บทที่ 16 หนึ่งแก้วเหล้า หนึ่งความผูกพัน หนึ่งความเคียดแค้น หนึ่งความเสียดาย
บรรดาแเื่ต่างกระซิบกระซาบ วิพากษ์วิจารณ์กันเสียงเบา
หลินตงหน้าเขียวคล้ำ ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนพรวด "สามหาว! บังอาจมาสร้างความวุ่นวายในงานมงคล อยากตายนักใช่ไหม!?"
ฉินอันหัวสีหน้าเปลี่ยนไปทันควัน เขานึกขึ้นได้ว่าเื้ัของเฉินอวี่มีตระกูลถังหนุนหลังอยู่ ในใจก็ยิ่งทวีความไม่สงบ
"คนที่ยืนอยู่ข้างหลังมันคือคนตระกูลถัง" ฉินอันหัวกระซิบข้างหูหลินตงเสียงต่ำ
"คุณหมายถึงตระกูลถังที่เป็อันดับหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่นั่นน่ะเหรอ?" หลินตงถามอย่างไม่อยากเชื่อ
ฉินอันหัวพยักหน้า สมองของหลินตงราวกับถูกค้อนั์ทุบเข้าอย่างจัง
เมื่อครู่เขาโกรธจัด ประกอบกับอายุมากจนหูตึงไปบ้าง จึงไม่ได้ยินชัดเจนว่าแขกที่มาส่งของนั้นเป็คนของใคร
"ตระกูล... ตระกูลถัง เป็ไปได้ยังไง?" ริมฝีปากของหลินตงสั่นระริก ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ถ้าคู่ต่อสู้เป็แค่คนธรรมดา เขาคงไม่ต้องกังวลอะไรขนาดนี้ แต่นี่อีกฝ่ายมีตระกูลถังให้ท้าย ย่อมไม่เห็นตระกูลฉินและหลินอยู่ในสายตาแน่นอน
หลินทิ่งและฉินหาวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถึงกับสะดุ้งเฮือก จู่ ๆ พวกเขาก็เริ่มตระหนักถึงความจริงบางอย่าง
"เื่ใหญ่เกิดขึ้นแล้ว!"
พวกเขาทั้งคู่เพิ่งจะถากถางและกลั่นแกล้งเฉินอวี่ไปตรงหน้าประตูโรงแรม ถ้าเกิดรู้ล่วงหน้าว่าเฉินอวี่มีตระกูลถังหนุนหลัง ใครมันจะกล้าไปหาเื่? ต่อให้ต้องก้มกราบหรืออยู่ให้ห่างที่สุดก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าด้วยซ้ำ
ด้วยอำนาจของตระกูลถัง ต่อให้เป็อีกสามตระกูลใหญ่ในเสาโจว ก็ไม่มีใครกล้าล่วงเกินเฉินอวี่ง่าย ๆ
ในขณะนั้นเอง...
ความหวาดระแวงภายในใจของทั้งคู่เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
"เฉินอวี่ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ เชิญออกไปซะ" หลินอี้รู้ดีว่าอีกฝ่ายมีตระกูลถังเป็แบ็ค จึงไม่กล้าใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเกินไป
แต่สีหน้าของเขานั้นย่ำแย่ถึงขีดสุด วันนี้เป็วันมงคลสมรสของเขา แเื่ผู้มีอำนาจต่างมารวมตัวกันที่นี่ หากจัดการเื่นี้ไม่ดี ตระกูลฉินและหลินคงได้กลายเป็ หัวข้อสนทนาหลังมื้ออาหาร* [1] ไปทั่วทั้งเสาโจวแน่
"เฉินอวี่ วันนี้วันแต่งงานของฉัน คุณ้าอะไรกันแน่?" ฉินรั่วอวิ๋นใบหน้าเขียวคล้ำ ดูแย่ถึงที่สุด
"คารวะเหล้าหนึ่งจอก เพื่อจบสิ้นความรักหนึ่งครา เพื่อชำระแค้นหนึ่งหน และเพื่อระบายความเสียดายที่ล้นอก" เฉินอวี่หยิบจอกเหล้าขึ้นมาแล้วค่อย ๆ เดินตรงเข้าไป
"หรือว่าคุณคิดจะฆ่าพวกเรา?" ฉินรั่วอวิ๋นหรี่ตาลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
ต่อให้เฉินอวี่จะมีความสามารถแค่ไหน เธอก็ไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะกล้าท้าทายกฎหมายบ้านเมืองจริง ๆ
"คารวะเธอด้วยเหล้าจอกนี้ เพื่อจบสิ้นความเยื่อใยที่เคยมี" เฉินอวี่กรอกเหล้าขาวในมือลงคอรวดเดียว
หลังจากนั้น เขาประคองจอกเหล้าลง แววตาสังหารพลันลุกโชนยิ่งกว่าเดิม "ตระกูลฉินและหลิน พวกแกทั้งใส่ร้าย ทั้งทำร้าย และทำลายฉัน ใส่ความว่าฉันคิดจะทำมิดีมิร้ายกับฉินรั่วเยียน ซึ่งตัวการทั้งหมดก็คือพวกแกสองคน... ในวันวาน ฉันยอมปล่อยให้พวกแกมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักพัก เพียงเพื่อให้พวกแกได้เห็นว่า ทุกสิ่งทุกอย่างของพวกแกในสายตาฉัน มันก็แค่นั้นเอง... วันนี้ ถึงเวลาตายของพวกแกแล้ว มีสั่งเสียอะไรไหม?"
