คอร์สที่1 เมนูที่12 มาสเตอร์ก็มาสเตอร์ดูเท่ดีเหมือนกัน
2วันต่อมา
ห้องครัวของตำหนักล่องลม
“ได้โปรดพิจารณาใหม่ด้วยเถอะขอรับท่านดยุค!”ชายในชุดพ่อครัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามผมกับเฟอร์กล่าวขอร้องเ้านายตัวเองอย่างเอาเป็เอาตายรวมถึงเหล่าผู้ช่วยที่อยู่ด้านหลังชายคนนั้นเองก็ส่งสายตาขอร้องมาให้เช่นกันถึงจะมีบางส่วนจะส่งสายตาส่อแววเป็ศัตรูมาให้ผมก็เถอะ
“เราตัดสินใจไปแล้วท่านรองหัวหน้าเชฟ”คนข้างตัวผมก็ยังคงยืนกรานอยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
“ขอร้องละขอรับท่านดยุค!โปรดพิจารณาใหม่ด้วยขอรับ! การให้บุคคลที่แต่งตัวน่าสงสัยเช่นนี้มาทำขนมสำหรับงานเลี้ยงแด่องค์จักรพรรดินีจะทำให้ท่านกลายเป็ที่ครหาได้นะขอรับ!”รองหัวหน้าเชฟกล่าวเช่นนั้นแล้วก้มหัวลงไปต่ำกว่าเดิมผู้ช่วยเ่าั้เองก็ก้มหัวลงต่ำตามรองหัวหน้าของตนอย่างพร้อมเพรียง
เพื่อนผู้สูงศักดิ์ของผมหันมามองผมแล้วส่งยิ้มแหยๆมาให้แววตาของเ้าตัวสื่อออกมาได้เลยอย่างตรงตัวว่าขอโทษผมยักไหล่เชิงบอกว่าไม่ว่าอะไรเขาหรอกก่อนจะลูบคางใช้ความคิดที่จะทำให้สถานการณ์ตรงหน้านั้นดีขึ้น ก็ทำไงได้ละผมเล่นแต่งตัวแบบทุกทีที่ออกจากบ้านมานี่นา...
หลายๆคนอาจจะสงสัยว่าทำไมผมกับเฟอร์ถึงได้มาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้เื่มันก็ต้องย้อนกลับไปตอนที่พวกเราไปค้างที่หอสมุดในคืนแรกนั่นละครับ...
.
.
.
“อ้อผมขอแรงเฟอร์หน่อยนะครับ เพราะผมเองก็้าให้คุณช่วยโปรโมตในวงชนชั้นสูงด้วยน่ะ”
“ก็ได้นะนาธานแต่เ้าเองก็ต้องช่วยเราเช่นกันแถมงานนี้ทั้งเ้าทั้งเราเองก็ได้ผลประโยชน์กันทั้งคู่เสียด้วย” เฟอร์บอกผมพร้อมกับแสยะยิ้มบางเบา เล่นเอาผมขนลุกซู่เลยทีเดียว...
“เอ่อ...แล้วเฟอร์จะให้ผมช่วยอะไรล่ะครับ...”ผมเอ่ยปากถามอีกฝ่ายไปอย่างกล้าๆกลัวๆ แหม่...เล่นยิ้มแบบนั้นมาให้เป็ใคร ใครก็ขนลุกทั้งนั้นแหละครับ...
