ตอนที่ 1 เมล็ดพันธุ์งอกเงย
เื่นี้เป็นิยายรักจีนโบราณย้อนยุค สุขนิยม มีดราม่าปนเล็กน้อย เพื่ออรรถรสตามสไตล์หวงตี้
ทุกท่านสามารถซัพพอร์ตนักเขียนด้วยวิธีง่ายๆ จากการกดหัวใจคนละดวง และคอมเม้นต์ ฝากเอ็นดูนามปากกาหวงตี้ไว้ในดวงใจ
แนะนำตัวละคร
-จางฉืออู้-
องค์ชายใหญ่แห่งแดนเหนือทิศอุดร บุรุษที่เกิดมาพร้อมลิขิต์เก่งกาจรอบด้าน สุขุมนุ่มลึกวางตัวเป็ องอาจผ่าเผย ทว่าได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง กับเื่รักๆใคร่ๆเขากลับมิช่ำชอง มิวายถูกหักหลังซ้ำเติม เดิมทีเมืองหลวงก็ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนตลอดทั้งปี แต่นั่นก็ยังไม่เยือกเย็นเท่าใจของเขา ที่ก่อร่างสร้างกำแพงสูงตระหง่าน การจะเปิดใจรับรักใหม่นับว่าเป็เื่ไกลตัว
-หลินมู่ตัน-
สาวงามผู้มีชะตาอาภัพ ถูกเข้าใจผิดั้แ่แบเบาะ กี่ปีผ่านไปเป็ได้แค่เพียงเงา ทำดีจนสายตัวแทบขาดไร้ซึ่งคนเห็นค่า แม้แต่บิดาแท้ๆยังเดียดฉันท์ เช่นนั้นจะมีชีวิตไปเพื่ออะไรกัน ทว่าครั้งที่สกุลมีเื่บากหน้าหมางใจ กลับเป็นางผู้เดียวที่ต้องแบกรับ "เพื่อให้หลุดพ้นจากวงจรอุบาทว์ ข้ายอมได้ทุกอย่าง"
-หลินป๋ายซู่-
คุณหนูสกุลหลิน... เลื่องลือว่างดงามจนจักรพรรดิ้าตัว แต่ผิดตรงที่แม่นางผู้นี้มีสัญญาหมั้นหมายกับรักแรก ถึงคราวที่ต้องตัดสินใจเลือก นางดันไม่รักดีทอดทิ้งคำมั่นไปกับชายอื่น "แต่งกับเขาข้าได้เป็ฮองเฮา แต่งกับเ้าได้เป็แค่ชายา ใครจะโง่เลือกท่านกันล่ะ!" ไม่น่าเชื่อว่านางจะมีทางเดินเป็ของตัวเอง สลัดฉืออู้ทิ้งกลางทาง มุ่งหน้าสู่แผนการอันแยบยล บรรลุเป้าหมายใหญ่
2,600 ปีก่อนคริสตกาล
ยุคทองของผู้กล้า แผ่นดินจีนกว้างใหญ่ ดินแดนแตกระแหงแบ่งแยกเป็หลายส่วน มีเพียงเฉาวั่งเฉิง ผู้สังหาราาชั่ว สถาปนาตนเป็ไท่จู่ ถือครองแคว้นเซิ้ง ชาวเมืองต่างขนานนามลือยศ ให้เขาเป็จักรพรรดิผู้อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุที่ว่า... ปณิธานของเขาไร้ขอบข่าย กระหายอำนาจไม่สร่าง กระทั่งวีรบุรุษผู้กล้าอย่างเขา ถูกกิเลสทั้งสามครอบงำ ประกอบด้วยโลภะ โทสะ โมหะ จวบจนสูญเสียสิ้นซึ่งความเป็คน
ต่อมาเพื่อขยายอาณาจักรเซิ้งให้กว้างใหญ่ สนองจิตใจอันละโมบ วั่งเฉิงนำทัพชิงเมืองอื่น รังแกแคว้นน้อย เข่นฆ่าข่มขู่ เฉือนเนื้อล้างบาง ล่าอาณานิคมนับร้อย บีบคั้นให้รวมเป็หนึ่งเดียว อยู่ใต้เบื้องบาท เป็ธุลีผง รับใช้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
เพียงรัชศกนี้ผ่านไปได้สองปี บ้านเมืองโกลาหล ชาวประชาแร้นแค้นไร้ที่พึ่ง เดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า เมืองหลวงลุกเป็ไฟ ขุนนางน้อยใหญ่คดโกงจนหลังงอ ฉ้อราษฎร์บังหลวงเร้นกายอยู่ทุกสำนัก แต่ถึงจะเป็เช่นนั้น วั่งเฉิงไม่สะทกสะท้าน หารู้เดือดเนื้อร้อนใจไม่
ณ จวนสกุลหลิน
"พ่อบ้านชุน "
"ข้าสั่งให้ตามแม่หมอ ทำไมยังไม่มาอีก"
วันขึ้นสามค่ำเดือนแปด แสงสุริยุปราคาปรากฏ ตามตำราโบราณเรียกว่า กบกินเดือน นับเป็วันมหาวิปโยค
"ท่านพี่!"
