บทที่ 10 หน้าที่ของตนเอง
ก็อกๆ
ปลายฝนยังไม่ทันได้ให้คำตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นที่หน้าห้องเสียก่อน
ปกติแล้วห้องของเขาจะไม่มีใครกล้ามาเคาะเรียกนอกจากป้านิ่มเลย เพราะเขานั้นชอบทำอารมณ์ร้ายใส่ทุกคน ชอบด่าทุกคนเพราะเห็นว่าเป็คนของพี่ชาย คิดว่าทุกคนกำลังจับผิดตนเองอยู่ ดังนั้นเขาจึงเชื่อใจแค่ป้านิ่มคนเดียวเท่านั้น นานเข้าทุกคนก็เลยชินและไม่มาคอยรับใช้อีก ปล่อยให้ป้านิ่มทำทุกอย่างคนเดียว
“ใครกันที่มาเสียมารยาทกับคุณชายรองแบบนี้” ป้านิ่มพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด เธอเดินออกไปแล้วเปิดประตูอย่างไม่ชอบใจ เอาความโกรธที่มีกับปลายฝนไปลงกับคนใช้ด้วยกัน
“มาเอะอะอะไรหน้าห้องของคุณชายรอง!” หญิงวัยกลางคนตวาดแว้ดขึ้นมา สีหน้าเหมือนกับนางมารร้ายไม่มีผิด
ปลายฝนอยู่ในห้อง แสร้งสะดุ้งเล็กน้อย อ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดออกมา เพียงถอนหายใจยาวๆเหมือนเหนื่อยใจเท่านั้น
หากเป็เมื่อก่อนทุกคนคงเข้าใจว่าปลายฝนเป็คนสั่งให้ป้านิ่มมาด่าพวกตนเช่นนี้ ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เมื่อป้านิ่มเดินออกมา ทุกคนไม่ได้สนใจเพียงเธออีกแล้ว แต่มองหาเด็กหนุ่มที่นั่งแหมะอยู่ที่เตียง เด็กน้อยตัวเล็กแสดงสีหน้าออกมาอย่างไร ทุกคนย่อมเห็นกันหมด
ตรงหน้าประตูเป็แม่บ้าน 3-4 คน 1 คนเป็ผู้ที่รับหน้าที่ดูแลผิวพรรณให้คุณชายรอง แม้ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่ได้ใช้บริการเลยก็ตาม อีก 1 คนเป็สไตลิสต์ที่มีหน้าที่คอยจัดเครื่องแต่งกายและจับชุดกับเครื่องประดับ อีกสองคนมาคอยช่วยเหลือ โดยทั้ง 4 คนนี้คือทีมงานมีคุณภาพมาก เงินเดือนของพวกเธอก็สูงด้วยเช่นกัน แต่ที่ผ่านๆมาไม่เคยได้ทำงานเลย ทุกคนก็เลยเบื่อหน่ายเป็อย่างมาก
เพราะถูกจ้างให้อยู่ประจำ ดังนั้นจึงรับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นในบ้านเหมือนกับคนอื่นๆ หลังจากที่คุณชายใหญ่ออกจากบ้านไปแล้ว ทั้ง 4 คนก็ปรึกษาว่าจะมาดูแลคุณชายรองต่อ ซึ่งที่จริงแล้วป้านิ่มเธอนั้นเป็แค่แม่บ้านทั่วไปที่มีหน้าที่ทำความสะอาด ไม่ได้มีความรู้เฉพาะทางในส่วนนี้ แต่เมื่อก่อนคุณชายรองแสดงออกว่าไม่อยากให้คนอื่นเข้าใกล้นอกจากป้านิ่ม ทุกคนก็เลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
“พวกเรามาทำหน้าที่ ป้าทำหน้าที่ของป้าหรือยัง ห้องยังมีกลิ่นฝุ่นอยู่เลยนะ” หนึ่งในนั้นพูดออกมาอย่างไม่ใคร่จะพอใจนัก เธอมองข้ามป้านิ่มก่อนจะส่งยิ้มหวานให้กับปลายฝน