“เ้าไม่ต้องทำท่าแบบนั้นก็ได้น่านาธานเราไม่ทำอะไรเ้าหรอก...อย่างที่พวกเราน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าอีกสามสัปดาห์นั้นจะเป็วันฉลองพระชนมายุองค์จักรรพดินีลอเรไลทำให้ภายในวังหลวงนั้นวุ่นวายในการจัดเตรียมงานกันเป็อย่างมาก” เขาเปรยออกมาให้พวกผมทั้งสองฟังเช่นนั้นก่อนจะยกน้ำชาขึ้นจิบแก้กระหาย
ไม่ใช่แค่วังหลวงหรอก...แค่ภายในเมืองหลวงเนี่ยก็เริ่มที่จะเตรียมการนู่นเตรียมการนี่กันแล้วเลยนี่ยังไม่ได้พูดถึงเื่จำนวนคนและพ่อค้าที่จะมาเข้าร่วมภายในงานอีก แล้วไหนจะทูตจากอาณาจักรข้างเคียงที่น่าจะกำลังเดินทางมาด้วยเรียกได้ว่ามันเป็่ที่ยุ่งที่สุดประจำปีเลยล่ะนะ...แต่คงมีแค่ที่หอสมุดนี่ละมั้งที่ดูท่าจะชิลสุด...มีหน้าที่แค่ให้ผู้ดูแลหอสมุดไปร่วมงานให้ได้เท่านั้นเอง...
“แล้วคือ่ปีสองปีมานี้...เราไม่ได้ไปร่วมงานอะไรกับทางส่วนกลางของวังเลยน่ะ...ทำแค่ส่งของขวัญกับการ์ดอวยพรไปแค่นั้น...พอเลิกเก็บตัวเราก็เลยซวยโดนยัดหน้าที่ให้ดูแลเกี่ยวกับขนมภายในงานไปเลยน่ะนะ...ฮ่ะๆ...”ดยุคหนุ่มกล่าวก่อนจะหัวเราะแห้งๆ เพราะดูเหมือนว่าเ้าตัวจะเคยพูดให้พวกผมฟังไปรอบนึงแล้วว่าไม่สันทัดอะไรเกี่ยวขนมซักเท่าไหร่เสียด้วย...พอได้งานแบบนี้เลยตกที่นั่งลำบากเลยสินะ...น่าสงสารจริงๆ...แต่ว่านะ...
“ไม่ใช่ว่าปกติแล้วชนชั้นสูงแบบนายจะมีเชฟที่ทำขนมได้อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ?” ไม่ทันที่จะได้พูดผมก็ถูกคลูสตัดหน้าสิ่งที่ผมจะถามออกไปก่อน อื้อ นั่นแหละคือสิ่งที่ผมสงสัยอยู่เพราะปกติแล้วชนชั้งสูงแบบเฟอร์นั้นจะมีเชฟที่ทำขนมได้กันอยู่อย่างน้อยหนึ่งคนอยู่แล้วจึงน่าจะใช้พวกเขามากกว่าจะมาขอให้ผมช่วยแบบนี้
“ไอมีมันก็มีแหละคลูส...แต่ว่าเขาโดนทำร้ายร่างกายขณะกลับบ้านหลังเลิกงานน่ะ...ตอนนี้เลยเหลือแค่รองหัวหน้าเชฟกะพวกลูกมือเท่านั้น...”เ้าตัวกล่าวด้วยท่าทางลำบากใจ ท่าจะงานหนักเลยแฮะ...แต่ปกติถ้าเกิดเื่แบบนี้ก็ควรจะให้รองหัวหน้าเชฟเป็คนกำกับดูแลต่อนี่นา?ทำไมเฟอร์ถึงไม่ให้คนๆนั้นดูแลแทนไปนะ?
“แล้วทำไมเฟอร์ไม่ให้รองหัวหน้าเชฟดูแลแทนล่ะครับ?ให้คนในทำมันน่าจะดีกว่าผมที่เป็คนนอกนะครับ?”
“รองหัวหน้าเชฟถนัดด้านการตกแต่งมากกว่าน่ะสิ...แถมเ้าตัวเวลาทำขนมเองก็เล่นสักแต่จะเทน้ำตาลอย่างเดียวเลย...ถึงจะบอกว่ายิ่งหวานเท่าไหร่มันก็จะเป็การแสดงถึงความร่ำรวยของผู้จัดงานมากเท่านั้นก็เถอะ...แต่เป็พวกนายก็คงจะไม่อยากกินหรอกใช่ไหมล่ะ...”ฮ่ะๆๆๆๆๆ...ใครจะไปกินลงกันเล่าแบบนั้น!!! เืได้ข้นตายกันพอดีสิครับ!แถมต่อให้ไม่ตายก็เบาหวานถามหาแน่!
