เกิดใหม่เป็นคุณชายขี้เมาสุดเจ๋ง (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 46 ใช้ชีวิตที่เสียนโจว

            “เจ้าฟื้นแล้ว” หลี่เหิงเยว่ถอนหายใจโล่ง “หากเจ้าไม่ตื่นขึ้นมา มีหวังข้าต้องได้รักษาคนป่วยเพิ่มขึ้นอีกสองคนเป็นแน่”

            “คุณชาย! ท่านฟื้นแล้ว ข้ากลัวเหลือเกิน กลัวว่าท่านจะไม่ตื่นมาโมโหใส่ข้าอีกแล้ว” หวังซุ่นร้องไห้

            “ข้าก็กลัวเหมือนกันขอรับ” หวังซานร้องไห้ตาม

            “ขอบคุณพี่สะใภ้ที่มอบชีวิตใหม่ให้ข้า เมื่อข้าหายดี ข้าจะคุกเข่าคำนับให้ท่านนะขอรับ” ซูอู๋หลางบอกกับหลี่เหิงเยว่ทั้งน้ำตาคลออย่างดีใจ เขาเชื่อในฝีมือการรักษาของหลี่เหิงเยว่ เพราะฉายาหมอเทวดาคงไม่ได้มาง่ายๆ แต่มันก็อดที่จะดีใจไม่ได้ที่รู้ว่าการรักษาของตนผ่านไปได้ด้วยดี นอกจากจะไม่ตาย เขายังจะกลับมาเดินได้อีกครั้ง

            “หัวเข่าของลูกผู้ชายมีค่าดั่งทองคำ ทำไมเจ้าถึงเอาแต่จะคุกเข่าให้เรา น้องชาย...อย่าหาว่าข้าสอดรู้สอดเห็นเลยนะ ข้ารู้สึกว่าเจ้าเหมือนคนที่ถูกฝึกฝนร่างกายมาเป็นอย่างดี อีกทั้งมือของเจ้าก็เหมือนกับคนที่ใช้อาวุธมาหลายปีเช่นกัน ตัวตนของเจ้าคงไม่ธรรมดา แต่ทำไมเจ้าถึงถูกคนทำร้ายจนเกือบตายแบบนี้ได้” เซี่ยลี่หยางถามออกไปตรงๆ เขาไม่ใช่คนที่ชอบทำอะไรอ้อมค้อม และเขาก็ไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมตอบคำถาม ถึงอย่างไรคำถามของเขามันก็ค่อนข้างละลาบละล้วงมากอยู่เหมือนกัน

            ซูอู๋หลางที่ถูกสองสามีภรรยาช่วยชีวิต อีกทั้งเขายังรู้สึกไว้ใจคนทั้งคู่อย่างไม่อาจอธิบายได้ เขาจึงเล่าเรื่องราวในอดีตของตนเองให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง

            เซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่ได้ยินเรื่องราวชีวิตของซูอู๋หลางก็ได้แต่เห็นใจ ชีวิตของเด็กหนุ่มมันคล้ายกับพล็อตละครหลังข่าวดีๆ นี่เอง

            “บิดาของเจ้าเป็นถึงแม่ทัพ ไม่สิ...เวลานี้เขาเป็นถึงหัวหน้าองครักษ์พิทักษ์เมืองหลวงแล้วไม่ใช่หรือ คนมีความสามารถขนาดนั้นทำไมถึงได้หูเบาและไม่สืบหาความจริงก่อนที่จะตัดสัมพันธ์กับบุตรชายและภรรยา” เซี่ยลี่หยางหันไปถามซูอู๋หลาง “อู๋หลาง เจ้าคิดว่าเรื่องนี้มันแปลกไปหรือไม่”

            ซูอู๋หลางได้ยินเซี่ยลี่หยางเรียกตนเองอย่างสนิทสนมก็รู้สึกดีใจ พี่ชายคนนี้ช่างไม่ถือตัวและเข้ากับคนง่ายจริงๆ แต่ก็เป็นนิสัยที่เขาชื่นชอบ         “ไม่ว่าจะตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน แต่เมื่อได้ยินว่าตนถูกภรรยาสวมหมวกเขียวให้ ก็คงไม่มีใครยอมรับได้ทั้งนั้นขอรับ ผู้ชายคนนั้นพูดเสมอว่าเขาเชื่อใจท่านแม่ แต่เอาเข้าจริงกลับตรงกันข้าม”