หลินอี้หัวเราะออกมาด้วยความโมโห "ฆ่าฉันเหรอ? แกกล้าเหรอวะ? ต่อหน้าคนตั้งมากมายขนาดนี้ ต่อให้แกมีตระกูลถังหนุนหลังแล้วจะทำไม? ฉันไม่เชื่อหรอกว่าตระกูลถังจะกล้าท้าทายกฎหมาย"
ในตอนนี้ แม้หลินตงจะกังวลเื่ตระกูลถัง แต่เมื่อได้ยินว่าเฉินอวี่จะฆ่าหลานชายตน เขาก็เดือดดาลจนตาแดงก่ำ
"ถ้าแกกล้าฆ่าหลานฉัน ต่อให้แกจะมีตระกูลถังอยู่ข้างหลัง ฉันก็จะยอมแลกชีวิตให้แกเืกบที่นี่!"
ฉินอันหัวตวาดซ้ำ "เฉินอวี่ อย่าลามปามให้มันมากนักนะ"
"เฉินอวี่ แกไม่ตักน้ำชะโงกดูเงาบ้างเลยนะ บังอาจมาพ่นคำพูดพล่อย ๆ ที่นี่เหรอ?" ฉินหาวเอ่ยอย่างดูแคลน
เมื่อเห็นฉินอันหัวและหลินตงออกตัว เขามีหรือจะพลาดโอกาสที่จะเหยียบย่ำเฉินอวี่ ในมุมมองของเขา หากเฉินอวี่กล้าฆ่าคนในที่สาธารณะจริง ๆ นั่นเท่ากับเป็การท้าทายอำนาจรัฐ ต่อให้ตระกูลถังจะยิ่งใหญ่แค่ไหน การลงมือฆ่าคนก็ต้องทำในที่ลับตา
แต่เฉินอวี่กลับพูดจาโอหังต่อหน้าฝูงชน ก็แค่พวกยืมบารมีเสือมาข่มขู่* [2] เท่านั้นแหละ
"วันนี้ไม่ว่าแกจะมีตระกูลถังอยู่ข้างหลังหรือไม่ แต่ในเมื่อกล้ามาป่วนงานแต่งหลานฉัน ฉันจะทำให้แกต้องชดใช้อย่างสาสม"
"ชดใช้? เืกบที่นี่งั้นเหรอ? พวกแกจะทำอะไรฉันได้?" แววตาของเฉินอวี่เ็าไร้ความรู้สึก ในขณะที่ทุกคนยังไม่ทันได้ตั้งตัว หมัดของเฉินอวี่ก็ได้พุ่งทะลวงเข้ากลางทรวงอกของหลินอี้และฉินรั่วอวิ๋นพร้อมกัน
เืสด ๆ พุ่งกระฉูดราวกับน้ำพุ แววตาของหลินอี้และฉินรั่วอวิ๋นพร่าเลือน เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง... เป็แววตาแบบเดียวกับที่เฉินอวี่เคยได้รับในชาติที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน
เดิมทีพวกเขาคิดว่าเฉินอวี่ไม่กล้าฆ่าคนจริง ๆ
แต่ใครจะนึกว่า เฉินอวี่จะลงมือฆ่าพวกเขาจริง ๆ โดยไม่ลังเล จนไม่มีโอกาสแม้แต่จะเสียใจ
วินาทีต่อมา โลงศพถูกแบกเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงดนตรีงานศพที่บรรเลงขึ้นอย่างโหยหวน
"ชำระแค้นหนึ่งหน ระบายความเสียดายที่ล้นอก" เฉินอวี่แสดงสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะค่อย ๆ หันหลังกลับ
ความอัปยศและความโศกเศร้าในวันวาน... ข้า เฉินอวี่ ในวันนี้ได้ทวงคืนทั้งหมดแล้ว
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทุกคนต่างสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เมื่อมองไปยังเฉินอวี่ ก็ราวกับกำลังมองเห็นจอมปีศาจ
"เขา... เขาฆ่าคนจริง ๆ!" หลินทิ่งหวาดกลัวจนทรุดลงไปกองกับพื้น
ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเฉินอวี่จะกล้าฆ่าคนจริง ๆ ... โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าแม้แต่นิดเดียว
ฝูงชนกรีดร้องด้วยความใกลัว พากันวิ่งหนีตายจลาจล เพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งโถงจัดเลี้ยงก็เหลือเพียงคนของตระกูลฉินและตระกูลหลินเท่านั้น
แม้แต่หลินตงที่เพิ่งประกาศก้องว่าจะให้เฉินอวี่เืกบที่นี่ ภายในใจกลับเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างระงับไม่อยู่
ยกมือขึ้น... แล้วสังหาร!
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ทั้งสองคนก็กลายเป็ศพจมกองเื โดยที่สีหน้าของเฉินอวี่ั้แ่ต้นจนจบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยแม้แต่นิดเดียว
แม้แต่ถังรั่วเซวียนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้าง ยังต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ด้วยความหนาวเหน็บ ‘เพียงยกมือ ก็พรากไปสองชีวิต... เขาเห็นชีวิตคนเป็ผักปลาขนาดนี้เลยเหรอ?!’
"หลินอี้!"
"รั่วอวิ๋น!"
ฉินอันหัวและหลินตงรีบถลาเข้าไปประคองร่างที่นอนจมกองเื น้ำตาไหลพรากด้วยความเวทนา หากไม่มีหลินทิ่งกับฉินหาวช่วยพยุงไว้ ทั้งสองคนคงทรุดลงไปกับพื้นแล้ว
"คนที่ข้าเฉินอวี่้าสังหาร ไม่มีใครขวางได้" น้ำเสียงเรียบเฉยของเฉินอวี่นั้นไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ
แววตาที่เขามองลงมายังทุกคน ราวกับกำลังมองมดปลวก
"แกมันเดรัจฉาน! ฉันจะทำให้แกต้องชดใช้อย่างสาสม!" หลินตงคำรามลั่น แววตาแดงฉานด้วยความแค้น เขาอยากจะฉีกเนื้อกินเืเฉินอวี่เพื่อล้างแค้นให้หลานชายใจจะขาด
"เฉินอวี่ ตระกูลฉินของฉันกับแกอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!" ฉินอันหัวคำรามตามมา
ทว่า แววตาของเฉินอวี่กลับเ็า เขาค่อย ๆ เดินตรงไปหาคนทั้งสอง
ทุกคนต่างตกตะลึง หรือว่าเฉินอวี่คิดจะฆ่าล้างโคตร?
‘ปึก!’
หมัดของเฉินอวี่พุ่งทะลวงผ่านหน้าอกของหลินตงจนทะลุหลัง เืสาดกระเซ็นไปทั่ว
"สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุด คือการถูกข่มขู่" เฉินอวี่พูดพลางนำมือที่เปื้อนเืชุ่มโชกไปเช็ดกับเสื้อของหลินตง
คนตระกูลฉินและหลินต่างล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดวิตก ความกลัวกัดกินสติสัมปชัญญะของพวกเขาจนหมดสิ้น
ฉินอันหัวในตอนนี้รู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ใครจะไปรู้ว่าจิตใจของเฉินอวี่จะโเี้ได้ถึงเพียงนี้? นึกจะฆ่าก็ฆ่าโดยไม่กะพริบตา!
