ในคฤหาสน์ก่อด้วยศิลาหลังใหญ่ซึ่งตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนเกาะแห่งหนึ่ง อันอยู่ในรัฐวอชิงตันที่เรียกว่าพูลเก้ซาวน์ รายล้อมด้วยแมกไม้นานาพันธุ์, พี วี เด๊กซเตอร์ ชะโงกหน้าเข้ามาทางประตูห้องทำงานของน้องชาย และพบว่าเขากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน กำลังจ้องมองดูข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่ส่งมาจากแผ่นดินใหญ่เขาเอนร่างพิงอยู่กับกรอบประตู โดยที่อีกฝ่ายหนึ่งยังไม่ทันมาเห็น สังเกตเห็นความเคร่งขรึมที่ปรากฏอยู่ในสีหน้าของกาเรทท์ และอาการนั่งตัวตรงของบุรุษผู้มีเรือนร่างผึ่งผาย ใจหนึ่ง พี วี เด๊กซเตอร์ ก็อยากจะถอยกลับออกไป ก่อนที่กาเรทท์จะทันหันมาเห็นเขาเข้า เขาคิดว่ามันอาจจะเป็นการดีกว่าถ้าจะไม่สืบสาวราวเรื่อง และต้องรับรู้ว่า เพราะอะไรน้องชายบุญธรรมจึงมีสีหน้าที่บอกความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดเช่นนั้น แต่ทว่าการที่จะหันหลังกลับนั้น มิใช่นิสัยของพีวี เขาเป็นคนที่พร้อมจะต่อสู้อย่างหัวชนฝามาแล้ว“มีปัญหาอะไรหรือ” เขาเอ่ยถามออกไปการ์เรทท์เงยหน้าขึ้น ยกมือขึ้นเสยผมที่ปรกลงมาบนหน้าผากช้า ๆ อันเป็นท่าทางที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ซึ่งได้รับการลอกเลียนจากพวกหนุ่ม ๆ นับร้อย ทั้งนี้เพราะเขาเป็นดาราภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในเมืองนี้“ฟิลลิป...เขาหมั้นแล้ว” กาเรทท์ตอบสั้น ๆพี วี พยายามฝืนยิ้มไว้“แล้วไง นายอยากจะส่งดอกไม้ไปให้เขาอย่างนั้นหรือ”แต่ดูเหมือนคำพูดแบบติดตลกนั้น จะกลายเป็นตลกด้านไปแล้ว“มีรูปถ่ายของตัวเขากับคู่หมั้นลงในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ด้วย” กาเรทท์พูดต่อพี วี เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะ ชะโงกหน้าอยู่เหนือไหล่ของกาเรทท์ และผิวปากออกมาเบา ๆ“สวยจัง...คริสตี้ โจฮันเซ่น ที่เป็นนางแบบใช่ไหมครับนี้ ฟิลลิปเขามีรสนิยมวิไลเสมอนะ”ภาพที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ทั้งฟิลลิปและคริสตี้อยู่ในชุดราตรี ฟิลลิปอยู่ในชุดสากลสีขาว ส่วนคริสตี้นั้นอยู่ในชุดกระโปรงราตรียาวสีดำ คอถ่วง ศีรษะของเธอพิงอยู่กับไหล่ของฟิลลิป... ผู้หญิงคนนี้จะต้องมีเรือนร่างค่อนข้างสูง อย่างน้อยก็ 5 ฟุต 10 นิ้วแน่ ซึ่งหมายความว่าเธอจะต้องสูงกว่า พ วี อยู่ 4 นิ้ว“ผมชอบผู้หญิงสูง ๆ ระหง...สวยดี”เรือนผมสีบลอนด์เหยียดตรงนั้น เคลียอยู่กับช่วงไหล่ที่เปล่าเปลือย มันมีอะไรบางอย่างอยู่ในการวางท่า และการเอียงศีรษะที่ทำให้เขาต้องนึกไปถึงความสง่างามของเจ้าหญิงองค์น้อย คล้ายกับเธอจะบอกว่า...