ตอนที่ 2 การพบกันและการรู้จักกันของทั้งสอง
เื่ าาปีศาจกลับมาจากต่างโลก
(อธิบาย MindTime จะทำให้การรับรู้เวลานานขึ้น เช่นเวลาคนอื่นคิดคือ1วินาที
แต่MindTime จะทำให้แม็กม่าคิดได้นานขึ้นเป็หลายนาที)
เสียงระฆังตอนเช้าดังขึ้น ปลุกให้หญิงสาวนักปราบปีศาจลุกขึ้นจากเตียง
เธอเดินลงที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรกิน เธอเห็นพ่อของเธอกำลังให้อาหารแมวตัวหนึ่งอยู่
“สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณพ่อ ทำอะไรอยู่เหรอ” นักปราบปีศาจสาวพูด
“ดีจ้า “จิน่า” พ่อให้อาหารแมวอยู่ อาหารเช้าเสร็จแล้วอยู่บนโต๊ะนะ” พ่อของเธอตอบกลับ
จิน่าคือชื่อของนักปราบปีศาจสาว พ่อของเธอเป็บาทหลวงของโบสถ์
ไม่ได้มีเพียงสองคนที่อยู่ในโบสถ์ มีพวกบาทหลวงคนอื่นและซิสเตอร์อยู่ด้วย
เธอกินข้าวเช้าเสร็จก็ไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียน ในขณะที่กำลังเดินออกจากโบสถ์
นักปราบปีศาจสาวก็หันไปเห็นพวกซิสเตอร์ที่กำลังเล่นกับแมวตัวหนึ่ง
มันมีลักษณะคล้ายกับปีศาจแมวที่เธอเจอเมื่อวานนี้ เธอจึงรีบะโบอกให้พวกซิสเตอร์ถอยหนี
พวกซิสเตอร์ก็ใว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“ถอยห่างจากแมวตัวนั้นนะคะ” จิน่า ะโบอกพวกซิสเตอร์
ซึ่งพวกเธอก็ถอยออกมาตามที่จิน่าบอก แต่พวกซิสเตอร์ก็ไม่เข้าใจว่ามันเื่อะไรกัน
“มีเื่อะไรเหรอ จิน่าจัง” พวกซิสเตอร์ถาม
“นั่นมันปีศาจนะคะ อย่าเข้าไปใกล้มัน” จิน่าบอกเหตุผลกับพวกซิสเตอร์
คำตอบก็ทำให้พวกเธอต้องใ
“แต่ตัวนี้เข้ามาในโบสถ์ได้นะ ฉันว่าไม่เป็อะไรหรอก” พวกซิสเตอร์
แต่เหมือนว่าแมวตัวนั้นจะไม่ได้สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น นั้นเป็แมวตัวเดียวกันกับตัวที่จิน่าเจอเมื่อวาน
แมวสาวได้หันมามองจิน่า แต่แมวสาวก็ไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อยและเดินจากไป
“ฉันคงกระจอกเกินไปที่ปีศาจแมวนั้นจะเห็นค่าสินะ” จิน่าคิดในใจ
แต่จริงๆ แล้วที่แมวสาวเดินหนีไปเป็เพราะนิสัยแบบแมวๆ เท่านั้นแหละ
แมวส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจคนมากนัก แม้แต่คนเลี้ยงคนให้อาหารมันยังไม่สนใจ
จิน่าเดินไปโรงเรียนด้วยอารมณ์หมดห่วงในฝีมือของตัวเอง
ในอีกด้านหนึ่ง แม็กน่าลุกขึ้นจากเตียงด้วยเสียงของแม่ที่เรียกให้ไปกินข้าวเช้า
แม็กน่ารีบวิ่งลงไปกินข้าวฝีมือแม่ แม้จะกลับมาได้สองวันแล้ว ข้าวฝีมือแม่ก็ยังอร่อยอยู่ดี
แถมเขาไม่ได้กินมานานกว่าพันปี ก็คงไม่แปลกที่เขาจะอยากกินข้าวฝีมือแม่
