รถเก๋งซีดานสีขาวของ ชัยกร แล่นฝ่าความมืดของถนนยามค่ำคืนในกรุงเทพฯ ด้วยความเร็วคงที่ ภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบที่น่าอึดอัด ริน นั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ดวงตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้สะท้อนกับแสงไฟข้างทางที่วูบผ่านไป เธอไม่พูดอะไรเลยสักคำั้แ่ออกมาจากโรงแรม ราวกับว่าิญญาของเธอได้หลุดลอยหายไปพร้อมกับศักดิ์ศรีที่เสียไปบนเตียงนั้นแล้ว
ชัยกรลอบมองรินเป็ระยะ เขาแสร้งทำสีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด ขมวดคิ้วมุ่นเหมือนคนแบกโลกทั้งใบ "ริน... พี่..." เขาพยายามจะเอ่ยคำขอโทษเพื่อทำลายความเงียบ
แต่ในใจลึกๆ ของเขากลับกำลังลิงโลดจนแทบจะกลั้นยิ้มไม่อยู่ ภาพตัวเลขเงินหนึ่งล้านบาทในบัญชีธนาคารทำให้เืในกายเขาสูบฉีด ยิ่งไปกว่านั้น เสียงโทรศัพท์ที่สั่นในกระเป๋ากางเกงเมื่อครู่—ซึ่งเขาแอบกดตัดสายไป—คือสัญญาณเตือนว่า "ลูกค้าใหม่" กำลังรอคิวอยู่ เขาเพิ่งปิดดีลแรกได้สำเร็จอย่างงดงาม และสินค้าชิ้นงามที่นั่งอยู่ข้างๆ นี้ก็พิสูจน์แล้วว่า 'ขายง่าย' และ 'ทำกำไร' ได้มหาศาล
เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคอนโดมิเนียมของริน รถยังไม่ทันจอดสนิทดี รินก็ปลดเข็มขัดนิรภัยออกทันที เธอหันมามองชัยกรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำขอร้อง
"พี่กรคะ... เื่วันนี้... รินขอร้องนะคะ อย่าให้กานต์รู้เด็ดขาด" เสียงของเธอแหบพร่าและสั่นเครือ "ให้เขารู้แค่ว่าพี่หาสปอนเซอร์มาได้ด้วยวิธีปกติ... นะคะพี่"
ชัยกรพยักหน้าทำหน้าเศร้า "พี่สัญญาครับริน... พี่จะเหยียบเื่นี้ให้มิด พี่ขอโทษนะริน... พี่มันเลวเองที่ไร้ความสามารถจนต้องทำให้รินมาเจอเื่แบบนี้ พี่มันใช้ไม่ได้..."
"ไม่ค่ะพี่... ไม่ใช่ความผิดพี่" รินรีบพูดสวนขึ้นมาด้วยความรู้สึกผิดที่เห็นผู้จัดการโทษตัวเอง ทั้งที่เธอหารู้ไม่ว่านั่นคือละครฉากใหญ่ "พี่ทำเพื่อทีมมาเยอะที่สุดแล้ว... รินเข้าใจค่ะ ขอบคุณนะคะพี่กรที่มาส่ง"
รินยกมือไหว้ลาแล้วรีบเปิดประตูรถก้าวลงไปทันที ชัยกรมองตามแผ่นหลังบางที่เดินห่อไหล่เข้าตึกไป สายตาแห่งความสงสารเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็สายตาแห่งความโลภที่วาวโรจน์ เขาแสยะยิ้มมุมปาก
‘เดินดีๆ ล่ะแม่คุณ... แม่เงินหนึ่งล้านบาทที่เดินได้ของพี่’
...