“เฮ้อ...ก็ได้ครับ...เดี๋ยวผมจะช่วยละกัน...”สิ้นคำสัญญาของผม เฟอร์ก็ฉีกยิ้มอย่างยินดีทันทีผิดกับอีกคนที่แอบหันไปหัวเราะคิ๊กคั๊กอยู่คนเดียว นั่น! คลูส!ไม่ต้องมาหัวเราะผมเลยนะ!
.
.
.
เื่ทั้งหมดมันก็ประมาณนี้แหละครับ
ผมมองท่าทางลำบากใจของทั้งสองฝ่ายอยู่นานกว่าจะนึกไอเดียอะไรดีๆขึ้นมาได้
“ทำไมท่านดยุคไม่ให้กระผมลองทำขนมแข่งกับท่านรองหัวหน้าเชฟดูละครับ”ผมเอ่ยขึ้นมากลางวงจนทำให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้ามามองผมด้วยความงุนงงก่อนที่เฟอร์จะฉีกยิ้มกว้าง ผิดกับอีกฝ่ายหนึ่งที่มองมาที่ผมด้วยสายตาดูถูก
“ก็ได้...เช่นนั้นเราอนุญาตให้เ้ากับรองหัวหน้าเชฟของเราแข่งกันเพื่อเป็ประจักษ์ถึงฝีมือว่าใครควรจะเป็คนจัดการเื่ขนมภายในงานเลี้ยงขององค์จักรพรรดินีในครั้งนี้”
“รับทราบครับ”
“ท่านดยุค!”เหล่าคนของเฟอร์หลุดร้องออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยินผิดกับผมที่โค้งให้กับอีกฝ่ายเชิงรับคำสั่ง แล้วเดินไปเข้าไปในครัว
“สามัญชนแบบแกเนี่ยนะจะมาทำขนมสำหรับชนชั้นสูง!เหอะ! ไร้สาระสิ้นดี...” รองหัวหน้าเชฟเดินผ่านผมไปพร้อมกับพูดให้แค่ผมกับเขาได้ยินเพียงสองคนผมแอบเสยะยิ้มบางเบาไม่ให้เขาเห็น ก่อนมองวัตถุดิบรอบๆที่มีภายในห้องครัวนี้
สิ่งแรกที่สะดุดสายตาของผมคือหม้อใบหนึ่งที่ตั้งเคี่ยวอยู่บนเตากลิ่นอันเป็เอกลักษณ์ของน้ำสีน้ำตาลเข้มที่อยู่ภายในลอยมาแตะจมูกของผมจนผมอดไม่ได้ที่จะยิ้มร่าด้วยความดีใจ เมนูของขนมชนิดหนึ่งบังเกิดขึ้นในสมองของผมดั่งไฟในตะเกียงที่ถูกจุดจึงรีบตรงไปหาวัตถุดิบชนิดอื่นๆมาจนครบ
“สมกับเป็วังหลวงละนะ...แม้แต่ของแบบนี้ก็หามาได้...”ผมเอ่ยพึมพำขณะมองน้ำสีน้ำตาลในหม้อใบเล็กที่ผมพึ่งตักแยกออกมาก่อนจะเริ่มลงมือทำทันที
ขั้นแรกผมเอาหม้อใบเล็กอีกใบหนึ่งมาใส่เนยแล้วเอามันขึ้นเตาเพื่อทำการละลายในขณะที่รอเนยละลายอยู่นั้น ผมก็เอาหม้ออีกใบที่ใส่น้ำสีน้ำตาลนั้นขึ้นไปวางบนเตาข้างๆกันเพื่อไม่ให้มันสูญเสียความร้อนไปก่อนจะเทนมลงไป จนสีของมันอ่อนลง แล้วผละไปเตรียมอย่างอื่นต่อ