“คุณชายรอง วันนี้คุณชายมีธุระต้องออกไปทำข้างนอกหรือไม่คะ หรือว่าจะใส่ชุดอยู่บ้านดี” หญิงสาวที่มากด้วยจริตจกร้านเอ่ยถามออกมา แทรกตัวจนป้านิ่มกระเด็นไป
ปลายฝนสะดุ้ง มองไปที่ป้านิ่มด้วยความเป็ห่วง ยังเห็นสายตาเศร้าของป้านิ่มที่มองมายังตนอีกด้วย เห็นแบบนั้นก็เลยหันไปมองทั้ง 4 คน
เขารีบเปลี่ยนสีหน้า ถึงแม้ว่าจะดูรนรานและไม่แเีก็ตาม
“พะ พวกคุณออกไปเลย ไม่ต้องมาวุ่นวายกับผม แค่มีป้านิ่มก็พอแล้ว” เขาะโออกมาเสียงดัง แสดงออกเหมือนที่เคยทำ แต่มันกลับทำให้ทั้ง 4 ที่คิดว่ารู้นิสัยของคนเป็นายดีแล้วยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยใจ
“คุณชายรอง ให้ป้านิ่มทำหน้าที่ของเธอไปเถอะค่ะ เื่พวกนี้ให้พวกเราที่ถนัดกว่าทำดีกว่านะคะ” หญิงสาวพูดต่อราวกับ้าตะล่อมคน
“แต่...แต่ป้านิ่มไม่ชอบทำความสะอาดนี่ ไม่ ไม่ได้ครับ ผมไม่้าให้พวกคุณมายุ่ง ผมจะให้ป้านิ่มเปลี่ยนมาทำหน้าที่จัดเครื่องแต่งกายให้ผมเท่านั้น ให้คนอื่นทำความสะอาดไปเลย” ปลายฝนลุกยืนบนเตียงหลังจากพึมพำกับตนเองเสร็จ
ป้านิ่มที่ยืนอยู่มุมห้องอยากจะยกยิ้มออกมา แต่ก็ไม่สามารถยิ้มได้เต็มใบหน้า
เด็กโง่คนนี้โง่จริงๆเลย แค่พูดประโยคท้ายออกมาอย่างเดียวไม่ได้หรือไง ทำไมต้องพูดความจริงที่เธอเคยบอกว่าไม่ชอบหน้าที่ทำความสะอาดนี้ออกไปด้วย
ทั้ง 4 มองไปที่ป้านิ่มเป็สายตาเดียว สายตาของพวกเธอดูถูกอีกฝ่ายอย่างชัดเจน หญิงวัยกลางคนคนนี้เหลี่ยมจัดจริงๆ กล้าใช้ความอ่อนโยนและเอาใจใส่ของคุณชายรองมาเป็เครื่องมือ ทั้งๆที่ตัวเองก็ไม่ได้มีความสามารถในการจัดแต่งเครื่องแต่งกายได้จริงๆเสียหน่อย
หลังจากที่มองเหยียดป้านิ่มเสร็จ หนึ่งในนั้นก็หันกลับมา เปิดเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ใส่คุณชายที่ทำตัวเหมือนแมวน้อยที่กำลังโมโห
“แต่คุณชายคะ ถ้าคุณชายไม่ให้พวกเราทำหน้าที่ พวกเราก็คงจะถูกไล่ออกแน่ๆเลยค่ะ แล้วหลังจากนี้พวกเราจะเอาอะไรกิน ลูกของฉัน พ่อ แม่....” เธอพูดออกมาพร้อมกับตีหน้าเศร้า ป้านิ่มผุดลุกขึ้นมา สีหน้าของเธอนั้นเต็มไปด้วยความใ
เธอไม่คิดว่าคนพวกนี้จะไม่หนีคนเ้าอารมณ์อย่างปลายฝนเหมือนที่เคยทำ แต่ยังมาแสดงละครอะไรแบบนี้อีก
ปลายฝนมองป้านิ่มเหมือนกับ้าถาม คนอายุมากรีบส่ายหน้าส่งสัญญาณ ป้านิ่มที่กำลังส่งสัญญาณอยู่นั้นจู่ๆก็ถูกบดบังโดยคนที่อยู่ข้างหน้าเสียนี่
“นะ นี่...”
