6.ฝันร้ายเหรือเรื่องจริง
ปืนลูกซอง M870 REMIMGTON วาดลำกล้องใส่หน้าเจ้าตัวประหลาดถือมีด พร้อมกับลั่นไก ปั้ง! มันผงะหน้าหงายไปทันที แต่มันยังไม่หยุดฟันลูกกรงลูกเลื่อนปืนถูกกระชากส่งกระสุนนัดใหม่ขึ้นลำกล้อง พร้อมกับ ลั่นไก ปั้ง! โฮก! มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด คราวนี้มันผละออกจากหน้าต่าง หันหลังหมายจะวิ่งหนี มีหรือวิทย์จะยอมให้มันสมดังใจคิด คนเราเมื่อมีปืนมักใจใหญ่ จะผีจะหมีหรือจะเสือ ปะหน้าเป็นยิง ยิงไม่เลี้ยง นัดที่ 3 ลั่นใส่ท้ายทอยมันทันที ปั้ง! เม็ดกระสุนเข้าท้ายทอย ทะลุออกเบ้าตาอีกด้านน้ำเหลืองสาดกระจาย ร่างของมันทรุดฮวบลงกับพื้นแน่นิ่งไปยังไม่ทันที่จะได้โล่งใจ เสียงวิ่งขออะไรบางอย่างกรูกันเข้ามา เสียงลงเท้ากับพื้นหนักๆตึบ! ตึบ!ตึบ! มุ่งมา ยังจุดที่ตัวประหลาดล้มอยู่ พวกมันมากันอีก 3 ตัว ทันทีที่เห็นวิทย์มันกรูกันเข้ามาที่หน้าต่างทันที มีดปังตอ 3 อันกระหน่ำฟันลูกกรงเหล็กอีกครั้ง ปั้ง!ปั้ง!ปั้ง! ปั้ง!ปั้ง!ปั้ง! เฮ้ย! อะไรกันนักกันหนาวะ เขาสะบทออกมาเสียงดังลั่นไม่ได้กร่างหรือใจกล้าแต่อย่างใด แต่ตกใจจึงร้องออกมา วิทย์วาดปากกระบอกปืนขึ้นมาอีกครั้ง ลั่นไกใส่ให้ตัวประหลาดที่มองเห็นชัดที่สุด ปล่อยกระสุน 00 Buckshot 9 เม็ด อัดหน้าตัวประหลาดในระยะ 2 เมตร รัวแทบไม่ได้นับนัด มันล้มลงไปอีกสอง เหลือ 1 ที่อาการร่อแร่ แชะ!แชะ! แชะ!"เฮ้ย! กระสุนหมด"เขาร้องออกมาด้วยความตกใจ ปืนบรรจุ 8 นัดอัดจนหมดแม็กโดยไม่รู้ตัว"ทำไงดี ทำไงดี กระสุน กระสุนโว้ย!" วิทย์ แหกปากอีกครั้ง เหมือนเดิมกระสุนตกออกมาแบบ งง วิทย์คว้ากล่องกระสุนมาทันทีแทบไม่ต้องหาเหตุผลเลยตอนนี้ มือไม้ยังสั่นๆอยู่ฉีกก่องลูกกระสุน กระสุนตกกระจาย โว้ย! มือมันจะสั่นไปไหนวะวิทย์คว้ากระสุนที่ตกอยู่ขึ้นมา 2 นัด กระชากลูกเลื่อนเปิดออกยัดกระสุนใหม่ เข้าไปทันที กระชากลูกเลื่อนกลับ แล้ววาดปลายกระบอกปืนขึ้นจ่อหัวตัวประหลาดที่ยืนจังก้าอยู่ต่อหน้าเขาตอนนี้ วิทย์ลั่นไกซ้ำเข้าไปที่ใบหน้าของมัน ปั้ง! ตาหลุดกระเด็นออกไป แต่มันยังไม่ล้มลง เพราะมีดของมันติดอยู่ที่ลูกกรงเหล็ก และเพราะแบบนี้ทำให้มันผละหนีออกไปไม่ได้ ตอนนี้ลูกกรงเหล็กดัดหน้าต่างใกล้จะพังแล้ววิทย์เดินไปเก็บลูกกระสุนปืนที่ตกกระจัดกระจายอยู่พื้น มาได้ 7 นัดที่เหลือ แล้วบรรจุกระสุนลงปืนทันที ตอนนี้มีกระสุนเหลืออยู่ 8 นัด ตัวเขานั่งพิงขอบเตียงด้วยหัวใจที่เต้นถี่ระรัว ความรู้สึกตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นกลัว ตื่นเต้น สับสน คิดอะไรไม่ออก "ใจเย็นๆ ตอนนี้เราต้องใจเย็นๆ มือนี้มันก็ไม่หยุดสั่นซักที่โว้ย! นี้มันเรื่องอะไรวะนี้"วิทย์พึมพำกับตัวเองยังกับคนสะติแตก แต่เจ้าตัวก็พยายามทำให้ใจเย็นลง พยายามดิงสติให้กลับมาเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวๆ 10 นาทีหน่อยๆก็เริ่มทำใจได้คึกๆ!