32.คนงาน
ใช้เวลาไม่นานหมิงฮุ่ยก็ขับเกวียนกลับมาถึงบ้านซึ่งตอนนี้พ่อค้าทาสนำคนมาส่งแล้วรออยู่ที่หน้าบ้านหมิงฮุ่ยจึงเดินเข้าไปเพื่อจัดการต่อพร้อมทั้งจ่ายเงินค่าขนส่งทาส 50 อีแปะ
“อาเฟิงลูกพาพวกเขาเดินเข้าบ้านไปก่อนเถิด”หมิงฮุ่ยบอกบุตรชายพร้อมทั้งนำเกวียนไปเก็บ
“ขอรับ” หมิงเฟิงรับคำแล้วพาคนงานทาสให้เดินตามมารวมกันที่ลานบ้านส่วนฟางจิงกำลังทำอาหารให้คนงานอยู่ในครัว มีผัดผักรวม ข้าวต้มหมูสับร้อนๆอุ่นท้องดี คงต้องให้กินอาหารอ่อนๆ ก่อนเนื่องจากดูแล้วสภาพร่างกายแต่ละคนอ่อนแรงเหลือเกิน
“ข้าวต้มเสร็จแล้ว พวกเจ้าตามข้าไปที่โรงครัวคนงานเถิด”ฟางจิงเอ่ยปากเรียกแล้วทาสทุกคนก็เดินตามร่างบางไปทันทีโดยมีหมิงเฟิงและชุนชุนเดินไปด้วยจากนั้นไม่นาน หมิงฮุ่ยที่ยังคงอุ้มเยว่เยว่อยู่ก็เดิมตามมาสมทบโดยมีร่างเล็กของเด็กชายอู๋ฮั่นเดินตามมาต้อยๆ
เหล่าคนงานทาสเมื่อได้เห็นเจ้านายใหม่ที่ซื้อพวกเขาเดินเข้ามาจากตอนแรกที่กำลังจะกินข้าวต้มหอมๆที่นายหญิงตักแจกให้ก็ไม่มีใครกล้ากินกันได้แต่นั่งตัวลีบเล็กไม่กล้าขยับหมิงฮุ่ยเห็นเป็นเช่นนั้นก็เข้าใจ
“พวกเจ้ากินข้าวกันให้เรียบร้อยเถิด แล้วข้าจะพาไปเรือนพัก”กล่าวจบก็พาลูกๆ และภรรยาเดิมออกจากโรงครัว
“ขอรับ/เจ้าค่ะ”
“อู๋ฮั่นเจ้าก็ไปกินข้าวหากกินเรียบร้อยแล้วเจ้ามาบอกข้าอีกทีข้าจะพาไปเรือนพัก”
“ขอรับนายท่าน” ตอบรับอย่างยินดีจากนั้นเมื่อนายท่านนายหญิงและคุณหนูคุณชายเดินออกไปแล้วเขาก็รีบวิ่งไปรับข้าวต้มมากินเหมือนคนอื่นๆทันที
เพียงได้กินก็แทบหลั่งน้ำตานานเท่าไหร่แล้วที่ไม่ได้กินข้าวดีๆไม่เพียงแต่ข้าวเท่านั้นนี้ยังมีเนื้อหมูเป็นชิ้นๆ อีกคนละหลายชิ้นนับว่าเจ้านายใหม่มีเมตตานักที่ยอมให้พวกเขาได้กินเนื้อตั้งแต่วันแรกที่เขามาอยู่ที่นี่ทาสทั้ง 8 คนที่อยู่ในโรงครัวนี้ต่างตื้นตันใจอย่างมากสัญญากับตัวเองว่าจะตั้งใจทำงานกันให้สุดความสามารถเพื่อให้คุ้มกับการกินอยู่ที่ดีแบบนี้
ผ่านไป 2เค่อ อู๋ฮั่นก็เดินเข้ามาบอกหมิงฮุ่ยว่าทุกคนกินข้าวเรียบร้อยแล้วจากนั้นหมิงเฟิงจึงจับจูงมือฟางจิงไปด้วยเพื่อให้พาทาสหญิงเข้าพักเพราะตัวเขาเป็นบุรุษจึงไม่สะดวกนักไม่นานก็จัดการเรื่องที่พักเรียบร้อย และแจ้งว่ายามเซิน (15.00-16.59) ให้ทุกคนไปพบเขาที่ลานใหญ่หน้าบ้าน
บ้านหยางมานั่งเล่นรับของว่างที่ศาลารับลมหมิงฮุ่ยและเยว่เยว่ก็บอกเล่าถึงความเป็นมาว่าทาสแต่ละคนเป็นมายังไงโดยเฉพาะพ่อลูกแซ่อู๋เมื่อทุกคนได้ฟังก็ให้สะเทือนนัก
