ตอนที่ 6
หลายวันผ่านไปหลังจากที่เขากลับมาจากสุสานพร้อมกับภูติหนึ่งตนในกำไลเขาก็บอกให้อาคุนไปคุยกับนายพรานที่ชื่อว่าฟาหยางเพื่อที่เขาจะได้เอาสมุนไพรไปขายในเมืองอาคุนกลับมาบอกว่าให้ไปพบอาฟาหยางอีกสามวันหลังจากนี้ซึ่งก็คือวันนี้นั้นเอง
โชคดีที่อากาศเริ่มอุ่นแล้วอาฟาหยางจึงมีความคิดที่จะเริ่มเอาของที่เก็บไว้่หน้าหนาวออกไปขายพอดีช่างเป็่เวลาที่ประจวบเหมาะจริงๆ
“พี่ใหญ่ใกล้ได้เวลาแล้วนะขอรับท่านตื่นเร็ว”
หนิงเยว่เล่อที่ได้ยินเสียงเรียกของอาคุนจึงได้ลุกไปเปิดประตูเรือนเพื่อบอกอีกฝ่ายว่าตนเองตื่นนานแล้ว
“ข้าตื่นนานแล้วอาคุนข้าจะได้เข้าเมืองครั้งแรก”
เขาแอบไม่สิรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมากที่จะได้เข้าเมืองเพราะไม่ว่าจะเป็ตัวเขาหรือว่าเ้าของร่างเก่าก็ไม่เคยที่จะออกไปไหนไกลจากหมู่บ้านของตนเองเลยดังนั้นนี่จึงถือเป็ครั้งแรกที่จะได้ออกไปบริเวณรอบนอกของหมู่บ้าน
อาคุนที่เห็นพี่ชายมีท่าทางตื่นเต้นก็นึกขึ้นได้ว่าตอนที่มาที่นี่เป็ครั้งแรกพี่ใหญ่ของตนเองเอาแต่ซึมที่ตนเองถูกส่งมาอยู่ที่นี่นึกถึงเื่นั้นทีไรอาคุนก็รู้สึกเจ็บแค้นคนเ่าั้เสียเหลือเกิน
ระหว่างที่อาคุยกำลังเหม่อคิดถึงแต่เื่เก่าๆอยู่นั้นหนิงเยว่เล่อก็เอาแต่พูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อย
“อาคุนเราต้องเดินทางกันเกือบทั้งวันเชียวหรือ”
อาคุนที่เรียกสติของตัวเองกลับมาเมื่อครู่ก็หันมาตอบคำถามของคนพี่ทันที
“ขอรับก็ใช้เวลาเดินทางประมาณสามชั่วยามแล้วเราก็ต้องเอาของไปขายคงต้องใช้เวลาที่เมืองนานค่อนข้างนานน่ะขอรับ”
อืมสามชั่วยามก็เกือบๆหกชั่วโมงแหนะที่ขนาดผ่านแค่สองหมู่บ้านเองนะนานอะไรขนาดนั้นอ่ะ
การเดินทางสมัยโบราณนี่มันช่างลำบากจริงๆ
“ว่าแต่พี่ใหญ่ท่านเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วหรือขอรับ”
“...ใช่แปลกหรือ”
“ขะขอรับว่าแต่ท่านเอาน้ำที่ไนล้างหน้าล้างตาขอรับ”
สิ้นคำของอาคุนหนิงเยว่เล่อก็ส่งยิ้มมีเลศนัยไปให้อาคุนพร้อมกับเบี่ยงประเด็นไปพูดเื่อื่นส่วนมือก็จัดการเตรียมของที่จะเอาไปขายให้เรียบร้อย
สมุนไพรหายสองสามต้นบวกกับสมุนไพรธรรมดาที่เก็บมาจากบนเขาด้วยจากตอนแรกตั้งใจว่าจะตากให้แห้งก่อนแต่ตอนนี้ไม่ละดูจากสมุนไพรหายากก็น่าจะได้เงินเพียงพอที่จะใช้กินทั้งเดือนแล้ว
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางกันเสียทีหนิงเยว่เล่อจัดการหยิบเอาของจำเป็ใส่ย่ามจากนั้นก็ดันตัวอาคุนให้ออกไปด้านนอกพร้อมกันพร้อมทั้งหันหลังปิดประตูอย่างเรียบร้อย
“เรียบร้อยไปกันอาคุน”
“ขอรับ!”
