“ผู้อำนวยการคะ..คิดว่าที่ นายคิมหันต์พูดเป็นความจริงเหรอคะ?” อาจารย์รีสถามผู้อำนวยการทันทีที่ทั้งสองคนเดินออกจากห้องไปด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล
“เฮ้อ…ผมหวังว่าสิ่งที่เขาพูดจะเป็นจริงนะ ตอนนี้เราก็ได้แต่ภาวนาให้พวกเขาสามารถหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วเท่านั้นล่ะ”
“อ้อ..พวกเธอสองคนน่ะ ก็หาทางช่วยพวกเขาด้วยอีกแรงสิ” ผู้อำนวยการบอกอาจารย์รีส ก่อนจะหันมาสั่งเหมันต์และฮิเดกิในท้ายประโยค
“รับทราบครับ” เหมันต์กับฮิเดกิรับคำผู้อำนวยการก่อนจะขอตัวเพื่อกลับไปห้องเรียนของตนเอง
คิมหันต์และเซร่าเดินตามกันมาด้วยความเงียบ โดยคิมหันต์มีสีหน้าครุ่นคิดตลอดเวลา
จวบจนกระทั่งถึงมุมตึกคิมหันต์ก็หยุดเดินกะทันหันทำให้เซร่าที่เดินตามมาชนกับชายหนุ่มอย่างแรง
“โอ๊ย! นี่นาย จะหยุดก็ไม่รู้จักบอก แล้วฉันจะหยุดทันมั้ยเนี่ย” เซร่าร้องโวยวายขึ้นมาเมื่อเธอเดินชนกับแผ่นหลังของชายหนุ่มอย่างจัง
“เอ๊ะ! ก็เธอเหม่อเองนี่ มาโทษฉันได้ยังไงกัน”
คิมหันต์ดุเซร่าเสียงเข้ม แม้เขาจะรู้สึกขำในความซุ่มซ่ามของเซร่า แต่เขาก็ตีสีหน้าเข้มไม่ยอมหลุดยิ้มออกมาสักนิด
“เอ๊ะ! ก็นายเดินมาดีๆ แล้วจู่ๆ ก็หยุด ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ” เซร่าเถียงกลับเสียงขุ่น มองคิมหันต์ตาเขียว
“หึหึ เอาล่ะ สงบศึกชั่วคราวก่อน เธอได้ยินที่ฉันบอกผู้อำนวยการแล้วใช่มั้ย” คิมหันต์อดที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้กับความดื้อดึงของเซร่า แต่เขาไม่อยากต่อปากต่อคำมากนัก เพราะเวลามีน้อย
“อืม”
“เธอคงสงสัยว่าฉันรู้ได้อย่างไรว่า ใครเป็นคนร้ายล่ะสิ”
เซร่าพยักหน้าให้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว
“จำวันที่เราไปชมรมเคนโด้ได้รึเปล่า”
“จากการที่ฉันไปสอบถามเพื่อนของคนที่โดนทำร้าย.....” คิมหันต์หยุดชะงักเพราะนึกถึงชื่อแคลร์ไม่ออก
“แคลร์”
เซร่าบอกชื่อของหญิงสาวที่โดนทำร้ายให้คิมหันต์รู้ ก่อนจะแอบอมยิ้มเล็กน้อยอย่างขำขันที่เขาชอบลืมชื่อหญิงสาวคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเขาบ่อยนัก
“เอ้อ..แคลร์นั่นล่ะ แล้วเพื่อนของแคลร์ก็บอกให้ฟังว่าอาวุธที่ทำร้ายพวกหล่อนลักษณะเหมือนดาบไม้ญี่ปุ่น”
คิมหันต์เอามือเสยผมด้านหน้าแก้เก้อ โดยเซร่าแอบอมยิ้ม ก่อนจะหุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นเขามองเธอสายตาดุ
“หมายความว่า อาวุธที่ทำร้ายแคลร์น่าจะเป็นดาบเคนโด้งั้นเหรอ?”
“อืม..ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้น จึงชวนเธอไปที่ชมรมเคนโด้แล้วฉันก็ได้ตัวผู้ต้องสงสัยคนหนึ่ง จากการที่ไป เอ่อ.......รวบรวมข้อมูลมาเลยทำให้พอรู้ได้ว่าใครกันที่น่าจะเป็นคนร้ายน่ะ”
คิมหันต์มีท่าทีอึกอักเมื่อพูดถึงเรื่องการไปสืบหาข้อมูล เพราะเขาคิดว่าต้นเหตุที่อาจจะทำให้แคลร์โดนทำร้ายอาจจะเป็นเขาก็เป็นได้ เซร่าเอียงคอมองคิมหันต์แววตาสงสัย
“เอาเป็นว่า ฉันรู้แล้วละกันว่าคนร้ายที่ทำร้ายแคลร์น่ะเป็นใคร” คิมหันต์บอกเซร่าเสียงหนักแน่น
“อุ๊ย!”