รินไขกุญแจห้องเข้ามาด้วยมือที่สั่นเทา ภายในห้องมืดสนิทและเงียบเชียบ บ่งบอกว่า กานต์ ยังไม่กลับมาจากอู่ ซึ่งนับเป็โชคดีที่สุดในความโชคร้ายของวันนี้ เธอรีบวางกระเป๋าลงแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำทันที
เธอเปิดฝักบัวให้น้ำเย็นเฉียบไหลทะลักลงมาจาก้า ร่างบางทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่ใต้สายน้ำทั้งที่ยังสวมชุดเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวอยู่ ความเย็นของน้ำที่กระทบผิวไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในใจของเธอดับลงได้เลย น้ำตาที่พยายามกลั้นมาตลอดทางไหลพรากออกมาผสมปนเปไปกับสายน้ำ เสียงสะอื้นไห้ดังก้องห้องน้ำสี่เหลี่ยม
"ฮึก... ทำไม... ทำไมต้องเป็แบบนี้..."
รินนั่งร้องไห้อยู่อย่างนั้นพักใหญ่ จนกระทั่งเริ่มรู้สึกตัวว่าต้องรีบจัดการตัวเองก่อนสามีจะกลับมา เธอค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นด้วยขาที่อ่อนแรง ถอดเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มออกกองไว้กับพื้น เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่มีรอยจ้ำแดงตามหน้าอกและต้นขา รอยนิ้วมือของเสี่ยอ้วนยังคงประทับอยู่บนผิวขาวเนียนของเธอราวกับตราประทับความเป็เ้าของ
เธอเริ่มลงมือขัดถูร่างกายอย่างรุนแรง ใช้ฟองน้ำขัดผิวจนแดงเถือก ราวกับ้าจะขัดคราบความสกปรกและััของชายอื่นออกไปให้หมดสิ้น โดยเฉพาะที่บริเวณหว่างขา... รินใช้นิ้วมือล้วงเข้าไปทำความสะอาดช่องทางรักของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง
"ออกไป... ออกไปให้หมด!"
เธอยังคงรู้สึกเหมือนมี "สิ่งแปลกปลอม" เสียบคาอยู่ในตัว ความรู้สึกคับแน่นและจุกเสียดยังคงตกค้างอยู่ภายใน ทั้งที่ตอนนี้มันว่างเปล่า แต่ผนังเนื้ออ่อนนุ่มภายในที่ถูกกระแทกกระทั้นขยายถ่างจนกว้างยังคงบวมช้ำและหุบไม่ลง รินรู้สึกขยะแขยงตัวเองอย่างที่สุด ยิ่งนึกถึงภาพตอนที่เสี่ยอ้วนพ่นน้ำกามใส่ปากและใส่ตัวเธอ เธอก็ยิ่งอยากจะอ้วกออกมา
หลังจากใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำนานนับชั่วโมง รินในชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมานั่งที่ปลายเตียงด้วยท่าทีเลื่อนลอย เส้นผมเปียกชื้นลู่แนบใบหน้าที่ซีดเซียว เธอเหม่อมองไปยังพื้นที่ว่างบนเตียง พลันภาพความทรงจำอันเลวร้ายแต่กลับซ่อนความหวามไหวก็ผุดขึ้นมาในหัว
ภาพตอนที่เธอถูกเสี่ยอ้วนจับกระแทกจากด้านหลัง... จังหวะที่ท่อนเนื้อขนาดมหึมาครูดผ่านจุดกระสันลึกข้างใน... และวินาทีที่ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งถึงจุดสุดยอดอย่างรุนแรง ชนิดที่ตาเหลือกค้างและสมองขาวโพลน
