ความผิดของสามพ่อแม่ลูกตระกูลหวงมีพยานหลักฐานชัดเจน พวกเขาไม่อาจปฏิเสธความผิดนั้นได้เลย ทำให้พวกเขาต้องจ่ายค่าปรับให้กับหน่วยงานรัฐในข้อหาหลีกเลี่ยงภาษี และต้องจ่ายเงินชดเชยให้คู่กรณีในคดีของหวงิเฉินเป็จำนวนมาก แต่ยังโชคดีที่พวกเขามีทรัพย์สินในมือมากพอที่จะช่วยให้พวกเขาไม่ต้องเข้าไปนอนในคุก
แต่ชีวิตที่เหลือหลังจากนี้คงไม่ได้สุขสบายเหมือนในอดีตอีกแล้ว เพราะตอนนี้ในมือของพวกเขาเหลือเงินสดอยู่ไม่ถึงหนึ่งแสน และบ้านหลังเล็กที่อยู่ชานเมืองเท่านั้น แต่ที่มาของบ้านหลังนี้หวงเจี่ยนไม่อาจบอกใครได้ เพราะมันเป็บ้านที่เขาตั้งใจจะซื้อไว้ให้สาวรับใช้หน้ากลมคนนั้น แต่ยังไม่ทันที่เขาจะหลอกล่อเด็กสาวคนนั้นให้มาเป็ของเขาได้ ก็เกิดคดีความขึ้นกับครอบครัวเสียก่อน
ส่วนฉั่วลี่อิงกลับยังชื่นชมว่าสามีเป็คนมองการณ์ไกลที่แอบซื้อบ้านสำรองเก็บไว้ และเธอยังนึกเข้าข้างตัวเองอีกว่าบ้านหลังนี้ต้องเป็ความตั้งใจของสามีที่จะสร้างไว้ให้ตนเองอาศัยหลังจากที่ตนและสามีส่งมอบงานในบริษัทให้ลูกชายดูแล เพราะแบบบ้านรวมถึงการจัดสวน เป็ไปตามแบบที่เธอเคยพูดไว้กับสามีเมื่อนานมาแล้ว
อีกด้านหนึ่งเมื่อจัดการกับคนตระกูลหวงเสร็จ แม้หลิงผูเถาไม่ได้รู้สึกผิดที่เธอทำให้ครอบครัวนั้นมีคดีความ แต่เธอเป็ห่วงความรู้สึกของหวงเหมยลี่
“เธอไม่โกรธฉันใช่ไหมลี่ลี่ ที่ฉันทำให้คุณพ่อ คุณแม่ แล้วก็พี่ชายของเธอต้องเจอสถานการณ์แบบนั้น” หลิงผูเถาถามหวงเหมยลี่
“ฉันจะโกรธพี่ได้ยังไงล่ะคะ พี่ไม่ได้หาหลักฐานปลอมมาใส่ร้ายพวกเขาเสียหน่อย แต่ทั้งหมดเป็ความผิดที่พวกเขาทำมันจริงๆ อีกอย่างพวกเขาก็ไม่ได้เหลือแต่ตัว ไม่ใช่ว่าตอนนี้พวกเขากลับไปอยู่ที่บ้านสวนชานเมืองแล้วเหรอคะ” หวงเหมยลี่ตอบ
“แต่ถ้าไม่ใช่ฉันกับจื่อหานส่งข้อมูลให้ตำรวจ พวกเขาก็คงไม่ถูกจับและต้องสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมดไป”
“พี่เถาเถา พี่ยังจำที่ฉันเล่าความฝันของฉันให้พี่ฟังได้ไหมคะ บางทีฉันยังคิดว่าสิ่งที่พวกเราทำกับพี่คือเื่จริงด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นพี่ไม่จำเป็ต้องขอโทษฉัน และพี่ไม่จำเป็ต้องรู้สึกผิดกับครอบครัวของเราด้วย” หวงเหมยลี่ยิ้มให้พี่สาว “ความจริงแล้วฉันยังดีใจด้วยซ้ำที่พวกเขาไม่เหลืออะไรเลย เพราะไม่อย่างนั้นพวกเขาก็จะทำเื่เลวร้ายต่อไปไม่สิ้นสุด ฉันอยากให้พวกเขาหยุดทำเื่เลวๆ แล้วกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตให้เหมือนคนทั่วไปเสียที”
