ARC I: Sand and Grass
บทที่ 16: คำตัดสิน (2/2)
“NoLúan Malén…”
เหล่านักธนูเอลฟ์ทั้งหลาย ต่างร้องขึ้นด้วยความใ พร้อมกับสีหน้าและท่าทีที่ดูลนลานจน Myryn ต้องสั่งให้พวกเขาสงบลง
แม้ตัวของเธอเองนั้น จะมีสีหน้าที่ใไม่ต่างกันนัก…
“สิ่งนั้นไม่ควรถูกเอ่ยถึงเอง…ท่าน Aelthara”
“ั้แ่ที่ท่านได้…”
“ข้ารู้ Myryn เพียงแต่ว่าในครั้งนี้มัน... มิได้ถูกแตะต้องโดยข้า…”
“ซึ่งนั่น… อาจเป็ภัยต่ออาณาจักรเราในอนาคตได้”
ท่านหญิงเอลฟ์กล่าวขึ้นอธิบาย พร้อม ๆ กันกับที่ Myryn นั้นยืนนิ่งราวกับว่ากำลังชั่งน้ำหนักการตัดสินใจของตนเอง
ก่อนที่ท่านหญิงเอลฟ์ จะกล่าวเสริมขึ้นอีกว่า…
“ข้า้าเข้าพบองค์าา…”
“Mael Mywàl Jo el KaLuántha…”
พลันจบประโยคในภาษาของชาวเอลฟ์ เหล่ามือธนูที่ล้อมพวกเขาไว้ ก็เริ่มส่งเสียงพูดคุยแทรกเข้ามา บ้างก็ดูไม่พอใจ หรือมีท่าทีที่ฉุนเฉียว บ้างก็ทำหน้างุนงงราวกับว่าไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ก่อนที่ Myryn จะะโขึ้นอีกครั้ง
“Elya !”
.
.
จนความวุ่นวายเล็ก ๆ โดยรอบ กลับมาสงบลงอีกครั้งเพียงชั่วคราว…
“แต่กระนั้นท่านเองก็ยังมีโทษที่องค์าา…”
“ข้าจำได้ดี Myryn และข้าก็เต็มใจหากการเข้าเฝ้าครั้งนี้จะทำให้หัวของข้าหลุดจากบ่า…”
“หากว่าจะสามารถช่วยให้อาณาจักรแห่งนี้ปลอดภัย… และภัยร้ายจักได้ถูกกำจัด…”
เด็กสาวตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่เื้ัของ Edrin เมื่อได้ยินคำพูดที่ดูหนักอึ้งของ Aelthara
เธอเดินออกมาจับชายผ้าคลุมสีม่วงเข้มของท่านหญิงเอลฟ์…
ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า…
“ป้า Aelthara… จะโดนทำร้ายเหรอคะ ?”
“ไม่ต้องห่วงนะจ๊ะหนูน้อย… ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขาทำอะไรข้าได้ และพวกเขาจะฟัง…”
“งั้นถ้าป้า Aelthara ว่าแบบนั้น…”
“หนูเชื่อค่ะ ! แล้วก็ หนู พี่ Edrin ลุง Rowan และคุณตา Bromm ก็อยู่ด้วยกันตรงนี้”
“ไม่มีใครยอมให้ป้าคนสวยของหนู โดนทำร้ายได้ค่ะ !”
พร้อมกันกับเหล่าสามชายที่ยืนอยู่ไม่ไกลกัน ก็เผลออมยิ้มกันขึ้นมาโดยมิได้นัดหมาย…
…แม้ในมือยังถือดาบไว้มั่น…
…หรือโล่วิเศษยังคงกางออกตลอดแม้จะมองไม่เห็น…
…และปืนเวทอัดอากาศที่ถือไว้มั่นคงอย่างที่ไม่เคยเป็…
“หึหึ เดี๋ยวนี้เ้าปลอบใจเก่งขนาดนี้แล้วหรือ หนูน้อย…”
Aelthara กล่าวจบก็พลันลูบหัวเด็กสาวครั้งหนึ่ง… ก่อนที่ Liroa จะยิ้มให้เธอคล้ายว่าเป็กำลังใจเล็ก ๆ
มันเป็เพียงถ้อยคำที่แสนธรรมดา… กับประโยคที่แสนจะเรียบง่าย
แต่กระนั้นก็ทำเอา Myryn ที่มองอยู่้าตะลึงไปพักหนึ่ง
‘เด็กมนุษย์นี่มัน… อะไรกัน ?’
‘ป้า… คนสวย… เนี่ยนะ ?’
‘…แล้วท่านกลับอนุญาตเนี่ยนะ ท่านอาจารย์ ?’
Myryn ครุ่นคิดอยู่ในใจตัวเอง จนเผลอกำคันธนูในมือแน่นกว่าปกติเล็กน้อย
“เ้าว่าเช่นไรกัน Myryn ข้าเข้าเฝ้าองค์าาได้หรือไม่ ?”
“ท่านอาจา…. ท่านหญิง Aelthara เื่นั้นตัวข้าเองก็ไม่แน่ใจว่า… ควรที่จะยืนคุยกับท่านอยู่หรือไม่…”
“แต่ถึงกระนั้นแล้ว…. NoLúan Malén… ก็คือภัยร้ายที่จำต้องทูลแจ้งองค์าา”
“หากแต่การนำตัวท่านเข้าเฝ้าพระองค์… เป็เพียงเพื่อนำตัวท่านสู่การตัดสินโทษ”
“หาใช่ว่าข้า… เห็นใจท่าน…หรืออยากให้ท่าน…กลับมา…เป็…”
“แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว Myryn…. ข้าขอขอบใจเ้า เพียงเท่านี้เ้าก็ลำบากใจมากแล้วล่ะ…”
Aelthara ที่เคยดูสุขุม เ็า และสง่างามในสายตาของ Myryn เมื่อครั้งยังเป็เด็ก…
ก่อนที่จะยิ้มให้นางเล็กน้อยจนทำเอา Myryn ในตอนนี้รู้สึกสับสน…
และโดยเฉพาะเด็กสาวคนนั้นที่ยืนอยู่ข้าง ๆ Aelthara ไม่ห่าง…
Myryn ส่งสัญญาณให้มือธนูนับสิบใต้บังคับบัญชาของตน ลดอาวุธลง…
พร้อม ๆ กับสายตาของเหล่ามือธนูเอลฟ์นับสิบที่ชะงักไปชั่วครู่… ก่อนจะค่อย ๆ ลดอาวุธลงอย่างช้า ๆ ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ซึ่งเป็่เดียวกันกับที่ Aelthara มองไปยังพวก Edrin Rowan และ Bromm
เพื่อให้พวกเขายอมลดอาวุธลงเช่นกัน…
ก่อนที่เหล่านักรบแห่ง Sylvaryn จะเข้าปิดล้อมพวกเขาอีกครั้งที่ภาคพื้น…
“ข้ามีข้อสงสัยท่านอาจา… อะแฮ่ม… ท่านหญิง Aelthara”
“มนุษย์พวกนี้…ท่านจะรับรองพวกเขาเช่นไร หากพวกเขาก่อปัญหาใน Sylvaryn ?”
Myryn เอ่ยถามด้วยสีหน้า และแววตาที่จริงจัง…
“ด้วยชีวิตข้า Myryn…"
“ข้าขอรับรองพวกเขา หากเกิดปัญหาอะไร”
“ท่าน…อาจารย์…”
Myryn หลุดปากขึ้นมาเบา ๆ จนแทบจะไม่มีใครได้ยิน…
“เ้ายังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ… แม้จะโตขึ้นแล้ว… แต่ในนั้นน่ะ”
“ยังคงเป็เด็กสาวตัวเล็ก ๆ ที่ชอบตั้งคำถาม แถมยังหัวดื้อ…”
“ข้าไม่ใช่…แบบนั้น…”
Myryn เมื่อได้ยินคำพูดนั้นของ Aelthara ก็จำต้องหลบสายตาของท่านหญิงเอลฟ์…
ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างขึงขังราวกับว่ากำลังกลบเกลื่อนบางอย่าง…
“หากท่านรับรองพวกเขาเช่นนั้น… ก็จงตามมา…”
ก่อนจะออกคำสั่งเป็ภาษาของชาวเอลฟ์เพื่ออธิบายสถานการณ์แก่เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา…
และทั้งหมดก็ได้เริ่มออกเดินเท้า… สู่ Sylvaryn
“เดี๋ยว !”
“อะไรอีก Bromm !”
“หีบอุปกรณ์ ! ไอ้ั์มาช่วยแบกเลย !”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า ?”
“งั้นก็เอาเกราะแขนคืนมา !”
“เฮ้อ… เออ ก็ได้ข้าแบกเอง ! เห็นแก่เ้าให้ของเจ๋ง ๆ นี่หรอกนะ”
“เงียบปากซะ ! พวกมนุษย์ !”
Myryn เอ่ยขึ้น หวังเพื่อควบคุมให้ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์และคนแคระจะจบลง…
แต่กระนั้นก็มิอาจหยุดยั้งความเป็ Bromm และ Rowan ได้แต่อย่างใด…
“อะไรเล่า ! ยัยหูยาว ! ก็ของมันจำเป็ รอหน่อยไม่ได้หรือ ? อาณาจักร หรือวังหลวงของพวกเ้ามันไม่เดินหนีไปไหนหรอก !”
“ใช่ ! เมื่อครู่ก็ไม่มีการเตือนอะไรเลยด้วย ! ถ้าข้าไม่กางโล่ไว้ มีหวังหัวข้าคงเป็รูแน่นอน”
“พวกเ้ามันน่ารำคาญ… Ínyathé !”
“นั่นไง ! คำนี้อีกละ Aelthara ก็เคยพูดเมื่อตอนเรือบินกำลังไป Al-Najasa”
“นั่นสิ Bromm คำนี้แหละข้าก็จำได้… แล้วมันแปลว่าอะไรวะ ?”
“น่ารำคาญชะมัด…”
Aelthara กล่าวขึ้นมาท่ามกลางบทสนทนาอันวุ่นวาย…
“ท่านหญิง... หมายถึงใครกัน… ?”
Rowan กล่าวออกมาด้วยสีหน้าฉงน แม้จะแบกเอาหีบใบโตไว้ก็ตาม…
“มันคือคำแปล… และใช่ข้าหมายถึงพวกเ้านั่นแหละ !”
“หึหึ พวกมนุษย์หน้าโง่ ทำตัวน่ารำคาญ…”
Myryn ที่รอจังหวะเถียงสู้ ก็พลันได้ทียิ้มเยาะ…
“เ้าเองก็ด้วย Myryn…”
รอยยิ้มเยาะที่เคยปรากฏของเอลฟ์สาวก็พลันสะดุดไปเล็กน้อย…
“ท่านอาจา… ท่านหญิง Aelthara ข้าไม่ได้ทำตัวงี่เง่าเช่นมนุษย์พวกนี้… ออกเดินทางได้แล้ว !”
นางหลบสายตา พร้อมกล่าวด้วยท่าทีที่ดูลนลานและจากนั้นก็พลันสะบัดผ้าคลุมหนีไปอีกทาง ก่อนจะเริ่มออกเดินหน้าต่อ…
“ฮะฮะ”
“เ้าขำอะไร… เด็กมนุษย์ ?”
“เปล่าค่ะ… ก็แค่… พี่ Myryn ดู…พยายามน่ากลัวอยู่”
“นี่เ้า…”
Liora ที่โดนเอลฟ์สาวถลึงตาใส่ ก็พลันมุดหลบหลังผ้าคลุมของท่านหญิง Aelthara ในทันที...
“Myryn… เ้ายังเป็หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนมิใช่หรือ ?”