“ป้านิ่มไม่ชอบทำความสะอาด แต่พวกเราไม่ใช่ไม่ชอบนะคะ พวกเราจะต้องอดตายแน่เลยค่า!!” พูดได้ก็ทุบไปที่เตียง ทำเหมือนจะขาดใจเสียให้ได้ตรงนั้นเลย
“ตะ แต่ แต่พวกคุณก็ดูแลพี่ชายอยู่....” ปลายฝนลังเล พูดขึ้นมาอย่างไม่มั่นใจ
“ตอนนี้คุณชายใหญ่บอกว่าไม่จำเป็ต้องดูแลเครื่องแต่งกายให้คุณชายแล้วค่ะ เสื้อผ้าคุณชายใหญ่มีแค่สีดำสีน้ำเงินสีเทาสามสีเท่านั้น ต่อให้จับชุดอะไรก็ได้หมดเลย ดังนั้นก็เลยอาจจะไม่เห็นประโยชน์ในการจ้างพวกเราแล้วก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเ้าเล่ห์พูดขึ้นมา ท่าทางนั้นน่าสงสารเป็อย่างมากแล้วตอนนี้
“นะ นั่นสินะ” ปลายฝนเหมือนนึกขึ้นได้ พี่ชายของเขานั้นใส่เสื้อผ้าแค่ไม่กี่สี ในความทรงจำแทบไม่เคยจำได้เลยว่าคนใส่สีขาวหรือสีสดใสอื่นๆน่ะ
“ใช่ไหมล่ะคะคุณชายรอง พวกเราคงอดตายเร็วๆนี้แน่นอนเลยค่ะ กระซิก กระซิก” พวกเธอยังแสดงละครต่อไป ครั้งนี้ปลายฝนลงมายืนข้างล่างเตียงแล้ว เด็กน้อยเหมือนทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง
“คุณชายช่วยพวกเราด้วยเถอะนะคะ ป้านิ่มช่วยพวกเราด้วยเถอะนะคะ ให้ป้านิ่มทำงานของป้านิ่ม พวกเราได้ทำงานของพวกเรา พวกเราจะได้ไม่อดตาย ป้านิ่มที่แสนดีคงจะอดทนทำสิ่งที่ไม่ชอบได้ใช่ไหมคะ เพราะอย่างไรป้านิ่มก็ไม่ตายนี่คะ” สไตลิสต์สาวพูดพร้อมกับส่งยิ้มให้กับป้านิ่มที่อยากจะกรีดร้องออกมา
ปลายฝนคิดแล้วก็พยักหน้า หากคิดความรุนแรงแล้ว การถูกไล่ออกนั้นรุนแรงกว่ามาก
“เอาแบบนั้นก็ได้ครับ ป้านิ่ม....ผมขอโทษนะครับ เราช่วยพี่ๆเขากันเถอะครับ” ปลายฝนพูดขอร้องกับป้านิ่ม ทั้ง 4 คนที่ได้ยินก็ไม่พอใจอย่างมาก ทำไมคนเป็เ้านายต้องไปพูดจาหว่านล้อมคนใช้ของเขาด้วยล่ะ ถ้าคนๆนั้นไม่ใช่คุณชายรอง ป้านิ่มที่ไม่อยากทำงานของตัวเองจะต้องถูกไล่ออกแน่ๆ
“แต่....” ป้านิ่มเหมือนอยากจะพูดทักท้วงอะไร ทว่าคำพูดถัดไปของปลายฝนทำให้เธอได้แต่เงียบลง
“เื่หลานชายของป้า ผมจะช่วยพูดให้เองครับ! ต่อไปถ้าป้ามีหลานชาย ป้าจะได้ดูแลหลานชายได้ดีกว่าด้วย หลังจากที่ป้าทำความสะอาดเสร็จป้าก็จะมีเวลาว่างให้หลานชาย ไม่ต้องมาคอยดูแลผมตลอดเวลาอีก” แม้ว่าการที่ไม่ได้ตัวติดกับคุณชายรองเพื่อเสี้ยมสอนให้เป็คนสารเลวจะทำให้เธอเสียใจเล็กน้อย ทว่าการเสี้ยมสอนคุณชายรองก็แค่ความสะใจความอิจฉาส่วนตัว ซึ่งมันเทียบไม่ได้กับการที่เธอจะได้ผลักดันหลานชายให้กลายเป็นายอีกคนของบ้าน ถ้าทำได้จริงๆ ตำแหน่งคนรักของผู้นำตระกูลนั้นดีกว่าเห็นๆ