ผมตอกไข่ไก่ครึ่งนึงจากที่เตรียมเอาไว้ลงไปในชามผสมวัตถุดิบส่วนอีกครึ่งนั้น ผมก็ทำการแยกไข่แดงออกจากไข่ขาวด้วยชามอีกใบ แล้วนำไข่แดงทั้งหมดที่แยกมานั้นเทลงไปรวมกับไข่ที่เตรียมเอาไว้อีกชามแล้วจึงตีพวกมันเข้าด้วยกันจนไข่ในชามนั้นฟูขึ้น ก่อนจะค่อยๆเทน้ำตาลทรายลงไปผสม
“ใส่น้ำตาลแค่นั้นแกคิดจะดูถูกฐานะของท่านดยุคหรือยังไงกันห๊ะ! สามัญชนก็ยังคงเป็สามัญชนอยู่วันยังค่ำนั่นละ!แกคงจะไม่รู้สินะว่าขนมของชนชั้นสูงน่ะ ยิ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งแสดงถึงฐานะของขุนนางคนนั้นมากเท่านั้น! อย่างนี้เป็ต้นยังไงละ!”รองหัวหน้าเชฟที่ดูเหมือนว่าจะแอบชำเลืองมองผมอยู่กล่าวด้วยน้ำเสียงอันดัง พร้อมกับทำการเทน้ำตาลที่ดูท่าว่าจะมากกว่าผมถึง2เท่าลงไปในชามผสมแล้วเริ่มตีพวกมันเข้าด้วยกัน
อา...ก็เข้าใจละนะครับว่าน้ำตาลมันแพง...แต่ผมเองก็คนนึงละที่จะไม่ยอมเป็โรคเบาหวานตายแน่นอน...ผมคิดเช่นนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเซ็งก่อนที่จะมีเสียงของเหล่าลูกน้องเชฟที่ยืนมุงดูพวกเราอยู่ดังขึ้นสนับสนุนคำพูดของรองหัวหน้าเชฟ
“ใช่แล้ว!อย่างที่รองหัวหน้าเชฟบอกนั่นละ!”
“สามัญชนแบบแกคงจะไม่มีวันเข้าใจถึงความยอดเยี่ยมของชนชั้นสูงหรอกสินะ!”
“จะไปไหนก็ไปเลยไป!ขนมที่สามัญชนแบบแกทำไม่มีทางชนะของเลอค่าแบบที่รองหัวหน้าเชฟทำได้หรอก!” คนเ่าั้พยายามะโด่าผมด้วยความสะใจทางด้านของเฟอร์เองก็ส่งยิ้มแหยๆมาให้ผมที่ยังคงตีไข่ในชามผสมอย่างไม่สนใจขืนผมสนใจเสียงของคนอื่น ป่านนี้ผมคงไม่กล้าแกล้งตายหนีคู่หมั้นอย่างที่ทำอยู่อย่างปัจจุบันนี้หรอกน่า
ไข่ในชามผสมถูกผสมจนเสร็จและดูเหมือนว่าเนยจะละลายได้ที่แล้วซะด้วยผมจึงวางชามผสมไข่ลงแล้วไปยกหม้อเนยมาตั้งเอาไว้ให้เย็นลงเสียหน่อยก่อนจะเอาแปรงจุ่มลงไปในเนยเหลวนั่น แล้วทาลงไปในถ้วยเซรามิกใบเล็กหลายสิบใบคงต้องขอบคุณคนที่เคยมาที่โลกใบนี้ก่อนหน้าผมที่พัฒนาเ้าพวกภาชนะเซรามิกพวกนี้จนคุณภาพมันดีเสียจนน่าแปลกใจล่ะนะ
