วันที่เริ่มเขียน 21 พฤศจิกายน2562
รถเบนซ์สีดำสนิทเงาวับติดฟิล์มทึบจนมองไม่เห็นข้างใน จอดติดเครื่องอยู่ริมทางเท้า ภายในรถมีคนอยู่สามคนสองคนนั่งด้านหน้าใส่สูทเนี้ยบเรียบกริบ อีกคนหนึ่งแต่งตัวชุดลำลองแบรนด์เนมดังทั้งตัวนั่งอยู่ด้านหลัง
“ผู้หญิงคนนั้นไงครับ” โอเวนชี้ให้เ้านายดูเขาพูดภาษาอังกฤษ
สายตาคมสีฟ้ามองตามมือลูกน้องไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินออกมาจากซอย
“นายแน่ใจนะว่าเธอใช่ผู้หญิงที่พ่อฉัน้า...”มาร์คัสถาม สายตาจับจ้องผู้หญิงคนนั้นตลอดเวลา
โอเวนพยักหน้า “ชัวร์เธอคือมิสบุญรักษ์”
มาร์คัสพยักหน้ารับรู้เมื่อหญิงสาวเป้าหมายก้าวขึ้นแท็กซี่ เบนซ์สีดำก็ขับตามไปห่างๆจนกระทั่งรถแท็กซี่จอดหน้าตึกแถวแห่งหนึ่งหญิงสาวก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในอาคาร
รถเบนซ์จอดเทียบริมทางเท้าเลยตึกแถวนั้นไปเล็กน้อย
“มิสบุญรักษ์ทำงานที่บริษัทนี้เธอเป็ดีไซน์เนอร์จิวเวอร์รี่ของที่นี่ ทำงานมาสามปีแล้วครับ” โอเวนรายงาน
“นายจับตาดูเธอไว้อย่าให้เธอรู้ตัวล่ะ” มาร์คัสสั่งแล้วก็ละสายตาจากบริษัทแห่งนั้นพยักหน้ากับคนขับรถ“โรเจอร์กลับโรงแรม”
“ครับบอส”โรเจอร์เปิดไฟเลี้ยวแล้วก็เบนรถขับกลับโรงแรม
เมษาเดินไปเสียบการ์ดเข้าบริษัทพอถึงโต๊ะทำงานก็เก็บกระเป๋าใส่ลิ้นชักแล้วก็เปิดคอม
“มาแล้วเหรอเมบอสเรียกให้ไปพบน่ะ” ซินดี้ซึ่งเป็หัวหน้าแผนกเดินมาบอก
“บอสมีอะไรเหรอพี่ซิน?”เมษาสงสัย โดนเรียกแต่เช้าเลยวุ้ย
“ก็เื่งานที่เมเสนอไปเมื่อวานนี้แหละบอสชอบมากเห็นว่างานนี้จะให้เมคุมเลยนะ”
“จริงเหรอ?” เมษาดีใจ
“จริงซิ เมรีบไปเถอะเดี๋ยวบอสรอนาน”ซินดี้บอกแล้วก็เดินไปชงกาแฟ
เมษารีบเดินไปทันทีพอถึงห้องทำงานบอสยังไม่ทันพูด เลขาหน้าห้องก็บอกว่า“บอสรออยู่รีบเข้าไปเลยจ้ะน้องเม”
“ค่ะพี่นก”เมษาพยักหน้าแล้วก็เคาะประตูห้อง ก็อกๆ
เสียงคนในห้องตอบออกมา “เข้ามา”
เมษาเปิดประตูเข้าไป ยกมือไหว้“สวัสดีค่ะบอส”
“มาๆ อาเม ลื้อนั่งเลย”วัชระกวักมือพูดแบบคนไทยเชื้อสายจีน
“ขอบคุณค่ะบอส”เมษาเดินไปนั่งที่เก้าอี้
“เื่งานที่ลื้อเสนอเมื่อวานอั๊ว้าให้ลื้อคุมั้แ่ออกแบบจนถึงผลิตเลยนะ เดี๋ยวลื้อเอาการ์ดนี่ไปฝ่ายผลิตนะลื้อไปคัดเพชรคัดพลอยตามแบบที่ลื้อเสนอได้เลย เอาให้ถูกใจคุณซาฟีน่าที่สุดล่ะส่วนเื่งบคุณซาฟีน่าสู้ราคาเต็มที่” วัชระเลื่อนการ์ดกับแฟ้มงานให้
“ขอบคุณค่ะบอสเมจะทำให้ดีที่สุดค่ะ” เมษารีบพนมมือไหว้
วัชระยิ้มให้แล้วก็โบกมือ
