ท่าทางสบายๆ ไม่ยี่หระต่อสิ่งใดนั้นพาให้ดรุณนี้น้อยหงุดหงิด จนต้องลอบตำหนิเขาอย่างลับ ๆ
‘พวกปากไม่ตรงกับใจอย่าได้เสียใจทีหลังก็แล้วกัน ครานี้ข้าไม่มีทางให้ดมกลิ่นจรุงจิตง่าย ๆ อีกแน่’
“เซียนเอ๋อร์ไฉนทำหน้าเยี่ยงนั้นเล่า”
“หึ! ท่านมีแผนชัด ๆ อย่ามาปดผู้อื่นเสียให้ยาก”
“สมเป็เ้า ช่างรู้ใจยิ่งนักในเมื่อคู่หมั้นคนงาม้าทรมานข้าด้วยการปล่อยให้รอ เช่นนั้นพวกเราก็ควรเล่นเป็เพื่อนนางเสียหน่อยไม่ดีหรือดูสิว่าใครกันแน่ที่จะทานทนไม่ไหวก่อน นานแล้วที่ไร้คนกล้ามาท้าทาย น่าสนุกยิ่งนัก”
“อะไรนะ ‘พวกเรา’ อย่างนั้นหรือ”นางผลักเขาออกเล็กน้อย แสร้งงอน “ไม่ เซียนเอ๋อร์จะไม่เปลืองสมองช่วยท่านในเื่นี้แน่”
“เซียนเอ๋อร์ เ้าต้องช่วยข้านะ” มู่เลี่ยงหรงอ้อนวอนขอความเห็นใจแต่กลับกลั้วหัวเราะไปด้วยจนน่าหมั่นไส้
“ท่านมั่นใจในฝีมือในการล่อลวงสตรีของตัวเองนัก ก็จัดการเองเถิด”
“น่าผิดหวังเสียจริง ใครบางคนบอกจะช่วยจนกว่าข้าจะได้หวางเฟย”
“ก็ได้...ก็ได้ หม่อมฉันยินดีรับใช้” ถางซือเซียนรับคำแล้วกรอกั์ตา
กล่าวถึงเื่ราวในอดีต ครั้นมู่เลี่ยงหรงได้พบกับถางซือเซียนเป็ครั้งแรกยามนั้นนางอายุเพียงสามขวบ ผู้เป็อ๋องจำได้ว่าตนเองนั่งหน้าเศร้าเพราะสุนัขตัวโปรดเพิ่งตายจากไปเขากำลังหดหู่ใจเป็อย่างมากถึงกับหลั่งน้ำตาให้เ้าหมาน้อยในหลุม
ยามนั้นซือเซียนน้อยหน้าตาน่ารัก นางมีรอยยิ้มอันบริสุทธิ์ดวงตากลมโตระยิบระยับงดงามดั่งดวงดาว
เด็กหญิงเข้ามาใกล้อ๋องน้อยผู้เศร้าสร้อยแล้วโอบกอดเขาเอาไว้ด้วยมือเล็กๆ ทันทีที่มู่เลี่ยงหลงกอดตอบและรับรู้ถึงกลิ่นกายของซือเซียนตัวน้อยเข้าความรู้สึกอันหดหู่หมองเศร้าก็ค่อย ๆ จางหายไปกลับบังเกิดความสบายอกสบายใจขึ้นแทนที่
ฉินอ๋องในวัยสิบชันษาประหลาดใจยิ่งนักเหตุใดเด็กน้อยคนนี้ถึงทำให้ตนหายเศร้าได้อย่างรวดเร็ว
เวลาล่วงเลยผ่านพ้น นอกจากความงดงามน่ารัก ถางซือเซียนเติบโตขึ้นพร้อมกับกลิ่นหอมจรุงจิตที่เข้มชัดขึ้นทุกขณะสิ่งนี้ดั่งเหมือนมีมนต์ประหลาดหากผู้ใดได้กอดและสูดดมกลิ่นหอมวิเศษจากกายนางจะรู้สึกผ่อนคลาย ที่เศร้าก็หายเศร้าที่โกรธก็หายโกรธ เป็ที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่ง
หลังจากวันนั้น มู่เลี่ยงหรงติดถางซือเซียนแจเขาชอบกอดนางเพราะความตึงเครียดในฐานะเชื้อพระวงศ์มีมากมายเหลือเกินสำหรับท่านอ๋องแล้วเด็กน้อยคือขุมทรัพย์แห่งความสุขของตน
