ฮูหยินแม่ทัพผู้โง่เขลา

    ตอนที่ 4

    "กรี๊ด!! คุณหนูหก"เซียงหลี่นางรีบไปรับนายของตน พอไปเห็นน้ำที่เปื้อนขาอี้เหลียน นางก็พลันสีหน้าเป็นรังเกียจก่อนจะรีบเปลี่ยนกลับเป็นดั่งเดิม นางรีบพานายตนออกไป
    'หืม นางงูพิษที่อยู่ดงงูพิษสินะ ท่าทางอนาคตพวกนางคงจะกัดกันเอง'ฟ่านเว่ยคิดอย่างสนุก เซียงหลีนางผู้นั้นจะต้องเอามีดมาแทงหลังนายตนแน่ๆ
    "คิกคิก"เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะหัวเราะลั่น
    พวกบ่าวที่ยังยืนอยู่พากันมองหน้ากันอย่างหวาดกลัว ฮูหยินผู้นี้คงป่วยจนเสียสติ ฟ่านเว่ยหยุดหัวเราะก่อนที่เหลือบตามองพวกบ่าว
    "ฮูหยิน บ่าวผิดไปแล้ว ยกโทษให้บ่าวด้วย"บ่าวหญิงที่หยิ่งผยองในตอนแรกนางคุกเข่าคลานมาที่เท้าของฟ่านเว่ย เมื่อเห็นบ่าวคนหนึ่งทำพวกบ่าวต่างทำตามคุกเข่า
    "ฮูหยิน ยกโทษให้บ่าวด้วย"
    "ฮูหยิน ข้ายังมีครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่"
    เสียงของพวกบ่าวดังขึ้นอย่างเสียงแมลงวี่ ตอนนี้เขามีอาการปวดหัวขึ้นมา
    "หลงเปาเจ้าพาพวกมันไปที่ลานรับโทษ"ข้าสั่งหลงเปา หลงเปาตื่นเต้นสุดขีดก่อนที่จะรับคำ ดูสินี้นายตนหายโง่แล้ว นายตนต้องไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ คิดถูกจริงๆที่เกาะต้นขาถูกลำ หลงเปาเชื่อในการตัดสินใจของตนดวงตาประกายไปด้วยแสงแวววาวเต็มไปด้วยความเคารพนับถือ
    "ขอรับ ฮูหยิน ไปพวกเจ้าจะไปเองหรืออยากเป็นเหมือน สองคนนั้น พวกเจ้าเลือกเอาเอง"หลงเปาพูดด้วยอย่างหยิ่งผยอง ตอนนี้เขาตื่นเต้นสุดๆ
    พวกบ่าวพากันมองหน้า สีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจแต่เมื่อได้ยินถึงสองคนนั้นก็หน้าซีดหวาดกลัวพากันเดินตามไปที่ลานรับโทษ
    เมื่อถึงลานรับโทษ บ่าวผู้หนึ่งไม่พอใจพยายามหลบหนี ฟ่านเว่ยที่ตามมาดูเรื่องสนุกหยิบก้อนหินก้อนเล็กขึ้นมาก่อนที่จะดีดโดนแขนของบ่าวผู้หลบหนีผู้นั้นจนล้มลง ก้อนหินได้ทะลุแขนไปเลือดอาบยิ่งทำให้พวกบ่าวไม่กล้าทำตามใจอีก พร้อมกันยอมรับโทษแต่โดยดี
    "หลงเปา ข้าหิว เจ้าช่วยไปหาไรให้ข้ากินที โอ๊ะ ข้าอยากกินขนม"ฟ่านเว่ยเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวก่อนที่จะเฝ้าดูพวกบ่าวที่กำลังสั่นเทา ดั่งหมาป่าจ้องกระต่าย หลงเปาได้ยินคำสั่งนายก็รีบออกไปหาของว่างให้นาย สักพักร่างของหลงเปาที่สั่นกระดิกๆก็กลับมาอย่างรวดเร็ว
    พวกบ่าวได้แต่ยืนนิ่ง ตัวสั่นคิดไม่ออกว่าฮูหยินนั้นต้องการทำอะไรกันแน่
