บทที่ 23 ห้องแต่งตัวเล็กเกินไปแล้ว
เลขาหลี่นอนกุมศีรษะอยู่บนพื้น ไม่เหลือภาพลักษณ์ใด ๆ อีกแล้ว
หลิวชิงบิดข้อมือเล็กน้อย ยกมือขึ้นถอดแว่นกันแดดออกจากใบหน้า ดวงตาเรียวยาวของเธอมองเลขาหลี่ที่นอนอยู่บนพื้นอย่างดูแคลน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรังเกียจปราศจากความรู้สึกใด ๆ "ร้องอะไรของคุณ? คนที่รู้ก็คิดว่าคุณกำลังร้องขอความช่วยเหลือ แต่คนที่ไม่รู้คงคิดว่าคุณกำลังร้องเรียกิญญาอยู่บนสะพานไน่เหอ"
เธอแค่นหัวเราะเบา ๆ กวาดสายตามองพนักงานออฟฟิศที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่อีกครั้ง
ทุกคนสะท้านเฮือกเมื่อถูกสายตาของเธอมอง
นี่… ภรรยาประธานบริษัทช่างน่าเกรงขามจริง ๆ
แม้ว่าในวันนี้หลิวชิงจะลงมือกับเลขาหลี่ แต่ก็เป็การสั่งสอนให้คนอื่นเห็นเป็ตัวอย่างด้วย เธอ้าให้พวกเขาได้เห็นว่าการคิดเกินหน้าเกินตาจะจบลงแบบไหน
"ในเมื่อคุณชอบนั่งโชว์ตัวนักก็ไปเลยสิ"
หลิวชิงพูดจบก็ก้มตัวลงอุ้มถังโย่วโย่วอย่างอ่อนโยน แล้วก้าวขายาว ๆ ข้ามร่างของเลขาหลี่เดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของชางโหยว
ระหว่างเดินก็พูดกับเด็กน้อยในอ้อมกอดว่า "โย่วโย่วสนุกไหมคะ? เดี๋ยวป้าจะพาไปซื้อชุดกระโปรงน่ารัก ๆ นะ!"
หลังจากนั้นไม่ถึงสองนาที เลขาชายคนหนึ่งเดินออกมา เก็บของทั้งหมดของเลขาหลี่จากในห้องทำงานของเธอใส่กล่องกระดาษ แล้วเทของทั้งหมดลงบนตัวเลขาหลี่ จากนั้นบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่สองคนเดินออกมาจากลิฟต์ แล้วลากตัวเลขาหลี่ที่นอนอยู่บนพื้นออกไปทันที
ส่วนชะตากรรมของเลขาหลี่… ไม่จำเป็ต้องพูดก็เข้าใจได้
คงไม่ดีไปกว่างานเลี้ยงค้ามนุษย์สักเท่าไหร่
เลขาหลี่ที่เมื่อครู่ยังคงวางท่าข่มขู่อยู่ตรงนี้ ตอนนี้กลับเหมือนสุนัขจรจัดที่ถูกบอดี้การ์ดลากตัวออกไป ระหว่างทางเลขาหลี่พยายามขัดขืนอยู่ตลอด แต่น่าเสียดายที่โดนบอดี้การ์ดตบหน้าสองทีอย่างไร้ความปรานี จนยอมสงบเสงี่ยมเชื่อฟัง เืกำเดาไหลอาบใบหน้า
หลังจากที่เลขาหลี่ถูกพาตัวไป ทุกคนต่างรู้สึกหนาวสะท้านไปตาม ๆ กัน ไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์อะไร รีบกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานของตัวเองทันที
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ทุกคนได้รับรู้ข่าวสารอีกอย่างหนึ่ง
แต่เดิมพวกเขาคิดว่าถังโย่วโย่วเป็ลูกนอกสมรสของชางโหยว แต่พอมาดูตอนนี้ มีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายคนไหนบ้างที่จะดีกับลูกนอกสมรสของสามีได้ขนาดนี้ เกรงว่าถังโย่วโย่วอาจจะเป็หลานสาวตัวจริงของชางโหยว หรือไม่ก็ต้องมีฐานะที่ใหญ่กว่านั้น
เห็นหลิวชิงและชางโหยวต่างรักและตามใจถังโย่วโย่วขนาดนี้ ดูเหมือนว่าต่อไปในบริษัท การไปขัดใจชางโหยวยังจะดีกว่าไปขัดใจถังโย่วโย่วเสียอีก ไม่อย่างนั้นอาจจะตายโดยไม่รู้ตัวก็ได้
หลังจากจัดการกับเลขาหลี่เสร็จแล้ว
หลิวชิงอยู่ที่บริษัทได้ไม่นานก็อุ้มถังโย่วโย่วออกไป
"โย่วโย่วชอบกระโปรงแบบไหนจ๊ะ? เดี๋ยวไปซื้อตุ๊กตาหลาย ๆ ตัวกลับบ้านกันเลยดีไหม ทั้งเป็ดน้อยขนฟู ๆ แล้วก็กระต่ายน้อยสีชมพูด้วย!"
