เจียงซื่อมาจากตระกูลใหญ่ ฐานะทางครอบครัวไม่ได้ต่ำต้อยไปกว่าสกุลโหยว ในตอนนั้นนางแต่งเข้าสกุลโหยวเพราะชื่อเสียงบัณฑิตฮั่นหลินอันโด่งดังของโหยวรั่วหังและตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ของบ้าน นางเป็คนที่มีศีลธรรมและมีความสามารถในด้านการดูแลจัดการภายในบ้าน แต่โชคร้ายที่นางไม่สามารถให้กำเนิดบุตรชายได้ ฉะนั้น่แรกในสกุลโหยวนางจึงไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นและไม่มีกำลังพอจะไปควบคุมความเ้าชู้ของโหยวเซี่ยนได้ นางได้ให้กำเนิดธิดาสองคนและบุตรอีกสามคน แต่บุตรที่รอดชีวิตมีเพียงคนเดียวเท่านั้น โหยวซั่วผู้เป็ลูกชายคนโตของบ้านใหญ่นั้นเป็ลูกชายคนเล็กสุดในทั้งหมดสามคนที่เจียงซื่อได้ให้กำเนิด ไม่เพียงเจียงซื่อเท่านั้นที่ตั้งความหวังกับเขาเอาไว้อย่างสูง แม้กระทั่งโหยวรั่วหังกับปานซื่อเองก็คาดหวังเอาไว้ว่าเขาจะสามารถสืบทอดหน้าที่การงานของบรรพบุรุษและนำชื่อเสียงมาสู่วงศ์ตระกูลได้
โหยวซั่วได้รับการเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมจากเจียงซื่อมาั้แ่เด็ก ระหว่างแม่ลูกมีความผูกพันอันลึกซึ้ง เขาหวังว่าตนเองจะเป็หน้าเป็ตาให้กับมารดา แม้โหยวซั่วจะมีชีวิตรอดมาได้ แต่ไม่เพียงสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรง แต่ยังไม่มีพร์ด้านการเรียนหนังสืออีกด้วย เริ่มั้แ่อายุได้หกขวบ โหยวรั่วหังบัณฑิตจากฮั่นหลินได้เชิญอาจารย์มาทำการสอนเป็การส่วนตัว เมื่อมีเวลาว่างก็จะพาเขาไปขอคำชี้แนะจากบรรดาศิษย์พี่ที่สำนักไหฺวซิ่ง มีความเพียรพยายามอุตสาหะในการปลูกฝังและอบรมถึงเพียงนี้ แต่การเรียนของโหยวซั่วก็ยังธรรมดาไม่โดดเด่นจนบรรดาศิษย์รุ่นน้องต่างพากันนำหน้าเขาไปทีละคน ทำให้ต้องหยุดเรียนลงกลางคันอย่างน่าเศร้า และเข้าสืบทอดกิจการของครอบครัว
สกุลโหยวนั้นมีชื่อเสียงมากในเมืองม่อหลิงและละแวกใกล้เคียง โหยวรั่วหังอดีตจอหงวนอันดับสี่และผู้เกษียณออกมาจากสำนักฮั่นหลินคือบุคคลที่เป็ที่เคารพนับถือมากที่สุด ในฐานะที่เป็หลานชายสายตรงคนโตที่โหยวรั่วหังเอาใจใส่มากที่สุดอย่างโหยวซั่ว จนถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็คนไร้ยศไร้ตำแหน่ง กระทั่งการสอบถงเซิงก็ยังไม่ผ่าน โหยวซั่วนึกขึ้นมาทีไรก็รู้สึกเ็ปหัวใจ ตอนนี้มาถูกบิดาดุด่าต่อหน้าท่านปู่ท่านย่าและภรรยา ก็รู้สึกอับอายและโกรธจนถึงขีดสุด โลหิตทั่วทั้งร่างพลันเดือดพล่าน!
เห็นโหยวซั่วตัวสั่นงันงกไปทั้งตัว! หน้าซีดเผือกแล้วกลายเป็สีแดงทันที...มือข้างหนึ่งชี้ไปที่โหยวเซี่ยน อีกข้างหนึ่งกุมหน้าอก กระอักเืออกมาจากปาก ร่างกายโงนเงนหงายหลังล้มลงไป!
อูมั่นเหนียงที่เอาแต่นิ่งเงียบมาตลอดเห็นดังนั้นก็หน้าซีดเผือกด้วยความใ! รีบเข้าไปพยุงแล้วเรียกเขาอย่างเป็กังวล “ท่านพี่!”
บนเรือนโหยวรั่วหังกับปานซื่อต่างก็ใเป็อย่างมาก! ทั้งสองยืนขึ้น รีบเข้ามาข้างกายอูมั่นเหนียงพยุงโหยวซั่วไว้ เห็นสีหน้าของโหยวซั่วซีดเผือก ลมหายใจรวยริน! ปานซื่อหวาดกลัวจนมือสั่น โชคดีที่โหยวรั่วหังที่แม้จะเรียนหนังสือเป็อย่างเดียว แต่อย่างน้อยก็ยังเคยอ่านตำราแพทย์มาหลายเล่ม รีบเข้ามาคว้าข้อมือของโหยวซั่วขึ้นมาจับชีพจรดู พบว่าถึงแม้จะโกรธจัด แต่ก็ไม่เป็อันตรายถึงชีวิต เพียงแต่สุขภาพของโหยวซั่วนั้นไม่ดีอยู่แล้ว โกรธจัดขนาดนี้ อาจจะล้มป่วยลงอีกครั้ง...เขาพูดเสียงขรึม “ถอยออกไปให้หมด อุ้มไปที่เตียงก่อน!” พูดจบก็ถกเสื้อคลุมขึ้น ตะคอกใส่โหยวเซี่ยน “ยังไม่รีบเข้ามาช่วยอีก!”
