บทที่ 3 ทำความดีที่ไม่ได้เงิน
กู้ไป๋เหยี่ยรู้สึกหดหู่โดยไม่มีเหตุผล ราวกับว่าเขาเพิ่งทำสิ่งที่เลวร้ายลงไป เขาเดาะลิ้นและไม่ได้เดินต่อ หลังจากหยุดอยู่ครู่หนึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากล้ามเนื้อส่วนไหนผิดปกติ จู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า
“ใช่ ฉันเป็ลูกคนที่หก” หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็หยิบเงิน 500 หยวนออกจากกระเป๋าแล้วโยนมันไปให้โม่เชียน “ถ้ากำลังลำบากจริง ๆ ก็ไปหาตำรวจซะ เธอผอมอย่างกับผู้ประสบภัยพิบัติแหนะ”
หลังจากพูดจบ กู้ไป๋เหยี่ยก็เดินเข้าไปในหมู่บ้าน ในที่สุดโม่เชียนก็หยิบยันต์ของเธอออกมา เป็จังหวะเดียวกับที่เงินจากกู้ไป๋เหยี่ยถูกโยนเข้าไปในกระเป๋าของเธอพอดิบพอดี ดังนั้นสุดท้ายโม่เชียนจึงยัดยันต์กลับเข้าไปในกระเป๋า
ตอนนี้ปล่อยเขาไปก่อนก็แล้วกัน เธอมองด้านหลังของคนที่ได้ชื่อว่าเป็พี่หกของตัวเองด้วยความรังเกียจ
“จำน้องสาวของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ แถมใกล้จะเสียภรรยาของตัวเองไปอยู่รอมร่อ ช่างสมกับเป็ลูกคนที่หกจริง ๆ” พี่ชายของเธอจำเธอไม่ได้แม้แต่น้อย ทว่าโม่เชียนไม่ได้รีบร้อนเพราะอย่างไรก็ยังมีเวลาอีกหกวันก่อนที่พี่ชายผู้โชคร้ายของเธอจะหย่า
เธอเดินสบาย ๆ เข้าไปในป่าและพบสถานที่สำหรับนั่งสมาธิ ป่าแห่งนี้เงียบสงบ มีนกและแมลงเพียงไม่กี่ตัวส่งเสียงร้องเพื่อให้ผู้คนรู้สึกถึงกระแสของเวลาที่ผันผ่าน
แต่หลังจากนั้นไม่นาน ป่าอันเงียบสงบแต่เดิมก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงหัวเราะหยาบคายของชายคนหนึ่ง โม่เชียนลืมตาขึ้นอย่างไม่พอใจ เธอทำนายดวงชะตาอย่างลวก ๆ และก็ได้รับรู้ว่าวันนี้ตนมีชะตาจะต้องทำความดีโดยไม่เกี่ยวข้องกับเื่เงินและไร้สิ่งตอบแทน
โม่เชียนเข้าใจดีว่านี่หมายถึงการให้เธอทำงานฟรีโดยไม่ขอค่าตอบแทน นี่มันเกือบจะเท่ากับเสียเงินเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามกฎของลัทธิเต๋าบอกไว้ว่าสิ่งใดก็ตามที่ดำเนินตามครรลองห้ามลืมและต้องปฏิบัติตาม
โม่เชียนจึงยืนขึ้นอย่างจำยอมในโชคชะตา ลากรถเข็นแล้วเดินลึกเข้าไปในป่ามองหาเสียงของชายคนนั้น ในขณะนั้นชายผู้แข็งแกร่งสองคนกำลังฉุดกระชากผู้หญิงร่างผอมบาง เสื้อกันลมและเสื้อสเวตเตอร์ถักของผู้หญิงถูกดึงออกครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นไหล่ขาวนวลและรอยขีดข่วนสีแดงบนิั
“ผู้หญิงที่เ้านายมอบให้สวยขึ้นเรื่อย ๆ เลย แต่น่าเสียดายที่ดันเป็ใบ้”
“ไม่เป็ไร วันนี้เราจะทำให้เธอกรีดร้องด้วยความสุขเอง… เอาให้หายเป็ใบ้ไปเลย”
“ใช่เลย สาวงามตัวน้อยหยุดดิ้นได้แล้ว เป็เด็กดีเชื่อฟังพวกพี่ ๆ เดี๋ยวพวกพี่จะพาน้องขึ้น์เอง” มือที่สกปรกและหยาบกร้านของชายคนนั้นคว้าร่างของหญิงสาวพลางเผยยิ้มอันน่ารังเกียจและหื่นกระหาย
“อื้อออ” หญิงสาวทำท่าทางปฏิเสธด้วยมือ แต่ทำได้แค่ส่งเสียงครวญครางเท่านั้น