แม็กน่ากินข้าวเข้าจนหมดหม้อก่อนที่พ่อของเขาจะลงมาด้วยซ้ำ
“ไม่เหลือให้พ่อเลยเหรอเนี่ย” พ่อที่เดินลงมาก็ใที่แม็กม่ากินข้าวจนหมด
“ลูกกำลังโต คุณกินแค่ขนมปังก็พอแล้ว” แม่ด่าคุณพ่อก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร
“พ่อยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ แม่จ้า” คุณพ่อ
“ฉันรู้ว่าคุณจะพูดอะไรไม่ต้องมาอ้อนเลย กินขนมปังแล้วไปทำงานไป๋” คุณแม่
แม็กม่าที่กินข้าวเสร็จก็รีบแต่งตัวไปโรงเรียน “ไปแล้วนะครับ” เขาพูดก่อนวิ่งออกไป
ในขณะที่เดินอยู่ แม็กม่า ก็คิดได้ว่าเขาต้องหาเพื่อนให้ได้สักคน
“เราต้องหาเพื่อนให้ได้ สักคนก็ยังดี” แม็กม่าเดินไปคิดไปเพื่อวางแผนหาเพื่อนให้ได้สักคน
แต่เหมือนว่าเขาจะลืมดูทางไปหน่อย เขาเดินไปชนพวกอันธพาลของโรงเรียน
พวกมันหาเื่เขาในทันที สกิลของาาปีศาจก็ได้ทำงาน มันคือสกิล “Mind Time”
มันจะช่วยขยายเสี้ยววินาทีให้เป็หลายนาที ทำให้มีเวลาได้คิดวางแผนต่างๆ
“เอาไงดีวะ ไม่ได้ตั้งใจจะไปชนซะด้วย ถ้าฉันต่อยสวนไป พวกมันได้ตายแน่ๆ
และฉันคงได้ไปเที่ยวห้องกรงตลอดชีวิต และฉันคงหาเพื่อนไม่ได้
เอาเป็ว่ายอมโดยต่อยไปก็แล้วกัน ต้องปิดสกิลป้องกันอีก วุ่นวายจริงๆ เลย”
หลังจากที่คิดได้ แม็กม่าก็เตรียมการให้เรียบร้อยเขาปิดสกิลป้องกัน
และหลังจากนั้นก็ยกเลิกสกิล “Mind Time” หมัดขวาของพวกอันธพาลโดนเข้าเต็มหน้า
ทำให้แม็กม่าตัวลอยออกมา แต่เขาก็ไม่ได้เจ็บอะไร หน้าของเขาไม่บวมหรือเป็แผล
แค่หมัดกากๆ ของพวกอันธพาลทำเขาเจ็บไม่ได้อยู่แล้ว แต่การกระทำของพวกมัน
ก็ถูกเห็นโดยตำรวจที่อยู่แถวนั้น พวกมันจึงต้องออกวิ่งในทันทีเพื่อหนีตำรวจ
ซึ่งเขาก็ลุกขึ้นมาโดยไม่ได้เป็อะไรและรีบไปโรงเรียนต่อ
โดยไม่รู้เลยว่านักเรียนในโรงเรียนเดียวกันได้เห็นเหตุการณ์อยู่ นักเรียนคนอื่นๆ คิดว่า
แม็กม่าต้องโดนพวกอันธพาลตามรังควาน คนอื่นจึงไม่อยากจะไปยุ่งกับเขา
เพราะไม่อยากจะไปมีเื่กับพวกอันธพาลเหมือนกับเขา
ซึ่งแม็กม่าก็ไม่ได้รู้เลยว่าแผนหาเพื่อนของเขาจะล้มไม่เป็ท่าั้แ่วันแรก
ข่าวเื่เมื่อเช้าได้แพร่ไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครในโรงเรียนกล้าเข้าใกล้เขาสักคน
“อะไรกันเนี่ย วันแรกเพื่อนในห้องก็ไม่มีใครเข้ามาคุยกันสักคน”
แม็กน่าคิดในใจในขณะที่นั่งอยู่ให้ห้องเรียน
ทุกคนในห้องเรียนได้เข้ามาในห้องหมดแล้วและเหมือนว่าหญิงสาวที่เขาเจอเมื่อวานจะอยู่ห้องนี้
ซึ่งแม็กม่าก็คิดว่าเธอคงเหมือนคนอื่นๆ ที่ไม่กล้าเข้ามาคุยกับเขา