ความลับนี้มีเพียงคนตระกูลถาง มู่เลี่ยงหรง และอีกไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ พวกเขาทำทุกวิธีทางเพื่อปกปิดเอาไว้เื่นี้ไม่สามารถแพร่งพรายออกไปได้ หากผู้อื่นล่วงรู้เข้าย่อมเป็ภัยกับถางซือเซียนโลกกว้างใหญ่ผู้คนมากมายล้วนกลัวสิ่งลึกลับสาวน้อยอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นางปีศาจแล้วต้องโทษเอาได้
ทว่าแม้ท่านอ๋องกับธิดาเซวียนผิงโหวจะสนิทสนมกันมากเพียงใด ความสัมพันธ์ก็เป็ไปในแบบพี่น้อง มู่เลี่ยงหรงเอ็นดูนางมากเกือบจะรับเป็น้องบุญธรรมอยู่แล้วแต่ก็มาเกิดเื่บางอย่างขึ้นเสียก่อน
ยามมู่เลี่ยงหรงอายุได้สิบสองชันษาผู้หลักผู้ใหญ่ก็เริ่มมองหาเด็กสาวที่เหมาะสมกับเขา หากพบผู้ที่คู่ควรแล้วก็จะส่งเข้ามาเป็เพื่อนเล่นในวังหลวงเพื่อสร้างความคุ้นเคย
นอกจากถางซือเซียนหนึ่งในผู้ที่ชาติตระกูลเหมาะสมกับเขาก็คือท่านหญิงกุ้ยอินบุตรีจ้าวอ๋องซึ่งมีศักดิ์เป็พระญาติฝ่ายไทเฮา
หลังจากพบกัน ท่านหญิงน้อยมีความพยายามเป็พิเศษที่จะทำให้มู่เลี่ยงหรงโปรดปรานนางชอบชื่นชอบเขาอย่างมาก นางกับจ้าวเฟิงเหลยผู้เป็พี่ชายจึงมักเข้ามาเล่นกับพวกพี่น้องตระกูลถาง และฉินอ๋องอยู่บ่อยครั้ง
นานวันเข้า จ้าวกุ้ยอินที่เห็นมู่เลี่ยงหรงชอบกอดถางซือเซียนก็บังเกิดจิตริษยาด้วยท่านหญิงน้อยไม่เข้าใจว่าทำไมฉินอ๋องถึงได้ชอบเด็กน้อยคนนี้นัก
“ทำไมเลี่ยงหรงเกอเกอชอบกอดซือเซียน ไยไม่กอดอินอินบ้าง”
“เซียนเอ๋อร์ตัวหอม และนางก็เป็น้องสาวของข้าข้าย่อมกอดได้”
“ข้าก็มีศักดิ์เป็น้องสาวของเลี่ยงหรงเกอเกอเหมือนกันนะท่านจะลำเอียงได้อย่างไร”
“มิได้ อินอินนับว่าโตเป็ผู้ใหญ่แล้วนะหากข้ากอดย่อมทำให้เ้าเสื่อมเสีย แต่เซียนเอ๋อร์อายุแค่ห้าขวบเท่านั้น ข้าย่อมกอดได้ไม่เป็อะไร”
“อินอินเพิ่งแปดขวบยังไม่โตเสียหน่อย”
“ไม่ได้ ข้าบอกว่าโตแล้วก็คือโต”
“เลี่ยงหรงเกอเกอลำเอียง ท่าน...ท่านรังแกข้า” จ้าวกุ้ยอินร้องห่มร้องไห้เสียงดัง หาว่ามู่เลี่ยงหรงรังแกนาง ซือเซียนน้อยพอเห็นคนเสียใจ ก็เข้าไปกอดหวังจะปลอบโยนตามปกติ ทันใดนั้นกลิ่นหอมแสนวิเศษก็เข้าสู่ลมหายใจของท่านหญิงน้อย นางรับรู้ว่ามันช่างหอมหวานดมแล้วรู้สึกสบายใจอย่างยิ่งจึงหยุดร้องไห้