เมษาหยิบแฟ้มงานกับคีย์การ์ดแล้วก็ลุกออกไป
“เป็ไงมั่งน้องเม?” กรกนกกระซิบถามทันที
“ผ่านฉลุยเลยพี่นก”เมษาดีใจยิ้มหน้าบาน ชูคีย์การ์ดในมือให้ดู
กรกนกดีใจด้วย “พี่ดีใจด้วยจ้า”
เมษายิ้มตอบแล้วก็ถือการ์ดเดินลงไปชั้นล่างซึ่งเป็แผนกผลิตเครื่องประดับของบริษัทพอถึงประตูทางเข้าแผนกก็แตะคีย์การ์ดกับประตู พอเดินเข้าประตูไปแล้วก็ต้องผ่านด่านตรวจรักษาความปลอดภัยอันเข้มงวดพร้อมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้ารองเท้าตามกฎของบริษัทในการเข้าสู่แผนกผลิต
ทำงานมาตั้งสามปีเพิ่งจะมีโอกาสเข้ามาในแผนกนี้เป็ครั้งแรกก็ตื่นเต้นมากหน่อยพอออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็เจอหัวหน้าแผนกยืนรออยู่แล้ว เธอรีบยกมือไหว้“สวัสดีค่ะ”
“หวัดดี”วราวุธหัวหน้าแผนกตอบห้วนๆ แล้วก็พยักหน้า “ลื้อเรียบร้อยแล้วก็ตามมาทางนี้ซิ”
“ค่ะ”เมษาพยักหน้าแล้วก็เดินตัวลีบตามหัวหน้าแผนกไปซึ่งหัวหน้าแผนกเป็น้องชายของบอสนั่นเอง
“ลื้อนั่งรอนี่นะเดี๋ยวอั๊วเอาเพชรเอาพลอยมาให้ลื้อคัดตรงนี้”วราวุธชี้ที่โต๊ะคัดเพชรแล้วก็เดินไปเปิดตู้เซฟ หยิบถาดใส่เพชรออกมาเขาเอาถาดวางตรงหน้าพนักงานสาวแล้วก็นั่งเฝ้าฝั่งตรงข้าม
เมษามองเพชรในถาดอย่างละลานตาแต่พอเจอสายตาดุของคนตรงข้ามก็รีบก้มหน้าทำงาน เธอนั่งคัดเพชรคัดพลอยตามแบบจนครบแล้วก็เงยหน้ามองหัวหน้าแผนก“เสร็จแล้วค่ะ”
วราวุธพยักหน้าแล้วก็เก็บถาดเพชรซึ่งเป็ถาดที่แปดแล้วกลับเข้าตู้เซฟตามเดิมเขาเดินกลับไปที่โต๊ะแล้วก็หยิบถาดใส่เพชรพลอยที่คัดมาแล้วกับแฟ้มงานเอาไปส่งให้ลูกน้องพอหันกลับไปที่โต๊ะคัดเพชรเห็นพนักงานสาวยังนั่งอยู่ก็สั่งว่า“เสร็จแล้วก็กลับไปซิ”
“ค่ะ”เมษายิ้มเจื่อนแล้วก็รีบลุกไป
กว่าจะผ่านขั้นตอนรักษาความปลอดภัยของแผนกผลิตออกมาได้ก็ต้องเจอตรวจแล้วตรวจอีกดีนะว่าคนตรวจเป็ผู้หญิงซึ่งก็คือภรรยาของวราวุธ ไม่งั้นล่ะก็เธอคงไม่ยอมให้ตรวจค้นแน่
พอกลับไปที่แผนกสักพักเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเธอยกหูโทรศัพท์รับสาย “สวัสดีค่ะ”
“เม เราเองนะ” เสียงปลายสายบอก
“หวัดดีกรณ์”เมษาทักทายเสียงหวาน
“กลางวันนี้ว่างไหมออกมาทานข้าวด้วยกันหน่อยซิ คิดถึง” ปกรณ์หยอดคำหวานแล้วก็รีบพูดว่า “เอาร้านใกล้ๆออฟฟิตเมก็ได้ เดี๋ยวเราไปรอที่ร้านนะ”
“เอาไว้วันอื่นได้ไหมกรณ์คือวันนี้เรางานยุ่งมากเลยอ่ะ” เมษาตอบพลางคิดเื่งานอยู่ในใจ
“แต่เราไม่ได้เจอหน้าเมมาตั้งสองวันแล้วนะไม่สงสารเราเหรอ เราคิดถึงเมจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนะ นะเมนะ เราไม่รบกวนเวลาเมทำงานหรอกนะคร้าบ” ปกรณ์อ้อน