ระหว่างทางพวกเขาก็พูดคุยเื่ต่างๆมากมายทั้งเื่เมื่อก่อนซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้เื่ด้วยหรอกเพียงแต่รับฟังอาคุนเพื่อเป็การเก็บข้อมูลก็เท่านั้นเผื่อว่าสักวันอาจจะต้องใช้ข้อมูลพวกนี้และอีกอย่างที่เขารับรู้มาคืออาคุนเองยังคิดอยู่เสมอว่าสักวันหนึ่งพวกเขาอาจจะได้กลับไปยังเมืองหลวงอีกครั้งทั้งยังพูดเื่ที่ตนเองจะกลับไปทำหน้าที่บ่าวรับใช้อีกเมื่อยามที่ได้กลับไปเมืองหลวง
เขาเองอยากจะบอกอาคุนเหลือเกินว่าให้เลิกหวังไปเสียเถอะดูอย่างไรก็ไม่น่าจะเป็ไปได้เพราะพวกเขาถูกส่งมาอยู่ที่นี่เป็ระยะเวลาเกือบปีแล้วก็ไม่เห็นว่าจะได้รับความช่วยเหลืออะไรจากคนที่บ้านเลยแม้แต่น้อยคิดดูนะส่งเด็กสองคนที่ยังไม่แม้แต่จะเข้าพิธีเป็ผู้ใหญ่ให้ออกมาใช้ชีวิตกันเองที่ชายแดนดูก็รู้ว่าไม่ได้หวังให้พวกเขามีชีวิตรอดกลับไปที่เมืองหลวงอีกครั้งแน่
เอาจริงๆแล้วก็ถือว่าแผนของพวกนั้นสำเร็จไปแล้วด้วยซ้ำถ้าหากว่าเขาไม่มาเข้าร่างนี้เสียก่อนและบางทีนอกจากที่เ้าของร่างคนเก่าตายไปแล้วไม่แน่อาคุนเองก็อาจจะไม่รอดอย่างทุกวันนี้ก็เป็ได้คิดแล้วก็น่าสงสารเ้าของร่างไม่รู้ว่าทำเวรทำกรรมอะไรไว้ถึงต้องมาเจอเื่แบบนี้
หลังจากที่หนิงเยว่เล่อเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยรู้สึกตัวอีกทีก็เหมือนมีคนจ้องอยู่จึงได้หันกลับไปมองคนด้านข้างพบว่ามีสายตาของเด็กน้อยนามอาคุนกำลังจ้องมองเขาอยู่แอบรู้สึกหวาดเสี่ยวแปลกๆอยู่เหมือนกันเขาสูดหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนจะหันไปพูดกับอาคุนถึงเื่ที่คุยกันเมื่อครู่
“เอาเช่นนี้ดีหรือไม่อาคุนหากวันข้างหน้าเรามีโอกาสได้กลับไปเมืองหลวงจริงๆตอนนั้นเราก็ค่อยมาพูดเื่นี้กันใหม่แล้วกันดีหรือไม่”
อาคุนทำหน้ายู่เล็กน้อยก่อนจะยอมพยักหน้าตอบตกลง“ขอรับ”
เขาส่งยิ้มให้อาคุนเล็กน้อยก่อนจะกล่าวเสริมอีกว่า“หากวันข้างหน้าข้าสามารถนำใบสัญญาของเ้ามาได้เมื่อถึงเวลานั้นค่อยรับเ้าเป็น้องบุญธรรมอย่างเป็ทางการแล้วกันดีหรือไม่”
อาคุนทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยหากว่าตนเองมีโอกาสได้ไถ่ตัวก็เป็เื่ดีแต่ก็กลัวว่าเมื่อถึงเวลานั้นการที่จะหาคนสนิทที่จริงใจต่อพี่ใหญ่ก็ไม่ใช่เื่ง่ายแต่เขาเองก็อยากที่จะพ้นจากสภาพการเป็บ่าวที่มีสัญญาทาสนั้นเช่นนั้นก็ไถ่ตัวตามความตั้งใจของพี่ใหญ่และก็ตัวเขาเองก็แล้วกันแต่เขาก็ไม่ยอมออกไปไหนไกลจากพี่ใหญ่หรอกนะยังจะอยู่ข้างๆพี่ใหญ่ต่อไปนั่นแหละ!