            “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงเขาก็ควรจะสืบหาความจริงก่อนไหมเล่า” เซี่ยลี่หยางส่ายหน้า “แต่ว่านะ ถึงเขาจะสงสัยว่าท่านแม่ของเจ้าสวมหมวกเขียวให้จนเขาต้องเขียนหนังสือปลดนาง แล้วเจ้าเล่า เจ้าเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย ฟังจากที่เจ้าเล่ามา ตอนที่เจ้าเกิด ก็เป็นเขาที่ไปเฝ้าท่านแม่ของเจ้าอยู่หน้าห้องคลอดไม่ใช่หรือ แสดงว่าเขาก็ต้องรักเจ้ามาก”

            ซูอู๋หลางยิ้มเศร้า “ก็เพราะรู้ว่าเขารักถึงต้องทำให้เขาเกลียดข้าให้ได้อย่างไรขอรับ เพราะท่านแม่รู้ดีว่าหากปล่อยให้ข้าอยู่ในจวนหลังนั้นต่อไป ข้าคงถูกฮูหยินใหญ่และคุณชายใหญ่รังแก หรือแม้แต่ชีวิตของข้าก็อาจจะไม่รอด ท่านแม่บอกกับข้าว่าก่อนที่นางจะตาย นางจะส่งให้ข้าไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยให้ได้เสียก่อน นางถึงจะตายตาหลับ

            ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าท่านแม่ตั้งใจจะทำร้ายตัวเอง ข้าจึงตอบตกลงออกไปโดยไม่ต้องคิด เพราะข้าหวังเพียงว่าชีวิตของเราสองคนแม่ลูกจะได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกันเสียที แม้วิธีการของท่านแม่จะแลกมากับชื่อเสียงที่เสียหายของตนเองหรือแม้ว่าข้าจะถูกตราหน้าว่าเป็นลูกชู้ ข้าก็ยินดีที่จะทำ

            จากนั้นท่านแม่ก็มาซื้อบ้านหลังนี้แล้วกลับไปบอกกับท่านพ่อว่าแท้จริงแล้วข้าไม่ใช่ลูกชายของเขา ที่ผ่านมานางโกหกเขามาตลอด เมื่อรวมกับเหตุการณ์ที่ท่านแม่ถูกใส่ร้ายว่ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนเลี้ยงม้า ท่านพ่อจึงเชื่อทันทีว่าข้าไม่ใช่บุตรของเขาและท่านพ่อก็เกลียดชังข้าเป็นอย่างมากขอรับ”

            “แล้วการบาดเจ็บของเจ้าเกี่ยวกับท่านพ่อของเจ้าหรือไม่”

            “ข้าคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเขาขอรับ ท่านพ่อเป็นคนที่ชอบทำอะไรซึ่งหน้า วิธีการลอบกัดเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ฝีมือของเขา” ซูอู๋หลางกำหมัดแน่น “ข้ามั่นใจว่าเป็นฝีมือของคุณชายใหญ่ เพราะมีไม่กี่คนที่รู้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ข้าต้องไปเคารพหลุมศพของท่านแม่ และเขาก็คือหนึ่งในนั้น”

            “หากพี่ชายของเจ้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ตาย เขาคงจะกลับมาเล่นงานเจ้าอีกแน่ๆ” เซี่ยลี่หยางทำท่าคิด 

            หลี่เหิงเยว่เห็นสามีคิดหนัก นางก็พอจะรู้แล้วว่าสามีอย่างช่วยเหลือซูอู๋หลาง นางจึงหันไปยิ้มกับน้องชายคนใหม่ “เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ ในเมื่อเจ้าขายบ้านหลังนี้ไปแล้ว อีกทั้งแผลของเจ้ายังต้องเปลี่ยนผ้าพันแผลและใส่ยาใหม่ทุกวัน เจ้าก็เดินทางไปพักที่อบอุ่นการแพทย์เสียก่อน ที่นั่นจะมีหมอและพยาบาลคอยดูแลเจ้าตลอดเวลา เพราะแผลของเจ้ายังต้องใช้เวลารักษาอยู่อีกหลายเดือนกว่าเนื้อที่ถูกตัดออกไปจะกลับมาสมานตัวดี เมื่อเจ้าหายดี ถึงตอนนั้นข้ากับท่านพี่ก็คงจะกลับจากเมืองหลวงแล้ว ส่วนเรื่องหลังจากนั้นเราค่อยมาหารือกันอีกทีว่าเจ้าอยากจะอยู่ที่เสียนโจวต่อ หรือว่าเจ้าอยากจะไปอยู่ที่ไหน” 