“ก็ได้งั้นเจอกันที่ร้านเดิมล่ะกัน” เมษาตอบ
“งั้นเดี๋ยวเราไปรอนะคิดถึงนะครับ รักเมนะ จุ๊บๆ” ปกรณ์บอกแล้วก็วางสายไป
เมษาวางโทรศัพท์แล้วก็คิดถึงปกรณ์รู้จักกันมาั้แ่เรียนม.ปลาย ปกรณ์เป็คนหล่อ เรียนคนละห้องกับเธอแต่กลับไม่ค่อยมีเพื่อนมากนัก มักจะถูกเพื่อนในห้องล้อเลียนเสมอว่าเป็เกย์ด้วยเหตุที่ว่าปกรณ์แต่งตัวสะอาดเสมอไม่ชอบเล่นกีฬาแบบเด็กวัยรุ่นผู้ชายทั่วไป เรียกได้ว่าปกรณ์มักจะมาขลุกอยู่กับเธอมากกว่าจนกลายเป็ความรักแบบวัยรุ่น แต่พอจบม.ปลายต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปปกรณ์ไม่มีโอกาสเรียนต่อมหาวิทยาลัย จึงไปสมัครงานบริษัทแถวบ้าน ส่วนเธอก็เรียนมหาวิทยาลัยต่อแล้วก็ได้มาทำงานที่นี่หลังเรียนจบ
หลังจากทำงานแล้วเธอก็เรียนต่อปริญญาโทวันเสาร์อาทิตย์ไปด้วยจนตอนนี้เธอจบปริญญาโทมาหมาดๆ ปีหน้าก็เข้ารับปริญญา เธอทำให้แม่ภาคภูมิใจได้แล้ว
มีบริษัทอื่นเคยมาเสนอตำแหน่งงานให้เงินเดือนดีกว่าที่นี่1 เท่าตัว แต่เธอก็ไม่คิดจะไปทำที่อื่นเพราะบริษัทนี้เป็บริษัทแรกที่เปิดโอกาสให้เธอได้ทำงานได้มีโอกาสส่งเสียตัวเองจนเรียนจบปริญญาโท ทั้งๆ ที่วันเสาร์เป็วันทำงานแต่วัชระก็อนุญาตให้เธอหยุดเพื่อไปเรียนต่อได้ ใครจะว่าเธอโง่ก็ช่างในเมื่อเ้านายใจดีกับเธอขนาดนี้เธอก็อยากจะตอบแทนบุญคุณให้ดีที่สุด
แล้วเธอก็เริ่มลงมือทำงานต่อ...
จนใกล้เที่ยงอิงฟ้าเพื่อนร่วมงานและเพื่อนสนิทตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็เดินโฉบมาที่โต๊ะ
“เมเกือบเที่ยงแล้วไปกินข้าวด้วยกันนะ”
เมษาเงยหน้าจากจอคอม “ฟ้าไปเถอะเรานัดกับกรณ์ไว้แล้วอ่ะ”
“แหมๆๆ สวีทกันจังนะแก ห่างๆ กันมั่งก็ได้หรอกเพื่อนอิจฉานะว๊อย” อิงฟ้าแซว
“สวีทไร แค่กินข้าวกลางวัน”เมษากดเซฟงานแล้วก็ปิดคอม
“แล้วจะแต่งเมื่อไหร่ล่ะเรียนจบแล้วนี่ เพื่อนรอกั้นประตูเงินประตูทองอยู่นะเว้ย”
เมษาค้อนอย่างเขินๆ “แต่งเติ่งอะไรแกกรณ์ยังไม่เคยขอเลย”
“มันไม่ขอ แกก็ขอมันซิคบกันมาก็ตั้งหลายปีแล้วไม่ใช่เหรอ ระวังนะเมหมามันจะ มคปด.(หมาคาบไปแดก)กรณ์มันก็เข้าขั้นหนุ่มหล่ออยู่นะ เสียอย่างเดียวท่าทางสำอางขนาดนั้นไม่รู้เป็เก้งกวางรึป่ะ?”อิงฟ้านั่งพิงขอบโต๊ะทำงาน
“พูดงี้อีกแล้วนะฟ้ากรณ์เขาไม่ได้เป็หรอก เขาก็เป็แบบนี้มาั้แ่สมัยเรียนแล้ว ่ที่เราเรียนมหาลัยก็ได้ข่าวว่าเขาก็มีแฟนหลายคนเหมือนกันพอมาเจอกันอีกที...”