“แล้วเธอจะติดต่อกลับไปหาพวกเขาไหม”
“ไม่ค่ะ รอให้ฉันเรียนจบและหาประสบการณ์ต่ออีกสักหน่อย ถึงตอนนั้นฉันค่อยกลับไป อีกอย่าง ฉันอยากให้พวกเขาเอาเวลานี้ไปคิดทบทวนกับการกระทำของตัวเอง ถึงตอนที่ฉันกลับไป ฉันหวังว่าพวกเขาจะคิดได้แล้วน่ะค่ะ” หวงเหมยลี่ยังยิ้มจริงใจให้พี่สาว “พี่ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะคิดมากหรอกนะคะ ทุกคนทำอะไรไว้ก็ต้องยอมรับกับการกระทำของตัวเอง ว่าแต่พี่กับพี่จื่อหานเถอะค่ะ จะบินมาเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันจะนั่งรถไฟไปรอที่ลอนดอน”
หลิงผูเถารู้ว่าน้องสาวอยากเปลี่ยนเื่ เธอจึงไม่พูดเื่เดิมต่อ “เหนิงเหนิงกับซินดี้บินไปล่วงหน้าแล้ว แต่ฉันกับจื่อหานจะบินไปเดือนหน้า เพราะต้องรอให้จื่อหานเคลียร์งานคืนให้คุณลุงเย่ก่อนน่ะ”
“พูดถึงพี่จื่อหาน ฉันคิดว่าเขารักและดีกับพี่มากเลยนะคะ อืม...ฉันขออะไรพี่อย่างได้ไหมคะ”
“เธออยากขออะไรล่ะ” หลิงผูเถายิ้มถาม ตอนนี้เธอสบายใจที่ได้คุยกับหวงเหมยลี่ และเห็นอีกฝ่ายเป็น้องสาวที่แท้จริงของเธอแล้ว ถึงแม้การกระทำของหวงเหมยลี่ในชาติที่แล้วจะทำให้เธอได้รับความทุกข์ทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ในชีวิตนี้หวงเหมยลี่ก็กำลังชดใช้กับการกระทำของตัวเองอยู่ ไม่ว่าจะถูกคนรักหักหลัง ถูกคนในครอบครัวมองหาแต่ประโยชน์ พ่อ แม่ และพี่ชายไม่ได้มีความรักที่จริงใจมอบให้ รวมถึงเื่ที่เกิดขึ้นกับครอบครัว จากเศรษฐีมีหน้ามีตาในสังคม แต่ตอนนี้เกือบจะกลายเป็คนสิ้นเนื้อประดาตัวไปแล้ว เห็นอย่างนี้หลิงผูเถาก็ทนใจแข็งไม่ไหว นอกจากจะอภัย เธอยังเป็ห่วงน้องสาวมากกว่าเดิมอีก
“ถ้าพี่กับพี่จื่อหานแต่งงานกัน ฉันอยากตัดชุดแต่งงานให้พวกพี่ได้ไหมคะ”
“ได้สิ ฉันต้องขอบคุณด้วยซ้ำที่เธอตัดชุดแต่งงานให้เรา”
“ขอบคุณนะคะพี่สาว เอาไว้เดือนหน้าฉันจะไปรอรับพี่ที่สนามบินนะคะ”
“โอเค เธอรอรับของฝากจากฉันได้เลย คุณแม่ของฉันทำเนื้ออบแห้งรสเผ็ดไปฝากเธอเยอะเลยล่ะ ยังมีองุ่นเขียวกับองุ่นดำอบแห้งด้วยนะ เป็องุ่นจากไร่ของฉันเอง พวกนี้เป็ของโปรดของเธอทั้งนั้น”