            “เช่นนั้นข้าขอขอบคุณท่านทั้งสองด้วยขอรับ แต่ว่า...” ซูอู๋หลางหันไปมองหวังซุ่นกับหวังซานก่อนที่เขาจะพูดกับเซี่ยลี่หยางอย่างเกรงใจ “หากข้าต้องพักอยู่ที่อบอุ่นการแพทย์ ข้าอยากรบกวนพวกท่านให้จัดหาที่พักให้กับลุงซุ่นกับอาซานเป็นการชั่วคราวได้หรือไม่ขอรับ ข้าไม่อาจละเลยพวกเขาทั้งสองคนได้”

            “คุณชายไม่ต้องห่วงข้ากับอาซานหรอกขอรับ เราไปเช่าบ้านราคาถูกอาศัยอยู่ก่อนก็ได้ เมื่อก่อนตอนที่อยู่ค่ายทหาร ข้าก็เคยลำบากมาไม่น้อย นอนกลางดินกินกลางทรายก็ทำมาแล้ว” หวังซุ่นรีบบอก

            “ข้าก็เช่นกันขอรับ ตอนที่ข้ายังเป็นเพียงทาสใช้แรงงาน ข้าก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายอะไร คุณชายไม่ต้องเป็นกังวลกับข้าเลยขอรับ” หวังซานรีบพูดขึ้นมาเช่นกัน

            “เช่นนั้นก็ให้ลุงซุ่นกับอาซานไปพักที่บ้านสวนของข้าก่อนก็แล้วกัน ที่นั่นมีคนอยู่มากมาย หากกลัวว่าจะเบื่อ พวกเจ้าก็ไปช่วยงานท่านอาสี่ของข้าได้ ตอนนี้ที่สวนของข้ากำลังปรับปรุงสถานที่เพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกกับสร้างโรงงาน ที่นั่นมีงานให้ทำเยอะทีเดียว รับรองว่าพวกเจ้าไม่มีวันเบื่ออย่างแน่นอน และข้าก็ไม่ได้จะให้พวกเจ้าทำงานให้เปล่าๆ หรอกนะ ข้าจะมีเงินเดือนให้ด้วย แต่ทั้งหมดมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเจ้า หากพวกเจ้าไม่สะดวก พวกเจ้าจะไปหาเช่าบ้านอยู่เองก็ได้” เซี่ยลี่หยางเสนอ

            “ในเมื่อมีงานให้ทำแล้วทำไมเราสองคนต้องไปเช่าบ้านให้สิ้นเปลืองด้วยขอรับ ขอบคุณคุณชายลี่หยาง” หวังซุ่นรีบตอบรับ

            “ในเมื่อทุกอย่างลงตัวแล้วก็ดี เพราะพรุ่งนี้ข้ากับเยว่เยว่ก็จะเดินทางไปเมืองหลวงแล้ว ส่วนทางเสียนโจวก็ไม่ต้องเป็นห่วง ข้าจะเขียนจดหมายให้เจ้าถือติดมือไปด้วย” เซี่ยลี่หยางบอก

            “ข้าจะเตรียมน้ำยาล้างแผลและเตรียมยาสำหรับทานไว้ให้เจ้าจำนวนหนึ่ง รออีกสักสองสามวัน เจ้าก็รีบเดินทางไปที่เสียนโจว การรักษาจะได้ทำอย่างต่อเนื่อง” หลี่เหิงเยว่หันไปบอกซูอู๋หลาง

            “ขอบคุณพี่สะใภ้มากขอรับ” ซูอู๋หลางตอบรับ 

            “อู๋หลาง ในเมื่อเจ้าเคยอาศัยอยู่เมืองหลวงมาก่อน เจ้าพอจะรู้สถานการณ์ในเมืองหลวง หรือพอจะรู้เรื่องราวของเซวียนอ๋องบ้างหรือไม่” เซี่ยลี่หยางถามขึ้น

            “ท่านอยากรู้เรื่องของเซวียนอ๋องหรือขอรับ?”

            “อืม...เจ้าพอจะเล่าเรื่องของเขาให้ข้าฟังได้หรือไม่”

            ซูอู๋หลางยิ้ม “ย่อมได้แน่นอนขอรับ เพราะในเมืองหลวงไม่มีใครไม่รู้จักเซียนอ๋อง แม้แต่เซวียนอ๋องซื่อจื่อก็มีชื่อเสียงโด่งดัง ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นอ๋องนอกราชวงศ์ แต่จวนเซวียนอ๋องกลับได้รับความนับถือจากประชาชนเป็นอย่างมาก เป็นเพราะกองทัพของพวกเขาเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของแคว้นต้าเยี่ยน”