คิมหันต์กับเซร่าสะดุ้งพร้อมกันก่อนจะหันขวับไปมองทางต้นเสียงที่อุทานออกมา
ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน คิมหันต์เดินตรงไปยังมุมมืดของตึกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระชากร่างของคนๆ หนึ่งออกมาจากมุมตึกอย่างแรง
“ว้าย!”
“เธอ!”
“ออยเฟ่ย์?”
ออยเฟ่ย์ร้องอุทานอย่างตกใจ หลังจากที่โดนคิมหันต์กระชากตัวออกมาจากมุมมืดของตึก
ทั้งสามคนเผชิญหน้ากันด้วยความตกใจ ทั้งสองคนรู้สึกงุนงงสงสัยว่าออยเฟ่ย์ตามพวกเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่
“ออยเฟ่ย์ เธอมาแอบฟังอยู่นานแล้วเหรอ?” คิมหันต์ถามออยเฟ่ย์เสียงเข้ม นัยน์ตาคาดคั้นต้องการความจริง
“เอ่อ... คือ .....” ออยเฟ่ย์ตะกุกตะกัก
“คือ....ฉัน..ตามพวกเธอมาตั้งแต่หน้าห้องผู้อำนวยการแล้วน่ะ แล้วก็....เอ่อ.....ได้ยินเรื่องทุกอย่าง..แล้วก็...เมื่อครู่นี้ด้วยน่ะ” ออยเฟ่ย์สารภาพออกมาเสียงอ่อยๆ เมื่อโดนจับได้
“นี่เธอ...สอดรู้สอดเห็นจริงๆ เลยนะ” คิมหันต์ส่ายหัวอย่างอ่อนใจเมื่อได้ฟังสิ่งที่ออยเฟ่ย์สารภาพออกมา
“เอ๊ะ! ก็พวกเธอชอบทำเป็นลับลมคมใน ปิดบังฉันเรื่อยเลย ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ แล้วฉันจะรู้เหรอว่ามีเด็กโรงเรียนเราโดนทำร้ายน่ะ” ออยเฟ่ย์เถียงคิมหันต์เสียงขุ่น
“แล้วนึกยังไงถึงได้แอบตามมาฟังล่ะ?”
“ก็เรน่าน่ะสิ แนะนำให้ฉันตามพวกเธอน่ะ”
“ไหนล่ะ เรน่า?”
“อ้าว! ตะกี้ก่อนที่ฉันจะโดนแมงมุมเกาะไหล่แล้วตกใจ เรน่ายังอยู่ด้วยกันเลยนี่นา” ออยเฟ่ย์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“หรือว่า....” คิมหันต์ครุ่นคิดประมวลเรื่องราวอย่างรวดเร็ว
“แย่ล่ะ”
“มิยาเกะ เธอรีบไปหาแคลร์ที่โรงพยาบาลด่วนเลยนะ ส่วนเธอตามฉันมา” คิมหันต์สั่งเซร่าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจับข้อมือออยเฟ่ย์แล้วออกวิ่งไปโดยที่ออยเฟ่ย์ไม่ทันตั้งตัวทำให้เกือบล้มคะมำ
“อ้าว! เดี๋ยวสิ ให้ฉันไปโรงพยาบาลทำไมล่ะ เดี๋ยวสิ!!” เซร่าร้องตะโกนถามคิมหันต์ตามหลัง
“รีบไปเถอะน่า!!” คิมหันต์ตะโกนสั่งกลับ
“อะไรของเขานะ อีตาบ้านี่”
เซร่าพึมพำอย่างงุนงงปนสงสัย แต่หญิงสาวก็ตัดสินใจจะทำตามที่คิมหันต์บอก
เซร่าอ้างกับรปภ.ของโรงเรียนว่า เธอต้องออกไปเอายาที่โรงพยาบาล โดยเอาบัตรผู้ป่วยให้เจ้าหน้าที่รปภ.ดู
เจ้าหน้าที่ถึงยอมให้เซร่าออกจากโรงเรียนได้ หญิงสาวรีบขึ้นรถ Taxi ตรงไปยังโรงพยาบาลทันที แม้เธอจะไม่รู้ถึงสาเหตุที่คิมหันต์ให้เธอไปยังโรงพยาบาลเพื่ออะไร แต่เซร่าคิดว่าคงสำคัญมากอย่างแน่นอน