คึกๆ!เสียงอะไรบางอย่างกลิ้งชนประตูเบาๆ วูป!ลมเย็นเฉียบพัดผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบผิวของวิทย์"มันเอาอีกแล้ว ความรู้สึกเย็นเยือก แบบนี้ รู้สึกไม่ดีเลย นั้นมันเสียงอะไร มันมีอะไรอยู่นอกประตูนั้น"เขาร้องออกมาในใจปั้ง!ปั้ง!ปั้ง! ครึก!ครึก! ครึก! เสียงคลายคนเอามือทุปประตูรัวๆ 3ครั้งซ้อน ต่อมาก็เขย่าประตูอีกรัวๆ"เชี้ย!มันอะไรวะ !"วิทย์วาดปืนขึ้นมาในท่าเตรียม ค่องๆก้าวเข้าหาประตู หัวใจกลับมาสั่นระรัวอีกครั้ง 3 เมตร 2 เมตร จากประตู 1 เมตรปั้ง! เฮ้ย! มือปริศนาทุบประตูสุดแรงอีกครั้ง หัวใจวิทย์ตกลงไปอยู่ตาตุ่ม"ใคร!" เสียงเรียกถามทางดังออกมาจากปากชายหนุ่ม แต่ เงียบ ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา เงียบ เงียบมาก ไม่มีเสียงเดิน เคลื่อนไหว หรือ อะไร 3 นาทีผ่านไป มืออันสั่นเท่าของวิทย์เอือมไปจับลูกบิด ประตูสีน้ำตางหม่นๆเย็นเฉียบ นี้คือความรู้สึกแรก ที่มือสัมผัสกับเหล็ก สงแรงบิดเบาๆที่ข้อมือแครก! ผ่าง!" เฮ้ย! ....."ไม่มีอะไรอยู่หลังประตู ไม่มีอะไรเลย วิทย์ค่อยๆก้าวออกมาจากห้องช้าๆสอดส่ายสายตาระแวดระวังมองซ้ายมองขวาแต่ก็ไม่เจออะไร วูป สายลมเย็นเฉียบ พัดผ่าหน้าของชายหนุ่มตามมาด้วยกลิ่น เหม็นคาวเลือด ฉุนกึก จนต้องยกนิ้วชี้ขึ้นมาปิดจะมูก แหมะ!แหมะ! หยดของเหลวสีดำข้นๆ หยดใส่หลังมือที่ยกขึ้นมาพอดี สายตาของวิทย์มองลงไปที่พื้น ตายห่า กองเลือด ดำเป็นลิ่มๆกองอยู่ที่พื้นปูนทางเดิน ตอนนี้ขาของวิทย์แข็ง ก้าวไม่ออก มือไม้สั้นอีกครั้ง พยายามเงยหน้าขึ้นมองบนหลังคา ใจก็ภาวนาว่าอย่าให้เจออะไรไม่ดีเลย เด็กนักเรียนถูกผูกตอห้อยขื่อตรงหน้าประตู เชือกโยงกับต้นไม้ข้างๆ เลือดไหลอาบชุดนักเรียนลงมาทางปลายเท้าและตอนนี้หยดใส่หลังมือของวิทย์ ปลายเท้ายังสั่นกระตุก แตะบริเวณขอบด้านบนของประตูอยู่เลย วิทย์หงายหลังก้นจ้ำเบ้าลงทันทีกับภาพที่เห็น มือไม้จ่อปืนไปด้านหน้าแบบสันๆ ม่านตาขยายด้วยความกลัวสุดขีด อยู่ๆ ศพที่ห้อยอยู่ก็หล่นตุ๊บ ลงมากองกับพื้นอยู่ตรงหน้าของวิทย์"ชะชะช่วยด้วย!"เสียงโหยหวนดังออกมาจากปากนักเรียนสาวซึ้งบัดนี้ผุดขึ้นมา จังก้าอยู่ท่าคลาน ผม บอบแบบนักเรียนสยายลงมาปิดหน้าลิ้นที่ยาวออกมาจุกปากห้อยลงมาด้านล่างแต่ออกเสียงได้ชัดเจน"ฉะฉะฉันหิว...""