“บางทีผู้ใต้บังคับบัญชาของเ้า อาจจะกำลังเคลือบแคลงใจในสิ่งที่เ้าทำอยู่ก็เป็ได้…”
“จากการเถียงกับ... เด็กมนุษย์…”
Myryn เมื่อได้ยินคำของท่านหญิงเอลฟ์ก็ทำได้เพียงกัดฟันเงียบ ก่อนจะกลับหลังหันออกไป พร้อมด้วยเสียงกระวนกระวายกับตัวเอง เหมือนผู้ที่หงุดหงิดแต่ไร้หนทางระบาย…
พร้อมกับสายตาของ Liora ที่มองเธออยู่ด้วยรอยยิ้มที่พยายามเก็บซ่อนเอาไว้หลังผ้าคลุมสีม่วงเข้มของท่านหญิง Aelthara
ก่อนที่ Myryn จะพลั้งตัวทำหน้าขึงขังใส่เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาโดยไม่รู้ตัว…
และในขณะที่พวกเขาทั้งหมดเดินลึกเข้าไปในป่าแห่งนี้…
Edrin เองที่เงียบมาอยู่นาน ก็เร่งฝีเท้าขึ้นมาประชิดตัว Liora ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ท่านหญิงเอลฟ์ พร้อมกับสายตาที่สอดส่องทุกสิ่งรอบกาย… เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กสาวเบื้องหน้าเขาจะไม่มีสิ่งใดแตะต้องเธอได้…
“พี่ Edrin…”
“Liora อยู่ใกล้ ๆ ข้าและ Rowan ตลอดล่ะ เข้าใจไหม…?”
“ค่ะ…”
เด็กสาวที่เดินตามหลังท่านหญิงเอลฟ์ ก็ลดความเร็วลงมาเพื่ออยู่ใกล้กับชายหนุ่ม…
มือน้อย ๆ ของเธอจับผ้าคลุมของ Edrin เอาไว้แน่น พร้อมกับก้าวเดินตามจังหวะความเร็วของชายหนุ่มไปพร้อม ๆ กันตลอดทาง…
.
.
.
ต้นแอชขนาดใหญ่หลายสิบต้นที่แตกกิ่งแผ่ขยายออกมาเป็ม่านไม้ขนาดั์ พร้อมกับวางตัวโค้งเหนือศีรษะของพวกเขาไปตลอดทาง ราวกับว่าเป็เพดานสีเขียวของธรรมชาติอันทอดยาวไปไกลจนสุดสายตา…
กลิ่นของดินที่โชยให้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างกลิ่นของพื้นทรายที่พวกเขาเคยใช้ชีวิตมาเมื่อก่อนหน้า…
พร้อมด้วยลมเย็นที่พัดไหวอยู่ใต้ร่มเงาขนาดใหญ่ของต้นแอชโบราณซึ่งยืนต้นสูง… ก็ชวนให้รู้สึกสบายตัวมากกว่าแดดที่เคยเผาหัวของทะเลทราย Ash Desert เป็ไหน ๆ
เมื่อก้าวเดินไปตามการนำของเหล่าพลลาดตระเวนชาว Sylvaryn ไปเรื่อย ๆ ก็เริ่มได้ยินเสียงของน้ำที่ไหลผ่านเป็ทางยาว ราวกับลำธารที่หล่อเลี้ยงผืนป่าทั่วทั้งผืน…
“พี่ Edrin… เสียงแบบนี้… ไม่เหมือนคลื่นทะเล… ไม่เหมือนที่ Oasis”
“มันคือเสียงอะไรคะ ?”
“ข้าเองก็เคยจำได้เมื่อนานมาแล้ว… เสียงนี้คือ เสียงของลำธารตามธรรมชาติ”
“ทำไมพี่ Edrin ถึงบอกว่าเคยจำได้ล่ะคะ ?”
“เพราะว่าครั้งหนึ่ง… ข้าเคยมีบ้าน… มีป่าและลำธารที่อยู่ไม่ไกล”
“แต่นั่นก็นานมากแล้วล่ะ Liora…”
“พอรู้ตัวอีกที… ข้าก็มีแต่ความทรงจำของ… ทะเลทราย”
เด็กสาวเมื่อได้ยิน Edrin กล่าวออกมานั้น เธอเอียงคอมองเขาอยู่พักหนึ่ง…
ก่อนที่มือเล็ก ๆ ของเด็กสาวจะปล่อยผ้าคลุมที่เคยจับไว้แน่น..
เปลี่ยนมาจับเข้าที่มือของเขา…
ััอุ่น ๆ และมือที่เล็กของเด็กสาวนั้น จะกำไว้ได้เพียงนิ้วชี้ ถึงนิ้วนางของ Edrin ก็ตาม…
พร้อมกันนี้เอง Edrin มองมาที่ Liora ก่อนที่เด็กสาวจะแหงนมองเขากลับพร้อมรอยยิ้มจาง ๆ
“ถ้าพี่ Edrin จำได้ว่าครั้งหนึ่ง…เคยมีบ้าน… แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ”
เธอกล่าวกับเขาพร้อมด้วยรอยยิ้ม และมือที่จับกันแน่นกว่าที่เคย…
“หนูน้อย… เ้านี่ช่างไม่รู้ตัวเสียจริง หึหึ…”
“เอ๋..? หนูทำอะไร…ผิดไปเหรอคะ ป้า Aelthara คนสวย ?”
“เปล่าหรอกจ้ะ… เ้าไม่ได้ทำอะไรผิดเลย… อยู่ใกล้ Edriin และ Rowan ไว้นะ Liora”
“รับทราบค่ะ ! ป้า Aelthara”
เด็กสาวตอบรับคำอย่างขึงขัง แม้จะไม่ได้เข้าใจความหมายทั้งหมดก็ตาม…
พร้อม ๆ กันกันที่ด้านหลัง… กับเสียงโหวกเหวกของชายหนึ่งคน และคนแคระที่มีความสูงเพียงครึ่งหนึ่งของคน…
“เ้าขนบ้าอะไรมาเยอะแยะ Bromm ?”
“ของจำเป็ทั้งนั้น… อย่าบ่นให้มาก กล้ามตั้งใหญ่ ตัวก็โต แค่นี้ไม่หนักเกินไปหรอก !”
“พูดง่ายนักนะ… ตาเฒ่าสมองใส !”
“ทั้งสองคน ! หยุดค่ะ !”
เด็กสาวหันมาถลึงตาใส่สองชายจอมโหวกเหวก ด้วยท่าทีจริงจังกว่าที่เคย…
“ก็ได้ ๆ เพราะยัยหนูขอมา ข้าเลยยอมหยุดหรอก Rowan”
“หึ ! ข้าจะยอมให้ก็ได้… เห็นแก่ Liora หรอกนะ Bromm”
“ดีมากค่ะทั้งสองคน…”
เด็กสาวยิ้มให้ครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปและเดินหน้าต่อ…
ทิ้งให้เื้ัเป็ชายทั้งสอง กำลังถอนหายใจราวกับพึ่งรอดพ้นจากเหตุอันตราย…
แต่ก็ยังมีรอยยิ้มจาง ๆ พอให้ได้เห็นหลังจากนั้น…
Aelthara Liora Edrin Rowan และ Bromm ที่อยู่ในวงล้อมของเหล่ามือธนูชาวเอลฟ์…
แม้พวกเขาจะไม่ได้สังเกต หรือไม่ได้สนใจ…
เสียงกระซิบ และเสียงพูดคุยของเหล่ากองลาดตระเวน ก็ดังอยู่ตลอด ราวกับกำลังสื่อสารบางอย่างที่ดูไม่ได้เป็มิตรมากนัก…
Liora ที่สังเกตทุกอย่างรอบกาย ก็เผลอไปสบตาเข้ากับหนึ่งในหน่วยลาดตระเวนเอลฟ์คนหนึ่ง…
ก่อนจะโดนตอบกลับด้วยสายตาที่ดูจงเกลียดจงชัง…
พร้อมคำพูดพึมพำที่ฟังชัดแทบจะตลอดทางคำหนึ่ง
“Morúen… !”
Liora เมื่อได้ยินคำนั้น แม้เธอจะไม่เข้าใจความหมายของมัน แต่น้ำเสียงและท่าทีมันก็ตอบออกมาหมดแล้ว…
เด็กสาวขยับมืออีกข้างมาจับผ้าคลุมของ Edrin แม้มือหนึ่งจะจับนิ้วของเขาอยู่…
พร้อมกันกับเคลื่อนตัวเข้ามาชิดเขามากยิ่งกว่าเดิม…
ซึ่งเป็จังหวะเดียวกันกับที่ Edrin รับรู้ได้ ก่อนที่เขาจะตอบสนองกลับไปด้วยสายตาที่เยือกเย็นยิ่งกว่าทหารเอลฟ์หลายขุม…
แม้ไม่ได้มีท่าทีที่เกรี้ยวกราด… หรือหยิบดาบที่สะพายไว้ตรงด้านหลังแต่อย่างใด…
ก็เพียงพอที่จะทำให้ ทหารเอลฟ์คนนั้นหน้าถอดสีในทันที…
ก่อนที่มือเล็ก ๆ จะดึงความสนใจของเขากลับมาอีกครั้ง พร้อมคำพูดของเด็กสาว…
“หนูไม่เป็ไรค่ะพี่ Edrin… เราอยู่เงียบ ๆ ดีกว่า”
“เดี๋ยวป้า Aelthara จะโดนทำร้าย…”
“นั่นสินะ Liora งั้นเราอยู่เงียบ ๆ กันเถอะ…”
มือของเด็กสาวยังจับสามนิ้วเรียงของ Edrin ไว้แน่น และเหมือนจะแน่นกว่าเคย…
Aelthara ที่เดินอยู่ด้านหน้า ได้ยินทุกสิ่งและเข้าใจทุกความหมาย…
ก็เผลอกำมือแน่นโดยไม่ทันรู้ตัว… โดยทำได้เพียงแค่เดินก้มหน้าต่อไปอย่างนั้น…
โดยมีเด็กสาวที่มองเธอเงียบ ๆ จากเื้ั…
“ป้า Aelthara…”
“Liora…”
“คะ ? พี่ Edrin”
“ท่านหญิงจะไม่เป็อะไร…”
Liora เพียงแต่มองเขาครู่หนึ่ง… โดยที่ไม่พูดอะไร… ก่อนที่ชายหนุ่มจะเปลี่ยนเป็คนที่จับมือเธอไว้แน่นขึ้นแทน…
.
.
.
พวกเขาเดินผ่านจากม่านไม้ที่ทอดยาวไปไกลจนเหมือนว่าไร้ที่สิ้นสุด…
Liora ที่เดินอยู่ด้านหลังของท่านหญิงเอลฟ์ โดยมี Edrin ยืนเคียงอยู่ไม่ห่าง…
สายตาของเด็กสาวก็เริ่มมองเห็นเป็ต้นแอชขนาดมหึมาค่อย ๆ โผล่ออกมาทีละนิดทีละน้อย…
จากระยะสายตาที่มองไปนั้น… คงคาดการณ์ได้ว่า…
ความกว้างของมันนั้น… อาจต้องใช้มนุษย์ราว ๆ สองพันกว่าคน…
จับมือกันไว้เป็วงกลม ถึงจะมากพอเพื่อโอบล้อมมันได้หมด…
Liora ที่เพิ่งเคยเห็นภาพตรงหน้า ต่างก็จ้องมองออกไปด้วยแววตาที่เป็ประกาย สะท้อนกับแสงที่ลอดผ่านม่านไม้อยู่รำไร…
เธอมองหน้าของ Edrin ราวกับว่าเป็การขออนุญาต…
ซึ่งเขาตอบรับเด็กสาวเพียงยิ้มให้เบา ๆ กับพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ปล่อยมือของเด็กสาวช้า ๆ เพื่อให้เธอได้ก้้าวเดินไปชมทิวทัศน์อันแสนอัศจรรย์ ณ เบื้องหน้า
Liora แทรกตัวไปยืนเคียงใกล้กับท่านหญิงเอลฟ์ เพื่อให้อยู่ในระยะที่มองเห็นข้างหน้าได้ชัดขึ้นอีกหน่อย…
แม้ความสูงของเด็กสาวจะโผล่พ้นเอวของท่านหญิง Aelthara มาเพียงเล็กน้อย…
มือข้างหนึ่งจับผ้าคลุมสีม่วงเข้มของท่านหญิงเอาไว้แน่น…
แววตาที่เปล่งประกายสะท้อนกันเป็ภาพของต้นแอชโบราณ… และอาคารหลังมหึมา…
“เ้าเองพึ่งเคยเห็นสินะหนูน้อย…”
“ค่ะ ป้า Aelthara… ที่นี่คือ บ้านของป้าเหรอคะ ?”
