“แล้วเพื่อนชายของคุณเป็ใคร” เขาจับตามองแหวนวงที่สวมสอดอยู่ในนิ้วนางข้างซ้ายมันคล้ายกับเธอจะสําเหนียกความแปลกเปลี่ยนในน้ำเสียงที่ถาม มันมีความมั่นใจน้อยลงและดูเหมือนจะสะท้านน้อย ๆ เสียด้วยซ้ำ...
“คู่หมั้นฉันชื่อบาร์ท สแตนตันเป็นักธุรกิจอยู่ในฮิวสตัน”
เสียงหัวเราะของเขาหยันเยาะเช่นเดียวกับครั้งแรก
“บาร์ท สแตนตัน...บาร์ท...พระเ้า...” เขาพูดกลั้วหัวเราะ “สงสัยว่าเขาคงขับเอล โดราโด้โดยมีเขาลองฮอร์นตั้งไว้บนหน้าหม้อรถด้วยสินะ”
“ฉันจะไม่ทนกับการดูิ่ของคุณอีกแล้วนะมิสเตอร์บาร์เรทท์”
“คุณจะต้องทน และผมก็จะพูดและทําทุกอย่างเท่าที่พอใจจะทําด้วย”เขาะเิออกมา ท่าทางขบขันเมื่อครู่หายไปหมดสิ้น “ผมจะบอกให้คุณรับรู้ไว้ด้วยว่าเื่ที่คุณเล่ามาทั้งหมดผมไม่ได้เชื่อถือเลยแม้แต่คําเดียวไม่ว่าคุณจะอ้างว่าตัวเองเป็ใครมาจากไหนก็ตาม ถึงยังไงผมก็ยังมั่นใจว่าคุณจะต้องมีการติดต่อกับไลแมนก่อนหน้านี้ด้วยวิธีการไม่อย่างใดอย่างหนึ่งคุณมาหาเขาที่นี่ในวันนี้ตามที่นัดหมายกันไว้ แต่บังเอิญมาเจอผมเข้าแล้วคุณก็แต่งนิยายขึ้นมาเล่าให้ผมฟัง ด้วยความหวังว่าผมจะเชื่อลองหวังแล้วก็ลองเดาต่อไปอีกสิคุณผู้หญิง”
“นี่...คุณกรุณาเลิกเรียกฉันว่าคุณผู้หญิงเสียทีได้ไหมในเมื่อคุณก็รู้จักฉันดีแล้วนี่”
“อย่างน้อยก็แค่ชื่อที่คุณบอกผมเท่านั้น มิสโอ’เชีย...แต่คุณจะชื่ออะไรไม่สําคัญ...เอาละ....ผมพอจะรู้อยู่ว่า โอ’เชียเป็ชื่อสกุลไอริชแล้วคุณก็บอกว่ามีคนขอคุณไปเลี้ยงจากสถานเลี้ยงเด็กกําพร้าคาธอลิคมันมีความเป็ไปได้อย่างมากทีเดียวที่เงินจํานวนเจ็ดแสนห้าหมื่นเหรียญนั่นจะถูกนำไปใช้ในการซื้ออาวุธเพื่อส่งไปไอร์แลนด์เหนือ...จริงไหม...หรือไม่คุณอาจจะมาที่นี่เพื่อขายยาเสพติด...ไม่ก็มาซื้อยาเสพติดตอนนี้ผมยังไม่รู้อะไรก็จริง แต่รับรองว่าผมจะต้องสืบหาจนได้แน่”
“คุณมันบ้า” เธอด่าใส่หน้าอย่างไม่เกรงใจ“ถ้าคุณอยากจะรู้อะไรเกี่ยวกับตัวฉันก็ตรวจสอบได้เลยโทรรศัพท์ไปที่บริษัท หรือติดต่อไปหาบาร์ทก็ได้”
“ผมว่าสําเนียงพูดของคุณไม่ได้มีเค้าชาวเท็กซัสเลยนะ”
“ก็ฉันอยู่นิวยอร์คมาตั้งห้าปีจะให้สำเนียงเป็อย่างเดิมได้ยังไงกันล่ะ”
“เอาละ...สมมุติว่าเื่ที่คุณเล่ามาทั้งหมดเป็ความจริงมีใครรู้บ้างว่าที่คุณเดินทางมาครั้งนี้เพื่อจะมาตามหาพี่ชายที่หายสาบสูญไป”
“ทุกคนที่ฉันทํางานอยู่ด้วย...บาร์ทก็รู้...แม่ฉัน...มิสซิสเมิร์ลโอ’ เชีย...ตอนนี้อยู่ที่เชอร์ฟเวพอร์ต, หลุยส์เซียน่า”
เขาจดทุกคําพูดของเธอลงไว้ในสมุดบันทึกเล่มเล็กที่หยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ
“คุณบอกว่าแม่คุณอยู่ในฮิวสตันไม่ใช่หรือ”เขาถามอย่างยอกย้อน
“ครั้งหนึ่งเคยอยู่ แต่พอพ่อฉัน...เจอรัลด์ โอ’เชีย ตายลง แม่ก็ย้ายไปอยู่กับน้องสาวในหลุยส์เซียน่า”
“แล้วน้องสาวของแม่คุณชื่ออะไร” เขาถามห้วน ๆ และเอรินก็ตอบอย่างรวดเร็วทันใจ “หมายเลขโทรศัพท์ล่ะ”ซึ่งเธอก็ให้ทั้งหมายเลขโทรศัพท์และตําบลที่อยู่ของน้าสาว
“เชิญนั่งอยู่ในห้องนี้ตามสบายก่อนนะ มิสโอ’เชีย ผมจะไปพูดโทรศัพท์” เมื่อถึงประตูเขาก็หันมาบอกเธอว่า“แล้วก็อย่าสร้างความลําบากให้ตัวเองล่ะเพราะไมค์จะเฝ้าอยู่ตรงหน้าประตูห้องนี้ตลอดเวลา”
“คุณคิดว่าฉันจะกระชากปืนกลจากใต้กระโปรงออกมายิงคุณหรือไง”เธอถามอย่างดุเดือดด้วยแรงอารมณ์
“เปล่าเลย...” เขาทอดหางเสียงตอบ“เพราะผมรู้อยู่แล้วนี่ว่าใต้กระโปรงของคุณมีอะไร” เขากวาดสายตาไปทั่วร่างอย่างหยาบคายอีกครั้งก่อนจะก้าวออกจากห้องและปิดประตูตามหลังลง
เอรินฟูมฟายน้ำตาด้วยความคั่งแค้นเจ็บใจในตัวมิสเตอร์บาร์เรทท์กับการกระทําของเขาอยู่อีกครึ่งชั่วโมงเมื่อการกระทําดังกล่าวไม่สามารถจะช่วยให้สถานะของเธอดีกว่าที่กำลังเป็อยู่นี้ได้เธอก็คุกเข่าลงเก็บเสื้อผ้าทั้งหมดเข้ากระเป๋า จัดเรียงให้เรียบร้อยตามนิสัยอดสะท้านลึก ๆ อยู่ในใจไม่ได้เมื่อหยิบเสื้อนอนสีฟ้าตัวที่เขาลูบคลำอยู่เมื่อครูขึ้นมาพับและวางลงไว้
เขาช่างเป็มนุษย์ที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเห็นมาวางอํานาจใส่ทุกคน ดูิ่เหยียดหยามเธอทั้งที่ไม่มีสาเหตุการกระทําทุกอย่างล้วนแต่หยาบคาย บ่งบอกถึงความเป็คนมีจิตใจโเี้แม้แต่ตอนที่จูบเธอด้วย...
ทําไมจิตใจของเธอจึงหมกมุ่นอยู่แต่เื่นั้นนะ...ในเมื่อเธออยากจะผลักไสมันออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เสียด้วยซ้ำ...
สิ่งหนึ่งที่เธอพอจะหยิบยกขึ้นมาปลอบใจตัวเองได้ก็คือ...เขาไม่ใช่พี่ชาย...เพราะฉะนั้นการกระทําของเขาจึงไม่ถือว่าเป็ความผิดบาป...
ฉันจะไม่คิดถึงจูบนั้นของเขาอีก...เธอพยายามหลีกเลี่ยงความคิดของตัวเองและจะไม่นึกถึงความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในจิตใจทุกครั้งที่มิสเตอร์บาร์เรทท์จ้องมองเธอด้วยดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นการที่ริมฝีปากของเธอเผยอขึ้นเพื่อสนองรับต่อจูบของเขานั้นมันเป็ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นด้วยความไม่ตั้งใจแม้แต่น้อย ตัวตนที่แท้จริงของเอรินโอ’ เชียไม่เคยปรารถนาในจูบนั้น...
ก็ไหนว่าจะไม่คิดเื่นั้นอีกแล้วไงล่ะ...เธอถกเถียงตัวเองอย่างวุ่นวายใจ...