และเยว่เยว่ยังบอกเหตุผลที่ได้เลือก 3 แม่ลูกนั่นอีกว่าเยว่เยว่ฉลาดทำเพื่อปกป้องท่านพ่อให้ท่านแม่อย่างนั้นอย่างนี้ฟางจิงเมื่อได้ฟังทั้งเอ็นดูบุตรสาวทั้งหมั่นไส้สามีจึงส่งค้อนให้หมิงฮุ่ยไป
“หล่อเหลาเสียจริงๆ นะเจ้าคะ”
“โถ่ จิงจิง~ จิงเอ๋อร์พี่หาได้สนใจสตรีอื่นสายตานี้ก็มองได้เพียงแต่เจ้าคนเดียวและอีกอย่างยามมีสตรีอื่นมองแบบนั้นแล้วพี่พะอืดพะอมนักรู้สึกแย่ทุกครั้งเลยเชียว”ร่างสูงทำหน้าอ้อนเอาหน้ามาซบบ่าบอบบางทันที
“ท่านนี่นะจริงๆเลย จะเกินไปแล้วอายลูกบ้างเถิด”ฟางจิงทุบต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทันที เหตุใดจึงเป็นบุรุษหน้าหนาเช่นนี้นะส่วนคนที่ถูกตีก็หัวเราะชอบใจเสียงทุ้มในลำคอ พวกเขาเป็นสามีภรรยากันมานานหลายปีอีกทั้งก่อนแต่งให้กันก็รู้จักรักใคร่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่อายุ 4 หนาวรู้จักรู้ใจกันราวกับเป็นคนๆเดียวกันเรื่องบุรุษอื่นสตรีอื่นนั้นไม่สามารถแทรกกลางพวกเขาไปแน่นอน
เห็นท่านพ่อท่านแม่หยอกล้อกันไปมาน่ารักเช่นนี้เยว่เยว่ได้แต่พยักหน้าหงึกหงักไปมา เห็นทีไม่นานเกินรอน้องน้อยตัวนุ่มๆหอมกลิ่นน้ำนมต้องมาแล้วล่ะ คิ คิ เยว่เยว่คิดไปก็ปิดปากก้มหน้าแอบหัวเราะจนหัวสั่นด๊อกแด๊ก
“พี่รองท่านเป็นอันใดหรือขอรับ”
“คิ คิ คิ ไม่มีอันใดชุนชุนพี่รองแค่มีความสุขน่ะ”
“เช่นนั้นชุนชุนจะมีความสุขด้วยขอรับ”เอ่ยทั้งส่งยิ้มให้พี่สาวทันทีจนหมิงเยว่อดไม่ได้บีบแก้มขาวๆ นุ่มๆ ไปมาทั้งห้าคนนั่งเล่นหยอกเย้ากันอยู่ตรงศาลารับลมที่ลานบ้าน ไม่นานก็ถึงยามเซิน (15.00-16.59)เหล่าคนงานก็พากันเดินเข้ามาเมื่อได้กินอาหารอาบน้ำเปลี่ยนชุดใหม่แล้วทุกคนก็ดูหน้าตาสดใสขึ้นมาทันทีผมเผ้าก็เก็บรวบเรียบร้อยเปิดดวงหน้าให้ได้เห็นกันชัดมากขึ้นว่าแต่ละคนหน้าๆเป็นเช่นไร
“เอาล่ะในเมื่อมาแล้วก็แนะนำตัวกันก่อนบ้านที่พวกเจ้าเข้ามาอยู่นี้เป็นบ้านสกุลหยาง ตัวข้าหยางหมิงฮุ่ยฮูหยินข้ามู่ฟางจิง บุตรชายคนโตหยางหมิงเฟิง บุตรสาวคนรองหยางหมิงเยว่บุตรชายคนเล็กหยางหมิงชุน”
“คารวะนายท่านนายหญิงคุณหนูคุณชายขอรับ/เจ้าค่ะ”
“เอาล่ะพวกเจ้าชื่อแซ่อะไรกันบ้างล่ะ” ทุกคนเริ่มแนะนำตัวทีละคนทั้งบอกความสามารถที่ถนัด
บ่าวชาย 4คนนั้นเป็นงานไร่งานสวนอีกทั้งยังสามารถนับเลขอ่านเขียนได้บ้างเล็กน้อย อาฮ่าวอายุ20ปี อาหงอายุ18ปีทั้งสองคนเคยเป็นทาสในร้านตำรามาก่อนแต่ร้านปิดตัวลงบ่าวทาสในร้านก็ถูกขายออกมาหมดและก่อนจะมาเป็นบ่าวทาสทั้งสองก็เคยปลูกผักทำสวนที่บ้านเดิมมาก่อน