“ใช่จ้ะหนูน้อย… หากจะเรียกเช่นนั้นก็คงไม่ผิด…”
“ดินแดนใต้ร่มไม้ อาณาจักรแห่งผืนป่าโบราณ…”
“Sylvaryn…”
Aelthara เอ่ยขึ้นพร้อมกับโอบไปที่ไหล่เล็ก ๆ ของเด็กสาว ก่อนจะหยุดก้าวต่อเพื่อให้ Liroa ได้มองเห็นภาพเบื้องหน้าอย่างชัดแจ้ง…
เด็กสาวยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง…
ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า…
“บ้านของป้า Aelthara… สวยมาก ๆ เลยค่ะ…”
พร้อมภาพที่เผยให้เห็นอาคารขนาดใหญ่ที่ที่ถูกแกะสลักจากเนื้อไม้จนกลายเป็พระราชวัง ซ่อนอยู่ในต้นแอชโบราณขนาดั์…. งานแกะสลักอันประณีตตามแบบฉบับของชาวเอลฟ์
เป็ความงามแสนวิจิตรซึ่งแตกต่างจากทุกสถาปัตยกรรมใดของเหล่ามนุษย์…
กิ่งก้านของต้นแอชต้นนี้ยังคงตั้งชูแผ่ใบไม้ กับกิ่งไม้ ให้โค้งและเข้าปกคลุมไว้เป็ร่มเงาอยู่้าของตัวพระราชวัง
และที่ลานกว้างโดยรอบพระราชวังไม้หลังนี้นั้น ถูกประดับประดาไว้ด้วยมวลบุปผานานาชนิดที่ไม่อาจเห็นได้จากอาณาจักรของมนุษย์…
และเมื่อเด็กสาวมองขึ้นไป้า… ต้นไม้โดยรอบนั้น ถูกเชื่อมกันด้วยสะพานไม้ซึ่งคล้ายกับเถาวัลย์ของธรรมชาติ แต่หากเพ่งพิจรณาจะเห็นได้เป็รอยถักอย่างมั่นคงแข็งแรง ราวกับสะพานแขวนที่กลมกลมกลืนไปกับป่า…
อาคารบางหลังที่้านั้น ก็ถูกสร้างในลักษณะที่คล้ายคลึงกับพระราชวังหลัก แม้จะมีขนาดที่เล็กกว่ามาก คล้ายเป็อาคารสำคัญของพวกเขา
บางอาคารก็ถูกก่อและสร้างขึ้นโดยให้ตั้งอยู่บนกิ่งก้านที่ยื่นยาวของต้นไม้เหล่านี้…
พร้อม ๆ กันกับทิวทัศน์ภาคพื้นดิน ซึ่งถูกเติมเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ประณีตและอ่อนช้อย
ราวกับเป็เคหาสถานเพื่อพักอาศัยของเหล่าสามัญชนแห่ง Sylvaryn…
เคล้ากันกับเสียงของธารน้ำใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ผืนป่าทั้งผืนเกิดความอุดมสมบูรณ์…
และเสียงของผู้คนที่ใช้ชีวิต ณ ที่แห่งนี้…
ซึ่งบ้างก็ค้าขาย บ้างก็สร้างบางสิ่ง ล้วนชวนให้รู้สึกถึงเสียงของชีวิตหลายร้อยหลายพันที่ยังดำเนินไปเป็พลวัต…
.
.
.
ท่านหญิง Aelthara มองทิวทัศน์ของบ้านเกิดที่เธอคุ้นเคย โดยมีเด็กสาวตัวเล็ก ๆ ยืนจับผ้าคลุมไว้แน่น อยู่เคียงข้างไม่ห่าง…
“ที่นี่ครั้งหนึ่งข้าเคยเรียกได้เต็มปากว่าบ้าน…”
“แต่ตอนนี้… ข้าไม่มั่นใจแล้วว่าพวกเขาจะต้อนรับข้าหรือไม่…”
เมื่อกล่าวจบ ท่านหญิงเอลฟ์ก็มีท่าทีที่ดูหม่นลง…
Liora ที่มองดูทิวทัศน์เ่าั้อยู่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ… เมื่อได้ยินคำพูดของคุณป้าคนสวย…
มือเล็ก ๆ ที่จับปลายผ้าคลุมสีม่วงเข้มของท่านหญิง…
จึงค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปจับเข้าที่ปลายนิ้วก้อยที่เรียวยาวของชาวเอลฟ์…
จนรู้สึกได้ถึงไออุ่นเล็ก ๆ ทั่วไปทั้งนิ้วก้อย
“ป้า Aelthara คะ…”
“ว่าไงจ๊ะหนูน้อย ?”
“ถ้าพวกเขาไม่ต้อนรับป้าของหนู… ป้าก็ยังมีหนู และทุก ๆ คนอยู่นะคะ…”
คำพูดนั้นของเด็กสาว… ทำให้ท่านหญิง Aelthara ที่ดูหมองหม่น ก็พลันกลับมาดูนิ่ง และมั่นคงขึ้นอีกครั้ง…
Myryn ที่ยืนมองอยู่ที่หน้าสุดของขบวนก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งจากเด็กสาวตัวเล็กคนนี้…
ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงดังชัด เพื่อให้ทุกคนเดินเท้าต่อและมุ่งหน้าสู่พระราชวัง…
.
.
ทุก ๆ คนเมื่อเดินทางผ่านเข้าไปยังร่มเงาของอาณาจักร Sylvaryn ใต้ม่านไม้มหึมาของต้นแอชโบราณ…
เหล่าชาวเอลฟ์ในเมือง ก็เริ่มมุงดูอย่างเนืองแน่น ั้แ่ปากทางเข้า ทอดยาวไปตลอดทางระหว่างมุ่งหน้าสู่พระราชวัง เพื่อเข้าพบองค์าา…
Liora ที่ในตอนนี้ กลับมาเดินข้าง ๆ Edrin เหมือนอย่างเก่า โดยที่เบื้องหน้า ยังคงเป็แผ่นหลังของท่านหญิงเอลฟ์ในผ้าคลุมสีม่วงเข้ม… ที่แม้จะมีท่าทีที่ดูสุขุมแต่ในใจของนางอาจจะกำลังแสดงออกอย่างตรงกันข้าม…
เด็กสาวยังคงจับมือของ Edrin ไว้แน่นอย่างเคย… พร้อมกับเดินชิดกับเขาอยู่ตลอด ราวกับว่าเขาเป็เหมือนกับเสาหลักของความปลอดภัย จากสายตานับร้อย ที่เพ่งเล็งมายังเธอ… และทุก ๆ คน
และเมื่อมองไปรอบ ๆ นั้น เหล่าฝูงชนชาวเอลฟ์ที่มีรูปร่าง หน้าตาอันสมบูรณ์แบบไร้ซึ่งที่ติในรูปโฉม…และใบหูอันเรียวยาวของแต่ละคนอันเป็เอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์…
ท่ามกลางผู้ใหญ่ชาวเอลฟ์ ก็ยังมีเด็กแรกเกิดในอ้อมแขนของผู้เป็แม่ หรือแม้แต่เด็กที่ดูจากภายนอกแล้ว น่าจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับ Liroa ปะปนอยู่ด้วย…
บางคนก็ยืนเกาะขาของผู้เป็พ่อ บ้างก็ถือตุ๊กตาและยืนจับมือกับผู้เป็แม่… แต่กระนั้น สายตาของเอลฟ์วัยเด็ก ช่างแตกต่างกับเหล่าเอลฟ์วัยผู้ใหญ่โดยสิ้นเชิง…
Liora มองกลับไปยังเด็กสาวชาวเอลฟ์คนหนึ่ง ที่จับมือกับผู้เป็แม่อยู่ ณ ฝั่งหนึ่งของถนนเส้นหลักนี้
เธอพยายามยิ้มให้เด็กสาวชาวเอลฟ์คนนั้นอย่างเป็มิตร…
ก่อนที่แม่ของเด็กสาวเอลฟ์จะเอาตัวมาบังบุตรสาวของตนไว้ แล้วมองมายัง Liora ด้วยสายตาที่จงเกลียดจงชังราวกับว่า เด็กสาวนั้นกำลังมุ่งร้ายลูกของตน…
Edrin ค่อย ๆ ดึงเด็กสาวเข้ามาใกล้ตัวในทันที… ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกว่า
“Liora… อย่ามองพวกเขา ...เดินใกล้ ๆ ข้าไว้”
“ค่ะ… พี่ Edrin”
เมื่อพูดจบ เด็กสาวก็ได้แต่เพียงก้มหน้าก้มตาและมีท่าทีที่ดูหมองลงจากตอนแรกที่ได้เห็นอาณาจักรอันสวยงามแห่งนี้… และจับมือของ Edrin เอาไว้แน่นกว่าที่เคย…
พร้อมกันนี้ชายหนุ่มที่เห็นท่าทีของเด็กสาว...
ก็พลันสะบัดเอาผ้าคลุมของตน มาบังเด็กสาวเอาไว้… พร้อมประคองไหล่น้อย ๆ ของเธอไปตลอดทางราวกับเป็การป้องกันทุกสิ่งที่อาจกระทบความรู้สึกของ Liora…
เมื่อใกล้เข้าสู่ทางขึ้นพระราชวัง ทุกสายตาที่จับจ้องมายังเหล่ามนุษย์…
ก็ล้วนแล้วแต่มองมา ด้วยท่าทีที่ไม่ต่างจากเหล่ามือธนูลาดตระเวน พร้อมกับเสียงพูดคุยของฝูงชน ด้วยภาษาที่พวกเขาชาวมนุษย์ และคนแคระ ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย…
และทุกครั้งที่เผลอสบตาเข้า ก็จะถูกจิกกัดด้วยสายตา และคำพูดเดิม ๆ ที่กล่าวว่า… “Morúen…”
“นี่ Bromm”
“หืม.. มีอะไร Rowan ?”
“ข้าสังเกตมาสักพักแล้ว ไอ้คำว่า โม ๆ รู ๆ อะไรนั่น…”
“อืม… ข้าเองก็ได้ยิน… ถ้าให้ข้าแนะนำ เ้าอย่าเก็บไปใส่ใจเลยไอ้ั์…”
“ข้าไม่ได้คิดอะไรมากหรอก…. แค่สายตาของพวกเขาที่มองมา ข้าก็พอเดาความหมายได้”
“ก็ตามนั้นแหละ Rowan เดินกันต่อไปเถอะ…”
“เออ… Bromm”
“งั้นเ้าถือหีบเ้าบ้างละกัน รับไปซะ !”