"โอ๊ย! ข้าปวดท้อง" ฮูหยินใหญ่สกุลหลินบีบมือสามีแน่น อีกข้างกุมท้องโตใกล้คลอด
"แข็งใจไว้เมียข้า แม่หมอจวนจะถึงแล้ว" หลินตือรุ่ย ลูบหลังมือของนางด้วยความกังวล
"ข้าไม่ไหวแล้ว อ๊าาาาา!" ลมเบ่งเฮือกใหญ่จ่อหว่างขา หญิงท้องแก่กึ่งเป็กึ่งตาย ชูข้อมือม้วนผ้าขาวบนขื่อคาน สาวมัดรัดข้อมือแน่น เสียงกรีดร้องโหยหวนราวถูกเชือด ดังก้องไปถึงท้ายจวน
"อุแว๊ " เด็กน้อยตัวขาวนวลร้องไห้จ้าั้แ่แรกเกิด
"อ๊ากกกกกกก!! " ไม่กี่วินาทีตามมาติดๆ สาวใช้มือเปื้อนเืร้องกรี้ดสติหลุด วิ่งกระเจิงหัวโกร๋นออกนอกเรือนหยุนเซียน
"ความวิปโยคก่อกำเนิด! ดาวมารจุติ!" แม่หมอค้ำไม้เท้าเข้าเรือน สวนทางกับผู้อื่น ที่วิ่งหน้าตั้งออกไป แม้จะมาช้าไปหน่อย หมอตำแยเฒ่ายังอุตส่าห์มาทันคลอดแฝดผู้น้อง
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่! " หลินตือรุ่ยยืนรออย่างใจจดใจจ่อ ทันทีที่เห็นสาวใช้วิ่งหน้าตั้งออกจากเรือน เขาร้อนรนทนไม่ไหว โผตัวเข้ายังเรือนคลอด พบทารกน้อยเนื้อตัวประหลาดบนอ้อมกอดภรรยา
"ท่านหมอ เหตุใดทารกน้อยเนื้อตัว แดงระเรื่อเหมือนกลีบโบตั๋น " แฝดน้องต่างจากแฝดพี่ราวฟ้ากับเหว ั้แ่ออกจากครรภ์มารดาสู่โลกภายนอก เสียงร้องไห้สักแอะยังไม่มี ช่างผิดวิสัยทารกปกติ
"วันมหาวิปโยคหรือคำทำนายโบราณ มิใช่เื่ล้อเล่น นางเกิดมาเป็ดั่งดาวมรณะ เปรียบเสมือนบุตรของซาตาน ไม่แปลกที่นางจะมีลักษณะแรกเกิดเช่นนี้ "
"ใต้เท้าหลิว หากไม่อยากเดือดร้อน ผู้เฒ่าเช่นข้าแนะนำว่า ท่านอย่าแพร่งพรายให้ใครรู้เป็อันขาด "
"แต่หากมิเห็นด้วยกับข้า จะกำจัดนางเสียั้แ่ตอนนี้ก็ไม่เสียหาย!"
ยุคที่ศาสนาและลัทธิมีผลต่อความเชื่อ หลีกหนีไม่พ้นที่จะเชื่อคำทำนายลี้ลับแบบไม่ลืมหูลืมตา
"ไม่นะท่านพี่! นางคือลูกข้า! "
"ท่านจะฆ่าลูกของเราลงคอหรือ"
ฮูหยินใหญ่กอดทารกน้อยแนบ-อกไร้ซึ่งท่าทีรังเกียจ น้ำตาเอ่อเบ้าขอร้องสามีผู้มีอำนาจตัดสินใจเป็ใหญ่ในเรือน
" หากจะให้มีชีวิตอยู่ จวนหลินจำต้องเก็บงำตัวตน ปิดบังฝ่าาและชาวประชาไปจนวันตาย " ั้แ่นั้นเป็ต้นมา จวนสกุลหลินแพร่งพรายข่าวดี ป่าวประกาศทั่วเมืองหลวงว่าฮูหยินให้กำเนิดบุตรสาวตัวน้อย มีบุญวาสนา งดงามยิ่งั้แ่แรกเกิด นามว่าหลินป๋ายซู่ (หมายถึงดอกทิวลิปสีขาว)
3 วันผ่านไป
"ฮูหยินใหญ่เ้าคะ ยาบำรุงก็ดื่มแล้ว ผ่านคลอดก็สามวันแล้ว เหตุใดร่างของท่านทรุดหนักไม่กุคืน" จิ้นฟาง สาวใช้คนสนิทของนางบิดหมาดผ้าขาว ชุบเช็ดเนื้อตัวแก่ผู้เป็นายไม่ให้ขาด พลางพร่ำพูดด้วยความห่วงใย
"จิ้นฟาง... ไม่ต้องห่วงข้าหรอก หน้าที่ของเ้าดูแลลูกข้าให้ดีเป็พอ... โดยเฉพาะนาง..." ฮูหยินใหญ่ใบหน้าซีดเซียวอ่อนแรง ผายมือยกขึ้นสูง ฮัมเพลงเห่มองไปยังเปลผ้าของทารก