แต่หญิงสาวคนนั้นไม่ได้รู้เื่อะไรเกี่ยวกับแม็กม่าเมื่อเช้า
ไม่สิเธอจำแม็กม่าที่เจอกันเมื่อวานไม่ได้ด้วยซ้ำ การเรียนในวันแรกไม่มีอะไรมาก
มีการสอบก่อนเริ่มเรียนเพื่อวัดความรู้ของนักเรียนก่อนทำการสอนจริง
ข้อสอบได้ถูกแจกจ่ายให้นักเรียนทุกคนแล้ว การสอบก่อนเรียนก็ได้เริ่มขึ้น
แม็กม่าหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน ก็คิดว่า “มันจะยากสักแค่ไหนกัน”
แต่เขาก็พึ่งจะคิดได้ นี่เป็โลกที่เขาจากไปตั้งพันปีแล้ว ความรู้ต่างโลกช่วยเข้าไม่ได้
แถมความรู้เก่าๆ ก็จำไม่ได้ เพราะผ่านไปตั้ง1พันแล้ว ใครจะไปจำได้กันละ
เขาเปิดข้อสอบออกดู ข้อสอบนั้นง่ายมากแต่สำหรับแม็กม่ามันยากสุดๆ
แม็กม่าจำอะไรเกี่ยวกับโลกนี้ได้น้อยมากๆ จำภาษาเดิมได้ก็ถือว่าดีสุดๆ แล้ว
ในขณะที่กำลังคิดข้อสอบอยู่ แม็กม่าก็คิดออกว่าจะทำยังไงไม่ให้สอบก่อนเรียนได้คะแนนแย่
“เรามีเวทหยุดเวลา แค่ใช้มันแล้วก็ไปลอกคนที่ได้คะแนนสูงๆ ก็จบแล้ว” แม็กม่า
เขาคิดแผนการออก เขารอจนเหลือเวลาแค่ 10นาที เวทหยุดเวลาก็ทำงาน
แม็กม่าลุกขึ้นจากโต๊ะในขณะที่ทุกอย่างในโลกนั้นได้หยุดลง
[พอคิดถึงหยุดเวลาก็ต้องนึกถึง DIO ตลอดเลย The World!!! By คนเขียน]
เขาเดินไปดูนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงๆ เขาจำมันได้ในตอนที่มารายงานตัว
ใช้เวลาไม่กี่นาทีเขาก็ลอกเสร็จ แต่มีบางอย่างทำให้เขานึกได้
“ถ้าทำคะแนนเต็มอาจารย์คงสงสัย ตอนสอบเข้าเราก็ได้คะแนนกลางๆ
ลบข้อถูกให้เหลือประมาณ 13/20ดีกว่า จะได้เนียนๆ” แม็กม่าคิดในใจ
เขานั่งแก้ข้อสอบตัวเองในขณะที่หยุดเวลา พอทุกอย่างลงตัวแม็กม่ากลับไปนั่งที่
เวทหยุดเวลาก็ได้หมดลงเวลาได้เริ่มเดินอีกครั้ง หมดสิบนาทีก็เอาข้อสอบไปส่ง
ในขณะที่เวทหยุดเวลาได้หมดลง นักปราบปีศาจสาวเหมือนจะจับัับางอย่างได้
“กลิ่นปีศาจกระจายไปทั่วห้องเลย ไม่สิมันกระจายไปทั่วโรงเรียนเลยนี่น่า”
จิน่าที่ัักลิ่นอายของปีศาจได้เงยหน้าขึ้นดู เธอเห็นกลิ่นอายปีศาจกระจายไปทั่วห้อง
แต่เธอก็ต้องใกว่าเดิมเมื่อหันไปมองนอกหน้าต่าง ก็เห็นกลิ่นอายปีศาจลอยทั่วโรงเรียน
แต่ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้มากเพราะกำลังสอบอยู่
ไม่ได้มีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่จับกลิ่นอายปีศาจได้ ในเมืองหลวงของนักปราบปีศาจ
เมืองหลวงนั้นก็คือ “นครวาติกัน” ฉากหน้าคือ องค์กรทางศาสนา
แต่เื้ัคือองค์กรนักปราบปีศาจ ที่ทำงานของนักปราบปีศาจอยู่ด้านล่างเมือง
ในนั้นมีลูกแก้วจำนวนมากที่ใช้จับกลิ่นอายปีศาจได้ทั่วประเทศและมันถูกกระจายไปทั่วโลก