ขั้นต่อมาผมนำตะแกรงถี่มาแล้วเทแป้งสาลีเบาลงบนนั้นแล้วทำการเคาะแป้งโรยใส่ถ้วยเซารามิกที่ผมทาเนยเอาไว้จนครบก่อนจะหยิบพวกมันขึ้นมาเคาะแป้งส่วนเกินออกไปสิ่งต่อไปที่ผมต้องทำคือการไปยกหม้อที่ใส่สีน้ำตาลที่ตั้งเอาไว้บนเตาลงแล้วเอาเนยเหลวที่เหลือทั้งหมดเทลงไปผสมรวมกัน
ไม้พายในมือของผมขยับด้วยความเร็วที่ไม่มากนักเพื่อให้ส่วนผสมทั้งสองในหม้อนั้นรวมกันเป็เนื้อเดียวอย่างใจเย็นก่อนจะหันไปเทน้ำสีน้ำตาลที่ผมผสมเนยไปแล้วลงไปในชามไข่อย่างช้าๆเพื่อไม่ให้ไข่ในชามนั้นสุก
ตะแกรงถี่ถูกนำมาร่อนแป้งสาลีเบาลงไปในชามส่วนผสมดังกล่าวเมื่อทุกอย่างลงไปในชามเดียวกันเรียบร้อยแล้วผมก็ค่อยๆทำการคนพวกมันรวมเข้าด้วยกันแล้วนำมันเทลงไปในถ้วยเซารามิกที่ผมเตรียมเอาไว้จนครบก่อนจะนำตะแกรงเหล็กมาวางลงบนถาดแล้วเรียงพวกมันลงไปขั้นสุดท้ายก็คือยกเข้าไปในเตาอบทุกอย่างก็เสร็จ!
ผมฉีกยิ้มร่าขณะยืนรอขนมที่ผมทำอยู่หน้าเตาอบใช้เวลาอยู่ซักพักใหญ่กว่าพวกมันจะได้ที่ผมจึงนำพวกมันออกมาวางพักความร้อนเอาไว้ด้านนอกดูเหมือนว่าขนมของผมจะเสร็จก่อนรองหัวหน้าเชฟนะเนี่ย~ เพื่อเป็การฆ่าเวลาขณะรอรองหัวหน้าเชฟที่กำลังตกแต่งหน้าเค้กอยู่ ผมจึงเอาหนังสือทำขนมภาษาอังกฤษเล่มเก่าๆที่ไม่รู้ว่าไปสถิตอยู่ในหอสมุดของคลูสได้อย่างไรมาอ่านฆ่าเวลา
“เสร็จแล้ว! ดูซะเ้าสามัญชน! นี่ละขนมสำหรับเหล่าคนชั้นสูงล่ะ!”รองหัวหน้าเชฟชูขนมเค้กที่ตกแต่งเอาไว้เสียสวยงามขึ้นมาก่อนที่เขาจะบรรจงตัดเค้กก้อนดังกล่าวออกมาเป็10ส่วนแล้วเอาส่วนนึงใส่ลงไปวางในจานเตรียมเสิร์ฟ
“เชิญขอรับท่านดยุคนี่คือเค้กที่เหมาะสมกับฐานะอันสูงส่งของท่านขอรับ” ชายคนนั้นกล่าวแล้วยื่นเค้กก้อนนั้นให้แก่ดยุคหนุ่มผู้เป็เ้านายของตนด้วยท่าทางนอบน้อม
เฟอร์จับส้อมขึ้นมาตัดเค้กก้อนดังกล่าวก่อนจะส่งมันเข้าปากเ้าตัวเคี้ยวอยู่ซักพักก่อนจะกลืนลงท้องไปโดยที่สีหน้าแทบไม่เปลี่ยนไปแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าผมจะสังเกตเห็นถึงอาการคิ้วกระตุกของเ้าตัวก็ตามทีเถอะ...
