรวจบุรุษองอาจ จากการแต่งกายดูก็รู้ว่าเป็นทหารของต้าถัง

    “หยุด!” ออกคำสั่งแก่กองคาราวาน ทั้งคนทั้งม้าต่างหยุดตามคำสั่งผู้เป็นหัวหน้า

    “หากท่านสนใจสินค้าของพวกเรา มีโรงน้ำชาอยู่ด้านหน้า พวกเราจะจอดให้ท่านเลือกซื้อได้ขอรับ” หากเลือกได้ผู้ใดอยากจะมีปัญหากับทหารจึงยอมโอนอ่อนเปิดสินค้าให้เลือกซื้อ

    ฉีอ๋องควบม้าตามขบวนพ่อค้าไปยังโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ข้างทางเพื่อเลือกซื้อสินค้าก่อนจะเดินทางไปพักอยู่ที่จวนในค่ายทหารนอกเมือง

    คล้ายกับเรื่องจ้าวลู่ชิง คหบดีหญิงแห่งต้าถัง ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276