โหยวเซี่ยนเองก็ไม่คิดว่าการบันดาลโทสะของตนเองจะทำให้โหยวซั่วโกรธถึงเพียงนี้ ในใจรู้สึกหวาดกลัวและเป็ห่วง จึงรีบลุกขึ้นมาช่วยโหยวรั่วหังพาโหยวซั่วไปยังเตียงที่อยู่ด้านข้าง มองดูสีหน้าของโหยวซั่ว ความรู้สึกผิดและวิตกกังวลปรากฏขึ้นในสายตาของโหยวเซี่ยน
ในตอนนี้ปานซื่อเองก็เพิ่งนึกได้จึงรีบบอกซานหู “รีบตามหมอเร็วเข้า!”
ซานหูรับคำสั่งทันที ปานซื่อถกแขนเสื้อขึ้น ตบหน้าโหยวเซี่ยนอย่างจังจนเขาเซไป “ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร! ลูกชายในสายเืแท้ๆ! รู้ทั้งรู้ว่าสุขภาพเขาไม่ดี เจียงซื่อก็เพิ่งจากไป ยังจะพูดอะไรกระทบกระเทือนจิตใจแบบนี้! เ้าสอบได้จวี่เหรินมีอนาคตที่สดใสงั้นหรือ เ้าเป็คนที่มีคุณงามความดีงั้นหรือ ตำแหน่งเ้าเมืองทั้งสองครั้งมีครั้งไหนที่ไม่ได้อาศัยพ่อของเ้าบ้าง แต่เ้ายังมีหน้ามาตำหนิอาซั่ว!”
คำดุด่าที่เจือด้วยความเ็ปและเกลียดชังของปานซื่อดังออกไปข้างนอก
บนทางเดินกลับเรือน ไต้เม่าหัวหน้าสาวใช้ของเรือนตวนอี๋ย่วนกระซิบขอร้องด้วยความร้อนใจ “คุณหนูทั้งสองไปก่อนเถอะเ้าค่ะ ตอนนี้เื่ราวไปกันใหญ่แล้ว ระวังฮูหยินผู้เฒ่ากับนายท่านเห็นแล้วจะไม่พอใจ!”
จั๋วเจาเจี๋ยกับโหยวชั่นเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน ฉี่เซียงกับจื่ออวี้ยังไม่ทันจะถูกลงโทษ โหยวซั่วก็โกรธจนกระอักเืจึงไม่กล้าอยู่ฟังอีกต่อไปแล้ว ทั้งสองจับมือกัน หลบซานหูแอบวิ่งออกมาจากเรือนตวนอี๋ย่วน
พอออกมาจากเรือนตวนอี๋ย่วน หลังต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลออกไปปรากฏสาวใช้นางหนึ่งใส่ชุดกระโปรงสีเขียวมรกต เกล้าผมมวย ใบหน้ากลม ดวงตาสุกใส หน้าตาสวยสดงดงาม ท่าทางคล่องแคล่วทีเดียว สาวใช้เข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “คุณหนูสาม คุณหนูเจ็ด!”
“ชุนเฟินหรือ นี่เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” โหยวชั่นถามด้วยความประหลาดใจ ชุนเฟินคือสาวใช้คนสนิทของฮูหยินรอง
นางตอบ “ฮูหยินได้ข่าวว่าคุณหนูสามกลับมาแล้วจึงกลับมาจากบ้านใหญ่ แต่กลับไม่เจอคุณหนูสามที่บ้านรองจึงเรียกให้บ่าวออกมาตามหา” เม้มปากแย้มยิ้ม “บ่าวสืบได้ความว่าคุณหนูสามไปหาคุณหนูเจ็ด แต่พอไปถึงแล้วิเหอบอกว่าคุณหนูสามกับคุณหนูเจ็ดมาที่นี่...บ่าวจึงมารออยู่ตรงนี้เ้าค่ะ”
โหยวชั่นได้ยินดังนั้นก็พูดกับจั๋วเจาเจี๋ย “ท่านแม่ตามหาข้า ข้าเห็นทีต้องขอตัว”
“พี่สามไปเถอะ อย่าให้ท่านป้ารองต้องรอเลย” จั๋วเจาเจี๋ยพยักหน้า นางคิดว่าที่ฮูหยินรองให้ชุนเฟินรออยู่ตรงนี้ไม่ใช่เพราะใจร้อน้าพบหน้าลูกสาวที่เพิ่งกลับจากสกุลไป๋หรอก น่าจะ้าสืบข่าวจากบ้านใหญ่มากกว่า
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/547b0d7f8436af8c93f4d81fb200dfad