“เฮ้ย ! เดี๋ยว ! อะจะบะเฮ้ ฮึบ ! หนักเอาเื่เลยเว้ย…”
“จะได้รู้ซึ้งไว้บ้าง ว่ามันหนักแค่ไหน ! อ่ะ.. เอ๊ะ”
Rowan ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ลูกบอลไม้ลูกเล็ก ๆ จะกลิ้งมาหยุดที่เบื้องหน้าของ Rowan เขาก้มลงไปหยิบมันมาไว้ในมือ… ก่อนจะเหลือบไปเห็นเด็กชายชาว Sylvaryn คนหนึ่ง กำลังมองมาที่เขา…
ด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความเกลียดชัง… มันเป็เพียงสายตาของเด็ก ที่แค่ทำของเล่นหลุดมือเพียงเท่านั้น…
“นี่ของเ้างั้นเหรอ… เด็กน้อย ?”
Rowan กล่าวขึ้น ก่อนจะเดินตรงไปยังเด็กชาย พร้อมกับหนึ่งในมือธนูลาดตระเวนที่ประกบติด…
เขาย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาของเด็กชายเอลฟ์ แม้เด็กชายจะไม่ได้ตอบคำใดออกมาก็ตาม
มีเพียงการพยักหน้าเบา ๆ และชี้มายังลูกบอลของเขาในมือของ Rowan
“ข้าคืนให้เ้านะ…”
Rowan กล่าวขึ้น ก่อนจะคืนลูกบอลในมือลูกนั้นให้กับเด็กชาย และยิ้มให้เขาครั้งหนึ่ง…
“Saramae…”
เด็กชายเอลฟ์กล่าวขึ้น และยิ้มให้เขาอย่างเขิน ๆ ก่อนที่ผู้เป็พ่อที่เพิ่งโผล่เข้ามา จะโหวกเหวกโวยวายเสียงดังเป็ภาษาเอลฟ์ และอุ้มเอาลูกชายของตน ให้ออกห่างจาก Rowan ที่ไม่เข้าใจภาษาเ่าั้แม่แต่น้อย…
พร้อมกับเอ่ยคำเดิม ๆ ที่พวกเขาได้ยินมาตลอดทาง “Morúen !”
ดังชัดถ้อยด้วยความรู้สึกเดือดดาลสุดขีด พร้อมกับแววตาที่จ้องเขม็งกลับมาราวกับว่า กำลังจะเชือดเฉือนกันให้ตายไปข้าง…
Rowan ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขาเพียงแต่ยืนขึ้น และถอยกลับเข้ามาเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมายดังเดิม…
ก่อนที่มือธนูซึ่งตามประกบเขาอยู่ จะผลักเขาจากด้านหลังให้เดินกลับไปที่เดิม…
และเขาก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป… แม้จะกำหมัดแน่น พร้อมกับกัดฝันแรงจนสันกรามเกร็งชัด… ก่อนจะเดินกลับไปอยู่ข้าง ๆ นายช่างใหญ่ดังเดิม…
.
.
.
และทุกคนก็มุ่งผ่านสายตานับร้อย ๆ ที่จ้องมองพวกเขาอยู่ตลอดเส้นถนน จนมาหยุดอยู่ ณ ทางขึ้นพระราชวังที่ตระหง่านสูงอยู่บนยอดของต้นไม้ขนาดมหึมานี้…
“พวกเ้าจำต้องทิ้งอาวุธไว้ที่นี่…”
“รวบถึง… หีบประหลาด ๆ นั่นด้วย เ้าคนแคระ !”
Myryn กล่าวขึ้นมา พลางชี้ไปยังหีบของ Bromm ที่กำลังยกมันไว้ในอ้อมแขนแน่น ๆ ของตน
“ไม่มีทาง !”
นายช่างใหญ่กล่าวขึ้นเสียงดัง ก่อนจะวางเอาหีบอุปกรณ์ของตนลงที่พื้น เพื่อเตรียมพร้อมจะบ่นอย่างออกรส
แต่กระนั้นก็ยังมิทันได้เอ่ยคำใดต่อ ท่านหญิง Aelthara ที่มองมาด้วยสายตาแสนเยือกเย็น ก็ทำเอานายช่างใหญ่จำต้องสงบท่าทีของตนเองในทันใด
“เออ… ก็ได้ ๆ แต่ว่า… ห้ามแตะต้องอะไรล่ะ เข้าใจ ?”
“ไม่มีใครสนใจของเล่นเ้าหรอก เ้าคนแคระขี้โวยวาย !”
“ยัยสาวหูยาว !”
Myryn ทำเป็หูทวนลมกับคำพูดของนายช่างใหญ่ ก่อนจะหันไปหา Rowan และพูดต่อ
“ส่วนเ้า... มนุษย์ตัวใหญ่ เกราะแขนนั่น… ถอดมันไว้ที่นี่”
“เออ ๆ ก็ได้ ๆ”
“ยัยเอลฟ์ปากเสีย…”
“เ้าว่าอะไรนะ ?”
“ข้าบอกว่า… ยัยเอลฟ์ ปาก เสีย !”
ก่อนที่ Myryn จะเริ่มมีน้ำโห เสียงของท่านหญิงเอลฟ์ผู้สุขุม ก็ดังขึ้นแทรกในทันที
“Rowan !”
พร้อมกับสายตาที่เยือกเย็นอย่างที่พวกเขาคุ้นเคย
“เห็นแก่ท่านหญิง Aelthara หรอกนะ ยัยเอลฟ์ปากเสีย…”
“เอานี่… อย่าให้เป็รอยนะโว้ย !”
Rowan ถอดเกราะแขนของตน แล้วโยนให้เหล่าทหารที่เฝ้าปากทางเข้ารับมันไว้ ก่อนที่ทหารเอลฟ์นายนั้นจะเซเล็กน้อย…
ในขณะที่ Myryn เองก็พยายามไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดของ Rowan แม้จะกำหมัดแน่นก็ตาม…
“ส่วนเ้า… มนุษย์ที่สะพายดาบ…”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านหัวหน้าหน่วย…”
“ก็…ดี… ไม่เหมือนสหายเ้า ที่ไม่รู้จักเงียบปาก…”
“เ้าว่าไงนะ ยัยหูยาว !”
“เ้าว่าไงนะ ยัยหูยาว !”
เสียงตอบกลับจากสองชายต่างวัย ดังสวนขึ้นมาทันควันโดยพร้อมเพรียง ก่อนที่พวกเขาจะถูกห้ามปรามเอาไว้ ด้วยสายตาของท่านหญิงเอลฟ์อีกครั้ง…
Edrin ค่อย ๆ ถอดเอาสายสะพายดาบออก และยื่นมันให้กับหนึ่งในทหารเอลฟ์ผู้เฝ้าทางเข้าพระราชวัง… พร้อมสีหน้าที่ดูหวั่นเกรง กับเหงื่อที่ไหลซึมออกด้านข้างขมับเล็กน้อย…
“เ้าทำเขาขาสั่นหมดแล้ว เ้ามนุษย์…”
“ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดที่ดูคุกคาม… ท่านหัวหน้าหน่วย…”
“หึ… แต่ออร่าความน่ากลัวของเ้าที่โชยออกมา ก็ทำเอาทหารหน้าใหม่นั่น หน้าถอดสีแล้วล่ะ”
“พี่ Edrin ไม่ได้น่ากลัว ! นะคะ…”
Liora ที่หลบอยู่ในผ้าคลุมของ Edrin มาพักใหญ่ ก็พลันเถียงขึ้นสู้ Myryn ในทันที…
“ข้าไม่เป็ไร Liora… ขอบใจเ้านะ”
“ก็พี่ Edrin ไม่ได้น่ากลัวจริง ๆ นี่คะ”
“ข้ารู้แล้ว…”
Edrin ลูบหัวของเด็กสาวที่ตกอยู่ในความงุนงงเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปที่ Myryn ที่ยืนอยู่หน้าปากทางเข้าพระราชวัง
“ไปกันเถิด… ท่านหัวหน้าหน่วย…”
“หึ… เด็กนั่น… แปลกเด็กเสียจริง… เอาล่ะ ! พวกเ้า ตามข้ามา”
“และหุบปากของเ้าไว้ด้วย !”
เธอกล่าวขึ้น พร้อมกับมองแรงไปยัง Rowan และ Bromm ก่อนจะเดินนำเข้าไป…
ปล่อยให้สองชาย ผู้ถูกกล่าวหา ทำได้เพียงยืนกัดฟันมอง… และทุกคนก็มุ่งหน้าสู่ท้องพระโรงของพระราชวังหลังนี้
ผ่านบันไดวน ด้านในโพรงไม้ขนาดมหึมา มุ่งขึ้นสู่ชั้นลอยตรงกลางลำต้น เผยให้เห็นวงเวทขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ ลอยตัวยกพวกเขาขึ้นไป้าช้า ๆ จนมันหยุดอยู่ที่้า ก่อนที่พวกเขาจะก้าวไปยังพื้นไม้ใกล้ ๆ กับบรรไดทางขึ้นที่มีแสงสว่างลอดผ่านอยู่รำไร และเมื่อเดินโผล่พ้นช่องบันไดนั้นขึ้นมา จึงมองเห็นเป็ลานด้านหน้าของพระราชวัง ที่ประดับไปด้วยมวลบุปผาหลากสี
เด็กสาวตัวเล็กก็ที่แววตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็เผลอไปัักับมันเข้า…
จนดอกที่บานสะพรั่ง ก็หุบลงมือัักับนิ้วของเธอ…
“เด็กมนุษย์… อย่าไปแตะต้องมัน และรีบเดินเสีย !”
“หนู… ขอโทษค่ะ”
“หึ… ช่างมันเถอะ รีบ ๆ เข้า พวกเ้าไม่ได้มาเดินเล่น”
Myryn ที่มองเด็กสาวซึ่งพยายามัักับดอกไม้ที่เธอไม่คุ้นเคย ก็ดุ Liroa ขึ้นมาเสียงแข็ง
ก่อนจะทำเป็ไม่สนใจ และเดินตรงต่อไป พร้อมด้วยคำพูดของท่านหญิงเอลฟ์ ที่พูดขึ้นมา
“เมื่อตอนเ้ายังตัวเล็กเท่ากับหนูน้อย… เ้าเองก็พยายามััดอกไม้นั่นทั้งวัน กว่าจะรู้วิธีที่ถูกต้อง ก็ใช้เวลาเป็สัปดาห์”
“ท่านอา… ท่านหญิง Aelthara ข้าไม่ได้เป็แบบนั้นเสียหน่อย !”
“เ้าจะว่าเช่นไรก็แล้วแต่… เดินต่อไปเถอะ ท่านหัวหน้าหน่วย…”
Myryn ที่ก่อนหน้าดูขึงขัง และจริงจังก็เกือบจะเสียอาการ และสะดุดอากาศล้ม… ก่อนจะเดินย่ำเท้าหนีไปด้านหน้าโดยไม่หันมามองแต่อย่างใด
“ขอบคุณนะคะ ป้า Aelthara คนสวย…”
“ไม่เป็ไรจ้ะ… หนูน้อย หึหึ”
“ฮิฮิ”
Aelthara ลูบหัวเด็กสาวครั้งหนึ่ง ก่อนจะเดินตาม Myryn ไป พร้อม ๆ กับทุกคนที่ค่อย ๆ เดินตามมาไม่ห่าง
“พี่ Edrin คะ”
“หนูคิดว่า… พี่ Myryn ก็… ไม่ได้ดูใจร้ายเท่าไหร่นะ”
“งั้นเหรอ Liora… แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าอยู่ห่างข้า และคนอื่น ๆ ล่ะ”
“ค่ะ ! รับทราบ !”