    "เอาละ เริ่มพิธีได้ ข้าพร้อมที่ต้องการความสำราญ ข้าจะลดโทษให้กับผู้ที่ชนะ"ฟ่านเว่ยยิ้มออกมา หลงเปาป้อนขนมเข้าปากของนายก่อนที่จะถาม
    "ฮูหยินลดโทษหรือขอรับ ท่านมิใช่จะให้พวกบ่าวพวกนี้โดนโบยหรือขอรับ"หลงเปาถามอย่างงงงวย นายตนต้องการทำอะไรกันแน่
    "รับโทษ มันก็ต้องรับอยู่แล้ว แค่แค่ทำแค่นั้นเจ้าไม่คิดว่ามันน่าเบื่อหรือ ข้านั้นต้องการงานเลี้ยงรื่นเริง"เขากระพริบตาอย่างไร้เดียงสา ทั้งหลงเปาและพวกบ่าวเองก็งงงวย รับโทษเหตุใดถึงกลายเป็นงานเลี้ยงรื่นเริงได้
    ฟ่านเว่ยสังเกตุเห็นหน้าที่งงงวยนั้น เขาก็หัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะหยุดลง
    "ข้าจะให้พวกเจ้าลงโทษกันเองเป็นอย่างไรเล่า"เขาพลางหยิบขนมขึ้นมาเคี้ยว อืม รสชาติแย่ไปนิดก่อนพูดต่อ
    "ก็ในเมื่อพวกเจ้าเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย งานเลี้ยงนี้ก็ควรจัด มันน่าสนุกจริงๆ"ให้พวกแกได้กัดกันเอง มันจะไม่สนุกได้อย่างไร
    "ใครก็ตามที่สามารถยืนเป็นคนสุดท้ายได้ไม่เกี่ยงวิธีการ ข้าจะลดโทษให้เจ้าอยู่ที่จวนต่อ หักเงินเดือนสองเดือน ส่วนที่เหลือที่แพ้ก็จะโดนโบย20ทีพร้อมออกจากจวน เป็นไงนี้ข้าใจดีสุดๆ หาทางรอดให้ผู้นึง"ดวงตาเขากระจ่างใสราวเด็กน้อย เฝ้ารอคอยความตื่นเต้น
    "อ้อ!!! อย่างนี้นี้เอง ฮูหยินท่านช่างมีเมตตาจริงๆ ยังไม่รีบขอบคุณอีก"หลงเปาเมื่อเห็นแผนของฟ่านเว่ยก็ยิ้มรับไม้ต่อ
    พวกบ่าวต่างมองหน้ากัน นี้คือเมตตาหรือ
    "เอาๆ รีบๆเข้าก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนอารมณ์ดีเป็นอารมณ์เสีย"เสียงเย็นเอยขึ้นก่อนที่จะโยนก้อนหินลูกเล็กลงพื้นดินเป็นหลุมเล็กลึก
    บ่าวผู้หนึ่งเริ่มลงมือกับคนข้างตัว พวกบ่าวที่เห็นอย่างนั้นก็เริ่มลงมือบ้าง ตอนนี้สิ่งที่เรียกว่า'สหาย'กำลังทำร้ายกันอย่างกับศัตรูคู่อาฆาต จากตบตีไปสู่หมัดถีบ บ่าวผู่หนึ่งล้มลงหยิกก้อนหินก้อนใหญ่ขึ้นมาก่อนฟาดลงบนหัวของบ่าวอีกคน ภาพในตอนนี้ช่างรื่นเริงเสียงกรี๊ดร้องอาฆาตดังขึ้น แสดงความเห็นแก่ตัวออกมา ฟ่านเว่ยเห็นภาพนั้นก็นึกเห็นภาพในตอนวันสิ้นโลก ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน โลกไหน หรือมิติไหน ก็เหมือนกันมันฝังลึกจนเกินไป
    ภาพในตอนนี้ช่างเป็นการแสดงความป่าเถื่อนที่ซ่อนลึกเกินไปของมนุษย์ เขาเย้ยหยันยิ้มออกมาประกายในดวงตาสุกสว่างขึ้น ใจในกายเต้นสั่น เลือดในกายพลุ่งพล่าน ทุกอย่างมันตื่นเต้น มือไม้สั่นความกระหายเลือดในตัวข้ามันแจ้งให้ข้าทำมัน แต่ต้องสะกดเอาไว้