ลูกแก้วแต่ละอันจะถูกเชื่อมต่อกับลูกแก้วที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของแต่ละประเทศ
แต่วันนี้มีเื่ผิดปกติลูกแก้วจับกลิ่นอายปีศาจได้ส่องแสงทุกอันพร้อมกัน
ซึ่ง่เวลาที่ลูกแก้วส่องแสงนั้นก็คือเวลาที่เวทหยุดเวลาของแม็กม่าได้หยุดลง
นักปราบปีศาจที่อยู่ในองค์กรได้วิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อหาสาเหตุเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่พวกเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็เพราะสาเหตุใด แต่มีหญิงสาวคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามาด้านใน
เธอชี้ไปยังลูกแก้วของประเทศหนึ่ง เธอบอกกับทุกคนในห้องว่า
“ลูกแก้วนั้นส่องแสงสว่างกว่าลูกอื่นๆ มันต้องเป็ที่นั่นแน่ๆ” หญิงสาวคนนั้นพูด
เธอเป็แค่เด็กผู้หญิงวัยรุ่นเท่านั้น แต่เหมือนว่าเธอจะมีอำนาจในองค์กรนี้อย่างมาก
“งั้นเธอไปสืบหาสาเหตุเื่นี้” ชายสูงวัยพูดขึ้น
“ด้วยความยินดีเลยค่ะ” เธอคนนั้นตอบกลับ เธออยากจะไปสืบหาเื่นี้อยู่แล้ว
จัดกลับมาที่แม็กม่าพวกเอกของเรา หลังจากส่งข้อสอบเสร็จและทดสอบก่อนเรียนเสร็จ
ก็ถึงเวลาพักเที่ยง แม็กม่าเดินลงไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร
แต่ก็เหมือนว่าจะไม่มีใครอยากที่จะนั่งกับแม็กม่า เป็เพราะข่าวที่เขาไปเดินชนและมีเื่
กับพวกอันธพาลเมื่อวันก่อนจะแพร่ไปทั่วโรงเรียนแล้ว ทำให้แม็กม่าต้องนั่งคนเดียว
“ความทรงจำตอน ม.ต้นกลับมาเลยแฮะ เป็เพราะอะไรเนี่ย ไม่มีใครอยากจะนั่งกับเราเลย”
แม็กม่าทำได้แค่บ่นในใจเท่านั้น ในตอน เหตุการณ์.ต้นที่เป็แบบนี้ก็เพราะสาเหตุเดียวกัน
ตอน ม.ต้น เขาก็ไปเดินชนพวกอันธพาลเหมือนตอน ม.ปลาย
คนในโรงเรียนก็คิดแบบเดียวกันทั้งม.ต้น และ ม.ปลาย เขาจึงไม่มีเพื่อนสักคน
ในอีกด้านในโบสถ์ แมวสาวก็ได้กลิ่นเ้านายของเธอกระจายไปทั่วจึงสะดุ้งและวิ่งออกไปทั่วเมือง
แต่ด้วยกลิ่นที่กระจายไปแบบนี้เธอจึงไม่สามารถตามรอยจองเ้านายได้
ทำให้แมวสาวต้องกลับมาที่โบสถ์อีกรอบ
ในขณะที่แม็กม่าต้องกินข้าวคนเดียวนั้น ก็เหมือนว่าเขาจะไม่ใช่คนเดียวที่เป็แบบนั้น
นักปราบปีศาจสาวเองก็เป็แบบเดียวกัน แตกต่างกันตรงที่เธอทำแบบนั้นด้วยความสมัครใจ
เป็เพราะตอนเด็กๆ เธอมีเพื่อนจึงทำให้พวกปีศาจที่รอดมือเธอไปได้จึงกลับมาแก้แค้น
ซึ่งพวกมันไม่สามารถสู้กับนักปราบปีศาจสาวได้ จึงไปลงมือกับเพื่อนๆ ของเธอ