เด็กสาวพูดขึ้น ก่อนเขยิบมาเดินไม่ไกลจาก Edrin
โดยมี Rowan และ Bromm ที่เดินตามหลังมาไม่ห่างนัก
ทุก ๆ คนนั้น เดินผ่านเข้าหน้าประตูพระราชวังหลังโต ที่แกะสลักขึ้นจากเนื้อไม้แอชโบราณ… จนเป็โครงสร้างของพระราชวังทั้งหลัง ที่วิจิตรงดงาม อ่อนช้อย และสูงส่งกว่าสิ่งปลูกสร้างที่มนุษย์จะจินตนาการถึงได้
โถงทางเดินที่นำทางพวกเขาเข้าไปยังท้องพระโรง…
ซึ่งค่อย ๆ เผยให้เห็นห้องขนาดั์ อันมีเพดานที่ยกสูงซึ่งค่อย ๆ โค้งมน และแกะสลักเป็ช่องเล็ก ๆ หลายร้อยช่อง เพื่อเป็ทางผ่านของแสงอาทิตย์ และอากาศ
ดูคล้ายเป็โดมกลม ที่ครอบอยู่เหนือหัว กับความสูงที่เหนือจากพื้นราว ๆ หลายสิบเมตร รวมถึงความกว้างที่มากพอจะทำให้ห้องนี้ดูโล่งโปร่ง แต่ก็ชวนให้อึดอัดได้ในเวลาเดียวกัน…
เมื่อมองเข้าไป ณ ด้านในสุดของห้อง ซึ่งเห็นเป็บัลลังก์ไม้แกะสลักเป็ลวดลายเฉพาะแบบชาวเอลฟ์… ให้ความรู้สึกที่หนักแน่น และสูงส่งราวกับที่ประทับของเทพเ้า… พร้อมกับเขากวางขนาดั์ที่ประดับอยู่เหนือหัวของชายผมยาวที่นั่งอยู่บนบัลลังก์
และผู้ที่นั่งอยู่ตรงนั้น… ห่มกายของเขาด้วยอาภรณ์ที่ดูแตกต่างจากทุกคนในท้องพระโรงนี้โดยสิ้นเชิง ทั้งความประณีตของงานตัดเย็บผสมผสานกับการประดับอัญมณีเม็ดเล็ก เม็ดใหญ่สลับกันไปลงบนผืนผ้าให้สะท้อนแสงที่ส่องผ่านช่องไม้แกะสลัก้า พอให้เห็นเป็ประกายระยิบระยับ…
อีกทั้งผมสีเงินสว่างเป็ประกายให้เห็นชัด… ซึ่งยาวเรียบลงมาอย่างเป็ระเบียบมเรียบร้อยจนถึงบริเวณหน้าอก และไม่มีแม้แต่ปอยผมที่ชี้ฟูแม้แต่เส้นเดียว…
เขามีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง แต่ก็พอให้มองเห็นซึ่งริ้วรอยเล็กน้อยบนใบหน้า… พร้อมกับมงกุฎสีเงินที่ขึ้นลายเป็ทรงแหลมชี้ขึ้นมา้า พร้อมประดับด้วยอัญมณีเม็ดไม่ใหญ่นักรอบ ๆ มงกุฎ ซึ่งสวมทับลงมาบนศีรษะเห็นเป็สง่าอย่างเรียบหรู…
และที่ด้านข้างของท้องพระโรงที่กว้างใหญ่ ก็ห้อมล้อมไปด้วยเหล่าเอลฟ์ที่ดูสูงศักดิ์ทั้งหญิงและชาย ซึ่งดูมากด้วยองค์ความรู้ และแต่งกายด้วยชุดที่สุภาพให้ความรู้สึกแตกต่างจากชาวเอลฟ์ ณ ด้านล่างอย่างเห็นได้ชัด…
ในทันทีที่พวกเขาทุกคนย่างเท้าเข้ามา ณ ท้องพระโรงแห่งนี้…
ทุกสายตาที่ดูสุขุม และนิ่ง ก็พลันจับจ้องไปที่ท่านหญิงเอลฟ์ในผ้าคลุมสีม่วงเข้ม ซึ่งกำลังเดินอย่างมั่นคงเกินกว่าที่พวกเขาคาดคิดนัก…
เสียงพูดคุยดังขึ้นโดยรอบ… เป็ภาษาที่ชาวมนุษย์อย่าง Liora Edrin Rowan รวมไปถึงคนแคระอย่าง Bromm เองนั้น ก็แปลมันไม่ออก…
Edrin ที่สังเกตเห็นสายตาที่จ้องมองมายังท่านหญิง Aelthara อย่างประหลาดใจ ราวกับว่ามองเห็นสิ่งที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่ในโลก พร้อมกับสีหน้าที่วิตกกังวลเล็กน้อย…
บ้างก็ทำหน้าตาจริงจัง และพูดพึมพำกับตัวเอง บ้างก็มองหน้ากันและพูดด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ แต่ส่วนใหญ่นั้น ล้วนแล้วแต่เป็การแสดงออกที่ดูไม่เหมือนการต้อนรับกลับบ้าน…
ก่อนที่ Edrin จะสังเกตเห็นท่านหญิงเอลฟ์ซึ่งค่อย ๆ ก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อม ๆ กับกำมือแน่น และไม่เอ่ยคำใด ๆ Liora เองที่สังเกตเห็นเช่นกัน ก็จับมือของเขาเอาไว้แน่น…
“ไม่ต้องห่วง Liroa… ท่านหญิงจะไม่เป็อะไร”
“หนูก็หวังว่าแบบนั้น… แต่ว่า…”
“หากเ้ารู้สึกว่าท่านหญิง้าให้ช่วย… เพียงแค่ทำเหมือนอย่างเคยก็พอแล้ว…”
“ทำอะไรเหรอคะ พี่ Edrin ?”
“ทำเหมือนที่เ้า… ช่วยข้าเอาไว้เสมอ”
“เอ๋…?”
“เดี๋ยวเ้าก็เข้าใจเอง Liora แต่ก่อนอื่น อยู่ใกล้ข้าไว้”
“ค่ะ… พี่ Edrin”
สิ้นเสียงของเด็กสาว Edrin ก็จับมือเล็ก ๆ ของเธอไว้มั่น พร้อมกับก้าวไปพร้อม ๆ กัน
Myryn ที่เดินนำพวกเขาอยู่ ได้มาหยุดอยู่เบื้องหน้า องค์าาแห่งอาณาจักร Sylvaryn
เธอคุกเข่าลงก่อน และตามมาด้วยท่านหญิงเอลฟ์…
ก่อนที่ Edrin จะเป็คนแรกของเหล่ามนุษย์ ที่ค่อย ๆ คุกเข่าลง ตามด้วยเด็กสาว และ Rowan กับ Bromm พร้อม ๆ กัน…
ท้องพระโรงที่เมื่อก่อนหน้านี้ไม่นาน เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยจากภาษาเอลฟ์ที่พวกเขาไม่เข้าใจมันเลยสักคำ ก็แปลเปลี่ยนเป็ความเงียบที่ชวนให้อึดอัด…
พร้อม ๆ กับสายตาขององค์าาที่มองมายังท่านหญิงเอลฟ์ด้วยความนิ่ง จนชวนให้รู้สึกขนลุก…
แม้แต่ Edrin ที่ไม่ค่อยหวั่นเกรงกับสิ่งใด ก็พลันเหงื่อตกเล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันที่หนักอึ้ง… แม้จะว่าแรงกดดันที่เกิดนี้ จะไม่ได้มาจากการฟาดฟัน หรือเข่นฆ่ากันก็ตาม…
องค์าาเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์ เพียงแต่ขยับมือเป็สัญญาณเล็กน้อย เพื่อให้พวกเขาทุกคนยืนขึ้น…
ก่อนที่ Myryn จะเริ่มรายงานให้พระองค์ทราบ เป็ภาษาของชาว Sylvaryn อยู่พักใหญ่…
ไม่นานจากนั้น องค์าาแห่งผองเอลฟ์ ก็ยกมือสั่งให้นางหยุดพูด ก่อนจะผายมือมาทางท่านหญิง Aelthara ที่อยู่ไม่ไกลจาก Myryn นัก…
คล้ายกับว่าพระองค์นั้น… ้าให้ท่านหญิงเอลฟ์เอ่ยคำอธิบายถึงเหตุผลด้วยตนเอง…
ท่านหญิงเอลฟ์ในผ้าคลุมสีม่วงเข้มได้โน้มตัวเพื่อทำความเคารพเ้าเหนือหัวแห่ง Sylvaryn ก่อนจะหลับตาลงเพื่อควบคุมลมหายใจของตนให้กลับมาเป็ปกติที่สุดเท่าที่เป็ไปได้…
พร้อมกันนี้ ฝั่งของ Bromm ที่กำลังง่วนอยู่กับสิ่งประดิษฐ์บางอย่างจนเกิดเป็เสียงดังขึ้นเบา ๆ ที่ด้านหลังจน Rowan ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มสงสัยเช่นกัน
“Bromm เ้ากำลังทำอะไร ?”
“จำที่ข้าพูดเื่เครื่องแปลภาษาได้ไหม ?”
“ตอนเราบินอยู่บนฟ้างั้นเหรอ… เออ จำได้แล้ว ! อย่าบอกนะว่า คือ…”
“ใช่ ! นี่แหละเวลาอันเหมาะสมที่จะทดลอง !”
“งั้นก็… อย่าช้า ! และข้าขอฟังด้วยคน ทีนี้ก็จะได้เข้าใจเสียที ว่าพวกมันพูดอะไรกันนักหนา !”
“เอานี่ ! ใส่หูใหญ่ ๆ ของเ้าไว้”
“เออ ๆ รู้แล้ว ๆ”
ทั้ง Rowan และ Bromm ต่างก็ดูตื่นเต้นกับสิ่งประดิษฐ์นี้ที่พวกเขากำลังจะได้ทดลองมัน
และเป็จังหวะเดียวกันที่ท่านหญิงเอลฟ์ ได้เอ่ยขึ้นมา ด้วยภาษาของบ้านเกิด…
“KaLuántha Varoryàn Ol Sylvaryn ŪThē Fé Fabél…”
ท่านหญิงเอลฟ์กล่าวขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่สุขุม แต่ก็เปี่ยมไปด้วยความหนักแน่นชัดถ้อย… พร้อมท่าทีที่ดูมั่นใจกว่าเมื่อครู่มากนัก…
“เอ่ออ… อันนี้ข้าว่า Aelthara กำลังบอกว่า ไอ้หูยาวที่บัลลังก์นั่น ชื่อว่า วาโรรีอาน…”
“แล้วก็… เป็าาที่สง่างาม… Rowan”
“เออ ข้าก็ได้ยินแบบนั้น Bromm”
ทั้งคู่ที่ฟังคำกล่าวของท่านหญิงเอลฟ์ ก่อนจะคุยกันสองคน ที่ด้านหลังของ Edrin และ Liora…
ก่อนที่ท่านหญิงเอลฟ์จะกล่าวต่อในทันที…
“Maelántha Aelthara Aselaán KaLuádá...”
"NoLúan Malén"
เมื่อสิ้นคำกล่าวนี้ ทั้งท้องพระโรงที่เคยเงียบงัน ก็พลันมีเสียงของเหล่าเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์โดยรอบอุทานเสียงหลงขึ้นมาแทบทุกคน…
พร้อมปฏิกิริยาที่ลนลาน รวมไปถึงตื่นตระหนกถึงที่สุด… บ้างก็ชี้มายัง Aelthara และะโโหวกเหวกเสียงดัง บ้างก็ยืนสั่นกลัวและพูดอะไรไม่ออก...