"มัน... คืออะไรกันแน่?" รินพึมพำกับตัวเอง มือเรียวยกขึ้นมาแตะริมฝีปากเบาๆ
ทำไม... ทำไมเธอถึงเสร็จ? ทั้งที่เธอเกลียดมัน ทั้งที่เธอเ็ปและขยะแขยงมัน แต่ทำไมร่างกายของเธอกลับตอบสนองรุนแรงขนาดนั้น? กับกานต์ที่เธอรักหมดหัวใจ เธอมีความสุขทางใจแต่ไม่เคย... ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะรู้สึกเหมือนิญญาหลุดออกจากร่างแบบเมื่อเย็นนี้
ความสับสนตีตื้นขึ้นมาในอก รินไม่เข้าใจตัวเอง และเริ่มหวาดกลัวว่า... สัญญาปีศาจที่เธอเพิ่งเซ็นไปนั้น มันอาจจะเปลี่ยนเธอไปตลอดกาล และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่กำลังจะคืบคลานเข้ามาในชีวิตคู่ของเธอ
เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง ปลุกรินให้ตื่นจากภวังค์ความคิดอันดำมืด เธอรีบปาดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ปรับสีหน้าให้ดูเป็ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะยังคงสั่นไหวอย่างรุนแรง ประตูห้องถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของ กานต์ สามีสุดที่รักเดินเข้ามาในห้อง
สภาพของกานต์ดูมอมแมมยิ่งกว่าทุกวัน ชุดหมีช่างสีน้ำเงินเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำมันเครื่องสีดำเป็ดวงใหญ่ ใบหน้ามีรอยคราบเขม่า แต่สิ่งที่ทำให้เขาดูแตกต่างไปจากเมื่อเช้าอย่างสิ้นเชิงคือ "รอยยิ้ม" กานต์ยิ้มกว้างจนตาหยี แววตาที่เป็ประกายระยิบระยับเหมือนเด็กที่เพิ่งได้รับของขวัญชิ้นโต มันเป็รอยยิ้มที่รินไม่ได้เห็นมานานนับั้แ่ทีมเริ่มประสบปัญหา
"ริน! ริน!" กานต์ปรี่เข้ามาหาเธอด้วยความตื่นเต้น เขาแทบจะะโกอดเธอแต่ชะงักไว้เพราะกลัวชุดเปื้อนจะทำรินเลอะ "ทีมเรารอดแล้วนะ! พี่กรเพิ่งไลน์บอกผมตะกี้ว่าเงินโอนเข้าบัญชีสโมสรแล้ว! สปอนเซอร์รายนั้นเขาเอาจริง!"
รินฝืนยิ้มตอบ พยายามทำเสียงให้ดูดีใจที่สุด "จะ... จริงเหรอ! ดีใจด้วยนะกานต์"
"ไม่ใช่แค่ดีใจด้วยนะริน ต้องขอบคุณรินต่างหาก!" กานต์พูดเสียงดังฟังชัดด้วยความปลื้มปริ่ม "ถ้าไม่ได้รินไปคุยให้ ถ้าไม่ได้วาทศิลป์ของริน ป่านนี้ทีมเราคงต้องยุบไปแล้ว รินเก่งมากเลยนะรู้ไหม คุณคือฮีโร่ของทีมเราจริงๆ!"
คำชมของกานต์เปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจ รินรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ฮีโร่เหรอ? วาทศิลป์งั้นเหรอ? ถ้ากานต์รู้ว่าเธอใช้อะไรแลกมา เขาจะยังมองเธอด้วยสายตาที่เทิดทูนแบบนี้อยู่ไหม?