“ไว้เจอกันนะคะพี่สาว” หวงเหมยลี่ยิ้มแล้วโบกมือก่อนจะกดวางสาย แต่หลังจากนั้นเธอก็นั่งกอดตัวเองร้องไห้ ‘พี่เถาเถา ขอบคุณพี่ที่ยังเหลือทางรอดให้ไว้ครอบครัวฉันนะคะ ฉันรู้ว่าความฝันของฉันมันไม่ใช่แค่ฝัน แต่มันคือเื่จริงที่เราเคยทำไว้กับพี่ ฉันรู้ว่าพี่กับพี่จื่อหานเป็คนที่กลับมาเกิดใหม่ พวกพี่เคยพรากจากกันเพราะฉัน ครั้งนี้ฉันจะทำทุกทางเพื่อให้พวกพี่ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขนะคะ’
สี่ปีผ่านไป
“เฮ้อ...เวลาเดือนหนึ่งมันผ่านไปเร็วจังเลย เดี๋ยวพวกเราก็ต้องกลับไปทำงานกันแล้วสินะ” โจวต้าเหนิงทำหน้าเมื่อย
“อยากอยู่เที่ยวต่ออีกสักหน่อยไหมล่ะ เดี๋ยวพี่จะอยู่เป็เพื่อนเธอเอง” หลิงซีฮันบอก
“โอ๊ย...ฉันล่ะเบื่อความหวานของสองคนนี้จังเลย” เจิ้งซิงอีเบะปาก “พี่ซีฮัน พี่ตามใจเหนิงเหนิงจนเพื่อนฉันเสียคนแล้วนะ”
“แกก็ว่าแต่ฉัน ไม่ดูตัวเองบ้างว่าพี่เฟยอวี่ก็ตามติดแกแจ” โจวต้าเหนิงหันไปมองเว่ยเฟยอวี่ที่นั่งอยู่ติดกับเจิ้งซิงอี “พี่เฟยอวี่เรียนจบก่อนพวกเราตั้งหนึ่งปี แต่พี่เขาก็ยังอยู่รอให้แกเรียนจบถึงจะบินกลับประเทศพร้อมกัน อย่างนี้ยังไม่เรียกว่าตามใจอีกเหรอยะ”
“ก็พี่อยากอยู่ดูแลซินดี้นี่นา อีกอย่างก็กลัวว่าจะมีคนมาจีบคนรักพี่น่ะสิ” เว่ยเฟยอวี่บอก
“ผมไม่ยักรู้ว่ารุ่นพี่เว่ยจะหวงแฟนขนาดนี้” เย่จื่อหานยิ้ม “เอาจริงนะ ทีแรกผมก็คิดเหมือนคนอื่นนั่นล่ะว่าตอนนั้นพี่จะเข้ามาจีบเหนิงเหนิง ทำไมกลายเป็ว่าเ้าของหัวใจของพี่เป็ซินดี้ไปได้ล่ะครับ”
“ฉันเป็ลูกชายคนเดียวของครอบครัวใช่ไหมล่ะ คุณพ่อกับคุณแม่ก็คาดหวังให้ฉันหาสะใภ้มาให้ เพราะตอนนั้นฉันยังไม่ได้บอกรสนิยมของฉันให้พวกท่านรู้ ฉันก็เลยขอให้เหนิงเหนิงช่วยปิดบังเื่นี้ให้ฉัน และฉันก็ใช้โอกาสนั้นสอบถามข้อมูลของซินดี้มาตลอด” เว่ยเฟยอวี่บอก “แต่ฉันมารู้ทีหลังว่าการกระทำของฉันมันไร้ประโยชน์ ตอนที่ฉันเดินเข้าไปบอกคุณพ่อคุณแม่ว่าฉันไม่ชอบผู้หญิง พวกนายรู้ไหมว่าพ่อกับแม่ของฉันตอบมาว่ายังไง”
“พวกเขาใจนพูดไม่ออกหรือเปล่าครับ” เย่จื่อหานถาม
“เปล่าเลย พวกเขาบอกว่ามองฉันออกั้แ่แรกแล้ว แค่รอว่าเมื่อไหร่ฉันจะเข้าไปบอกความจริงกับพวกเขาเท่านั้น”