องค์าาที่นั่งนิ่งมาสักพัก ก็พลันมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นมาคล้ายเป็สัญญาณให้ผู้ที่อยู่ใต้บริวารของตนนั้นสงบลงในทันที…
“Rowan ข้าว่าพวกมันกลัวสิ่งนั้นที่เรียกว่า “ภัยมืด” หรือที่ Aelthara เล่าให้พวกเราฟังว่า”
“Dark Chaos…”
Edrin ที่ยืนนิ่งอยู่ก่อนหน้าก็พูดแทรกบทสนทนาระหว่างนายช่างใหญ่ และ Rowan ที่อยู่เบื่องหลัง
“นั่นแหละ Edrin ที่ข้าจะเอ่ย…”
และเมื่อทั่วทั้งท้องพระโรงกลับสู่ความสงบ ท่านหญิงเอลฟ์ที่พยายามยืนให้นิ่ง ก็พลันเอ่ยต่อทันที…
“Galéna Úda dé Thuan Veridian... Maelántha Makhaán VaThy... Dé Pathyánvá Ol KaLuáda”
“Tel Aselaán KaLuádá... Asel Thy í Nalé vé Phanthá”
เมื่อกล่าวจบ ท่านหญิงเอลฟ์จึงโค้งศีรษะลงเพื่อเป็การแสดงความเคารพ และนอบน้อมอย่างที่สุด แม้แต่ Bromm ที่อยู่ด้วยกันมานาน ต่างก็ไม่เคยเห็นทีท่าที่ดูอ่อนน้อมเช่นนี้มาก่อนเลย…
“ประโยคนั้น… Aelthara บอกว่ามนุษย์ใช้ Dark Chaos”
“นางขอความช่วยเหลือจากไอ้หูยาวบนบัลลังก์นั่นอยู่…”
“ครั้งแรกเลย Bromm ที่ข้าเห็นท่านหญิงมีท่าทีที่ดู อ่อนลง…”
“ข้าเองก็เช่นกัน Rowan…”
และไม่นานมากนักองค์าาผู้เยือกเย็น ก็ได้เอ่ยขึ้นมาเป็ครั้งแรก…
น้ำเสียงที่เรียบและดูเ็า แต่ก็แฝงไปด้วยความหนักแน่น และเด็ดขาดราวกับกำลังประหัตปะาท่านหญิงเอลฟ์ที่อยู่เบื้องหน้า…
“Lael Fé Aelthara ŪThē Ínya...”
“Lael Káya-Naél Makhaán VaThy el Sylvaryn-Althá”
น้ำเสียงขององค์าาเอลฟ์ ดังชัดถ้อยแม้จะอยู่ห่างไปไกล ณ บัลลังก์ไม้ของตน…
“ได้ยินไหม Bromm”
“เออ… ข้าได้ยิน… มันกำลัง”
“ใช่ Bromm มันกำลังด่าท่านหญิงอยู่”
เมื่อทั้งสองได้ยินเช่นนั้น ก็ทำได้เพียงกลืนน้ำลายตนเองหนึ่งอึก ก่อนที่ Liora จะหันมาเห็น Rowan ที่กำลังกำหมัดแน่น…
เด็กสาวหันกลับไปมองที่ท่านหญิงเอลฟ์ พร้อมด้วยภาพมือของนางที่เริ่มสั่นให้เห็นเล็กน้อย
“ป้า… Aelthara…”
เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเขยิบเข้าใกล้ Edrin มากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
พร้อมกันนี้ องค์าาเอลฟ์ จึงได้กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่แสนเยือกเย็น…
“Ol Lael Wáthaán dé Vásbará...”
ก่อนที่พระองค์จะเว้นจังหวะไปหนึ่ง่ลมหายใจ และเอ่ยออกมาเรียบ ๆ ราวกับการกล่าวคำตัดสินก็มิปาน…
“Ìfa-Galé”
ทันทีที่เอ่ยคำนี้จบ… มือที่เริ่มสั่นของ Aelthara ก็พลันสั่นมากขึ้นไปกว่าเดิมเสียจนท่านหญิงเอลฟ์จำต้องกุมมันไว้เพื่อคุมให้ตัวเองยังสามารถฟังสิ่งที่องค์าากล่าวต่อให้ได้จนจบ…
จากนั้นพระองค์จึงเริ่มกล่าวขึ้นอีกครั้ง…
“Tel Mael návà Ìoyáthan Ol Lael KaLasel”
“ThaLèn Galé Tha Lael Fé návà Lafá-àn tel Lael Káya-Naél Kéra-àn Vé Mará”
“Vé Athé Lael Avé Dūol…”
เมื่อาาเอลฟ์กล่าวจบ Aelthara ที่ยืนฟังอยู่เบื้องหน้าก็เริ่มมีท่าทีที่ดูแปลกไปจากปกติอย่างเห็นได้ชัด…
ลมหายใจเริ่มดูไม่ราบลื่นดั่งเดิม... หรืออย่างที่ทุกคนคุ้นชินยามเมื่ออยู่ด้วยกัน…
ความนิ่งและความสุขุมตลอดเวลาที่ผ่านมา ได้ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าที่ดูหม่นหมอง…
พร้อมกันกับที่ท่านหญิงเอลฟ์ เบือนหน้าหลบสายตาขององค์าามาด้านข้างเล็กน้อย กับก้มหน้าลงและหลับตาอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับว่าคำพูดขององค์าา กำลังทรมานเธอจากข้างใน…
ซึ่งทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่เด็กสาวตัวเล็ก ที่คอยยืนมองอยู่ด้านหลังสังเกตได้… จากป้าคนสวยของเธอ…
พร้อมกับเสียงของ Bromm และ Rowan ที่คุยกันอย่างห่อเหี่ยวใจว่า…
“ข้าเข้าใจแล้ว Bromm ทำไมท่านหญิงถึงไม่อยากกลับมาที่นี่”
“เออ… โทษของ Aelthara นั้นช่าง…”
“เ็ป…”
“สำหรับมนุษย์อย่างข้า มันคงไม่นานมากนัก… แต่สำหรับท่านหญิงแล้ว… คำว่าตลอดกาล มันคง…”
“เออ… Rowan ข้าเองก็ได้ยิน… การเนรเทศ… จากบ้านเกิด ตลอดกาล”
“และองค์าายังบอกอีกว่า… นี่คือความเมตตาอย่างที่สุดแล้ว…”
เมื่อ Bromm กล่าวจบ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป… และแทนที่เข้ามาด้วยความเศร้า เช่นเดียวกันกับ Rowan ที่อยู่ใกล้ ๆ
Aelthara พยายามควบคุมอาการสั่นของตนเองอีกครั้ง ก่อนจะสูดหายใจเข้าครั้งหนึ่ง พร้อมกับค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจของตนเองออกมาช้า ๆ
และเงยหน้าขึ้นไปยังบัลลังก์ขององค์เหนือหัว ณ เบื้องหน้า…
ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนนุ่ม แต่ก็แฝงไปด้วยความสั่นกลัวเล็กน้อย…
“KaLuádá ŪThē Fé Fabél vé Ám Ol Althaíria”
“Asel Thy í nalé vé Ìyakálé Fé Elawenia Ol Sylvaryn...”
“Ūjaé Ūda "NoLúan Malén"... Káya-Naél Iná Althá Ol Veridian ŪThē Dūol-Naél Bátaèn el La í myn Ol Thuan”
ในทันทีที่ท่านหญิงเอลฟ์เริ่มพูด…
เครื่องแปลภาษาของ Bromm ก็ทำงานอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มพูดความหมายของประโยคเ่าั้ออกมา
“Bromm ท่านหญิงกล่าวขอความช่วยเหลือ… แล้วก็”
“เออ Rowan ข้าได้ยินเช่นกัน… Aelthara บอกว่า…”
“Dark Chaos ไม่ควรอยู่ในมือของมนุษย์ที่ควบคุมมันไม่ได้…”
“หรือก็คือพวกที่้าตัวยัยหนู Liroa ใช่ไหม Bromm ?”
“คิดว่า… ใช่ Rowan”
พร้อมกันนี้ ท่านหญิงเอลฟ์จึงได้เอ่ยต่อ แม้จะมีอาการสั่นเทาปนอยู่บ้างจนสังเกตได้…
“Iná Maol el Elawenia Fé Avé Màkwán Phalàn-Féleànyá Elya. Dé Éanda el”
“NoLúan Malén”
“Ol KaLuáda Sase-Naél Inà Thyàn ì ya Makha-án VaThy dé Sylvaryn Galé a nú”
เมื่อกล่าวจบประโยคไปครู่หนึ่ง ท่านหญิงเอลฟ์ก็หยุดนิ่งเล็กน้อย พร้อมก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาขององค์าาบนบัลลังก์เบื้องหน้า…
เธอถอนหายใจออกมาหนึ่งครั้ง… ก่อนจะเงยหน้ามองพร้อมแววตาที่เศร้าโศก… ราวกับว่ากำลังเอ่ยถ้อยคำที่ตัวเธอนั้นไม่มีสิทธิ์เอ่ยถึง…
“Maelántha Jal Ka e sasel Ol Maelántha Ba í ryn”
ทันทีที่ท่านหญิงเอลฟ์เอ่ยจบ เสียงพูดคุยของเหล่าเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์โดยรอบก็ดังขึ้นมาแทรกเล็กน้อย… ราวกับว่าประโยคดังกล่าวของท่านหญิง Aelthara นั้น… เป็สิ่งที่พวกเขายอมรับไม่ได้…
Liora ที่มองเห็นเหล่าเอลฟ์รอบ ๆ มีท่าทีไม่พอใจ ก็หันไปถาม Rowan และ Bromm ที่ยืนนิ่งไปสักพึ่ง…
แววตาของ Bromm มีน้ำตาคลออยู่เล็กน้อย…
Rowan ที่กัดฟันแน่น พร้อมก้มหน้าอยู่พักใหญ่… เขาลูบหัว Liroa ครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า
“ยัยหนู… ท่านหญิงเพียงแต่มาเตือนพวกเขา… เพราะมีเพียงพวกเขาที่ช่วยได้ และที่สำคัญ... ท่านหญิงเพียงแค่เป็ห่วง…”
“บ้านที่ท่านหญิงรัก… ก็เพียงเท่านั้น…”
“ลุง Rowan…”
Liora กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แ่เบาลงเล็กน้อย… ก่อนจะหันกลับไปมองที่แผ่นหลังของท่านหญิงเอลฟ์ หรือป้าคนสวยของเธอ ที่ดูเหมือนกำลังแบกรับบางอย่างที่กดทับเธอไว้หลายศตวรรษ…
ไม่นานนัก ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเหล่าเอลฟ์สูงศักดิ์โดยรอบ…
องค์าาได้ยกมือขึ้นมาเป็สัญญาณให้ทุกคนเงียบลง… จากนั้นจึงได้เอ่ยต่อขึ้นมา พร้อมน้ำเสียงที่ยังคงความเยือกเย็นดั่งเดิม…
“Jael "NoLúan Malén" Thaén-Naél Ìnànya iná Altha í ria”
“Yalén Lael Dūol-Naél Bátaèn náyaàm tel Kàya Inà nà-thá Sama í ry Galoluya...”
หลังจากเอ่ยจนจบ… เพียงไม่กี่ประโยคนั้นเอง ก็ทำให้ท่านหญิง Aelthara ถูกกดให้นิ่งจนพูดไม่ออก…
ท่านหญิงเอลฟ์ พยายามจะเอ่ยขึ้นมา แม้จะแทบไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดรอดออกมาจากปาก…
พร้อมด้วยท่าทีที่แค่ยืนอยู่ได้ก็เต็มกลืนแล้ว…
“Maelántha… Thaén-Naél raànya tel... Maelántha… awànya KaLuádá...”