ทำให้เธอมีแผลในใจเื่ของเพื่อนๆ เธอจึงต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ตอนนี้เธอนั่งกินข้าวกล่องทำเองอยู่บนดาดฟ้าของตึกเรียน
แม็กม่าที่กินข้าวเสร็จก่อน้าหาที่สงบๆ เพื่อคิดทบทวนเื่หาเพื่อนสักคน
เขาจึงแอบเข้าห้องน้ำไปนั่งคิด แต่กลิ่นในห้องน้ำมันเน่าจนสุดจะทนได้
ถึงแม้จะเงียบแต่กลิ่นขนาดนี้ก็ทำให้เขาทนไม่ไหว แม็กม่าใช้เวทเคลื่อนย้ายไปยังดาดฟ้า
ที่นั่นเป็พื้นที่ห้ามนักเรียนขึ้นไป แม็กม่าจึงคิดว่าไม่น่าจะมีคน เขาก็มาอยู่บนดาดฟ้าได้ด้วยเวท
เขามองไปรอบก็ไม่มีใคร จึงไปยืนเกาะรั้วและก็คิดเื่หาเพื่อนให้ได้สักคน
แต่เหมือนว่าบนดาดฟ้าไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว ดาดฟ้าที่เขาใช้เวทเคลื่อนย้ายมา
มีนักปราบปีศาจสาวอยู่ก่อนแล้ว แต่เธอเห็นบางอย่างผิดปกติจึงไปหาที่หลบก่อน
ทำให้แม็กม่าที่มองไปรอบจึงไม่เห็นใคร ซึ่งเขาก็ไม่ใช้สกิลตรวจสอบซะด้วย
แม็กม่าจึงไม่รู้ว่า นักปราบปีศาจสาวอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว ซึ่งเธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“นั้นใครนะ อยู่ก็โผล่ออกมา แถมพลังนั้นเป็พวกคนจากองค์กร “วาติกัน” หรือเปล่า
ต้องใช้แล้วละ ไม่มีคนธรรมดาที่ไหนจะเคลื่อนย้ายตัวเองได้หรอก”
นักปราบปีศาจสาวคิดฟุ้งซ่านที่อยู่ดีๆ แม็กม่าก็โผล่ออกมาจากความว่างเปล่า
หลังจากที่สงบสติได้เธอจึงเดินไปทักทายว่าเขาเป็ใคร
“คนจากวาติกันหรือเปล่า” นักปราบปีศาจสาวเดินออกมาจากที่ซ่อนของเธอ
ทำให้แม็กม่าสะดุ้ง เขาคิดว่าไม่มีคนอยู่จึงใที่อยู่ๆ ก็มีคนโผล่มาจากด้านหลัง
ในขณะที่ใสกิล Mind Time ก็ทำงานไปเอง ทำให้แม็กม่าได้มีเวลาคิด
“ฉันจะสะดุ้งทำไมวะ เป็เพราะร่างมนุษย์อีกแล้ว ถ้าเป็ร่างาาปีศาจคงไม่ใแบบนี้
เอาละเลิกคิดฟุ้งซ่านและคิดดูดีๆ เธอคนนี้คงจะหาที่สงบๆ เหมือนกัน
และดูท่าทางไม่มีเพื่อนด้วยแฮะ หรือเราจะขอเธอเป็เพื่อนดี? เดี๋ยวนะ
เธอถามฉันว่าเป็คนของวาติกันหรือเปล่า แล้วไอ้วาติกันมันคืออะไร
ชั่งมันเอาเป็ว่าตอบไปว่าไม่ใช่และขอเธอเป็เพื่อนก็จบแล้ว”
แม็กม่าใในท่าทางของตัวเอง ซึ่งเขาไม่เคยสะดุ้งเพราะใมานานมากๆ แล้ว
เขาไม่รู้จักวาติกันคงจะเป็เพราะไปอยู่ต่างโลกมาพันปีจึงจำไม่ได้
หลังจากคิดได้แม็กม่าก็ปิดสกิล Mind Time ทุกอย่างที่กลับเป็ปกติและเขาก็ตอบกลับไป
“ไม่ใช่ครับ” แม็กม่าตอบกลับนักปราบปีศาจสาว
“งั้นเหรอ ฉันคงเข้าใจผิดไปเอง” นักปราบปีศาจสาวตอบกลับแม็กม่า
“เชื่อก็บ้าแล้ว หมอนี้ต้องเป็คนจากวาติกันแน่ๆ คงเห็นพลังของเรามันกระจอกสินะ
จึงไม่ยอมบอกว่าเป็คนของวาติกัน ถ้าฉันเก่งขึ้นจะตบให้ยับเลย