“คุณพ่อคุณแม่ของพี่สุดยอดมากเลยนะครับ” เย่จื่อหานยกนิ้วโป้งให้เว่ยเฟยอวี่
“คุณพ่อคุณแม่ของฉันสุดยอดมากเลยล่ะ ยิ่งพวกเขารู้ว่าคนรักของฉันคือซินดี้นะ พวกเขายิ่งดีใจกันใหญ่”
“ซินดี้ แกโชคดีมากที่มีพ่อแม่สามีดีขนาดนี้” หลิงผูเถาดีใจกับเพื่อนรักอย่างจริงใจ
“ลี่ลี่ เธอจะบินกลับพร้อมเราหรือเปล่า” โจวต้าเหนิงหันไปถามหวงเหมยลี่
“ถ้าพวกเธอไม่อยู่เที่ยวต่อแล้ว ฉันก็จะบินกลับพร้อมพวกเธอเลย” หวงเหมยลี่ตอบ
“ถ้างั้นก็ดี กลับไปเธอก็ไปทำงานกับฉันก่อนนะ เอาไว้ให้เธอพร้อมเมื่อไหร่ค่อยออกมาเปิดห้องเสื้อสร้างแบรนด์ของตัวเอง ถึงตอนนั้นฉันจะช่วยเธอเอง” เจิ้งซิงอีบอก
“ขอบคุณนะซินดี้” หวงเหมยลี่ยิ้ม “วันนี้ฉันจะทำอาหารเลี้ยงทุกคนเองนะ”
“หนึ่งเดือนมานี้ก็เป็เธอที่ทำอาหารให้พวกเราทาน เอาอย่างนี้ดีกว่า ในฐานะที่ฉันเป็พี่ใหญ่ ฉันจะพาพวกเธอไปทานที่ร้านอาหารที่ดังที่สุดในปารีส ฉันจองร้านไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเธอไปเตรียมตัวกันเถอะ” หลิงซีฮันบอก
หลังจากที่ทุกคนเรียนจบจากสถาบันการศึกษาที่ตนเองเรียน ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ฝรั่งเศสเพื่ออยู่เที่ยวกันต่อก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศ ทีแรกพวกเขาตั้งใจว่าจะอยู่เที่ยวแค่หนึ่งสัปดาห์ แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็พวกเขาอยู่ที่ฝรั่งเศสกันมาหนึ่งเดือนแล้ว หากไม่เพราะวีซ่ากำลังจะหมดอายุ พวกเขาคงอยู่เที่ยวกันต่ออีกนาน
ณ สนามบินนานาชาติประเทศ C
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ ทางนี้ครับทางนี้” เด็กชายอายุเกือบห้าขวบยืนโบกมือยิ้มแฉ่งอยู่ทางเดินต้อนรับผู้โดยสารขาเข้า
เย่จื่อหานรีบเดินเข้าไปอุ้มน้องชาย “ว่าไงเ้าตัวเล็ก คิดถึงพี่ใหญ่หรือเปล่า”
“ผมคิดถึงพี่ใหญ่ทุกวันเลย แล้วพี่ใหญ่ล่ะคิดถึงผมหรือเปล่า” เด็กชายเย่จื่อเยี่ยนอยู่ในวัยกำลังซนและช่างพูดเป็ที่สุด
“คิดถึงสิ พี่ใหญ่ก็คิดถึงนายทุกวันเหมือนกัน” เย่จื่อหานตอบพร้อมกับใช้มือยีผมน้องชาย
“คิดถึงมากไหมครับ” เย่จื่อเยี่ยนยิ้มให้พี่ชายอย่างน่ารัก
“คิดถึงมากสิ ถ้าไม่เชื่อนายถามพี่เถาเถาก็ได้นะว่าพี่ใหญ่พูดถึงนายวันละกี่ครั้ง ว่าแต่นายถามทำไม?”