ฉันไม่สามารถจะห้ามมิให้คุณมองฉันได้ แต่คุณอย่าได้คิดมาแตะต้องฉันดีกว่า...มันมีแววเศร้า ๆ คล้ายจะรันทดใจปรากฏในดวงตาคู่นั้นด้วยอย่างน่าแปลกใจ บางทีมันอาจจะเป็นความผิดพลาดในฝีมือการถ่ายภาพของช่างภาพก็ได้ ทั้งนี้เพราะพวกช่างภาพหนังสือพิมพ์นั้น มักจะชอบถ่ายรูปผู้หญิงช้อนขึ้นมาจากทางด้านล่าง ซึ่งก่อให้เกิดเงาขึ้นผิดตำแหน่ง แต่กระนั้น มันก็ยังเป็นภาพที่น่าสนใจมาก เมื่อรอยยิ้มอย่างนางแบบอาชีพประสมประสานอยู่กับแววในดวงตาที่บอกความไม่แน่ใจเช่นนั้น“ฟิลลิปผู้โชคดี” กาเรทท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนัก ๆ “เขามักจะได้แต่สิ่งที่ดีที่สุดไปทุกครั้งเลย”พี วี ทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้เบาะหุ้มหนังตัวที่ตั้งอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน เขากำลังครุ่นคิดในใจว่า...คุณเองก็เถอะการ์เรทท์ ครั้งหนึ่งคุณก็ได้ในสิ่งที่ดีที่สุดมาแล้วเช่นกัน และคุณก็มีแล้วในทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง การยกย่อง สรรเสริญ และผู้หญิงทุกคนที่คุณต้องการดวงตาคู่สีเทาเครียดขึ้น ขณะที่ พี วี พิจารณาความรู้สึกในสีหน้าของการ์เรทท์อยู่ มองเห็นอยู่ว่า ขณะนี้กาเรทท์จมอยู่กับความคิดของตัวเองอีกแล้ว เช่นที่เคยเป็นอยู่เสมอมา ดวงตาคู่สีเข้มเต็มไปด้วยแววแห่งความครุ่นคิด และเต็มไปด้วยความทรงจำอันหลากหลายแต่ทว่า จะเป็นความทรงจำในเรื่องใดกันเล่า พี วี ให้สงสัยนัก และทันใดเขาก็มองเห็นการ์เรทท์เช่นที่เขาได้เห็นในคืนที่บุรุษผู้นี้ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง
“ผมไม่มีทางได้หรอก” กาเรทท์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราวกระซิบพี วี มองหน้าเขา สีหน้าบอกความขุ่นเคืองขึ้นมาทันที“นั่นมันเป็นสิ่งที่นายพูดตอนได้รับการเสนอชื่อนะ”กาเรทท์ผงกศีรษะ แต่สีหน้าของเขามิได้คลาบความรู้สึกในทางลบลงเลย พีวี ไม่สามารถพูดให้เขาเชื่อได้ว่า มันจะเป็นการดีที่สุด ถ้าเราจะตั้งความหวังไว้ตั้งแต่แรกว่าเราจะต้องเป็นผู้ชนะในทุกสิ่ง อย่างน้อยเราก็เกิดสนุกกับการได้ลุ้น และมันก็มีเหตุผลมากมายหลายประการที่จะคาดหวังได้ว่า กาเรทท์จะต้องได้รับรางวัลตุ๊กตาเรื่อง “ดาร์ค ทอร์เม้นท์” อันเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาอย่างมาก ข้อความที่หยิบยกขึ้นมาบรรยายถึงความสามารถของเขาในคืนวันนี้ ได้สร้างความรู้สึกตื่นเต้นให้เกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวง และเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ได้รับรางวัลมาแล้วถึง 10 รางวัล สำหรับรางวัลตุ๊กตาทองนั้นจะมอบให้แก่นักแสดงที่เป็นพระเอกและนางเอกที่แสดงได้ดีที่สุด“ยิ้มหน่อยสิ” พี