“ข้าบอกเ้าแล้ว เซียนเอ๋อร์ตัวหอม กอดแล้วสบายใจใช่หรือไม่” มู่เลี่ยงหรงยิ้มกว้างพร้อมอวดความพิเศษของเด็กหญิงที่ตนเอ็นดูยิ่ง
“อือ...หอมจริง ๆ” จ้าวกุ้ยอินยิ้มหวาน รู้สึกเคลิบเคลิ้ม
“ข้าถึงชอบกอดนางอย่างไรเล่า ถ้าอินอินชอบ ข้าจะแบ่งให้เ้ากอดด้วยก็ได้แต่ยังไงข้าก็ไม่กอดเ้าหรอกนะอินอิน”
“ทำไมกัน อินอินก็ตัวหอมนะ” จ้าวกุ้ยอินเริ่มไม่พอใจขึ้นมาอีกครา
“ข้ากอดเซียนเอ๋อร์คนเดียวก็พอแล้ว เ้าอย่าทำเป็พูดไม่รู้เื่” มู่เลี่ยงหรงเริ่มรำคาญ
ทันใดนั้นความริษยาก็พุ่งถึงขีดสุดจ้าวกุ้ยอินคาดหวังว่าจะได้หมั้นหมายกับมู่เลี่ยงหรงตามที่ผู้ใหญ่กรอกหูอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันแต่ถางซือเซียนอยู่ใกล้เขาตลอด แถมมีกลิ่นกายหอมกว่าตนเองเด็กหญิงผู้เปี่ยมด้วยโทสะจึงผลักซือเซียนน้อยล้มลงกับพื้นจนร้องไห้จ้าด้วยความใ
“นางเด็กปีศาจ” จ้าวกุ้ยอินตะคอกเสียงดังลั่น
“อินเอ๋อร์! เ้าทำอะไรลงไปช่างน่าชังยิ่ง” จ้าวเฟิงเหลยรีบถลาเข้าไปอุ้มซือเซียนน้อยที่กำลังร้องไห้โฮพลางส่งสายตาเกรี้ยวกราดไปยังน้องสาว
“ท่านพี่เฟิงเหลยก็หลงนางปีศาจน้อยนี่เหมือนกันสินะ”
“ปีศาจงั้นรึ เ้าพูดเกินไปแล้ว นางน่ารักออกปานนี้ใครจะไม่รักไม่หลงบ้างแต่นางเพิ่งห้าขวบ เ้ารังแกเด็กน้อยตัวแค่นี้ไม่ละอายบ้างหรือไร” จ้าวเฟิงเหลยตำหนิน้องสาว ถางซือเซียนร้องไห้ไม่หยุดเอาแต่เรียกหามารดากับถางซือเซิน พลางส่งสายตาขอความช่วยเหลือมายังอ๋องน้อย
“เฟิงเหลย ส่งซือเซียนมาให้ข้าเถิด” มู่เลี่ยงหลงเขาไปรับนางมากอดเอาไว้แนบอกพลางตบแผ่นหลังเบาๆ อย่างปลอบโยน
“นางเด็กปีศาจนี้ล่อลวงท่านพี่กับท่านอ๋องต้องฆ่าให้ตาย...ต้องฆ่าให้ตาย” จ้าวกุ้ยอินเข้าไปฉุดแขนของซือเซียนน้อยอย่างแรงหมายจะให้เด็กหญิงออกจากอ้อมกอดของอีกฝ่ายให้ได้
“หยุดนะ ไม่อย่างนั้นข้าจะโยนเ้าออกไป” มู่เลี่ยงหรงปัดมือของนางออกถลึงตาใส่อย่างโกรธเกรี้ยว
“มันเป็ปีศาจนะ เลี่ยงหรงเกอเกอยังจะปกป้องมันอีก”
“เ้าต่างหากที่เป็ปีศาจ วาจาชั่วร้ายเช่นนี้น่ารังเกียจนักออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้เลย” มู่เลี่ยงหรงมองจ้าวกุ้ยอินด้วยสายตารังเกียจสุดประมาณ
“เลี่ยงหรงเกอเกอ อินอินจะต้องทำให้ท่านตาสว่างในสักวัน”
“วันนี้เ้าทำข้าตาสว่างแล้ว ไสหัวไป!”