    ในตอนนี้มีบ่าวผู้ยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย สภาพเละตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลตั้งแต่หัวลงมา
    "ฮูหยิน ตอนนี้บ่าวเป็นคนสุดท้ายที่ยืนอยู่ ท่านอย่าลืมคำที่ท่านพูดนะขอรับ"เสียงของบ่าวเอยขึ้น เขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดเอาชนะด้วยกลอุบาย ชนะสิ่งที่เรียกว่า 'สหาย'
    ฟ่านเว่ยเห็นเช่นนั้น เขาก็หัวเราะชอบใจปรบมือเสียงดังลั่นลาน
    "ดี ดี เจ้าไปได้"เขาชะลอการพูดก่อนหรี่ตามองพวกบ่าวที่นอนโอดโอยอยู่ ฟ่านเว่ยมองพวกนั้นในสายตาของเขาพวกมันก็เป็นเพียงแค่เศษชิ้นเนื้อ
    "เอาพวกมันไปโบย 20ที " เสียงร้องไห้กระหน่ำไปทั่วลานนอกจากบาดแผลที่ต่อสู้พวกนี้แล้วยังต้องโดนโบยอีก ฟ่านเว่ยเฝ้ารอเสียงไม้ที่กระทบกับเสียงเนื้อ เลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนไหลตามแผ่นหลังของพวกบ่าว ฟ่านเว่ยกินขนมอยู่นั้นเริ่มหยุดลง จังหวะที่ไม้ฟาดลงบนหลังของบ่าวมันช่างอ่อนแรงเสียประไร มันไม่สร้างความสนุกให้เขา ดูท่าพวกมันยังไม่เกรงกลัวต่อเขาถึงกล้าอ่อนแรงให้กันเขาลุกขึ้นเดินเข้าใกล้ก่อนที่แย่งไม้นั้น เหล่าบ่าวที่เฝ้ามองต่างผวา ฟ่านเว่ยจับไม้มองมันก่อนที่จะฟาดไม้ลงหลังนั้นเสียงไม้กระทบลงหลังดังไปทั่วลาน เสียงบริเวณนั้นเงียบแม้แต่เสียงนก เสียงแมลงก็หายไป มีเพียงเสียงไม้กับเสียงร้องไห้ที่เวทนานั้นที่ยังคงดังอยู่ตอนนี้ฟ่านเว่ยตื่นเต้นสุดขีด เขาพยายามระงับความกระหายเลือดของตนแต่มันก็ทำไม่ได้แล้ว ความบ้าคลั่งในกายกับความเครียดแค้นเก็บกดมาช้านานกว่า 2 ปีในที่สุดก็ระเบิด ฟ่านเว่ยฟาดต่อไป ฟาดมัน ฟาดจนไม้นั้นหักเป็นเสี่ยงๆ เขาให้หลงเปาเอามาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสามารถสะกดความกระหายนั้นได้ พวกบ่าวที่เฝ้ามองต่างพากันเบือนหน้าหนี นี้คือ คนโง่ที่ขี้ขลาดคนที่สามารถเหยียบขึ้นหัวได้"ผู้หญิงเอามันไปขายที่หอโคมเขียว ส่วนผู้ชายโยนออกจากจวนจะตายหรือรอดก็แล้วแต่ดวงพวกเจ้าแล้วกัน"ฟ่านเว่ยออกคำสั่งเสียงเย็นก่อนลุกออกไป หลงเปารีบตามไปทั้งหวาดกลัวทั้งเคารพพร้อมด้วยรอยยิ้มสะใจ

    -------------------------------------

    error loaded อยากบอกว่าตอนนี้ที่แต่งอยู่ ฟังเพลง Monster ของ skillet มันส์มาก