อาคุนคิดอย่างสับสนไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรกับสัญญาทาสของตนซึ่งการทำหน้าเช่นนั้นก็ทำให้หนิงเยว่เล่อรู้สึกอยากเข้าไปหยิกแก้มนุ่มๆนั้นสักทีเื่การไถ่ตัวเป็เื่สำคัญก็จริงแต่เขาเองก็ไม่อยากให้อาคุนคิดมากเท่าไรแต่ก่อนที่จะได้พูดอะไรเ้าเด็กก็พยักหน้าตกลงเสียก่อนเรียกรอยยิ้มอ่อนโยนจากหนิงเยว่เล่อได้เป็อย่างดี
จากนั้นการสนทนาของเด็กทั้งสองก็ดำเนินต่อมาจนกระทั่งพวกเขามาถึงบ้านของนายพรานที่อาคุนบอก
บ้านของพวกเขาเป็แบบเรียบง่ายที่พบเห็นได้ทั่วไปด้านหน้าเป็ลานกว้างๆมีรั่วไม้ล้อมรอบพอเดินเข้าไปก็พบว่าด้านข้างเป็โรงเก็บเทียมวัวซึ่งตอนนี้เทียววัวถูกนำออกมาจากโรงเก็บเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งนี้
จากนั้นอาคุนก็พาเขาเดินไปหาผู้ชายคนหนึ่งที่ตอนนี้กำลังผูกวัวเข้ากับรถเทียมที่จะเอามาบรรทุกสิ่งของที่พวกเขาจะเอาไปขายในเมืองกันและเป็ที่สำหรับนั่งด้วยเช่นกันแต่ทว่าทันทีที่พวกเขาเดินเข้าไปใกล้ผู้ชายคนนั้นก็บอกให้เราไปนั่งที่แคร่หน้าบ้านเพื่อรอให้เ้าตัวผู้วัวให้เรียบร้อยก่อน
จากนั้นพวกเขาก็เดินไปนั่นสักพักก็มีหญิงสาวเดินออกมาจากในบ้านแค่ดูก็พอรู้ว่าผู้ชายที่ผูกวัวอยู่ดูมีอายุเล็กน้อยน่าจะเป็อาฟาหยางส่วนหญิงสาวที่ดูมีอายุเช่นกันคนนี้ก็น่าจะเป็ภรรยาของคนคนนั้น
หลังจากที่หญิงสาวเดินออกมาผู้ชายที่ผูกวัวอยู่ก็เดินมารับน้ำจากคนเป็ภรรยาแล้วก็นั่งด้านข้างของนาง
อาคุนที่เห็นว่าคนมาพร้อมแล้วก็เริ่มแนะนำตัว
“พี่ใหญ่นี่ท่านอาฟาหยางและท่านอาหยูจินเซียงทั่งสองเป็สามีภรรยากันขอรับ”
หนิงเยว่เล่อที่เดาถูกแล้วก็ลุกขึ้นโค้งตัวเล็กน้อยแล้วเอ่ย“ยินดีที่ได้รู้จักขอรับข้าหนิงเยว่เล่อ”
คนโตกว่าทั้งสองยกยิ้มเอ็นดูท่าทางราวคุณชายของเด็กตรงหน้า
“ยินดีเช่นกันจ๊ะอะ จริงสิยังมีคนอีกผู้หนึ่งที่ต้องแนะนำ”
จบคำหยูจินเซียงก็ลุกขึ้นเดินเข้าไปด้านในเพื่ออุ้มเด็กออกมาหนึ่งคนพร้อมกับบอกว่าเด็กคนนี้คือใคร
“เด็กคนนี้ชื่ออิงอิง”
หนิงเยว่เล่อที่เห็นเด็กน้อยผู้หญิงน่ารักก็เอ่ยหยอกเย้าไปหนึ่งทีทำเอาอิงอิงน้อยยกยิ้มกว่าหัวเราะเอิ้กอ้ากยกใหญ่สร้างความเอ็นดูให้กับผู้ใหญ่ในร่างเด็กอย่างเขาได้เป็อย่างดี