“ต่อไปก็ตาของเ้าเ้าสามัญชน...เดี๋ยว!? นั่นเ้าจะเอาอะไรให้กับท่านดยุคกินน่ะ!?หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” รองหัวหน้าเชฟที่เห็นขนมที่ผมจะยกมาเสิร์ฟให้กับเฟอร์ก็ร้องออกมาพร้อมกับพุ่งเข้ามาจะปัดขนมในมือผมออกไป
“หยุดเดี๋ยวนี้ท่านรองหัวหน้าเชฟ!ให้เขาเอามาเสิร์ฟ!” น้ำเสียงอันเด็ดขาดจากปากชายหนุ่มที่มีแผลไฟไหม้ประดับอยู่บนใบหน้าทำให้ร่างสูงที่กำลังจะคุกคามผมหยุดลงเขาหันกลับไปมองหน้าเฟอร์ด้วยสีหน้าอันตื่นตะลึงก่อนที่จะถูกสายตาแกมบังคับของเ้านายของตนสั่งให้หลีกทางแต่โดยดี
“ทานให้อร่อยนะครับ”ผมวางขนมสีน้ำตาลออกดำลงตรงหน้าของเพื่อนแล้วถอยห่างออกมายืนยิ้มข้างๆรองหัวหน้าเชฟทางเฟอร์เองก็มองขนมที่ผมทำ ก่อนจะยกมันขึ้นมาดมกลิ่นแล้วฉีกยิ้ม
“ใช้‘เ้านั่น’สินะ”
“ใช่แล้วครับ ‘เ้านั่น’แหละครับ” พวกผมสองคนฉีกยิ้มให้กันก่อนที่ชายหนุ่มจะตักมันเข้าไปในปากแล้วเคี้ยวอยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลืนมันลงไปแล้วจ้วงขนมที่เหลือของผมจนหมด แล้วนำผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดปากของตนแล้วประสานมือจ้องมาที่พวกผมทั้ง2คน
“ผู้ชนะ...”เฟอร์กล่าวเช่นนั้นแล้วผายมือชี้มาทางผม ปากหนักจังนะเ้าเพื่อคนนี้ฮ่ะๆๆๆๆ แต่ก็ไม่เกินคาดละนะ
ปัง!
“กระผมยอมรับไม่ได้ขอรับท่านดยุค!ขนมหน้าตาน่าเกลียดเช่นนั้นทำไมถึงดีกว่าเค้กที่ข้าทำกันขอรับ!?ทั้งๆที่ข้าใช้น้ำตาลไปถึงขนาดนั้นแท้ๆ!” รองหัวหน้าเชฟตบโต๊ะแล้วกล่าวออกมาอย่างยอมรับไม่ได้รวมถึงเหล่าลูกน้องของเขาที่ร้องประท้วงด้วยเช่นกัน
“ถ้าพวกเ้าว่าเช่นนั้นละก็...ฝากด้วยล่ะ”ดยุคหนุ่มหันมาเอ่ยกับผม ทางผมเองก็พยักหน้ารับอย่างไม่คิดอะไรมากนำขนมที่เหลืออยู่มาเสิร์ฟให้กับเหล่าลูกมือ รวมถึงตัวรองหัวหน้าเชฟด้วย
“ไอของหน้าขยะแขยงนี่มันอะไรกัน...”
“สีดูไม่น่ากินเลยแม้แต่น้อย...”
“แต่กลินก็หอมดีนะเฮ้ย?”
“ขนาดท่านดยุคยังทานได้พวกเราเองก็คงไม่เป็ไรหรอกน่า!” ว่าแล้วเหล่าลูกมือรวมถึงรองหัวหน้าเชฟก็หลับตากลั้นใจตักขนมดังกล่าวเข้าปากก่อนที่พวกเข้าจะตาโตด้วยความตะลึงจนผมอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ
“เ้านี่มันอะไรกันเนี่ย!?!?”
“อร่อย!อร่อยโคตร!”
“ด้านในมีไส้เยิ้มๆด้วย!”
“นี่แกทำได้ยังไงกันห๊ะ!?ทั้งๆที่สีมันโคตรจะทุเรศเลยแท้ๆ! ไอเ้าขนมนี่มันคืออะไรกันแน่!?!?”รองหัวหน้าเชฟถามผมด้วยน้ำเสียงอันดังที่ไม่อาจจะเก็บความตกตะลึงไว้ได้
“ขนมนั่นเรียกว่าเค้กช็อคโกแลตลาวาน่ะครับทำจากช็อคโกแลตที่พวกท่านเคี่ยวเอาไว้นั่นแหละ” ผมตอบอีกฝ่ายพร้อมกับเก็บหนังสือ
“ช็อคโกแลตนั่นน่ะนะ!ถ้าเช่นนั้นมันควรจะขมสิ! ไม่ใช่กลมกล่อมแบบนี้แน่นอน!”