ผู้หญิงคนนั้นมีใบหน้าที่สวยสดงดงาม แต่ตอนนี้ใบหน้าที่เรียบเนียนของเธอกลับเต็มไปด้วยโคลนและสิ่งสกปรก ผมสีดำยาวยุ่งเหยิง เธอส่ายหัวและพยายามฝืนต่อสู้กับชายสองคนอย่างสุดกำลัง
ในระหว่างการต่อสู้ ผู้หญิงคนนั้นได้กัดมือของผู้ชายคนหนึ่งไม่ยอมปล่อย ทำให้ชายคนนั้นร้องด้วยความเ็ป ผู้ชายคนนั้นจึงตบผู้หญิงคนนั้นจนเกิดเสียงดัง เธอล้มลงกระแทกพื้น ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเธอบวมขึ้นทันที
เธอพูดไม่ออก ดวงตาเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา และสิ่งเดียวที่เธอทำได้คือการส่งเสียงแหบแห้งเพื่อขอความช่วยเหลือ โม่เชียนเดินตามเสียงนั้นและเดินเข้าไปใกล้ ๆ
สิ่งที่เธอเห็นคือภาพผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนพื้นสภาพสะบักสะบอม เมื่อผู้หญิงคนนั้นเห็นโม่เชียน เธอก็คลานเข้าหาด้วยสุดกำลัง นิ้วของหญิงสาวขูดพื้นดินในป่าจนเืไหล พยายามกรีดร้อง
“อือ…” แต่โม่เชียนไม่เข้าใจสักคำ เธอเพียงย่อตัวลงประคองอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น ก่อนจ้องมองอีกฝ่ายเป็เวลานาน จากนั้นจึงพูดอะไรบางอย่างออกมา
“คุณท้องหรือเปล่า” ผู้หญิงคนนั้นไม่คาดคิดว่าโม่เชียนจะถามสิ่งนี้ และเธอก็ตกตะลึงไป ขณะที่ทั้งสองต่างฝ่ายต่างนิ่งงัน ชายสองคนที่อยู่ตรงนั้นก็ปล่อยเสียงหัวเราะที่หยาบคายออกมา
“พี่ชาย พี่ไม่เคยเล่นกับผู้หญิงท้องมาก่อนเลยใช่ไหม วันนี้เรามาลองกันเลยเป็ไง”
“ก็ไม่เคยเล่นมาก่อนจริง ๆ นั่นแหละ นี่เป็ครั้งแรกของฉันเลย และฉันก็ไม่เคยชิมแม่ชีเหมือนกัน เธอเอาตัวมาส่งถึงหน้าบ้านแบบนี้ก็คงต้องขอรับไว้สักหน่อยแล้ว”
“ฮ่า ๆ วันนี้เป็วันดีที่จะกินเนื้อ ์ยังส่งสาวงามมาให้เราเพิ่มอีก” ชายทั้งสองเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยตัณหา เมื่อผู้หญิงใบ้เห็นสิ่งนี้ ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างกายก็สั่นงันงกเหมือนลูกนก
ทว่าแม้เธอจะหวาดกลัวแค่ไหน แต่ก็ยังคงลากโม่เชียนไปข้างหลัง และโบกมือให้หญิงสาวหนีไปด้วยความสิ้นหวัง เมื่อเห็นชายสองคนเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้หญิงใบ้คนนั้นก็หันกลับมา ผลักโม่เชียนด้วยกำลังทั้งหมด และะโ ‘อ้า’ สองครั้ง ในที่สุดคราวนี้โม่เชียนก็เข้าใจจริง ๆ สักที
ผู้หญิงคนนี้กำลังบอกให้เธอหนีไป! ในเมื่อเป็เช่นนี้ เธอคงเดินจากไปเฉย ๆ ไม่ได้แล้ว…
ดวงตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยน้ำตา เธอหันกลับและปรี่เข้าไปทุบตีชายคนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างคนจนตรอก ช่างดูกล้าหาญพร้อมที่จะตายไปกับคนเหล่านี้
แต่ท้ายที่สุดแล้วผู้ชายก็แข็งแกร่งกว่าผู้หญิงมาก เมื่อถูกทำให้โกรธ ชายคนนั้นก็ชักกระบองไม้ออกจากเอว เหวี่ยงไปยังศีรษะของผู้หญิงใบ้คนนั้น หญิงสาวหลับตาแน่นด้วยความใ ตัวแข็งทื่อยืนแน่นิ่งราวกับกำลังรอความตาย...