ไม่ผิดเลย ป้าคนนี้มีหัวใจสาววัยใสเต็มเปี่ยม
"อะไรก็ได้ค่ะ" ถังโย่วโย่วกะพริบตา ดวงตาสะท้อนใบหน้าของหลิวชิง
"อ้อใช่แล้ว! ฉันนึกขึ้นได้ว่าที่รักของเรายังไม่มีกิ๊บติดผมเลย! พวกเราไปซื้อกันเถอะ!"
แต่เดิมหลิวชิงก็ชอบเด็กผู้หญิงเป็พิเศษอยู่แล้ว ดังนั้นถังโย่วโย่วจึงเติมเต็มความปรารถนานี้ของเธอได้อย่างสมบูรณ์ ตอนนี้เธอถือว่าถังโย่วโย่วเป็เหมือนลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ถังโย่วโย่วนั้นมีใบหน้าที่ประณีตน่ารัก แต่งตัวยังไงก็สวย สิ่งนี้ยิ่งกระตุ้นจิตใจสาวน้อยของหลิวชิงได้เป็อย่างดี
ทั้งสองออกจากบริษัท ขึ้นรถเบนท์ลีย์มุ่งหน้าไปยังถนนช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง ดูท่าทางแล้ว ถ้าไม่ช้อปจนร้านค้าหมดทั้งถนนก็คงไม่ยอมกลับ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนใกล้เที่ยงแล้ว ทั้งสองคนซื้อของกลับมามากมาย แต่กลับไม่เห็นหลิวชิงถือถุงใส่ของสักใบ
เื่นี้ทำให้ถังโย่วโย่วได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับคนรวย
นึกย้อนไปตอนที่หลิวชิงซื้อของก็เป็แบบนี้ทุกครั้ง
"อันนี้ไม่เอา เอาที่เหลือทั้งหมด"
"รูดบัตร ส่งตรงไปที่ที่อยู่นี้"
แค่สองประโยคก็จัดการร้านได้หมดแล้ว
"คุณป้า จริง ๆ แล้วหนูใส่เสื้อผ้าพวกนี้ไม่หมดหรอก"
"ที่รัก เธอยังไม่เข้าใจหรอก การซื้อของไม่ได้ซื้อมาเพื่อใส่ แต่ซื้อมาเพื่อให้สบายตาสบายใจต่างหาก ถ้าใส่ไม่ได้ก็แขวนไว้ที่บ้าน พอเบื่อแล้วก็ค่อยทิ้ง"
"......"
ช่างร่ำรวยจนไร้ความเป็มนุษย์จริง ๆ
หลังจากช้อปปิ้งกันอย่างสนุกสนานตลอด่เช้า หลิวชิงพาถังโย่วโย่วมาที่ร้านอาหารมิชลิน บางทีหลิวชิงอาจจะเป็ลูกค้าประจำของร้านนี้ เพราะทันทีที่รถเบนท์ลีย์จอดสนิท พนักงานรับรถก็รีบเดินมาเปิดประตูรถให้อย่างนอบน้อม
"สวัสดีครับคุณนายชาง" เขาพูดด้วยท่าทางประจบประแจง
หลิวชิงไม่สนใจพนักงานจอดรถ เธอยื่นมือไปอุ้มถังโย่วโย่วที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วลงจากรถ
ตอนนี้ถังโย่วโย่วที่อยู่ในอ้อมกอดของหลิวชิง ดูเหมือนกระต่ายน้อยที่น่ารัก บนหัวเล็ก ๆ ของเธอประดับด้วยที่คาดผมรูปหูกระต่ายน่ารักสองข้าง ใบหน้ากลม ๆ ของถังโย่วโย่วนั้นดูงดงามอยู่แล้ว ประกอบกับผมสั้นของเธอ เมื่อสวมที่คาดผมรูปหูกระต่ายบนศีรษะแล้ว ดูเหมือนเป็จุดเด่นที่ทำให้น่ารักจนคนต้องละลาย!