Aelthara กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ขาด ๆ หาย ๆ แต่กระนั้นก็ฝืนพูดจนจบประโยค
และเมื่อองค์าาได้ยินทุกอย่างแล้ว ก็ขำออกมาในลำคอเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้งว่า
“Héré Nywá Lael Galéna... Athé Dúén Inà Qúlún Lael ?”
ครั้นเมื่อพระองค์กล่าวจบ… สายตาก็จ้องมองไปยังท่านหญิง Aelthara พร้อมชี้นิ้วไปยังท่านหญิงเอลฟ์ตรงเบื้องล่าง…
“Tel Inà.... Althé Dúol Úman Nafé Vémàn Ol Mael.. ?”
พระองค์กล่าวด้วยสีหน้าที่ดูเศร้าหมองลง และแววตาที่ซ่อนไว้ซึ่งหยดน้ำตาที่เอ่อคลอ…
ก่อนที่น้ำเสียงที่เคยเรียบ และเยือกเย็นของพระองค์นั้น จะมีความรู้สึกที่รุนแรงและกระแทกมากขึ้น
“Inà Ám Ol Lael Ínya... Aelthara...”
และท้องพระโรงก็พลันเงียบลงจนอึดอัด... บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้งราวกับว่ากำลังกดทับทุกคนให้จมลงไปในพื้นไม้ของพระราชวัง…
ความเงียบนี้ มันทำเอาท่านหญิง Aelthara ได้ยินเสียงของหัวใจที่เต้นไม่เป็จังหวะของตัวเอง ดังชัดไปทั่วทั้งโสตประสาท…
ก่อนที่ท่านหญิงเอลฟ์จะก้มหน้าลงเพื่อหลบซ่อนความรู้สึกนี้ไว้…
พร้อมกับน้ำตาที่หยดลงมาเล็กน้อย…
ซึ่งเป็จังหวะเดียวกันที่ Liora สังเกตเห็น…
และเสียงพูดของ Rowan ที่ดังขึ้นมาในไม่กี่อึดใจ
“าาเอลฟ์พูดเหมือนกับ… มันเป็ความผิดของท่านหญิง…”
“และท่านหญิง Aelthara ก็ไม่… แม้แต่จะปฏิเสธมันเลยสักคำ…”
Rowan กล่าวขึ้นมาพร้อมหมัดที่กำแน่น… และสันกรามที่เกร็งชัดจนได้ยินเสียงของฟันที่ขบกันอย่างรุนแรง
Bromm ที่ปกติมักจะพูดไม่หยุด… กลับเงียบลงจนน่าใจหายและทำได้เพียงยืนมองสหายของตนที่อยู่ตรงนั้น…
ท่ามกลางความเงียบที่เกิดขึ้นอยู่พักใหญ่… เสียงของท่านหญิงเอลฟ์ก็พูดขึ้นแทรกออกมา
แม้จะดูสั่นเทาจนแทบจะเหมือนลมหายใจขาด่ และไม่เป็จังหวะ…
“KaLuádá Asel Thy í nale vé Mà Qara Galé.. ”
“Naél vé”
“Maelántha...”
“Jael vé…”
“Ám ol Qua…”
.
.
ท่านหญิง Aelthara พยายามกล่าวให้จบประโยค แม้ว่ามันจะดูเหมือนเธอแค่พูดออกมาเป็คำ ๆ ก็ตาม…
และในทันใดทีคำสุดท้ายเอ่ยจนจบ…
องค์าา ก็กระแทกเสียงดังขึ้นกลางท้องพระโรงที่เงียบสงัด กังวานไกลจนทำเอานกที่เกาะอยู่เหนือพระราชวังบินหนีไปด้วยความหวาดกลัว…
“Elya !”
าาแห่งชาวเอลฟ์ Sylvaryn ยืนขึ้นมาด้านหน้าบัลลังก์ของตน
พร้อมกับชี้นิ้วไปยังท่านหญิงเอลฟ์ที่เบื้องล่าง…
Liroa เมื่อเองที่ใกับเสียงของพระองค์ ก็เขยิบตัวหลบเข้ามาในผ้าคลุมของ Edrin โดยทันที…
Rowan ที่ยืนกำหมัดแน่น ก็เผลอขยับตัวไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง ก่อนจะโดนหยุดไว้โดย Edrin
เขามองไปในตาสหายของตน แล้วเอ่ยกับ Edrin ให้ได้ยินกันแค่พวกเขาว่า
“ท่านหญิง Aelthara โดนมันโยนความผิดทั้งหมดให้”
“แต่กระนั้น ท่านหญิงก็ยังอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ…”
“พอแล้ว Rowan ที่นี่ไม่ใช่อาณาจักรมนุษย์…”
Edrin กล่าวขึ้นมาหยุดเพื่อนของเขา เพราะเหล่าทหารองครักษ์เองก็จับจ้องท่าทีที่ดูคุกคามของ Rowan เช่นกัน
Bromm ที่ยืนเงียบอยู่นานก็เริ่มเข้ามาดึง Rowan กลับมาอยู่ที่เดิม…
ไม่นานนัก องค์าาแห่ง Sylvaryn ก็จึงเอ่ยขึ้นต่อ ด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด…
จนทุกคนััได้แม้ว่าไม่เข้าใจภาษาของพวกเขาก็ตาม...
“Hathé redàn Lael ! Kéryn Ol Lael Fé Elawenia ?”
“Ol Mael SaNuan Déanthé Vakelya Ol Lael !”
.
.
พระองค์ยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงซึ่งกระแทกแรงในทุกถ้อยทุกคำ… เหมือนกับว่านี่คือคำตัดสินของพระองค์ ต่อผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็ราษฎรของอาณาจักรแห่งนี้…
Bromm เมื่อได้ยินประโยคขององค์าา… เขามองไปที่ Aelthara ในทันที
“เ้าทำ…องค์รัชทายาทแห่งบัลลังก์ Sylvaryn”
“ตายงั้นเหรอ Aelthara ?”
เขาพูดขึ้นมาไม่ดังมากมายนัก แต่กระนั้นทุก ๆ คนที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ได้ยินกันทั่ว…
องค์าายังคงกล่าวว่าท่านหญิง Aelthara อย่างต่อเนื่อง…
และในทุก ๆ ครั้งที่าาเอลฟ์กล่าวจบประโยค…
ท่านหญิง Aelthara จะสั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ ไปทั่วทั้งร่างกาย…
ท่านหญิงเอลฟ์ที่ตอนนี้แค่พยุงตัวเองให้ยืนไหว ก็เต็มที่มากแล้ว…
พร้อมด้วยท่าทีที่ดูเศร้ากว่าครั้งไหน ๆ จนมันสะท้อนออกมาจากมือที่ไม่ยอมหยุดสั่น...
แววตาของท่านหญิงนั้น มีน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ไม่จาง ซึ่งพร้อมจะไหลรินออกมาในทุก ๆ เมื่อ...
อีกทั้งลมหายใจซึ่งไม่เป็จังหวะ แต่กระนั้นก็ยังคงฝืนยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ขององค์าา
ที่เธอเคยเคารพเหนือเกล้า....
ท่าหญิง Aelthara พยายามจะเอ่ยคำพูดออกมาในภาษาของตน
พร้อมกับริมฝีปากที่สั่นเทาทุกครั้งเมื่อครั้นจะเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา...
แต่กระนั้นก็ไร้ซึ่งเสียงใด ๆ ที่ถูกเปล่งออกมาจากท่านหญิงเอลฟ์ผู้แตกสลาย...
ท่ามกลางความตรึงเครียดของท้องพระโรงแห่งนี้…
เด็กสาวคนหนึ่งที่หลบตัวอยู่ใต้ผ้าคลุมของ Edrin…
สายตาเธอมองไปยังท่านหญิงเอลฟ์ ณ เบื้องหน้า…
เธอมองไปที่ Rowan ซึ่งในตอนนี้สีหน้าแสดงออกชัดเจนมากว่ากำลังโกรธสุด ๆ
พอหันไปทางหนึ่งที่ Bromm ยืนอยู่ เขาเองก็เงียบจนชวนให้หดหู่กว่าที่เคย…
และเมื่อมองไปที่ Edrin ซึ่งตอนนี้พยายามนิ่ง และสุขุม เพื่อคุมไว้ไม่ให้สหายของเขาทำอะไรโง่ ๆ
เธอสูดหายใจเข้าครั้งหนึ่ง... แม้ข้างแก้มของเธอจะมีรอยน้ำตาไหลออกมาเล็กน้อย
เด็กสาวปาดคราบน้ำตาตรงข้างแก้มหนึ่งที…
และจู่ ๆ...
.
.
เด็กสาวคนนั้น…
.
.
ก็เดินขึ้นมาอย่างช้า ๆ และมาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ ท่านหญิง Aelthara เธอยืนอยู่ตรงนั้นพักหนึ่ง
ก่อนที่ไม่นานจากนั้น... เธอจะจับมือท่านหญิงเอลฟ์ผู้แตกสลายเอาไว้แน่น...
และเงยหน้ามองท่านหญิง Aelthara ที่กำลังเศร้าโศก...
พร้อมด้วยรอยยิ้มธรรมดา ๆ ของเด็กสาวตัวน้อย ๆ
อย่างที่ Liora นั้น
ทำเสมอมา...
.
.
ััของมือเล็ก ๆ ที่จับมือของท่านหญิง Aelthara อยู่นั้น… ถึงจะไม่แน่นมากมายอะไร แต่กระนั้น…
มันก็อุ่นมากพอที่จะทำให้หัวใจที่เคยสั่นไม่ยอมหยุดกลับมาสงบลง... และนิ่งขึ้นอย่างที่ควรจะเป็...
รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของเด็กสาว ก็ทำให้แววตาที่หมดหวังของท่านหญิงกลับมามั่นคงกว่าเดิม...
ราวกับว่าทั้งท้องพระโรงนั้น มีเพียงแค่ท่านหญิงเอลฟ์ และเด็กสาว…
.
.
“มีเพียงแค่ป้าคนสวย… และหนูน้อยที่ชื่อ Liora…”
.
.
ท่านหญิง Aelthara ลูบหัวเด็กสาวครั้งหนึ่ง
ก่อนจะหลับตาลง... พร้อมสูดหายใจเข้าลึก ๆ และค่อย ๆ ปล่อยลมหายใจของเธอออกมาช้า ๆ
จากนั้นจึงจ้องมองกลับไปยังพระพักตร์ขององค์าาเอลฟ์
และพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง และมั่นคง...
แต่ในครั้งนี้…
ท่านหญิง Aelthara เอ่ยกับองค์เหนือหัว…
“ด้วยภาษาของมนุษย์”
“หากพระองค์ทรงเห็นว่าข้าผู้นี้มิใช่ชาวเอลฟ์อีกต่อไป...”
ท่านหญิงเอลฟ์หยุดพูดไปขณะหนึ่ง… จนความเงียบได้เข้าแทรกกลางระหว่างเธอ และองค์าาอีกครั้ง…
"ข้าก็เพียงต้องขอทูลลา... องค์าา Varoryàn"
ครั้นกล่าวจบ ท่านหญิงได้โค้งคำนับอย่างนอบน้อมเป็ครั้งสุดท้าย…
ก่อนจะหันกลับมาหาเด็กสาวตัวน้อยที่ยืนอยู่ไม่ห่าง…
จับมือเด็กสาวไว้มั่น... ก่อนจะก้าวนำออกไปจากเบื้องหน้าของบัลลังก์
ผ่านเหล่าเสียงครหามากมายอันเป็ภาษาเอลฟ์ ที่ดังชัดขึ้นแทรกอยู่ตลอด…
โดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามองท่าทีของเหล่าเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์รอบ ๆ และรวมไปถึงองค์าา...