            “เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับพวกเขาอีกบ้าง”

            ซูอู๋หลางทำท่าคิด “ข้าเคยได้ยินมาว่าจวนเซวียนอ๋องอาจจะถูกส่งออกไปอยู่ในพื้นที่ศักดินา แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าพื้นที่ศักดินานั้นอยู่ที่ใดเช่นกันขอรับ”

            “ออกไปอยู่ในพื้นที่ศักดินาอย่างนั้นหรือ?” เซี่ยลี่หยางกอดอกพร้อมกับขมวดคิ้ว “การถูกส่งออกไปอยู่ในพื้นที่ศักดินา หากไม่มีความดีความชอบก็หมายความว่าพวกเขาอาจจะถูกลดอำนาจ”

            “แต่ฮ่องเต้พระองค์นี้เปี่ยมด้วยพระปรีชา ไม่เหมือนกับอดีตฮ่องเต้ที่มักจะหวาดระแวงข้าราชบริพาร ข้าคิดว่าที่จวนเซวียนอ๋องได้รับมอบพื้นที่ศักดินา คงหมายถึงการประทานรางวัลมากกว่า” ซูอู๋หลางถอนหายใจ “น่าเสียดายที่จวนแม่ทัพเสิ่นถูกทำลายไปก่อน หากพวกเขายังยืนหยัดมาได้จนถึงรัชสมัยนี้ แคว้นต้าเยี่ยนของเราก็จะมีกองทัพที่แข็งแกร่งเพิ่มอีกหนึ่งกองทัพ และพวกเขาก็คงจะรุ่งโรจน์เหมือนจวนเซวียนอ๋อง”

            “เจ้ารู้เรื่องของจวนแม่ทัพเสิ่นด้วยหรือ?” เซี่ยลี่หยางถามขึ้นอย่างสนใจ

            “ข้าก็ไม่รู้อะไรมากนัก เพียงแค่เคยได้ยินท่านปู่กับท่านพ่อมักจะบ่นเสียดายกองทัพตระกูลเสิ่นเท่านั้นขอรับ”

            “เอาล่ะ ข้าไม่รบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้าแล้ว เจ้านอนพักต่อเถอะ” เซี่ยลี่หยางบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายอ่อนเพลียเต็มทีแล้ว

            “พรุ่งนี้ก่อนที่พวกท่านจะออกเดินทาง ท่านจะมาหาข้าก่อนหรือไม่ขอรับ” ซูอู๋หลางที่ง่วงจนตาจะปิดกลับตาสว่างขึ้นมาทันทีที่ได้ยินว่าเซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่กำลังจะกลับ เขายังอยากสนทนากับพี่ชายและพี่สาวคนใหม่อยู่เลย

            หลี่เหิงเยว่ยิ้ม อย่างไรก็เป็นเด็กหนุ่มอายุแค่สิบห้าปี แม้บุคลิกจะดูเข้มแข็งและห้าวหาญ แต่ในใจก็ยังโหยหาความรักอยู่ดี “พรุ่งนี้ก่อนออกเดินทาง เราจะมาหาเจ้าก่อน และจะเตรียมอาหารไว้ให้พวกเจ้าเอาไว้กินระหว่างเดินทางไปเสียนโจวด้วย”

            “ข้าไม่ได้ต้องการอาหารนะขอรับ ข้าแค่อยากเจอพวกท่านก่อนเท่านั้น” ซูอู๋หลางรีบอธิบาย

            “พี่สะใภ้ของเจ้าทำอาหารอร่อยมากนะ และที่นางเสนอมาอย่างนี้ก็เท่ากับว่านางยอมรับเจ้าเป็นน้องชายแล้ว” เซี่ยลี่หยางเดินไปตบไหล่ซูอู๋หลางเบาๆ “ได้เจอกันนับเป็นโชคชะตา ถูกใจและคบหากันได้นับเป็นวาสนา เอาไว้ข้ากับเยว่เยว่กลับมาจากเมืองหลวงเมื่อไหร่ หวังว่าเราจะได้เจอกันที่เสียนโจวนะ”

            “ขอรับ ข้าจะรอพวกท่านอยู่ที่เสียนโจว” ซูอู๋หลางยิ้มเต็มหน้า พี่ชายและพี่สะใภ้ช่วยชีวิตเขา ทั้งยังดีกับเขายิ่งกว่าคนในครอบครัว ไม่ต้องเสียเวลาคิดอีกแล้ว เขาจะใช้ชีวิตต่อไปที่เสียนโจว

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณชายขี้เมาสุดเจ๋ง (มี e-book นะคะ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982