เธอสวมชุดกระต่ายน้อยสีชมพูขาว
นี่เป็ของที่เพิ่งซื้อมาตอนเดินห้างใน่เช้า
หลิวชิงอุ้มตุ๊กตาหมีขนฟูนุ่มนิ่มเดินเข้าไปในร้านอาหารมิชลิน ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้าไปในร้าน ก็ดึงดูดสายตาของทุกคนในร้านทันที
"เด็กคนนั้นน่ารักจังเลย อยากลูบหูกระต่ายบนหัวเธอจัง!"
"ฉันก็อยากได้เหมือนกัน!! รู้สึกอยากมีลูกสาวขึ้นมาเลย!"
"โอ้! น่ารักจนเืกำเดาไหลเลย! น่ารักเกินไปแล้ว!"
"ดูผู้หญิงที่อุ้มเธอสิ สวยมากเลย ดูสง่ามาก กระเป๋าที่เธอถือนั่นดูเหมือนจะเป็รุ่นลิมิเต็ดเลยนะ รวยจริง ๆ"
"อิจฉาจังเลย..."
จริง ๆ แล้วหลิวชิงชินกับการที่คนอื่นชมเชยเธอ แต่เธอชอบที่คนอื่นชมเชยถังโย่วโย่วมากกว่า มันทำให้เธอรู้สึกภูมิใจขึ้นมา เหมือนกับว่าลูกของตัวเองได้รับคำชม ไม่มีแม่คนไหนที่จะไม่ภูมิใจ
เธออุ้มถังโย่วโย่วขึ้นไปชั้นสอง เนื่องจากหลิวชิงเป็ลูกค้าประจำที่นี่ ชั้นสองจึงเป็ที่นั่งวีไอพี
เธอพาถังโย่วโย่วเลือกที่นั่งใกล้หน้าต่าง สั่งสเต็กเนื้อสันนอกสองจาน และสั่งพิเศษให้ทำสุกมาก ๆ สำหรับเด็ก จากนั้นก็หยิบกล่องนมออกมาจากกระเป๋าให้ถังโย่วโย่วดื่ม
หลิวชิงมองเด็กน้อยข้าง ๆ ด้วยแววตาเปี่ยมด้วยความรักของแม่ "ที่รัก เดี๋ยวกินข้าวเสร็จเราจะกลับบ้านกันนะ"
"อืม!" ถังโย่วโย่วพยักหน้าน้อย ๆ
มือน้อย ๆ ขาวนุ่มนิ่มกำลังถือกล่องนมดื่ม
"พูดถึงวันนี้ที่ซื้อชุดกระโปรงมาเยอะมาก ดูเหมือนห้องแต่งตัวของโย่วโย่วจะเก็บไม่พอแล้ว งั้นเอาอย่างนี้ เปลี่ยนห้องรับแขกข้าง ๆ ห้องหนังสือของลุงให้เป็ห้องแต่งตัวส่วนตัวของโย่วโย่วดีกว่า"
"โย่วโย่วของพวกเรายังต้องโตขึ้นอีกนะ ต่อไปต้องซื้อกระโปรงน่ารัก ๆ อีกเยอะแยะเลย ห้องแต่งตัวคงจะไม่พอแน่ ๆ..."
ถังโย่วโย่วนึกถึงห้องแต่งตัวในห้องนอนของตัวเอง
นั่นยังไม่ใหญ่พออีกเหรอ!?
ขนาดเกือบห้าสิบตารางเมตรเลยนะ! นี่มันขนาดห้องพักคู่ในโรงแรมได้แล้ว!
แต่พอคิดดูแล้ว มันคงไม่พอใส่กระโปรงของถังโย่วโย่วจริง ๆ
วันนี้หลิวชิงซื้อมามากแค่ไหนกันนะ
ตอนนี้สำหรับถังโย่วโย่วแล้ว กระโปรงของเธอไม่เคยใส่ซ้ำเป็ครั้งที่สองเลย ทุกตัวใส่แค่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง และแต่ละตัวก็ราคาแพงมาก เฉลี่ยแล้วไม่มีตัวไหนต่ำกว่าเจ็ดพันหยวนเลย
แม้แต่รองเท้าที่เธอสวมใส่อยู่ก็เป็รุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ดังระดับโลก