พร้อมกับมือของท่านหญิง Aelthara ที่ยังคงจับมือของเด็กสาวไว้อยู่...
แต่ก็ไม่ได้สั่นเหมือนก่อนหน้า.... ก่อนจะหันมายิ้มให้เด็กสาวที่ทำหน้าฉงน และเอ่ยว่า...
"เราไปจากที่นี่กันเถอะ หนูน้อย..."
"ค่ะ ! ป้า Aelthara คนสวย"
และพวกเขาทั้งหมดจึงออกมาจากท้องพระโรงแห่งนั้น...
Rowan ที่เดินตามท่านหญิงออกมา ด้วยสีหน้าที่เปื้อนยิ้มหลังจากเห็นท่านหญิง Aelthara กลับมามั่นคงอีกครั้ง
Bromm ที่ยังคงงุนงงเล็กน้อย แต่กระนั้นก็เดินตามออกมาอย่างไม่ห่าง… พร้อมกับเสียงหัวเราะ ที่เริ่มกลับมาดังเดิม
และ Edrin ที่จ้องมองไปยังพระพักตร์ขององค์าา ก่อนจะโค้งคำนับ และก้าวเท้าตามพรรคพวกของเขาไป…
Myryn เองที่มองเห็นและได้ยินทุกสิ่ง ก็ทำได้เพียงแต่นิ่ง และพูดอะไรไม่ออกเช่นกัน…
และหลังจากมนุษย์ คนแคระ และท่านหญิงเอลฟ์ผู้ถูกเนรเทศ ก้าวออกไปพ้นท้องพระโรง…
ก็ทิ้งเอาไว้เพียงแค่...
เหล่าชาวเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์ ที่ยังคงถกเถียงกันอยู่อย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบลง
กับความเงียบขององค์าา ณ บัลลังก์ไม้ของตน…
.
.
.
พวกเขาลงมายังด้านล่างสุดผ่านช่องทางเดิมที่ขึ้นมา ก่อนที่ทุกคนจะหยิบเอาสัมภาระของตนคืนกลัยมา โดยมีท่านหญิงเอลฟ์ที่คอยเจรจาว่าความกับเหล่าทหารที่เฝ้าปากทางเข้า…
ไม่นานมากนัก Myryn ก็ตามลงมาสมทบที่ด้านล่าง
“ท่านหญ… ท่านอาจารย์ ท่านจะไปที่ใดต่อ..?”
“เื่นั้น ข้าคิดว่า… คงจะเป็ทะเลสาบ Arzharyn”
“งั้นเหรอคะ ?”
“องค์าาสั่งให้หน่วยของข้า… ตามพวกท่านจนแน่ใจว่า พ้นเขตเมืองแล้ว…”
“ถ้าเช่นนั้น เ้าเองก็ไม่ต้องกังวลไปหรอก Myryn”
“เ้าก็แค่ทำตามหน้าที่ของเ้า… ข้าเข้าใจ และก็...”
“ขอขอบคุณเ้าอีกครั้ง… ที่พาข้าเข้าเฝ้าองค์าา Myryn”
“ท่านอาจารย์… ข้า…”
ไม่ทันที่เอลฟ์สาว ในฐานะหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนจะเอ่ยคำใดต่อจนจบ…
มือของท่านหญิงเอลฟ์ ก็ลูบไปที่หัวของเอลฟ์สาวคนนี้หนึ่งครั้ง ก่อนที่เธอและพรรคพวก จะออกเดินทางไปยังจุดหมายของตน…
โดยทิ้งไว้ให้ Myryn นั้นยืนนิ่งอยู่เื้ัพร้อมน้ำตาไหลอาบแก้มมาหยดหนึ่ง…
.
.
.
Aelthara เดินนำทุก ๆ คนออกมายังด้านหน้าเมือง ตามเส้นทางเดิมที่พวกเขาเดินเข้ามา...
เหล่าชาวบ้านยังคงมองพวกเขาด้วยสายตาเช่นเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง…
Aelthara ยังคงจับมือของหนูน้อยเอาไว้มั่น…
จนกระทั่งพวกเขาทุกคนเดินพ้นเขตเมืองของเหล่าเอลฟ์ และมุ่งไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
เพื่อไปยังทะเลสาบ Arzharyn
ในขณะที่เด็กสาวที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็มองดูมือของท่านหญิงเอลฟ์เงียบ ๆ อยู่พักใหญ่
ก่อนที่เธอจะเอ่ยขึ้นมาว่า…
"ทำไมคนหูยาวถึงไม่ชอบป้า Aelthara ของหนู ป้าของหนูออกจะใจดี"
เด็กสาวพูด พลางขมวดคิ้วเหมือนกำโกรธแทนป้า Aelthara คนสวยของเธอ
ท่านหญิงเอลฟ์มองเด็กสาวอยู่พักหนึ่ง และยิ้มออกมาอย่างมั่นใจ
ก่อนจะลูบหัว Liora อย่างอ่อนโยน
"ข้าไม่เป็อะไรแล้วล่ะ Liora...ขอบใจนะหนูน้อย"
สิ้นเสียงพูดของ Aelthara ก็ตามมาด้วยเสียงโวกเวกของ Rowan และ Bromm ตามประสา
“Bromm ! ทำไมข้าต้องกลับมาถือหีบของเ้าอีกเนี่ย !”
“เพราะว่าเ้าได้พักแล้ว ตอนอยู่ข้างบนท้องพระโรงไง !”
“เหตุผลอะไรของเ้าเนี่ย Bromm !”
“เหตุผลของอัจฉริยะไง ไอ้ั์ !”
“ฮะฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
และเสียงหัวเราะของท่านหญิงเอลฟ์ผู้สุขุมมาโดยตลอด ก็ดังขึ้นจากด้านหน้า
ทำเอาชายทั้งสอง เงียบลงไปโดยปริยาย…
“ข้าไม่คิดว่าท่านหญิงจะหัวเราะเสียงดังแบบนี้ได้… Bromm”
“เออ… ข้าเองก็แปลกใจเหมือนกัน Rowan”
“พวกเ้าจะเถียงกันไปตลอดทางจริง ๆ ใช่ไหม หืม ?”
“เอ่อ… ข้าไม่แน่ใจท่านหญิง… ว่าแต่ท่านไม่เป็ไรแล้วใช่ไหม ?”
“ข้าไม่เป็ไรแล้ว Rowan… ขอบใจเ้าที่เป็ห่วง…”
“แล้วเราจะไปที่ทะเลสาบ Arzharyn ถูกไหม Aelthara ?”
Bromm กล่าวขึ้นมาด้วยความสงสัย…
“ใช่ Bromm เราจะไปพักที่นั่นกัน… เมื่อครั้งที่ถูกเนรเทศ ข้าใช้เวลาที่นั่นอยู่หลายศตวรรษเลยล่ะ และข้าคิดว่าที่นั่นปลอดภัยมากพอที่จะหลบซ่อนจากพวกทะเลทราย”
“หากเ้าว่าเช่นนั้นข้าก็ไม่ขัด Aelthara”
“ข้าเองก็เช่นกัน ท่านหญิง…”
Bromm และ Rowan กล่าวเห็นด้วยตามลำดับ…
“ป้า Aelthara คะ”
“ว่าไงจ๊ะ… หนูน้อย…?”
“เราจะอยู่ที่นั่นด้วยกันใช่ไหมคะ ?”
คำถามนี้ของเด็กสาว ทำเอาเหล่าผู้ใหญ่ทุกคนเงียบไปพักหนึ่ง
“จนกว่าเ้าจะเบื่อบทเรียนของข้าหลังจากนี้เลยล่ะ หนูน้อย”
“เอ๋ ? ป้า Aelthara หนูยังมีอะไรให้เรียนอีกเยอะเลยงั้นเหรอ ?”
“เหมือนว่าเมือง Saltmere เมืองท่าเรือของอาณาจักร South Verdant จะอยู่ใกล้ ๆ นะ”
“เอ๋ ? เมืองท่าเรือ… งั้นก็มีทะเล ! มีของขายเยอะเลยสิคะ ! คุณตา Bromm”
“ฮ่า ๆ ใช่แล้วล่ะยัยหนู !”
“อืม… ข้าก็เคยได้ยินอยู่เหมือนกัน… หากเป็ที่นั่น ข้าและ Edrin ก็ซื้อเค้กให้เ้าได้แล้ว Liora !”
“เค้ก ! เย้ ! ลุง Rowan พูดแล้วนะ พี่ Edrin ต้องพาหนูไปที่เมืองด้วยนะคะ !”
“ข้าจะพยายามพาไปนะ Liora หากว่า…”
“หากว่าอะไรคะ พี่ Edrin ?”
“หากว่าท่านหญิง Aelthara อนุญาต…”
“เอ๋ ? ป้า Aelthara คะ ? หนูไปได้ไหม ?”
“สำหรับตอนนี้ เ้ายังไม่ควรไปในเมือง หรือที่ ที่มีคนพลุกพล่าน Liora”
ท่านหญิงเอลฟ์กล่าวขึ้นมาเพื่อดับความหวังของเด็กสาว… พร้อมกับ Liora ที่สีหน้าเปลี่ยนกับคอตกเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง…
“แต่ถึงอย่างนั้น… ข้าก็สนับสนุนเงินซื้อเค้กให้เ้าเพิ่มได้ หนูน้อย หึหึ”
“จริงเหรอคะ ป้า Aelthara ?”
“แน่นอนจ้ะ… แต่ก่อนอื่น พวกเราต้องเร่งฝีเท้าไปให้ถึงทะเลสาบ Arzharyn ก่อนฟ้ามืดจะดีกว่า”
“ค่ะ ! ไปกันเลย !”
“แล้วเ้าเดินนำหน้าไปแบบนั้น… เ้ารู้ทางแล้วเหรอ ยัยหนู ?”
“ไม่รู้ค่ะ ลุง Rowan ! แต่ว่า… ป้า Aelthara จะพาหนูไปเอง !”
Liora ที่จับมือของท่านหญิงเอลฟ์ไว้แน่น ก่อนจะวิ่งนำหน้าไปเป็คนแรก…
ตามด้วยท่านหญิงเอลฟ์ ที่จำต้องวิ่งตามไปโดยปริยาย…
Rowan พร้อมด้วยเสียงหัวเราะ กับหีบสารพัดประโยชน์ของนายช่าง Bromm
พร้อมกับนายช่างใหญ่ ที่เดินข้าง ๆ อยู่ไม่ไกลกัน…
และที่ด้านท้ายของพวกเขาทุกคน…
Edrin กับดาบของเขาที่สะพายอยู่กลางหลัง ก็เดินตามทุก ๆ คนไปอย่างใกล้ ๆ กับรอยยิ้มที่ปรากฏชัดบนใบหน้า…
สู่ทะเลสาบ Arzharyn…
สู่สถานที่… ที่พวกเขาอาจจะสามารถเรียกมันได้อีกครั้งว่า…
“บ้าน”
ข้อความจากนักเขียน
สำหรับบทที่ 16 นี้ก็จบแล้วครับ และบทที่ 17 จะเป็บทสุดท้ายของเอ่อ… จะเรีกว่าเป็ภาคแรกก็กะไร เพราะผมคิดว่านี่เป็เล่มแรกครับ ยังไงก็ฝากติดตามด้วยครับ ^ ^
บทที่ 16 นี้อาจจะยาวมาก ยังไงก็อ่านไป พักไปก็ได้นะครับ ขอบคุณทุกคนนะ ^ ^