“ย่ะ ไม่ต้องเล่าต่อแล้ว”อิงฟ้ารีบเบรก “มาเจอกันอีกที เขาก็ยังเป็เพื่อนแสนดี คุยกันถูกคอ ถ่านไฟเก่ามันก็เลยคุๆๆๆพอๆๆๆ ี้เีฟังเส้นทางรักของแกล่ะ ฟังแล้วมันแสลงใจคนไม่มีแฟนว่ะแมร่ง...ไอ้เรารึก็สวยออกขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครมาชอบมั่งวะ? เซ็งโว้ย”
“สวยขนาดนี้แต่ปากหมากัดไม่เลือกผู้ชายก็ขยาดนะฟ้า” ซินดี้ขยับเข้ามาเบรก
“โหย...พี่ซิน กัดฟ้าอีกแล้ว ไอ้เรารึก็ออกจะเริ่ดเลอเพอร์เฟคขนาดนี้จะหาผัวทั้งทีถ้ามันทนปากฟ้าไม่ได้ก็อย่าไปคบแมร่งเลย ไปๆ งั้นพี่ไปกินข้าวกับฟ้าดีกว่าเมมันนัดแฟนแล้ว” อิงฟ้าคว้าแขนซินดี้แล้วก็หันไปโบกมือให้เพื่อน “ไปล่ะนะเมไว้กลับมาค่อยเม้ากันต่อ”
เมษาพยักหน้ายิ้มให้มองตามเพื่อนกับหัวหน้าเดินออกไปเธอก็หยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาคล้องไหล่แล้วก็ลุกขึ้นเดินออกจากบริษัทไป
ณ ร้านอาหารร้านประจำ ปกรณ์นั่งรออยู่ที่โต๊ะพอเห็นเมษาเปิดประตูเข้ามาก็โบกมือทักทาย “เม ทางนี้ๆ”
เมษาเดินเข้าไปหา“รอนานไหมกรณ์?”
“ไม่นานเราเพิ่งมาถึงก่อนเมซักสิบนาที” กรณ์ยื่นเมนูให้“เราสั่งน้ำมะพร้าวของโปรดเมให้แล้วนะ”
“ขอบใจนะ”เมษารับเมนูมาแล้วก็วาง หันไปกวักมือเรียกเด็กเสิร์ฟ
เด็กเสิร์ฟเดินเข้ามา“สวัสดีค่ะ จะรับอะไรดีคะ?”
“เอ่อ...เอาข้าวอบสับปะรดกับต้มจืดสาหร่ายค่ะ”เมษาสั่งอย่างที่ชอบแล้วก็หันไปถามปกรณ์ว่า “แล้วกรณ์สั่งอะไรรึยัง?”
“สั่งแล้วเราสั่งกุ้งอบวุ้นเส้น ปลาทอดผัดเปรี้ยวหวานแล้วก็ต้มยำกุ้ง” ปกรณ์บอก
“สั่งมาตั้งหลายอย่างจะกินหมดเหรอ?” แล้วเมษาก็หันไปสั่งเด็กเสิร์ฟว่า“งั้นต้มจืดสาหร่ายไม่เอาแล้วนะคะ”
เด็กเสิร์ฟขีดฆ่ารายการอาหารออกแล้วก็เดินไปวางบิลที่ห้องครัว
“ทำงานเป็ไงมั่งเหรอเม?”ปกรณ์ถาม
“เราได้คุมโปรเจ็คใหม่ด้วยล่ะบอสให้เราคุมั้แ่ออกแบบจนถึงผลิตเลยวันนี้ก็เพิ่งเข้าไปฝ่ายผลิตไปคัดเพชรคัดพลอย เราก็เพิ่งเคยเข้าไปครั้งแรกเลยตรวจเข้มั้แ่หน้าประตูเลยอ่ะกรณ์ ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยแล้วตอนออกมายังต้องเจอตรวจอีก คุณวราวุธก็ดุ๊ดุ ถึงว่าทำไมพี่ซินถึงไม่ค่อยชอบเข้าฝ่ายผลิตตรวจซะเข้มแบบนี้นี่เอง” เมษาคุยอวด
“โห น่าอิจฉาจังเมคงได้ดูเพชรดูพลอยสวยๆ เต็มไปหมดเลยซิ”
“อื้ม” เมษาพยักหน้ารับ“คุณวราวุธเอาออกจากตู้เซฟมาให้เราคัดทีละถาดๆ เกรด DD ทั้งนั้นเลย”
เด็กเสิร์ฟยกอาหารมาทำให้การสนทนาหยุดชะงัก
“กับข้าวมาแล้วน่ากินทั้งนั้นเลย” ปกรณ์มองอาหารตาเป็ประกาย