"กานต์ไปอาบน้ำเถอะ... เดี๋ยวมานอนพักนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว" รินตัดบทด้วยการไล่เขาไปอาบน้ำ เพราะเธอไม่สามารถสู้สายตาที่ใสซื่อบริสุทธิ์ของเขาได้นานกว่านี้
กานต์พยักหน้าอย่างว่าง่าย เขารีบคว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำไปพร้อมกับผิวปากเป็เพลงอย่างอารมณ์ดี รินนั่งฟังเสียงน้ำไหลจากฝักบัว เสียงเดียวกับที่เธอเพิ่งใช้ชำระล้างคราบคาวโลกีย์เมื่อครู่ หัวใจของเธอเต้นแรงด้วยความสับสน
คืนนี้... เธอ้าพิสูจน์ เธอ้าลบััของชายอื่นออกไปจากร่างกาย และมีเพียงวิธีเดียวที่จะยืนยันว่าเธอยังเป็ "เมีย" ของกานต์ และร่างกายนี้ยังเป็ของเขา คือการให้เขาเข้ามาเติมเต็มเธอ
ไม่นานนัก กานต์ก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนกางเกงขาสั้นสบายๆ กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ จากตัวเขาทำให้รินรู้สึกผ่อนคลายขึ้นบ้าง กานต์ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ เธอ เขาดึงรินเข้าไปกอดแนบอก "ขอบคุณจริงๆ นะริน... ผมรักคุณนะ"
"รินก็รักกานต์..." รินตอบเสียงแ่ เธอซุกหน้าลงกับแผงอกของสามี มือเรียวเริ่มลูบไล้ไปตามร่างกายของเขาอย่างโหยหา เธอ้าให้เขาััเธอ ให้เขากอดจูบเธอ เพื่อลบล้างรอยมลทินที่ฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ
กานต์ที่กำลังอารมณ์ดีและมีความหวังเต็มเปี่ยม เมื่อถูกภรรยากระตุ้นก็ตอบสนองทันที เขาพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างบางของริน จูบเธอที่ริมฝีปากอย่างดูดดื่ม แต่สำหรับริน... รสจูบนี้กลับดูจืดชืดอย่างน่าประหลาดเมื่อเทียบกับการจูบที่ดิบเถื่อนและรุกรานของเสี่ยอ้วนเมื่อตอนเย็น
กานต์เลื่อนมือลงไปปลดปมชุดคลุมอาบน้ำของรินออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าที่งดงามภายใต้แสงไฟสลัว รินเกร็งตัวเล็กน้อยเมื่อมือของสามีััโดนหน้าอกที่ยังระบมช้ำ แต่กานต์ไม่ได้สังเกตเห็นรอยแดงจางๆ เ่าั้ในความมืดสลัว เขาแยกเรียวขาของเธอออก แล้วขยับตัวเข้าไปแทรกกลาง
"ผมจะรักคุณให้สุดหัวใจเลยคืนนี้..." กานต์กระซิบข้างหู
รินหลับตาลง พยายามจดจ่ออยู่กับััของสามี เธอแอ่นสะโพกขึ้นรับเพื่อรอคอยการเติมเต็ม ทว่า... วินาทีที่กานต์สอดใส่ความเป็ชายของเขาเข้ามาในช่องทางรักของเธอ ความจริงที่น่าตกตะลึงก็กระแทกความรู้สึกของรินเข้าอย่างจัง
"เอ๊ะ...?" รินลืมตาโพลงขึ้นมาในความมืด
เธอรู้สึกถึงการขยับเขยื้อนที่ปากทางรัก แต่เธอกลับ "ไม่รู้สึก" ถึงการรุกล้ำใดๆ ที่ชัดเจนเลย
ปกติแล้ว ของกานต์แม้จะไม่ได้ใหญ่โต แต่มันก็จะทำให้เธอรู้สึกตึงแน่นพอประมาณ รู้สึกถึงการเสียดสีที่ผนังเนื้อด้านใน แต่ทว่าคืนนี้... หลังจากที่ช่องทางรักของเธอถูกบังคับขยายถ่างจนกว้างด้วย "ท่อนั์" ของเสี่ยอ้วนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน กล้ามเนื้อภายในที่ยังบวมช้ำและขยายตัวค้างอยู่ยังไม่คืนสภาพ ทำให้ความเป็ชายไซส์มาตรฐานของกานต์กลายเป็เหมือนแท่งไม้เล็กๆ ที่แกว่งไกวอยู่ในถ้ำที่กว้างใหญ่