ส่วนอาเต๋ออายุ16ปี อาตงอายุ16ปีเป็นสหายกันทั้งสองเคยเป็นขอทานเร่ร่อนถูกจับมาขายเป็นทาสตั้งแต่เด็กเจ้านายเก่ามีกิจการค้าขายผ้าแพรพรรณแต่โหดร้ายทารุณกับบ่าวทาสในเรือนเป็นอย่างมากหากทำไม่ถูกใจเพียงนิดก็จะถูกเฆี่ยนตีแล้วขายออกมา ส่วนอู๋ฮั่นอายุ9ปีอยู่กับพ่อสองคนก็คืออู๋เฉินก่อนนี้อู๋เฉินเป็นพ่อบ้านในจวนคหบดีทางเหนือ และตอนนี้ยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงหมอ
บ่าวหญิง 3คนนั้นเป็นแม่ลูกกันคนแม่นั้นชื่อนางเว่ยหลิวอายุ 32ปีทำงานบ้านงานเรือนและเคยเป็นแม่ครัวในเหลาอาหารมาก่อนเป็นหญิงหม้ายสามีเสียชีวิตจากไข้ป่าจึงเลี้ยงลูกมาเพียงลำพังบุตรสาวคนโตชื่ออิงอิงอายุ 14ปี บุตรสาวคนเล็กชื่อผิงผิงอายุ12ปี ทั้งสามแม่ลูกเคยทำงานในครัวของจวนคหบดีแต่เพราะอาหารที่ทำไม่ถูกปากฮูหยินคนใหม่ที่กำลังแพ้ท้องหนักนายท่านเจ้าของจวนไม่พอใจมากจึงลงโทษโบยแล้วขายออกมา
“เอาล่ะในเมื่อพวกเจ้ามาอยู่บ้านหยางแล้วข้าไม่ได้มองว่าพวกเจ้าเป็นทาสแต่เป็นคนงานในบ้านของข้าดังนั้นข้าจะดูแลพวกเจ้าตามสมควรที่จะได้รับ มีอาหารให้กิน 3 มื้อ มีชุดเสื้อผ้าให้ปีละ 2 ชุดมียารักษาเมื่อยามเจ็บป่วยสามารถมาบอกพวกข้าได้ ข้าไม่คิดเอาเปรียบพวกเจ้าอีกทั้งยังมีเงินเดือนให้คนละ2 ตำลึงเงินส่วนเด็กๆ ที่อายุยังไม่ถึง 15ปีได้คนละ 1 ตำลึงเงินขอเพียงพวกเจ้าขยันขันแข็งช่วยกันทำงานและซื่อสัตย์สุจริตไม่คิดคดทรยศเป็นพอและขอให้พวกเจ้าช่วยเหลืองานซึ่งกันและกันรักใคร่ปรองดองเข้าใจหรือไม่”
“ขอรับนายท่าน/เจ้าค่ะนายท่าน”ทั้งหมดกล่าวขึ้นพร้อมเพรียงกันอย่างตื้นตันใจที่ได้เจ้านายดีๆ
มีที่อยู่ที่กินอาหาร 3 มื้อมียารักษายามเจ็บไข้ได้ป่วยอีก ทั้งยังได้เงินที่ทั้งชีวิตการเป็นทาสนั้นแม้แต่เงินอีแปะเดียวก็ยังไม่เคยมีเป็นของตนเองเลยต่างก้มลงคุกเข่าคำนับให้คนบ้านหยางอย่างซาบซึ้งใจเป็นที่สุดพร้อมทั้งตั้งมั่นในใจว่าจะจงรักภักดีไม่มีวันคิดคดทรยศเจ้านายที่ดียิ่งเช่นนี้เป็นเด็ดขาด
“เอาล่ะๆพวกเจ้าลุกขึ้นตอนนี้พวกเจ้าแยกย้ายไปพักผ่อนก่อนพรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำงานกันยังมีงานรออยู่อีกมากมายนัก”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” จากนั้นคนงานใหม่ต่างก็แยกย้ายกันเข้าพักผ่อนที่เรือนพักคนงานทันที…..