“น่ากินก็ต้องกินให้หมดนะกรณ์ สั่งมาตั้งเยอะอย่าให้เหลือล่ะ”เมษาบอกอย่างเคยชิน เพราะแม่สอนว่าไม่ให้กินทิ้งกินขว้าง
“หมดอยู่แล้ว เชื่อเราซิเราต้องยกของใช้แรงเยอะนะเม เราไม่ได้ทำงานออฟฟิตสบายๆ เหมือนเมนี่จะได้กินน้อยๆ ได้”ปกรณ์หยอกเล่นตามประสาเพื่อนสนิท
เด็กเสิร์ฟวางอาหารครบแล้วก็เดินไปปกรณ์รีบตักกับข้าวเอาใจ “เมซิต้องกินเยอะๆเธออ่ะผอมยิ่งกว่านางแบบแล้วนะรู้ตัวมั่งป่ะ”
“ไม่ผอมนะกรณ์น้ำหนักขึ้นมาตั้งโลแล้ว” เมษาพูดพลางตักอาหารกิน
ระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกันโอเวนก็ลอบมองอยู่ตลอดเวลา เขามากับหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามานั่งในร้านหลังจากที่เป้าหมายเดินเข้าไปในร้านสั่งเครื่องดื่มและอาหารมากินไปคุยกับหญิงสาวที่มาด้วยกันสายตาก็ลอบมองเป้าหมายเกือบจะตลอดเวลาพร้อมทั้งแอบบันทึกคลิปไปด้วย
ระหว่างที่นั่งอยู่นั้นเขาก็พิมพ์ข้อความสั่งหญิงสาวที่มาด้วยกันว่า“แอนนา คุณตามมิสบุญรักษ์นะ ส่วนผมจะตามผู้ชายคนนั้นเอง”
แอนนาอ่านข้อความแล้วก็สบตาอย่างเข้าใจความหมายแล้วก็พิมพ์ตอบกลับไปว่า “ค่ะบอส”
พอทานอาหารเสร็จ ปกรณ์ก็สั่งเช็คบิลพอเด็กเสิร์ฟเอาบิลมายื่นให้เขาก็ล้วงกระเป๋าหากระเป๋าสตาง
“หาไรเหรอกรณ์?”เมษาถามพลางหยิบกระเป๋าสตางออกมาจ่าย มากินข้าวด้วยกันทีไรเมื่อก่อนก็จะแชร์กันแต่พักหลังๆ มาเธอต้องจ่ายเองเสมอ
ปกรณ์ทำหน้าเจื่อน “เมสงสัยเราลืมกระเป๋าไว้ที่ๆ ทำงานน่ะเมออกไปก่อนนะแล้วเดี๋ยวครั้งหน้าเราเลี้ยงเอง”
เมษาไม่พูดอะไรเพราะเริ่มเจอมุขนี้บ่อยจนชินเดี๋ยวก็ลืมกระเป๋าไว้ที่ทำงานบ้างล่ะ ลืมไว้ที่บ้านบ้างล่ะ ไปดูหนังด้วยกันทีไรเธอก็ต้องออกให้ตลอดบ่อยเข้าๆ เธอก็ชักจะเอือมระอาเหมือนกัน
เธอหยิบเงินจ่ายให้เด็กเสิร์ฟ
โอเวนพอเห็นเป้าหมายเรียกเช็คบิลเขาก็รีบเรียกบ้าง
“เราสัญญานะเมครั้งหน้าเราจะไม่ลืมจริงๆ” ปกรณ์ยกมือชูสามนิ้วน้ำเสียงแข็งขัน
“จ้าๆ” เมษาพยักหน้าพยายามทำความเข้าใจแฟนหนุ่ม เพราะเขาต้องทำงานเป็พนักงานยกของในห้างงานมันหนักมันเหนื่อยก็ทำให้คนเราเผลอลืมกันได้ เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือพอเด็กเสิร์ฟนำเงินทอนมาให้ก็รับคืนมาเหลือแบงค์ยี่สิบไว้บนถาดหนึ่งใบเป็ทิปให้เด็กเสิร์ฟ
“ใกล้จะได้เวลาเข้างานแล้วเราไปก่อนนะกรณ์” เธอบอกพร้อมกับลุกขึ้นจังหวะนั้นเองคีย์การ์ดประตูเข้าฝ่ายผลิตก็หล่นออกจากกระเป๋าเสื้อตกปุไปตรงหน้าปกรณ์
ปกรณ์รีบเก็บการ์ดให้“การ์ดอะไรเหรอเม?”