“อย่างนั้นก็ได้ค่ะคุณชาย ป้าก็สงสารเด็กๆพวกนี้เหมือนกัน” ป้านิ่มแสดงออกมาเหมือนกับว่าจิตใจดีหนักหนา เธอยังเชื่อว่าต่อให้ตัวเองไม่ได้ทำหน้าที่ติดสอยห้อยตามคุณชายรองตลอดเวลา ทว่าอีกฝ่ายจะต้องยังรักเธออยู่เหมือนเดิม ก็เหมือนกับตอนนี้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะลังเล ท้ายที่สุดแล้วก็ยังต้องทำตามที่เธอร้องขออยู่ดี
นอกจากนี้เธอยัง้ามีเวลาให้กับหลานชายของตัวเองด้วย เธอจะต้องวางแผนให้เขาสามารถพิชิตใจคนที่ใหญ่ที่สุดของบ้านนี้ มีเวลามากขึ้นกับการเตรียมการก็ยิ่งดี เผื่อว่าหลานชายทำอะไรเปิ่นๆออกมาจะได้เตือนกันถูก
หลังจากที่เธอสังเกตคุณชายรองมานาน เธอรู้ว่าข้อดีอย่างเดียวของอีกฝ่ายก็คือ “ดูดี” และสองก็คือ “วางตัวเย่อหยิ่ง” ดูเหมือนคุณชายใหญ่จะชอบผู้ชายเช่นนี้ เธอเคยถามลูกชายของเธอแล้วว่ามีคนชอบคนเช่นนี้ด้วยหรอ ลูกชายของเธอก็ให้คำแนะนำว่าผู้ชายอาจจะอยากได้อะไรที่ได้มายากก็เป็ได้ ดังนั้นเธอจะต้องวางแผนทำให้หลานชายของเธอ “ดูดี” และ “เย่อหยิ่ง” อย่างไรให้ถูกใจคุณชายใหญ่นั่นเอง
เหล่าหญิงสาวทั้ง 4 ลอบเบะปาก แต่ต่อหน้าคุณชายรองก็ยังส่งยิ้มหวานให้ เธอสรุปกันผ่านสายตา ท้ายที่สุดก็ได้รู้ว่าคุณชายรองนั้นเป็อย่างที่พวกเธอคิด อีกฝ่ายเป็คนจิตใจดีเกินไป เพราะแบบนั้นก็เลยถูกป้านิ่มคนเห็นแก่ตัวคนนี้ครอบงำเอาได้
“ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มกันเลยนะคะ วันนี้คุณชายรองอยากได้สไตล์แบบไหนดีคะ” หญิงสาวร่างท้วมกล่าวขึ้น เธอกรีดมือของตนเองมา เมื่อเห็นรูปร่างที่งดงามของคุณชายรองที่แอบหวังว่าจะหาชุดอะไรให้สวมใส่มานานแล้วก็รู้สึกตื่นเต้น
“วันนี้ผมอยากจะไปหาพี่ชายที่บริษัทน่ะครับ”
“เอ๋ คุณชาย?” ป้านิ่มชะงักเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยิน เธอไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะไปหาคุณชายใหญ่ด้วยตนเอง ปลายฝนมองที่ป้านิ่มก่อนจะส่งยิ้มแห้งๆให้
“ผมจะพยายามพูดให้นะครับ” เขาแสดงออกว่าเข้าใจเจตนาของป้านิ่มผิดไป แต่ป้านิ่มที่ได้ยินก็พอใจอย่างมาก เธอรู้ว่าปลายฝนเกลียดพี่ชายของตนเอง ทว่าเขาก็ถึงกับ้าไปหาอีกฝ่ายเพื่อคุยเื่ที่เธอขอ เห็นแบบนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาอย่างชอบอกชอบใจไม่ได้จริงๆ
“ขอบคุณค่ะคุณชายรอง อย่างนั้นป้าไปทำงานก่อนนะคะ” ป้านิ่มเดินเชื่องช้า ท่าทางน่าสงสารอย่างมาก
เมื่อหญิงวัยกลางคนลับสายตาไปแล้ว คนที่อยู่ในห้องก็อยากจะปรบมืออย่างมีความสุขทันที