แม้แต่คนของตระกูลถังยังมองเขาดั่งมองปีศาจ จากข้อมูลที่พวกเขาสืบมา เฉินอวี่เป็คนประเภทยอมคนมาโดยตลอด แต่ไม่รู้ทำไม เฉินอวี่ในตอนนี้กลับน่าสยดสยองราวกับจอมมาร
"ในเมื่อสังหารตัวหลักไปสองคนแล้ว เ้ายังเลือกที่จะฆ่าล้างบางอีก ใจคอเช่นนี้... ยากจะบรรลุมรรคผล"
ท่ามกลางความสิ้นหวังของทุกคน จู่ ๆ เสียงชราที่ทรงพลังสายหนึ่งก็ดังขึ้น
เสียงนี้ทำให้ฉินอันหัวสะดุ้งสุดตัว แววตาพลันเปล่งประกายราวกับเห็นดวงประทีปแห่งความหวัง
ชายชราในชุดฉางซาน* [3] อันหรูหราเดินก้าวเข้ามาในงาน
"ปรมาจารย์ซู!" ฉินอันหัวร้องเรียกด้วยความดีใจ
ชายชราผู้นี้มีนามว่า ซูหยวนทง เขาเป็ปรมาจารย์ด้านฮวงจุ้ยและศาสตร์ลี้ลับ และยังเป็คนที่เคยทำนายว่าเฉินอวี่มีวาสนาฟ้าดินอันยิ่งใหญ่สถิตอยู่ในตัว
ความสามารถของชายชราผู้นี้แข็งแกร่งมาก ต่อให้เผชิญหน้ากับคนนับร้อย เขาก็ยังสามารถเดินผ่านไปได้อย่างชิล ๆ โดยที่ไม่มีใครรับมือเขาได้เกินหนึ่งกระบวนท่า
ในอดีต ฉินอันหัวต้องยอมจ่ายเงินหลายร้อยล้านเพียงเพื่อให้ซูหยวนทงลงมือช่วยชี้ทางสว่างให้ตระกูลฉินเพียงครั้งเดียว
ฉินอันหัวที่สิ้นหวังไปแล้ว เมื่อเห็นซูหยวนทงปรากฏตัว ใบหน้าก็กลับมาเปี่ยมไปด้วยความดีใจสุดขีด
"ปรมาจารย์ซู ช่วยตระกูลฉินด้วยครับ รีบฆ่าไอ้เดรัจฉานนี่ที!" ฉินอันหัวรีบอ้อนวอน
"ได้... แต่ข้าขอทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตระกูลฉินและหลิน" ซูหยวนทงยิ้มตอบ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉินอันหัวหน้าเปลี่ยนสี เขารู้ดีว่าซูหยวนทงคือปลิงดูดเืแต่ตอนนี้ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ถ้าตายไป เงินพวกนี้ก็เป็แค่กระดาษกงเต๊ก
เขากัดฟันตอบ "ตกลง! ขอเพียงท่านฆ่ามันได้!"
เมื่อได้รับคำยืนยัน ซูหยวนทงก็มองเหยียดเฉินอวี่ "แกปลิดชีพตัวเองซะเถอะ ฆ่าแกไปก็รังแต่จะทำให้มือของข้าแปดเปื้อน"
เฉินอวี่สีหน้าเรียบเฉย "ลำพังแค่แก... คู่ควรด้วยเหรอ?"