‘กานต์... เข้ามาแล้วเหรอ?’ รินถามตัวเองในใจด้วยความตื่นตระหนก
"อ่า... ริน... วันนี้คุณแฉะจังเลย" กานต์ครางออกมาด้วยความพึงพอใจ เขาขยับเอวสอบกระแทกกระทั้นเข้ามาตามจังหวะเดิมๆ ของเขา โดยหารู้ไม่ว่าความ "ลื่น" ที่เขาชื่นชมนั้น ส่วนหนึ่งคือน้ำหล่อลื่นที่ตกค้างและสภาพช่องคลอดที่หลวมโพรกจนไร้แรงเสียดทาน
รินนอนนิ่งเป็ท่อนไม้ ดวงตาจ้องมองเพดานด้วยความว่างเปล่า เธอพยายามขมิบ พยายามบีบรัดเพื่อััตัวตนของสามี แต่ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน เธอก็ััได้เพียงความเบาหวิว ราวกับว่าเขาไม่ได้อยู่ข้างในตัวเธอด้วยซ้ำ
ภาพของเสี่ยอ้วนซ้อนทับเข้ามาในหัว... ความรู้สึกแน่นจุกเสียดจนแทบขาดใจ ความใหญ่โตที่ครูดถูผนังมดลูกจนเธอต้องร้องคราง ความเ็ปที่แปรเปลี่ยนเป็ความเสียวซ่านจนสมองขาวโพลน... ััเ่าั้มันช่าง "ชัดเจน" และ "หนักหน่วง" จนร่างกายของเธอจดจำมันได้แม่นยำ
เทียบกับตอนนี้... การกระทำของกานต์มันช่างเบาบางเหมือนปุยนุ่น ไร้น้ำหนัก ไร้ความรู้สึก
"อึก... ซี๊ดดด..." กานต์เร่งจังหวะเร็วขึ้นตามความเคยชิน เขาซอยสะโพกถี่รัว 1... 2... 3... 4... 5...
รินยังไม่ทันได้ปรับอารมณ์ ยังไม่ทันได้เริ่มรู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย ร่างกายของกานต์ก็เกร็งกระตุกอย่างรุนแรงในครั้งที่ 6
"อ่าาาาาา!!"
กานต์ปลดปล่อยน้ำรักออกมาจนหมด เขาทิ้งตัวลงทับร่างของริน หอบหายใจแฮกๆ ด้วยความสุขสมและความเหนื่อยอ่อนจากงาน "เฮ้อ... สุดยอดเลยริน... วันนี้ผมมีความสุขที่สุดเลย"
เขาจูบที่ขมับของเธอเบาๆ ก่อนจะพลิกตัวลงไปนอนข้างๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่าง แล้วไม่ถึงสองนาที เสียงกรนเบาๆ ก็ดังขึ้น บ่งบอกว่าเขาเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วอย่างง่ายดาย
ทิ้งให้รินนอนลืมตาโพลงอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเพียงลำพัง...
น้ำตาเม็ดใสค่อยๆ ไหลรินออกจากหางตาอีกครั้ง รินขยับตัวหนีบขาเข้าหากัน เธอยังรู้สึก "โหวง" ในช่องท้อง ราวกับร่างกายของเธอมีหลุมดำขนาดใหญ่ที่กานต์ไม่สามารถเติมเต็มได้อีกต่อไป
ความน่ากลัวไม่ได้อยู่ที่การที่เธอเ็ป... แต่มันอยู่ที่การที่เธอ "ไม่รู้สึก" กับสามีของตัวเองอีกแล้ว ร่างกายของเธอเปลี่ยนไปแล้ว มันรู้จักความสุขสมที่รุนแรงกว่า ดิบเถื่อนกว่า และใหญ่โตกว่า จนมาตรฐานความรักที่อ่อนโยนของกานต์กลายเป็สิ่งที่จืดชืดไร้รสชาติ
"ขอโทษนะกานต์..." รินกระซิบเสียงเครือกับความเงียบ "รินขอโทษ..."
เธอรู้ดีว่านับจากวินาทีนี้ไป ชีวิตคู่บนเตียงของเธอกับกานต์ได้จบสิ้นลงแล้ว และเธอกำลังก้าวเข้าสู่เส้นทางสายอำมหิตที่เธอเองก็เริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่า... เธอรังเกียจมัน หรือลึกๆ แล้วร่างกายของเธอกำลังโหยหามันกันแน่