"ฮูหยินใหญ่เ้าค่ะ คุณหนูรองเป็เพียงทารกน้อยไม่รู้ประสา กลับถูกสาวใช้ติฉิน แม้กระทั่งชื่อให้เรียกขานยังไม่มีผู้ใดเอ่ยปากตั้ง" มีเพียงจิ้นฟางที่ดูแลนางอย่างใกล้ชิด ไร้ท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์
"ท่านพี่ใจจืดใจดำเพียงนี้ ปฏิบัติสองแง่สองง่าม แม้นางจะไม่สมควรได้เปิดเผยตัว นั่นไม่ได้หมายความว่าลูกข้าผู้นี้ต้องไร้ชื่อแซ่" หัวอกคนเป็แม่ราวถูกเหยียบย่ำ ปวดร้าวไปถึงทรวง
"จิ้นฟาง อุ้มคุณหนูรองมาให้ข้า... ชื่อของนาง ข้าจะเป็คนตั้งให้เอง" ลมหายใจแ่รวยรินอยู่เนืองๆ นางยังอุตส่าห์ค้ำยันตัวลุกนั่ง ยื่นมือ งอแขนรออุ้ม
"ลูกข้า... ผู้ใดรังเกียจเดียดฉันท์เ้า ช่างหัวมันปะไร โปรดจงจำไว้ มารดาเช่นข้าจะไม่ทอดถึงเ้าเป็อันขาด"
"ผู้คนต่างบอกว่าร่างแดงของเ้าในยามแรกเกิดเป็ดั่งดาวมารตัวแทนของภูตผี เช่นนั้นจงชื่อว่า หลินมู่ตัน "
"...มู่ตันที่แปลว่าดอกโบตั๋น (ความหมายแฝงคือ ดอกโบตั๋นแสนงามในยามแรกแย้ม) "
สิ้นเสียงพูดของมารดา เด็กน้อยเผยรอยยิ้มน่าชัง เปล่งเสียงหัวเราะจากลำคอเบาบาง
"ดีไปเลยเ้าค่ะ ชื่อนี้เหมาะกับคุณหนูรองยิ่งนัก "
"นี่ก็ผ่านมาสามวันหลังคลอด เนื้อตัวของคุณหนูเริ่มจางออก ไม่ต่างจากผิวพรรณของทารกน้อยทั่วไปแล้วเ้าค่ะ" จิ้นฟางปลื้มปริ่ม หลงรักคุณหนูรองเข้าแล้ว
ยามสองของวัน เวลา 19.00 นาฬิกา
"นายท่านเ้าคะ! นายท่าน!" สาวใช้นางเล็กๆ วิ่งหน้าตั้งด้วยสีหน้าแตกตื่น รายงานเื่อัปมงคลแก่นายใหญ่ของจวน
"ท่านพี่เ้าคะ อยู่ในเรือนข้าแล้วแท้ๆ เฟิ้งเหนียงไม่อนุญาตให้ท่านสนใจเื่อื่น "
"ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่ท่านจะยอมมาหลับนอนกับข้า หากไม่ใช่เพราะฮูหยินใหญ่นางปรนนิบัติท่านไม่ได้ เห็นท่าว่า เฟิ้งเหนียงคงจะไม่มีโอกาสได้อุ่นเตียงกับท่าน" อนุภรรยาปลดอาภรณ์จนเกลี้ยง อารมณ์ร้อนเคล้าใจโหยหาความใคร่ของนาง มีเพียงบุรุษเท่านั้นที่หยุดมันได้
"อื้ม... เช่นนั้นคืนนี้ก็อย่าทำให้ข้าผิดหวัง" หลินตือรุ่ยยังหนุ่มแน่นแรงดี ใคร่หาเื่อย่างว่าทุกคืนวัน วินาทีนี้มอมเมาหน้ามืด มิขอสนเื่ใดนอกจากมุ่งเป้าไปที่พงไพรอันอวบอุยใต้หว่างขาของสตรี
"นายท่าน!" สาวใช้นางน้อยตัดสินใจทุบประตูเรือนอนุเฟิ้งแทบชำรุด ดับฝันค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนของบุรุษ
"ช่างรบกวนเวลาของข้ากับอนุเฟิ้งจริงๆ"
"คอยดูเถอะ หากมิใช่เื่ด่วน ข้าจะโบยให้หลาบจำ " กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มแล้วแท้ๆ กลับต้องชะงักพลิกตัว คว้าชายอารมณ์ขึ้นคลุมกาย บึ่งหน้านิ้วคิ้วขมวดเปิดประตูเรือน