เฉินอวี่ดูออกทันทีว่าอีกฝ่ายก็นับเป็ผู้ฝึกตนประเภทหนึ่ง มีลมปราณไหลเวียนอยู่ในร่างเบาบาง แต่คุณภาพของมันช่างต่ำต้อยเหลือเกิน
"ไอ้หนู ข้าไม่ได้หลอกแกนะ แต่แกไม่คู่ควรจะให้ข้าลงมือจริง ๆ" ทันใดนั้น ซูหยวนทงก็สะบัดยันต์แผ่นหนึ่งออกมา สายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้างทำลายโต๊ะเก้าอี้ในโถงจนแตกละเอียด
"จอมขมังเวท!" ถังหัวหลงอุทานด้วยความตกตะลึง
จอมขมังเวทถือเป็ตัวตนพิเศษ พวกเขาไม่ฝึกวรยุทธแต่ฝึกอาคม ต่อให้ระดับพลังจะต่ำกว่ายอดปรมาจารย์หนึ่งขั้น ก็ยังสามารถสู้กับปรมาจารย์ได้โดยไม่เพลี่ยงพล้ำ เงื่อนไขการเป็ผู้ฝึกอาคมนั้นเข้มงวดมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครไปฝึกวรยุทธกันหมด
ถังหัวหลงเริ่มลังเลว่าควรจะออกหน้าปกป้องเฉินอวี่ดีหรือไม่ แต่ถ้าทำแบบนั้นเขาก็จะล่วงเกินจอมขมังเวทคนหนึ่ง ซึ่งดูจะไม่คุ้มค่านัก
ในขณะที่ถังหัวหลงกำลังลังเล เฉินอวี่ก็เอ่ยขึ้น "ถ้าแกอยากตาย ข้าก็ไม่เกี่ยงที่จะลบแกทิ้งเสียที่นี่"
"ในเมื่อข้าเตือนดี ๆ แล้วไม่ฟัง ก็อย่ามาโทษข้าแล้วกัน" ซูหยวนทงถอนหายใจ ก่อนจะร่ายมนตร์ในมือแล้วคำรามลั่น "สายฟ้าจงมา!"
สายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาจากฟากฟ้า พุ่งตรงเข้าหาเฉินอวี่อย่างรวดเร็ว
"ลูกไม้ตื้น ๆ" เฉินอวี่แค่นเสียงเ็า เขายื่นมือออกไปบีบสายฟ้านั้นจนแตกกระจายคามือ
"อะไรนะ?!!"
ซูหยวนทงสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขาคาดไม่ถึงว่าผลจะออกมาเป็เช่นนี้ เขาประเมินความแข็งแกร่งของเฉินอวี่ต่ำไปมาก จึงรีบร่ายมนตร์ชุดต่อไปทันที
‘พลั่ก!’
เฉินอวี่รวดเร็วกว่า เขาพุ่งเข้าไปตบหน้าซูหยวนทงฉาดใหญ่จนอีกฝ่ายกระเด็นลงไปกระแทกพื้นอย่างแรงจนกระอักเื
"มดปลวกอย่างแก ข้าี้เีจะฆ่า ไสหัวไปซะ!" เฉินอวี่ตวาด
ซูหยวนทงหวาดกลัวจนถึงขีดสุด เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเฉินอวี่จะเก่งกาจขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่คู่ต่อสู้ในระดับเดียวกันเลย!
"ข้า... ข้าทราบแล้ว ข้ามิกล้าอีกแล้ว" ซูหยวนทงรีบยอมแพ้ทันที
สิ่งที่เขาเรียนมามันก็แค่ผิวเผิน เมื่อเจอกับยอดฝีมือตัวจริง เขาก็ไม่ต่างอะไรกับสวะคนหนึ่ง
จากนั้น เขาก็รีบวิ่งหนีออกจากงานไปอย่างทุลักทุเล
"เป็ไปได้ยังไง?" ถังหัวหลงยืนตะลึง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเสียใจที่ลังเลเมื่อครู่ หากเขารู้ว่าเฉินอวี่แข็งแกร่งขนาดนี้ เขาจะลังเลทำไมกัน?
"ที่เหลือฝากด้วย" เฉินอวี่เหลือบมองถังหัวหลงแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่สนใจใครอีก
ถังรั่วเซวียนมองตามแผ่นหลังของเฉินอวี่ไป...
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกวูบโหวงในใจ...
รวมถึงความรู้สึกที่ว่า... เธอช่างอยู่ห่างไกลจนไม่มีสิทธิ์จะยืนเคียงข้างเขาได้เลย
* [1] หัวข้อสนทนาหลังมื้ออาหาร (茶余饭后) คือ เื่ตลกขบขันที่คนเอาไปนินทาหลังกินข้าว
* [2] ยืมบารมีเสือมาข่มขู่ (扯虎皮装逼) คือ การอ้างอิงอำนาจคนอื่นมาทำตัวกร่าง
* [3] ชุดฉางซาน คือ ชุดยาวแบบจีน