เธอทอดศีรษะอยู่กับพนักโซฟาพร้อมกับปิดเปลือกตาลงตอนที่เขาเปิดประตูเดินกลับเข้ามาในห้องพอดี มันทําให้เธอถึงกับสะดุ้งไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่เผลอหลับไปหรือเปล่า
“รู้สึกว่าวันนี้คุณจะโชคไม่ดีเสียแล้วละ มิสโอ’เชีย”
“คุณหมายความว่ายังไง” เธอโกรธตัวเองที่น้ำเสียงสั่นพร่าอย่างนั้น
“ผมต่อโทรศัพท์ทางไกลไปที่บริษัทสปอตไล้ท์แล้วแต่ไม่มีคนรับสาย”
“อะไรนะ...” เธอร้องออกมาด้วยความใแต่แล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็เช่นนั้นยกนาฬิกาข้อมือเรือนทองขึ้นมาดูและบอกเขาว่า “ในฮิวสตันตอนนี้มันหกโมงครึ่งใคร ๆ เขาก็กลับบ้านกันหมดแล้ว”
“บาร์ท สแตนตัน เองก็เดินทางไปแพนแฮนเดิ้ลไปติดต่อธุระที่นั่นสองวัน ส่วนที่เซอร์ฟเวพอร์ตก็ไม่มีคนรับสายอีกเหมือนกัน”
เธอยกมือขึ้นกดหว่างคิ้วบอกตัวเองอยู่ว่า...คิดสิเอริน...คิดเร็ว ๆ เข้า...
แต่ดูเหมือนสมองของเธอจะไม่ยอมทํางานเอาเสียเลยมันยังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดติดต่อกันมาสองสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ มีความรู้สึกว่าั้แ่ก้าวลงจากเครื่องบินจนกระทั่งถึงเวลานี้ เวลามันนานนับศตวรรษทีเดียวเธอทั้งเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียจนไม่อาจคิดอะไรด้วยสมองที่ปลอดโปร่งแจ่มใสได้มันมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมากมาย และมันก็ระดมเข้าใส่เธอมาตลอดทั้งบ่าย
“แต่มีอยู่เื่หนึ่งที่ผมอยากจะบอกให้คุณรับทราบไว้ซึ่งอาจจะพอเรียกว่าเป็ข่าวดีได้ คือผมสอบถามมิสซิสไลแมนว่าสามีของเขาเป็ลูกบุญธรรมของใครหรือเปล่า ซึ่งเขาก็ยอมรับว่าเป็ความจริงตามนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นคุณคงเชื่อเื่ที่ฉันเล่าแล้ว...”เธอชิงชังน้ำเสียงอ้อนวอนที่เอ่ยออกไปเสียเหลือเกินและยังหยาดน้ำตาที่ขึ้นมาคลอคลองอยู่ในดวงตาคู่สีดำนั่นอีกด้วย
“ก็จวนแล้ว” เขาตอบอย่างยอมรับ
“โอ....ขอบคุณมากเลยค่ะมิสเตอร์บาร์เรทท์ถ้าคุณไม่รังเกียจละก็ ฉันเห็นจะต้องขอตัวไปก่อนนะคะวันนี้เป็วันที่ฉันเหนื่อยหนักที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ ฉันจะพักอยู่ที่แฟร์มองท์นะคะถ้าคุณ้าจะสอบปากคําฉันเพิ่มเติมละก็ติดต่อไปที่นั่นได้เลย...”
“ฉันยอมรับค่ะว่าเสียใจกับเื่ที่พี่ชายก่อขึ้นอย่างมากแต่ขณะเดียวกันนั้นก็ยังอยากรู้ด้วยว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาบ้างฉันจะยังไม่เดินทางออกจากซานฟรานซิสโกหรอกค่ะ จนกว่าเื่นี้จะเคลียร์เสียก่อน”
เธอเดินไปหยิบกระเป๋าถือกับเสื้อคลุมรวมทั้งเสื้อคลุมหนังตัวนั้นขยับจะเดินออกจากห้อง แต่ไม่อาจทําอย่างที่ใจหวังได้เพราะมิสเตอร์บาร์เรทท์จับไหล่เธอไว้ พร้อมกับดึงกระเป๋าถือไปจากมือ
“คุณเข้าใจผิดถนัดเลยนะมิสโอ’ เชีย คุณจะยังไปไหนไม่ได้ทั้งสิ้น จะต้องนอนค้างที่นี่อยู่กับผมที่นี่แหละ”