“ข้าจะพานางออกไปเอง เสียมารยาทแล้ว” จ้าวเฟิงเหลยเห็นท่าไม่ดีเลยดึงน้องสาวของตนออกไปแต่ไม่วายหันกลับมามองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังร้องไห้ เขาอยากเป็คนปลอบโยนนางแต่มู่เลี่ยงหรงทำหน้าที่นั้นแล้ว
จ้าวกุ้ยอินถูกพาออกไปด้วยใจอันบอบช้ำ นางหวังว่าสักวันหนึ่งมู่เลี่ยงหรงจะตาสว่างเลิกปกป้องนางเด็กปีศาจ และหันมาเห็นความดีของตนเองในที่สุด
เมื่อท่านหญิงกุ้ยอินเดินลับตาไปแล้ว นางกำนัลที่ไปตามถางซือเซินก็กลับมาพอดีผู้เป็พี่ชายแท้ ๆ เห็นน้องสาวร้องไห้ไม่หยุด เลยรีบปราดเข้ามาดู
“น้องพี่เ้าเป็อะไรหรือไม่” ถางซือเซินลูบไปตามแขนขาของเด็กน้อย
“ท่านหญิงผลักเซียนเอ๋อร์ ฮือ ๆ เซียนเอ๋อร์เจ็บ”
“ท่านอ๋อง ทำไมอยู่ดี ๆ ท่านหญิงถึงได้…” ถางซือเซินมองหน้าท่านอ๋องอย่างรอคอยคำตอบ
“อินอินดมกลิ่นของเซียนเอ๋อร์แล้วเกิดเสียสติขึ้นมาด่าทอว่านางเป็ปีศาจล่อลวงข้า” มู่เลี่ยงหรงยังคงกรุ่นโกรธ
“ฮือ ๆ เซียนเอ๋อร์ มะ...ไม่ได้เป็ ปะ...ปีศาจ” เด็กน้อยสะอึกสะอื้นเสียใจ ยกมือน้อย ๆ กอดพี่ชายไว้ด้วยใจปวดร้าว
“เ้าไม่ได้เป็...ไม่มีทางเป็ เ้าคือน้องสาวตัวน้อยของข้ากับซือเซิน จงจำเอาไว้ให้ดี” มู่เลี่ยงหรงปลอบโยนเด็กน้อยด้วยเสียงนุ่มนวลแสดงความรักใคร่เอ็นดูอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าท่านหญิงเอาเื่นี้ไปพูดจะทำเช่นไร” ถางซือเซินกลัวน้องสาวจะถูกจับเผาไฟทั้งเป็
“ข้าอยู่ทั้งคน แล้วคำพูดของเด็กนิสัยแย่แบบนั้นใครจะเชื่อถือ”
“ที่ท่านพูดก็ถูก แต่ว่า…”
“เ้าไม่ต้องกังวล ผู้ใดกล้าแตะต้องเซียนเอ๋อร์ ข้าฉินอ๋องจะแล่เนื้อมันทั้งเป็”มู่เลี่ยงหรงเอ่ยคำสัญญากับถางซือเซินอย่างหนักแน่น