“อุ้ย ตายจริง เราลืมไปเลยอ่ะการ์ดเข้าแผนกผลิตน่ะ ต้องเอาไปคืนบอสซะด้วย” เมษาบอก แบมือรอ
ปกรณ์ตาวาวชั่วแว๊บ “โหของสำคัญขนาดนี้ถ้าหายไปคงแย่เน้อะ” เขาขยับเข้าไปหย่อนการ์ดใส่กระเป๋าเสื้อคืนให้“เก็บดีๆล่ะเม อย่าทำหายนะ”
“ขอบใจนะกรณ์” เมษายิ้มให้
ปกรณ์ยิ้มตอบแล้วก็เตือนว่า“มัวแต่คุย เดี๋ยวเข้างานสายนะเม”
“จ้า”เมษาโบกมือให้แล้วก็เดินออกไป
ปกรณ์มองตามจนแฟนสาวเดินลับไปแล้วก็หันไปหยิบแบงค์ยี่สิบในถาดเก็บใส่กระเป๋ากางเกงจากนั้นก็เดินออกไปขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซด์ที่จอดอยู่หน้าร้าน ค่อยๆ บรรจงเสยผมสวมหมวกกันน็อคแล้วก็สตาร์ทรถขี่ออกไป
โอเวนรีบตามไปแต่เมื่อเห็นว่าเป้าหมายขี่มอเตอร์ไซด์ออกไปแล้วเขาจึงได้แต่นึกเสียดายเพราะจะตามไปยังไงก็ไม่ทันหรอก เพราะเขาขับรถมาสภาพการจราจรในกรุงเทพฯเป็ยังไงใครๆ ก็รู้ บางครั้งเดินไปเองยังถึงเร็วกว่าขับรถซะอีก
แอนนาเดินตามมากระซิบเบาๆ “เราจะทำยังไงต่อไปคะ?”
“ไม่เป็ไรเราคอยตามดูมิสบุญรักษ์ต่อไป ยังไงผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่เป้าหมายของเราอยู่แล้ว”โอเวนบอกแล้วก็เดินกลับไปที่ร้านคาเฟ่ติดกับบริษัท
“แต่ฉันเห็นผู้ชายคนนั้นเอาบางอย่างไปแล้วยังหยิบทิปไปอีก ช่างเป็ผู้ชายที่น่ารังเกียจจริงๆ”
“ผมก็เห็นแต่ดูเขาสองคนสนิทกันมาก คงเป็แฟนกันล่ะมั้ง” โอเวนเดา
“ยี้ถ้าฉันมีแฟนแบบนี้ฉันขออยู่เป็โสดดีกว่าค่ะ” แอนนาบ่นพลางส่ายหน้า “แล้วเราต้องคอยตามดูเธอตลอดทั้งวันอย่างนี้เลยเหรอคะบอส?”
“ไม่หรอกแค่เฉพาะวันนี้เท่านั้น เย็นนี้นักสืบจะมารับ่ต่อเอง อีกอย่างเราสองคนเป็ชาวต่างชาติมันเด่นเกินไปผมแค่อยากให้แน่ใจว่านักสืบที่นี่จะคอยตามถูกคนแล้วผมก็อยากประมาณค่าใช้จ่ายที่จะต้องจ่ายให้นักสืบด้วย”
“แล้วบอสคิดยังไงบ้างหลังจากเห็นเธอแล้ว?”
“เขาไม่พูดอะไรเลยคุณก็รู้นี่ว่าเขาซ่อนความรู้สึกเก่งขนาดไหน”
“ค่ะฉันรู้เขาช็อคมากหลังจากที่ได้รู้เื่นั้นแล้ว เป็ฉันๆ ก็คงช็อคเหมือนกันค่ะ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