ผ่านไปหลายวินาทีความเ็ปที่จินตนาการไว้ก็ไม่เกิดขึ้น ทว่าเธอกลับได้ยินชายสองคนะโด้วยความหวาดกลัวแทน
“ว๊าก! เกิดอะไรขึ้น ช่วยด้วย!” ผู้หญิงใบ้ได้ยินเสียงก็ลืมตาด้วยความประหลาดใจ และเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อทันที
เธอเห็นชายร่างใหญ่สองคนกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น ขุดดินด้วยมือเปล่า ๆ ทั้งสองข้างอย่างรุนแรง ชายที่เป็ผู้นำขุดดินไปพลางสาปแช่ง
“นังเด็กบ้า ปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันจะฆ่าแก!”
“บอกให้รู้ไว้ว่าเ้านายของเราเส้นสายใหญ่โต ถึงเวลานั้นเขาจะไม่ปล่อยแกไปแน่” ชายคนนั้นไม่เชื่อเื่เหนือธรรมชาติ เขาะโและสาปแช่งพยายามทำให้โม่เชียนหวาดกลัว
แต่หญิงสาวไม่สนใจที่จะมองพวกเขา เธอลูบแมวในอ้อมแขนของตนอย่างไม่ใส่ใจ ชายทั้งสองกัดฟันและดิ้นรน แต่ร่างกายของพวกเขาไม่เชื่อฟังเลย มือทั้งสี่ขุดดินอย่างเร็วและแรงไม่สามารถหยุดได้ และในไม่ช้าดินก็เต็มไปด้วยเืและเศษเนื้อจากมือของพวกเขา
ชายสองคนร้องครวญครางด้วยความเ็ป ราวกับนิ้วของพวกเขาเชื่อมต่อกับหัวใจ เมื่อเห็นว่ามือทั้งสองข้างกำลังจะแหลกเป็ชิ้น ๆ ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกหวาดกลัว พวกเขาร้องไห้ออกมาและขอร้องโม่เชียน
“พี่สาว! พวกเราผิดไปแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตเราเถอะ เราไม่กล้าทำอีกแล้ว”
“พี่สาว ถ้าคุณยังไม่หยุด มือของพวกเราจะต้องพิการแน่ ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ จะให้เราทำงานเป็วัวเป็ม้าเพื่อคุณเลยก็ได้” เสียงร้องอย่างบ้าคลั่งของแต่ละคนทำให้นกในป่าบินไปทุกทิศทางพร้อมกับใบไม้ที่ร่วงหล่นไปทั่ว
โม่เชียนมองดูชายสองคนร้องไห้ด้วยความพึงพอใจ ยันต์นี้ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อที่เธอจะได้เอาไว้ใช้สั่งพวกสัตว์บนูเาให้มาช่วยขุดหลุมศพของอาจารย์เธอโดยเฉพาะ
ไม่คาดคิดเลยว่าถ้าเทียบกับพวกสัตว์แล้ว มันจะมีประสิทธิภาพมากกว่าที่้าเมื่อเอามาใช้กับมนุษย์