คงมาตรวจสอบเื่กลิ่นอายปีศาจที่กระจายไปทั่วสินะ ต้องสืบให้ได้เลย”
นักปราบปีศาจไม่ได้พูดเธอแค่คิดในใจเท่านั้น
ในขณะที่เธอกำลังคิดอยู่ในเอง แม็กม่าก็พูดสิ่งที่เขาอยากจะพูด
“ผมพึ่งจะย้ายมานะ ยังไม่มีเพื่อนสักคนเลย ช่วยมาเป็เพื่อนผมหน่อยได้ไหม” แม็กม่าพูด
นักปราบปีศาจสาวได้ยินก็ใ
“เพื่อนงั้นเหรอ คงจะคิดหาข้อมูลในเมืองนี้จากคนในพื้นที่อย่างฉันสินะ
ฉันคงจะให้อยู่หรอก ตอนที่ถามแกยังปฏิเสธฉันอยู่เลย อย่าหวังว่าจะได้อะไรไปเลย”
นักปราบปีศาจสาวก็แค่คิดไปอีกครั้งเท่านั้นแหละ มันเป็แค่ความคิดแต่เธอพูดอีกแบบหนึ่ง
“ไม่ละคะ ฉันไม่อยากจะมีเพื่อน” นักปราบปีศาจตอบสิ่งที่แม็กม่าถามและเดินจากไป
คำตอบนั้นทำให้แม็กม่าช็อกยืนตัวแข็งเป็หินอยู่สักพัก จนสกิลป้องกันทำงานเอง
“ให้ตายสิ ไม่เห็นต้องตอบแบบทำร้ายจิตใจขนาดนั้นก็ได้นี่น่า”
แม็กม่าคิด ทำให้สกิลป้องกันจิตใจทำงาน สกิลMindtimeก็ทำงานอีกครั้ง
“คงเป็เพราะร่างมนุษย์จริงๆ นั่นแหละ สกิลป้องกันจิตใจทำงานไม่ได้ตลอดเวลาในร่างมนุษย์
เธอคนนั้นยังไม่เดินไปไหนไกล ถ้าตามไปตื๊อจะดีไหมนะ ไหนก็ๆ โดนแบบนี้แล้ว
ลองมันอีกสีกรอบก็ได้วะ คนเรามันต้องกล้าหน่อยโว้ย” แม็กม่าพูดให้กำลังใจตัวเอง
เขาปิดสกิลMindTime และรีบวิ่งไปตามตื๊อเธอคนนั้น
นักปราบปีศาจสาวพึ่งจะเดินไปได้ไม่ไกลยังไม่ลงไปจากดาดฟ้า แม็กม่าก็เดินมาขว้างก่อน
ในขณะที่แม็กม่าเดินมาใกล้ นักปราบปีศาจก็ได้กลิ่นปีศาจจากตัวของแม็กม่า
“กลิ่นนี้เหมือนกับตอนนั้นเลย ตอนที่เจอคนในตอนไปรายงานตัว
กลิ่นเหมือนกลิ่นปีศาจที่กระจายไปทั่ว สรุปว่าคนคนนี้ไม่ได้มาจากวาติกัน
แต่อาจจะเป็ปีศาจปลอมตัวมาก็ได้ แย่ละสิหรือว่าจะรู้ตัวแล้วว่าเราเป็นักปราบปีศาจ
ต้องจัดการก่อนที่อีกฝ่ายจะลงมือ” นักปราบปีศาจที่คิดได้ จึงหยิบยันต์สะกดปีศาจขึ้นมา
เธอดึงแขนให้แม็กม่าล้มลงและเอายันต์ไปติดใส่แม็กม่าและร่ายคาถาสะกดปีศาจ
แต่มีหรือที่ยันต์กากๆ จะทำอะไรอดีตาาปีศาจจากต่างโลกได้ มันไม่เกิดอะไรขึ้น
แม็กม่าที่โดนดึงแขนจนล้มก็คิดว่า
“เธอคนนี้รังเกียจเราขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เอาอะไรมาติดด้วยไม่รู้”
แม็กม่าคิดเขากำลังจะยอมแพ้และเลิกยุ่งกับเธอ
นักปราบปีศาจที่เห็นยันต์ไม่ทำงานก็คิดใหม่ว่า
“หรือว่าเราคิดไปเอง กลิ่นปีศาจอาจจะติดตัวเขามาตอนเดินสวนกับปีศาจก็ได้
แย่ละสิฉันพึ่งทำร้ายเข้าไปด้วย หรือว่าที่จริงแล้วเขาแค่จะหาเพื่อนเท่านั้น ต้องขอโทษเขาก่อน”