“คุณชายรองคะ ถ้าอย่างนั้นปล่อยให้ “ดาวี่” จัดเตรียมชุดและเครื่องประดับให้เองนะคะ คุณชายรองจะไปหาประธานใหญ่ที่บริษัททั้งที ดังนั้นต้องมีความสุภาพเล็กน้อย แต่นี่เป็วันหยุด ดังนั้นสามารถใส่ของตกแต่งเพื่อให้ดูน่าสนใจได้ หลังจากนั้นอาจจะต้องไปกินอาหารกันข้างนอกด้วยใช่ไหมคะ” ดาว หรือชื่อที่เธอชอบมากกว่าอย่าง “ดาวี่” สตรีร่างอวบคิดกับตนเองอย่างมีความสุข ไล่ดูรายการจากไอแพดราคาแพงซึ่งเป็แคตตาล็อกสินค้าแบรนด์เนมมากมายขึ้น
แม้ว่านี่จะเป็หน้าแคตตาล็อกสำหรับซื้อ ทว่าเธอรู้ดีว่าสินค้าพวกนี้ได้อยู่ในบ้านของคุณชายแล้วเรียบร้อย ก็นะ... เธอเป็คนที่รับคำสั่งของคุณชายใหญ่เื่ที่ให้ดูแลทุกอย่างของคุณชายรองเองนี่นา ด้วยเม็ดเงินที่มีให้ไม่อั้น ดังนั้นจึงได้ติดต่อกับทางแบรนด์ดังๆให้ส่งสินค้าของพวกเขามาไว้ที่นี่อย่างละชุด ถ้าตัวไหนถูกนำไปใช้ก็จะเปลี่ยนเป็ป้ายใช้งานแล้ว และจะจ่ายเงินให้
แน่นอนว่าการนำสินค้ามาไว้ที่นี่อย่างละ 1 ชุดมันก็ยังดีกว่าเก็บไว้ที่โกดัง อย่างน้อยๆก็มีโอกาสที่จะถูกเลือกไปใช้ และอีกอย่างคือพวกแบรนด์ต่างๆนั้นย่อม้าสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริหารอย่างคุณ “เหมันต์” ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ทั้งยังเป็นักธุรกิจหนุ่มที่มีอำนาจค่อนข้างมากในหลายๆธุรกิจ กับการส่งของมาให้เลือกนั้นไม่ได้นับเป็การลงทุนอะไรด้วยซ้ำ สำหรับคนๆนี้ ต่อให้อยากจะซื้อของจากพวกเขาจริงๆ มันก็แค่เศษเงินเท่านั้นแหละ
“ได้แล้ว ไปหยิบชุดนี้มา รองเท้าคู่นี้นะ แล้วก็นาฬิกากับสร้อยข้อมือของแบรนด์ DD ประมาณนี้ก่อน” หญิงร่างอวบพูดขึ้นอย่างมีความสุข สั่งงานลูกมือของตนเองไปด้วย สาวๆอีก 2 คนรับคำอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หญิงสาวอีกคนเบะปากอย่างช่วยไม่ได้
“ก่อนจะไปหยิบเสื้อผ้ามา ไม่ใช่ว่าต้องช่วยฉันบำรุงผิวคุณชายรองก่อนหรือไง” เธอบ่นออกมากระปอดกระแปด ทว่าก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ในเมื่อครีมบำรุงที่เธอเตรียมมานั้นมีครบถ้วนแล้ว
หญิงสาวผู้ถือกระปุกครีมที่ดูมีราคาแย้มยิ้มหวาน
“คุณชายรอง เดี๋ยว “แยมมี่” จะนำครีมอาบน้ำชุดใหม่ล่าสุดไปใส่ไว้ให้นะคะ ยาสระผมรุ่นใหม่นี้ก็ช่วยทำให้ผมของคุณชายนุ่มสลวยมากขึ้นด้วยค่ะ หลังจากที่ออกมาแล้วจะจัดเซ็ตบำรุงไว้ให้นะคะ” แยมเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวาน เธอทำหน้าที่ของตนเองอย่างเร่งด่วน เดินเร็วเข้าห้องน้ำไปเพื่อที่จะได้ทันคุณชายของเธออาบน้ำ