“ว่าแต่วันนี้จะไปไหนกันหรือเ้าคะ”หยูจินเซียงหันไปถามคนเป็สามี
“เข้าเมืองน่ะเด็กสองคนว่ามีของไปขาย”
หยูจินเซียงพยักหน้าก่อนจะตอบว่าให้พวกเขาเดินทางกันอย่างปลอดภัยเมื่พูดจบฟาหยางก็เดินไปเตรียมของขึ้นเกวียนหยิงเยว่เล่อและอาคุนที่เห็นอย่างนั้นก็กำลังจะลุกขึ้นไปช่วยแต่หยูจินเซียงก็เอ่ยค้านเอาไว้เสียก่อน
“ไม่ต้องไปหรอกจ๊ะพวกเราตัวเท่านี้นั่งน่ารักๆคุยกับอาดีกว่านะ”
พวกเขาที่ได้ยินแบบนั้นก็แอบไปไม่เป็อยู่บ้างด้วยไม่เคยเจอใครพูดตรงเช่นนี้มาก่อนก็แหมถึงแม้ว่าเขาจะหลงตัวเองขนาดไหนก็เถอะแต่พอถูกชมเข้าจริงๆมันก็อดที่จะเขินออกมาไม่ได้นี่
“ปวกปี้จายงามจังเลยเ้าค่ะ”
“หึหึ เห็นหรือไม่ขนาดเด็กแค่นี้ยังรู้เลยว่าแต่อิงอิงหนูปากหวานเหมือนพ่อเ้านัก”คนเป็แม่เห็นแบบนั้นก็ยกมือขึ้นไปบีบเข้าที่แก้มเด็กน้อยอิงอิงเบาๆอยู่สองสามทีก่อจะก้มลงไปฟัดเข้าที่แก้มนุ่มนิ่มนั้นอีกสองสามรอบทำให้เด็กน้อยหัวเราะออกมาอย่างช่วยไม่ได้
“อิอิ ท่านแม่ งือออ”
หนิงเยว่เล่อที่มองอยู่ก็อดที่จะรู้สึกเอ็นดูเด็กน้อยอิงอิงด้วยอีกคนไม่ได้จึงได้เผลอยกยิ้มอ่อนโยนออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่จะเอ่ยชมเด็กน้อยด้วยอีกที
“ขอบใจเสี่ยวอิงอิงนะหืมไหนมาให้พี่ชายดูสิ”หนิงเยว่เล่อประคองใบหน้าเล็กอย่างเบามือก่อนจะเอียงศีรษะซ้ายขวา“อิงอิงก็น่ารักนักโตไปต้องเป็สาวงามเป็แน่”
เด็กน้อยได้ยินก็ฉีกยิ้มกว้างเอ่ยปากถามอย่างน่ารัก
“จริงเหยออิงอิงโตไปจะงามเหมือนปี้จายเหยอ”
จากนั้นไม่นานฟาหยางห็เดินมาตามเด็กสองคนให้ไปขึ้นเกวียนเพราะได้เวลาเดินทางแล้วประเดี๋ยวจะกลับมามืดค่ำ
“เอาละๆ พี่ต้องไปแล้วนะอาเซียง”
“เจาค่ะไปดีมาดีนะเ้าคะ”
“อืมเ้าตัวเล็กอย่าพาแม่เ้าซนละเข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะ!”อิงอิงรับคำอย่างหนักแน่นราวกับว่ามันเป็ภารกิจระดับชาติเรียกเสียงหัวเราะได้เป็อย่างดี