ว้ากกกก!ไปหิวตายเลยอีบ้า...." ปั้ง! วิทย์ลั่นไกโดยสัญชาตญาณ กระสุนลูก 9 อัดเข้ากลางแสกหน้า ผีนักเรียนหญิงจังๆในระยะ 2 เมตร แรงกระสุนอัดเข้าไปหน้าหงายแขนสองข้างขาดกระจุยเสมอข้อศอก นิ่ง!นิ่งสนิท..."ตะตายหรือยัง เชี่ย!ผีมันตายได้อีกไหมวะ" วิทย์ลุกขึ้นสายตาจับจ้องไปที่ ศพ นักเรียนหญิงสุดเฮี้ยน มือไม้ก็ยังสั่นๆ ค่อยๆเดินอย่างระวังเข้าไปดูไกล้ๆ กระสุนตัดเข้ากลางแสกหน้า หัวแบะออกไปทางด้านหลังนิ่งสนิท มองดูชัดๆ อ้วก!! อวกพุ่งออกมาจากปากวิทย์ทันทีที่เข้าใกล้ ศพนี้หนองไหลย้อยออกมา คาดว่าตายมาหลายวันแล้ว เลือดที่ไหลออกมาเป็นลิ่มๆสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวนชวนอวกดีแท้"นี้มันฝันห่าอะไรวะ แล้วเมื่อไรกูจะตื่นซักที" วิทย์หลับตาปี๋ พร้อมกันแหกปากตะโกน พรึบ "ฮะ! หายไปแล้ว ศพ หายไปแล้ว นี้มันห่าอะไรวะ อยู่ไม่ได้แล้ว" วิทย์กระชับปือเดินออกมาจากห้องทันที บ้าแพรวเป็นบ้านชั้นเดียว มีทั้งหมด 5 ห้อง มีห้องแพรว ห้องพี่สาวที่ไปทำงานกรุงเทพ ห้องลุงกับป้า ห้องครัว และห้องพระ ส่วนวิทย์ อยู่ห้องเก็บของข้างบ้าน ที่ต่อเติมใหม่ วิทย์เดินออกมาจากห้องอย่างรวดเร็ว เหลียวซ้ายแลขวา ก่อนจะเข้าไปยังตัวบ้านหลักทันทีที่มาถึงประตูแคร! เสียงเปิดประตูบายเลื่อนเข้าบ้านหลัก"ปกติมันจะล็อกหรือเปล่า ทำไมวันนี้นอนไม่ล็อกบ้านกัน ไม่สิ นี้เราฝันอยู่ มันเป็นความฝัน ตอนนี้ต้องไม่มีใครอยู่ ไม่ล็อกก็คงไม่แปลกเพราะกูฝันเข้าใจไหมไอ้วิทย์"เขาพยายามปลอบใจตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า วิทย์พูดพึมพำคนเดียว อยู่หน้าประตู สายตามองระแวงระวังเข้าไปในบ้าน อย่างไม่ไว้ใจตัวอะไรมันจะโผล่ออกมาอีก"หนู หนู อย่าไปยืนตรงนั้นรีบเข้ามาแล้วปิดประตู"ยายแก่ๆใส่ชุดขาวนั่งชันเข่าข้างซ้าย ท่าทางใจดีร้องเรียก วิทย์จากมุมห้องที่มีแสงเทียน จุดส่องสว่างอยู่ แกร้องเร่งด้วยสีหน้าท่าทางกังวล และหวาดกลัวอะไรซักอย่าง วิทย์ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับปิดปะตู แล้วเดินเข้ามาหายายทันที ปลายกระบอกปืนยังจี้มาที่ยายด้วยความวิตก"ยายเป็นใคร" คำแรกที่วิทย์คิดได้"แม่แก่ คนเขาเรียกข้าว่าแม่แก่ รีบๆหลบมาตรงนี้เดียวพวกมันมาเห็น"ยายโบกมืออีกครั้ง"พวกมันไหน พวกไหน""ถ้าไม่ยากถูกพวกมันกินก็หลบมาอย่าถามมากไอ้หนู นั่งลงข้างๆข้า" วิทย์นั่งลงตรงข้ามกับยายแก่ มีเทียนเล่มใหญ่ขั้นระหว่างกลางสองคน"ข้างนอกผีพวกนั้นมันตัวอะไร""ก็ผีซิวะ รู้แล้วยังจะถามอีก ว่าแต่เอ็งคนเป็น เข้ามายังภูมินี้ทำไม""ภูมิ อะไร คืออะไรผมไม่เข้าใจ ผมฝัน ผมแค่ฝัน""พวกมันไม่ทำอะไรคนเป็นที่ฝัน นอกจาก คนตายใหม่ๆ แต่เอ็งยังไม่ตาย มันชอบ เลือดเนื้อของคนเป็น เอ็งจะถูกตามล่าเพื่อกิน""ยายพูดเรื่องอะไร ผมสับสนไปหมดแล้ว นี้มันเรื่องอะไรกัน พวกมันที่ว่า คือตัวอะไร""ฉู่!...