นักปราบปีศาจที่คิดได้ก็รีบขอโทษชายตรงหน้าทันที
“ฉันขอโทษนะ ฉันคิดไปว่านายเป็คนที่จะมาทำร้ายฉันนะ” นักปราบปีศาจสาวพูดขอโทษ
คำขอโทษทำให้แม็กม่าคิดว่าอาจจะมีหวังเื่เพื่อนก็ได้
“ผมก็ขอโทษที่อยู่ดีๆ ก็มาเดินขว้าง ผมแค่อยากจะหาเพื่อนเท่านั้นแหละ” แม็กม่าตอบกลับ
“เพื่อนงั้นเหรอ” คำว่าเพื่อนทำให้นักปราบปีศาจสาวต้องคิดหนักในอดีตตอนเด็กๆ
เป็เพราะเธอที่ทำให้เพื่อนๆ ต้องตาย เธอจึงสติหลุดและพูดแปลกออก
“เป็เพื่อนกับฉันมันอันตรายนะ นายสู้พวกปีศาจไม่ไหวหรอก”
นักปราบปีศาจสาวพูดแบบไม่คิด เธออยากจะมีเพื่อนแต่กลัวเพื่อนจะตายเพราะเธอ
คำพูดนั้นทำให้แม็กม่าดีใจแต่ก็รู้สึกแปลกเหมือนกัน รู้สึกแปลกจนสกิลMindTimeทำงานเอง
“ปีศาจงั้นเหรอ เธอคนนี้พูดเื่อะไรเนี่ย หรือว่าจะเป็เื่ที่แม่พูดเมื่อวาน
พวกเด็ก ม.ปลายที่เป็จูนิเบียว เธอคงเป็พวกนี้แน่ๆ แต่ก็ช่างมันเหอะตามน้ำไปก่อน
เธอคงคิดไปเองเื่ปีศาจ ตอนนี้หาเพื่อนให้ได้ก่อนดีกว่า” แม็กม่าที่คิดได้แล้ว
ก็ปิดสกิล MindTime และพูดตอบกลับไป
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมแค่จะหาเพื่อนให้ได้สักคนเท่านั้นแหละ” แม็กม่าตอบกลับไป
“แน่ใจนะ อย่างนั้นก็ได้ ฉันชื่อ จิน่าแล้วนายละ” นักปราบปีศาจสาวบอกชื่อตัวเอง
เหมือนว่าเธอจะลืมอะไรบางอย่างไป นั้นคือเหตุการณ์ที่เธอเห็นแม็กม่ามาโผล่บนดาดฟ้า
“ผมชื่อ แม็กม่า ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมว่าเรารีบลงไปดีกว่า เสียงเตือนดังแล้ว”
แม็กม่าเสนอให้รีบลงไปเรียน เพราะเสียงหมดเวลาพักดังแล้ว
ทั้งสองจึงเดินกลับลงมาจากดาดฟ้าด้วยกันและไปเข้าห้องเรียน เมื่อถึงเวลาเลิกเรียน
จิน่าบอกให้แม็กม่าเดินกลับด้วยกันแม็กม่าก็ตอบตกลง เหมือนว่าทั้งสองจะเป็เพื่อนที่ดีต่อกัน
ในวันถัดมา อาจารย์ก็แจ้งเื่นักเรียนที่จะย้ายเข้ามาเรียนในห้องนี้
หญิงสาวในชุดนักบวชสีขาวได้เดินเข้ามาตามเสียงเรียกของอาจารย์
เธอกล่าวทักทายอย่างมีมารยาท เธอก้มโค้งอย่างสวยงามให้เพื่อนในห้องและแนะนำตัว
“ฉันชื่อ อีฟ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันมาจากนครวาติกัน
หลังจากนี้จนกว่าฉันจะถูกเรียกกลับก็ฝากตัวด้วยนะคะ” อีฟ โค้งหลังจากพูดจบ
ด้วยหน้าตาที่สวยงามและมารยาทที่ดีก็ทำให้เธอได้หัวใจของผู้ชายในห้องไป
แต่มีอยู่หนึ่งคนที่เฉยๆเมื่อเห็นเธอนั้นคือแม็กม่า ตลอดพันที่อยู่ต่างโลก
แม็กม่าเห็นสาวสวยจากทุกเผ่าทั้งเอลฟ์ มนุษย์ ปีศาจ และอื่นอีกเพียบ
และด้วยอายุทางความคิดก็พันปีแล้วจึงรู้สึกเฉยๆ เมื่อเห็นใบหน้าและท่าทางของอีฟ