การเดินทางใช้เวลายาวนานมากสำหรับคนที่มาจากยุคที่สะดวกสบายอย่างเขาแถมที่นั่งก็แข็งทำเอาปวดก้นไปหมดแม้ว่าระหว่างทางจะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้มากแค่ไหนแต่เมื่อเวลาผ่านไปนานแล้วความตื่นตาตื่นใจก็เปลี่ยนเป็ความเบื่อหน่ายได้เหมือนกันดีหน่อยที่ตอนนี้โลกไม่ร้อนเท่ากับยุคปัจจุบันไม่งั้นนะต้องมีละลายกันบ้างแหละ
ทว่าพอพวกเขาเข้าเมืองมาได้ก็ทำให้ความตื่นเต้นที่หายไปเมื่อครึ่งชั่วยามที่แล้วกลับมาทันทีพวกเขาต้องรอให้อาฟาหยางนำเกวียนไปฝากไว้ก่อนแล้วจึงจะมานัดเวลาที่พวกเขาจะต้องกลับอีกที
เมื่อตกลงเวลากันเรียบร้อยแล้วพวกเราก็แยกกันไปทำธุระของตนเองทันทีโดยอาฟาหยางต้องเอาสัตว์ไปขายที่ร้านรับเหลาอาหารส่วนคนสัตว์ก็แยกไปขายอีกทีทำเช่นนี้จึงจะได้เงินดีกว่าขายทั้งตัว
ส่วนพวกเขาก็เดินมาอีกทางโดยที่สอบถามเส้นทางจากอาฟาหยางมาเรียบร้อยแล้วแต่ทว่าต่อให้ถามมาแล้วพวกเขาก็หลงกันอยู่ดีดังนั้นพวกเขาจึงตัดสินใจเดินไปถามป้าที่ร้านขายหยกข้างทาง
“ท่านป้าๆแถวนี้มีร้ายขายยาสมุนไพรหรือไม่ขอรับ”
“หืมร้านสมุนไพรหรือ มีสิๆอยู่ตรงหัวมุมตรงโน้นนะ”
ป้าร้านขายหยกเอ่ยบอกด้วยใบหน้าเป็มิตรซึ่งพอได้คำตอบแล้วหนิงเยว่เล่อก็เหลือบไปเห็นหยกพบชิ้นหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถามราคา
“ท่านป้า หยกนี้ราคาเท่าไหร่หรือขอรับ”
ป้าบอกราคาทว่ามันก็แพงเกินกว่าที่พวกเขาจึงซื้อมันตอนนี้แต่ทว่าหากพวกเขาขายสมุนไพรเรียบร้อยแล้วก็สามารถซื้อมันได้
“พี่ใหญ่อยากได้หรือขอรับ”
อาคุนถามด้วยความสงสัยจะว่าไปพี่ใหญ่ก็มีหยกพกของอดีตฮูหยินอยู่แล้วนี่
หนิงเยว่เล่อยกยิ้มแต่ก็ไม่ยอมบอกว่าอยากได้เพราะอะไรป้าที่ขายหยกเห็นเด็กน้อยท่าทางน่ารักก็เอ่ยปากว่าจะลดราคาให้
“ป้าลดราคาให้ได้นะหนูแต่ก็ไม่สามารถลดให้ได้มากนะแม้ว่าจะไม่ใช่หยกชั้นเยี่ยมเท่าที่ขายกันในเมืองหลวงหรือที่พวกชนชั้นสูงใช้แต่นี่ก็ไม่ใช่ของแย่เสียทีเดียวนะ”
หนิงเยว่เล่อที่ได้ยินอย่างนั้นก็พนักหน้าเห็นด้วยอย่างไรก็เป็หยกที่ขายในเมืองติดชายแดนดังนั้นเขาจึงได้ยื่นข้อเสนอให้กับป้าขายหยกก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมกับมุ่งตรงไปที่ร้านขายสมุนไพรทันทีโดยที่ไม่แวะที่ใดอีก
จบ...ขอกำลังใจหน่อยค่าาาา