“ก็พวกคุณเล่นไม่ผสมนมกันเลยนี่ครับจะขมก็ไม่แปลกหรอก”
“แล้วทำไมมันถึงไส้ได้กันล่ะ!ทั้งๆที่ข้าไม่เห็นเ้าใส่อะไรลงไปเลยเป็ไส้เลยแท้ๆ!” รองหัวหน้าเชฟพูดแล้วชี้ไปที่ไส้ของช็อคโกแลตลาวที่กำลังไหลเยิ้มออกมา
“ไส้มันก็ช็อคโกแลตนั่นละครับแค่ผมไม่ได้อบจนด้านในมันสุกก็เท่านั้นเอง” ของพวกนี้น่ะถือว่าเป็เื่ง่ายๆสำหรับพวกผมที่มาจากอีกโลกที่เจริญกว่าแต่สำหรับพวกเขามันถือได้ว่าเป็เื่แปลกใหม่ละนะ
“ทั้งๆที่ข้าใช้น้ำตาลไปมากถึงขนาดนั้นแท้ๆ...”รองหัวหน้าเชฟทรุดตัวลงไปอย่างหมดแรง เอาเถอะสำหรับพวกเขาที่ยึดติดกับการใส่น้ำตาลลงไปเป็จำนวนมากเพื่อเป็หน้าเป็ตาแก่เ้านายของตนการมาแพ้ให้กับขนมที่ใช้น้ำตาลน้อยกว่ามากก็ถือว่าเป็เื่ปกติละนะที่จะช็อคไปแบบนี้
“การทำอาหารนั้นความกลมกล่อมถือว่าเป็สำคัญนะครับท่านรองหัวหน้าเชฟ การทำขนมเองก็เช่นกันสักแต่จะใส่น้ำตาลไปก็มีแต่ทำให้หวานเลี่ยนจนทานไม่ได้เท่านั้นเองละครับ” ผมกล่าวเช่นนั้น แล้วพิงเข้ากับโต๊ะครัว
ก่อนจะหยิบช็อคโกแลตลาวาอันสุดท้ายที่ผมทำเผื่อไว้สำหรับตนเองขึ้นมาปล่อยให้รองหัวหน้าเชฟได้ใช้ความคิดของตัวเองไปอย่างเงียบๆท่ามกลางเสียงร้องประหลาดใจของเหล่าลูกน้องที่กำลังเพลิดเพลินกับขนมที่ผมทำ
“ท่านเป็ใครกันแน่?...”
“ยังไม่ได้แนะนำตัวกันเลยนี่นะครับผมชื่อ-”
“มาสเตอร์ลิเบอร์ต้าเรียกมันแบบนั้นไปนั่นแหละ” ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยแนะนำตัวก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาฉกช็อคโกแลตลาวาของผมไปตำตาพร้อมกับชิงแนะนำตัวผมด้วยการใส่คำนำหน้าแปลกๆนั่นอีก
“โอ้...ท่านผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์นี่นา...มาได้ยังไงละท่าน?” แต่ไม่ทันที่ผมจะได้เฉ่งเ้าแว่นหัวขโมย ดยุคหนุ่มก็ทักเขาเสียก่อนด้วยสีหน้างงๆเชิงว่ามาทำอะไร
“พอดีได้ข่าวว่าไอ้คุณมาสเตอร์ลิเบอร์ต้าจะทำขนมน่ะสิชั้นก็เลยบึ่งมาที่นี้ทันที ไม่เหมือนกับนายหรอกที่เล่นไม่บอกชั้นเลยนี่คิดจะฮุบเค้กช็อคโกแลตลาวาไว้คนเดียวหรือไงฟ่ะ?” คลูสกล่าวด้วยสีหน้าหงุดหงิดพลางจ้วงเค้กที่ควรจะเป็ของผมเข้าปากรัวๆผิดกับเฟอร์ที่หัวเราะด้วยท่าทางที่ดูจะสนุกแต่ก็ยังคงรักษามารยาทเอาไว้ได้อย่างดี
ส่วนคนอื่นๆ?พวกลูกมือก็เอาแต่จ้วงเค้กที่ผมทำแถมทำหน้าซะมีความสุขเหมือนจะลอยขึ้นไปกันอยู่รำไรรองหัวหน้าเชฟนี่ยิ่งหนักเลย พอทานเค้กช็อคโกแลตลาวาหมดก็เอาแต่มองผมด้วยสายตาวิบวับที่โคตรจะน่าขนลุกแถมยังเอาแต่พึมพำว่ามาสเตอร์ลิเบอร์ต้าๆอยู่ได้ สยองเฟ๊ย!