เบาๆสิจะแหกปากทำไม เดียวได้ตายห่าไปจริงๆหรอก""ยายก็บอกผมมาสิมันเกิดอะไรขึ้น อยู่ดีๆผมตื่นขึ้นมาก็เจอผีแปลกๆพวกนี้แล้ว ที่นี้มันก็บ้านที่ผมนอน บ้านลุงจรหลังเดิม แต่ทำไม่เป็นแบบนี้ นี้มันเกิดอะไรขึ้น""เฮ้ยๆไอ้หนู ใจเย็นๆ ที่นี้มันก็เป็นแบบนี้มานานแล้วหละ ที่นี้เรียกว่า มิติระหว่า ทุคติภูมิ ที่นี้จะมีพวกมันเป็นส่วนใหญ่ เป็นภพภูมิที่มีชีวิตอยู่โดยมีความทุกข์เป็นส่วนมาก มีความสุขน้อย ได้แก่ สัตว์นรก สัตว์เดรัจฉาน เปรต และอสุรกาย ผีห่า ซาตาล ต่างๆนาๆ พวกนี้มันจะจ้องกินวิญญาณเกิดใหม่ หรือคนตายใหม่ๆ หรือคนใกล้จะตาย""นี้ยายหมายความว่าที่นี้เป็นที่ๆคนตายอยู่เหรอ งั้น งั้น ยายก็..""เฮ้ย!ไม่ต้องกลัว นี้เอ็งไม่รู้จักข้าเหรอ ภูมิ เจ้าที่นะ ที่พวกเอ็งกราบไหว้ ขอพร ให้คุ้งกะลาหัวพวกเอ็งนะ""ยายไม่ใช่ผีแน่นะ""จะว่าไม่ก็ไม่ จะว่าใช่ก็ใช่ ข้าอยู่ได้เพราะแรงบุญแรกกุศลของพวกเอ็งคนเป็นทั้งหลายนะแหละ ถ้าหมดบุญแล้วก็กลายเป็นผีเร่ร่อนธรรมดา ถ้าบุญมาบารมีมากก็จะกลายเป็นเทวดาอารัก อย่างที่เอ็งเห็นนี้แหละ""ยายบอกว่ายายเป็นเทวดาอารัก ทำไม่มาหลบอยู่ที่นี้ละ""เฮย..(ถอนหายใจ) ก็เพราะ แรงบุญของคนสมัยนี้มันน้อยเหลือเกิน คนทำบุญทำกุศลน้อยลงทุกที""ผมเห็นคนไปวัดจนแน่นวัด ถ่ายรูปลงเฟสโชว์กันให้หรา จะบอกว่าน้อยได้ยังไงยาย""เอ็งคิดว่าการทำบุญแล้วหวังผม มันคือการทำบุญจริงๆเหรอ แล้วเอ็งเห็นใครเป็นสุขเพราะทำบุญจริงๆหรือเปล่า การทำบุญเอาหน้ามันไม่ได้บุญหรอกนะ มันมีแต่บาป ถึงได้ถูกพวกมันจับกินกันซะส่วนใหญ่ที่ตายลงแล้วผ่านภูมินี้ไปไม่ได้""ยายแล้วพวกมันมากินใครที่ข้างห้องที่ผมนอน""เฮ้อ!...ก็มากินวิญญาณเจ้าที่ของบ้านข้างๆนั้นแหละ หลังนั้นนะลูกหลานไม่มาดูแล พลังบุญบาระมีก็เสื่อมถอย จนสู้พวกมันไม่ได้แล้ว นับวันพวกมันยิ่งเพิ่มมากขึ้น จน ภูติ นรก มาจับมันไม่หวาดไม่ไหว""พวกมันมาจากไหนละยาย""ก็มาจากคนเป็นเลวๆอย่างพวกเอ็งนั้นแหละ ที่มันโลภมากตอนเป็นคนก็เอาเปรียบกดขี่คนอื่น ตายไปก็ไม่หยุดโลภ ไล่กัดกินคนอื่น จนกลายเป็นวิญญาณร้ายเร่ร่อน นานวันเข้ามันก็หลงลืมทุกสิ่งรู้จักแต่กินกับกิน ผิดชอบชั่วได้ไม่เคนมีอีกต่อไป ไม่ไปผุดไปเกิด ถ้าถูกภูตินรกจับได้ ก็ถูกทำลายทันที พวกนี้มันบาปหนา"