“เพราะถ้าพี่ใหญ่คิดถึงผมมาก พี่ใหญ่ก็ต้องซื้อขนมมาฝากผมมากๆ สิครับ แต่ผมยังไม่เห็นพี่ใหญ่ซื้อขนมมาฝากผมเลย” เด็กชายขมวดคิ้ว “พี่ใหญ่ก็เหมือนกับคุณพ่อที่บอกว่าคิดถึงผม แต่ไม่เคยซื้อขนมมาฝากผมเลย ผมไม่เชื่อคำพูดของคุณพ่อกับพี่ใหญ่แล้ว”
“พี่ใหญ่ไม่ซื้อมาฝาก แต่พี่ซื้อขนมมาฝากนายเยอะเลยนะ” หลิงผูเถายื่นถุงขนมให้เด็กชาย
“ขอบคุณครับพี่สะใภ้ มีแต่พี่สะใภ้ที่รักผม ต่อไปผมจะรักพี่สะใภ้คนเดียว ผมจะไม่รักพี่ใหญ่แล้ว” เย่จื่อเยี่ยนรับถุงขนมไปอย่างดีใจ “แม่ครับแม่ ผมจะแบ่งขนมให้แม่กินด้วยนะครับ”
เย่จื่อหานเคาะหัวน้องชายเบาๆ “แล้วนายจะไม่แบ่งขนมให้พี่ใหญ่บ้างเหรอ”
“ไม่แบ่ง พี่ใหญ่ตัวโตแล้วจะมาแย่งขนมเด็กไม่ได้”
“ตกลง พี่ใหญ่จะไม่แย่งขนมนาย เอาเป็ว่าตอนนี้เรากลับบ้านกันก่อนดีกว่า แต่ก่อนที่จะกลับ เราแวะไปส่งพี่เถาเถากลับบ้านก่อนดีไหม”
“คุณพ่อกับคุณแม่ของหนูรออยู่ที่บ้าน วันนี้ลุงกับป้าก็จะไปทานข้าวที่บ้านหนูด้วย ถือเป็การเลี้ยงต้อนรับพวกเธอกลับบ้านน่ะ” เจียงหว่านบอกหลิงผูเถาก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายคนเล็ก “เยี่ยนเยี่ยน ลูกลงมาเดินเองได้แล้ว ลูกตัวหนักขนาดนี้ เดี๋ยวพี่ใหญ่ก็ปวดแขนกันพอดี”
“ไม่เป็ไรครับคุณแม่ ผมคิดถึงน้องชาย ยังไม่อยากวางเขาลงเลย” เย่จื่อหานบอก
“นอกจากคุณพ่อจะตามใจแล้ว ต่อไปก็จะมีพี่ใหญ่มาคอยตามใจ คงมีแต่แม่ที่จะเป็ตัวร้ายในสายตาลูกสินะ” เจียงหว่านพูดกับลูกชายคนเล็ก
“ถึงจะร้าย แต่เยี่ยนเยี่ยนก็รักคุณแม่นะครับ”
คำพูดของเด็กชายเรียกเสียงหัวเราะให้กับทุกคน
จากนั้นหลิงผูเถากับครอบครัวของคนรักก็เดินตามกันไปขึ้นรถ ส่วนหลิงซีฮันขับรถไปส่งโจวต้าเหนิงก่อนแล้ว และเพื่อนๆ คนอื่นก็แยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเองแล้วเช่นกัน
มีเพียงหวงเหมยลี่ที่ปฏิเสธไม่ให้ใครไปส่งเพราะเธอจะนั่งรถขนส่งสาธารณะกลับที่พักที่เธอเช่าไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ตอนที่เธอกำลังจะเปิดประตูรถแท็กซี่ เธอก็ถูกใครคนหนึ่งจับมือไว้