วี ออกคำสั่ง รู้ดีว่ากล้องโทรทัศน์จะต้องโพสต์มาจับที่กาเรทท์ในฐานะที่เป็น 1 ใน 5 ของจำนวนผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าแข่งขันในฐานะพระเอกยอดเยี่ยมกาเรทท์ยอมยิ้มตามหน้าที่ เป็นรอยยิ้มที่มิได้มีความมั่นใจแต่อย่างใดเลย เมื่อซองใบนั้นถูกเปิดออก และชื่อของเขาถูกประกาศออกมา กาเรทท์มิได้ขยับเขยื้อนเลย ส่วนฟิลลิปกับเซรีน่าที่นั่งอยู่อีกทางด้านหนึ่งนั้น ยิ้มร่าด้วยความภาคภูมิใจ“ขึ้นไปรับสิ” พี วี สั่งอีกในที่สุด ภายหลังจากที่นั่งนิ่งขึงอยู่เป็นครู่ กาเรทท์ก็ผุดลุกขึ้นและเดินออกไปตามช่องทางเดินด้วยท่าทางที่ยังงุนงง และดูเหมือนจะแน่ใจเอาจริง ๆ จัง ๆ ว่ามันจะต้องมีความผิดพลาดเกิดขึ้น ขณะที่เขาเอื้อมมือไปรับตุ๊กตาทองนั้น เขาได้โน้มกายเข้าไปจุมพิตสาวน้อยคนที่นำมามอบให้ ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชมอย่างกึกก้อง และแล้ว เขาก็หันไปมองหน้าผู้ร่วมงานทุกคนด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ เขากล่าวคำปราศรัยสั้น ๆ ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บนเวทีภายใต้แสงสปอต ไล้ท์ ที่สว่างจัดจ้า ด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ และหล่อเหลาอย่างเฉียบขาดในชุดทักซิโด้ในวาระนั้น เขาคือบุรุษชาวอเมริกันผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต รอยยิ้มของเขาเต็มไปด้วยความสดใสและมั่นใจยิ่งนัก ศีรษะเชิดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจและทระนงระคนกันพี วี ปรบมือดังกว่าใคร และยังสบสายตากับฟิลลิปอีกด้วย เขารู้ว่า เมื่อเวลามาถึง กาเรทท์จะต้องสามารถทำได้ ไม่มีอะไรที่จะต้องเป็นห่วงจนกระทั่งในอีกหลายปีต่อมา พี วี จึงได้ตระหนักว่าคืนนั้น กาเรทท์กำลังแสดงบทบาทอยู่ ตอนที่เขาเดินไปในระหว่างช่องทางเดินนั้น กาเรทท์ได้สวมบทบาทของพระเอกที่กำลังเดินขึ้นไปรับรางวัลตุ๊กตาทอง ที่กำลังแสดงอยู่โดยกาเรทท์ เซ้นท์ จอห์น เท่านั้นเอง ...“นั่นนายจะนั่งดูรูปนั้นอยู่ตลอดทั้งวันอย่างนั้นหรือ” พี วี พยายามแต่งให้แจ่มใสที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อถามออกไป“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก” กาเรทท์ตอบ แต่ก็มิได้เงยหน้าขึ้นทันใด พี วี ก็บังเกิดความหวาดหวั่นขึ้นในใจอย่างรุนแรง เขามองเห็นปัญหาความยุ่งยากที่กำลังก่อตัวขึ้น และความหนาวเยือกเย็นก็ค่อย ๆ ลามไหลลงตามไขสันหลัง เขาอยากจะให้ตัวเองได้ล่วงรู้เหลือเกิน ว่าขณะนี้กาเรทท์กำลังคิดอะไรอยู่ เหตุการณ์เช่นนั้นมันกำลังจะกลับมาเกิดขึ้นอีกแล้วเช่นนั้นหรือ มันจะเกิดขึ้นอีกจริง ๆ หรือนี่