ปลายฝนผู้ไม่เคยชินกับการดูแลเช่นนี้ชะงักไปเล็กน้อย แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยอมรับมันได้โดยดี เพราะตอนที่เป็นักแสดง เมื่อไปถึงกองถ่ายก็จะถูกรุมล้อมเพื่อแต่งองค์ทรงเครื่องอยู่เหมือนกัน แม้ว่ามันจะดูวุ่นวายกว่าและหยาบกระด้างกว่านี้ไปเสียเล็กน้อย แต่ทั้งหมดก็คล้ายๆกัน เขาแค่ทำตามคำสั่งของเหล่าผู้ดูแลเท่านั้น ทุกอย่างก็จะออกมาดีเอง
นอกจากนี้ถ้าเทียบกับทีมงานในกองถ่ายแล้ว คนที่พี่ชายจ้างมานั้นดูเป็มืออาชีพมากกว่า และดูหรูหรากว่ามาก หลังจากที่เขาได้เห็นชุดที่ “เรนิน” กับ “ชมพู” นำมาให้ เขาก็รู้สึกชื่นชมอีกฝ่ายในใจ
ทางนั้นเตรียมชุดตามคำสั่งของดาวี่ มันเป็ชุดกางเกงขายาวสีไข่ออกสว่างๆ พร้อมกับเสื้อเอี้ยมสีขาวสลับฟ้าอ่อน ทำให้ดูสว่างสดใสแต่ก็มีความสุภาพ เมื่อเข้ากับผิวขาวๆของปลายฝนก็ยิ่งทำให้เด็กน้อยราวกับมีแสงสว่างเจิดจ้ามากขึ้นไปอีก อันที่จริงเ้าตัวเป็คนรูปร่างงดงาม ทว่าตอนที่ปลายฝนยังเด็กนั้นมักจะทำตัวมืดมนเสมอ ไม่เคยแสดงความสดใสออกมาเลย วันๆเอาแต่เก็บตัวแล้วก็ทะเลาะกับคุณชายใหญ่ หลังจากที่ทุกคนเห็นเขาในชุดน่ารักๆเช่นนี้ก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้
สร้อยข้อมือสีเงินซึ่งแทบจะกลืนไปกับผิวขาวส่องแสงระยิบระยับเมื่อต้องแสงสว่างจากหลอดไฟและแสงอาทิตย์ มันเป็เกลียวเหมือนโซ่เล็กๆแต่มีเพชรติดอยู่อย่างงดงาม ขับให้แขนเล็กๆนั่นดูน่าทะนุถนอมมากขึ้นไปอีก
เครื่องแต่งกายทั้งหมดนั้นทำให้ปลายฝนดูเป็คนนุ่มนวลเพิ่มขึ้นอีกมาก ในใจลึกๆแล้วได้แต่สงสารคนเป็พี่ชายที่จะได้เห็นเขาในเวอร์ชั่นเช่นนี้ สำหรับพี่ต้นหนาวที่แม้กระทั่งเขาทำตัวไม่น่ารักและมืดมนก็ยังชอบนั้น ถ้าเจอเขาในตอนนี้จะรู้สึกยังไง ใช่ว่าเมื่อคืนเขาจะไม่รับรู้ว่าพี่ชายคงไม่ได้นอนหลับดีหลังจากที่ถูกเขาอ่อยเหยื่อไปก่อนนอน ถ้าวันนี้เขายังทำตัวน่ารักขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเ้าตัวจะต้องทนทุกข์มากขนาดไหน
ไม่สิ...ถ้า่นี้เขายังไม่บรรลุนิติภาวะจากเยาวชน คนพี่ก็ยังสามารถหาใครสักคนมาช่วยเหลือได้อยู่แหละมั้ง
คิดเพื่อให้ตนเองสบายใจได้ก็ปล่อยผ่านไป สุดท้ายก็ยังยอมให้เหล่าสไตลิสต์จับแต่งตัวอย่างสนุกสนาน
.............………………………
ั้แ่ตอนที่ 11 เป็ต้นไปไรท์จะขอเก็บกำลังใจ 3 กำลังใจ นะคะ โดยจะเก็บกำลังใจ 1 ตอนแล้วอ่านฟรี 3 ตอน แล้วติดเหรียญอีกทีในตอนที่ 5 เป็ต้น คะ
ฝากติดตามและสนับสนุนไรท์ด้วยนะคะ><