แต่เอาเถอะ...มาสเตอร์ก็มาสเตอร์ดูเท่ดีเหมือนกัน
.............................................................................................................................................................
-ขนมประจำตอน-
-เค้กช็อคโกแลตลาวา-
สำหรับทำทานเองที่บ้านจำนวน2ที่
ส่วนผสม
-เนยจืด (สำหรับทา)
-ช็อกโกแลต 115 กรัม
-เนยจืด 125 กรัม
-ไข่ไก่ 2 ฟอง
-ไข่แดง 2 ฟอง
-น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
-แป้งสาลีอเนกประสงค์30 กรัม
-ผงโกโก้ 25 กรัม
-ถ้วยอะลูมิเนียมฟอยล์แบบกลม
วิธีทำ
1.ทาเนยจืดให้ทั่วถ้วยอะลูมิเนียมฟอยล์แล้วนำแป้งหรือผงโกโก้โรยลงไปให้ทั่วพิมพ์แล้วเคาะส่วนเกินออก
2.นำช็อกโกแลตไปละลายพร้อมกับเนยจืดเตรียมไว้
3.ตีไข่ไก่และไข่แดงจนขึ้นฟูค่อยๆแบ่งน้ำตาลทรายเทลงไปทีละน้อยจนหมดแล้วตีจนส่วนผสมขึ้นฟู
4.นำส่วนผสมช็อกโกแลตค่อยๆเทใส่ลงไปผสมกับไข่ที่ตีจนฟู(ค่อย ๆเทแล้วคน ไม่อย่างนั้นไข่อาจจะสุกได้ เพราะช็อกโกแลตอาจจะร้อนอยู่)
5.ร่อนแป้งอเนกประสงค์และผงโกโก้ใส่ลงไปแล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน(ค่อยๆคน) เทส่วนผสมลงในพิมพ์
6.เปิดเตา ใช้ไฟกลาง
7.หาตะแกรงมาวางลงในหม้อก่อนจะวางถ้วยขนมลงไป(เพราะถ้าก้นขนมติดกับก้นหม้อ ขนมชั้นล่างจะไหม้) จากนั้นก็ปิดฝาหม้อแล้วก็จับเวลาใช้เวลาประมาณ 10 นาที สามารถเพิ่ม-ลดเวลาได้ตาม้าว่าอยากให้ข้างในเยิ้มแค่ไหน)
หมายเหตุ:การใช้หม้ออบปกติก็จะใช้อุณหภูมิในการอบประมาณ180องศาเซลเซียสแต่ถ้าหากว่า ใครมีกระทะไฟฟ้า ให้เปลี่ยนเป็โหมดปิ้งแล้วหาตะแกรงมารองก่อนวางขนมลงไปแล้วปิดฝาหรือใช้ฟอยล์ปิดแทนฝาหม้อก็ได้แต่ก็หมั่นดูขนมด้วย เพราะถ้าใช้เตาแก๊ส ไฟอาจจะแรงหรือเบาเกินไป
8.จัดใส่จานให้สวยงามแต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีม และสตรอว์เบอร์รีสดสไลซ์ พร้อมเสิร์ฟ
ขอบคุณข้อมูลจาก:https://cooking.kapook.com/view140695.html