บทที่6
ฟาดกลับสิคะรออะไร
แม่เฒ่าตงได้ยินก็หน้าดำหน้าแดงแม้ว่าที่หนิงเหมยจูนั้นจะพูดเป็เื่จริงแต่ก็ไม่ควรจะมาพูดต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ แล้วบ้านตงของเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
"เธอเป็แค่สะใภ้ไม่ควรจะมาพูดจาก้าวร้าวแม่สามีนะสะใภ้สี่"พ่อเฒ่าตงยืนฟังอยู่นานเมื่อเห็นว่าภรรยาตัวเองเริ่มเจอทางตันจึงยื่นมือเข้ามายุ่ง
"ฉันรู้ค่ะพ่อสามีคิดว่าฉันเป็เพียงสะใภ้ที่บ้านสามีไม่ต้อนรับแต่ฉันพูดในฐานะภรรยาของพี่ซีเฉิน และนั่นก็คือลูกชายของพวกคุณคนหนึ่งเหมือนกันแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าทำไมทั้งพ่อสามีและแม่สามีไม่เคยสนใจพี่ซีเฉินแต่คำว่าพ่อแม่ควรจะดูแลลูกหน่อย ต่อให้ไม่สนใจแต่ไม่ควรจะเบียดเบียนแบบนี้
ฉันไม่ลืมว่าฉันเป็เพียงลูกสะใภ้แต่แม่สามีเป็คนพูดเองว่าพี่ซีเฉินแยกบ้านออกไปแล้ว ดังนั้นแม่สามีไม่ควรจะมาเบียดเบียนอาหารการกินของพวกเราไม่ใช่หรือยังไงตอนนี้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านรู้ว่าพี่ซีเฉินไม่สามารถทำงานได้เป็เดือนๆแล้วและไม่ต้องพูดถึงว่าจะหาอาหารหรือหาเงินมายังไง
บ้านของเรามีอาหารเพียงเล็กน้อยแต่ยังมาโดนบ้านใหญ่มาขโมยไปอีกแบบนี้พ่อสามีช่วยตอบสะใภ้ผู้โง่เขลาคนนี้ได้ไหมว่าแม่สามีและสะใภ้ทั้งสองคนทำเพื่ออะไรหรือ้าให้พวกเราอดตาย"หนิงเหมยจูคิดว่าในเมื่อเธอเป็ิญญามาอยู่ในร่างนี้และไม่มีความผูกพันกับบ้านสามีอีกทั้งบ้านนี้ยังเป็คนเห็นแก่ตัวปฏิบัติกับลูกชายเหมือนไม่ใช่ลูก ในเมื่อพ่อแม่สามีทำตัวไม่น่าเคารพเธอไม่จำเป็ต้องดีด้วยไม่ใช่เหรอ
บ้านตงได้แต่แสดงสีหน้าที่ดูไม่ได้ไม่คิดว่าสะใภ้สี่ที่ดูเหมือนจะร้ายแต่ก็โง่เขลาคนนี้ย้อนกลับจนทุกคนพูดไม่ออก
"เธอก็รู้ไม่ใช่เหรอสะใภ้สี่ว่าบ้านตงของเรานั้นจนอีกทั้งสมาชิกในบ้านก็เยอะ จะให้ฉันเอาอะไรไปดูแลและไปหาหมอมาให้เ้าสี่เธออย่าเอาแต่สิ่งที่ไม่ดีโยนมาให้บ้านตงสิหากเ้าสี่รู้ว่าเมียตัวเองมาพูดแบบนี้กับพ่อแม่ ระวังเขาจะหย่ากับเธอ"
"พี่ซีเฉินจะหย่ากับฉันหรือไม่ฉันไม่รบกวนให้พ่อสามีมาออกความคิดเห็นหรอกนะแต่ฉันอยากจะถามว่าต่อให้ครอบครัวตงจนหรือไม่นั้นทุกคนรู้อยู่แก่ใจและที่สำคัญแม้แต่คำว่าน้ำใจพี่ซีเฉินยังไม่เคยได้เลย ไม่จำเป็ต้องเอาอะไรมาให้แค่มาเยี่ยมและไม่มาเบียดเบียนกันก็พอแล้วตอนนี้พ่อสามีอย่าเพิ่งมาพูดแทนคนอื่นเลยฉัน้ารู้ว่าใครที่มันกล้าทำร้ายเสี่ยวลู่ลูกสาวตัวน้อยของฉัน" หนิงเหมยจูไม่อยากจะสนใจพ่อสามีพูดกับคนพวกนี้มีแต่จะปวดหัว เสียเวลาทำอย่างอื่น
สะใภ้ใหญ่เมื่อเห็นว่ายังไงหนิงเหมยจูนั้นไม่ยอมจบเธอจึงยอมรับเพราะคิดว่าคนเยอะขนาดนี้สะใภ้สี่คงไม่กล้าทำอะไร
"ฉันเอง เธอมีอะไรช่วยไม่ได้นังเด็กเสี่ยวลู่ดัน..." สะใภ้ใหญ่พูดยังไม่ทันจบเจอเข้ากับฝ่าเท้าของหนิงหมยจูถีบจนกระเด็น
“จำไว้ ลูกฉันใครห้ามเตะหากเกิดมีใครทำร้ายเลี่ยวลู่อีกจะโดนหนักยิ่งกว่านี้แล้วนี่ฉันยังให้เกียรตินะถอดรองเท้าถีบ ไม่ได้ใส่รองเท้า"
หนิงเหมยจูพูดขณะกำลังใส่รองเท้าและไม่คิดว่าสามีของสะใภ้ใหญ่หรือพี่ชายคนโตของสามีเธอเดินมาทางไหนไม่รู้เตรียมที่จะเอามือฟาดใส่หนิงเหมยจูเต็มแรงแต่มีเหรอที่สตั๊นท์ เกิร์ลแบบเธอจะพลาดท่าหนิงเหมยจูจึงใช้มือที่ถือไก่ข้างหนึ่งฟาดกลับไปสุดแรงก่อนจะะโถีบไปอีกครั้งจนร่างของลูกชายคนโตบ้านตงกระเด็นออกไปชาวบ้านที่ยืนดูอยู่ได้แต่อ้าปากค้างไม่คิดว่าหญิงสาวจะกล้าทำแบบนี้
"โอ๊ย! ไก่ฉันตายเลยเห็นไหมเนี่ยมันน่ากระทืบซ้ำดีไหม หวังว่าจะไม่มีใครมาวุ่นวายกับครอบครัวฉันอีกนะ"หนิงเหมยจูหน้ามุ่ย เธอเสียดายไก่ในมือเหลือเกินดีนะที่ยังเหลืออีกตัวจากนั้นจึงเดินออกมาจากบ้านตงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านกลับเจอชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาคอยเมียงมองเหมือนจะรอใครอยู่พอเห็นหน้าเธอเท่านั้น ชายคนนั้นยิ้มดีใจเรียกเธออย่างเป็กันเอง"เหมยจูกลับมาแล้ว"
หนิงเหมยจูใช้ความคิดว่าชายหนุ่มคนนี้เป็ใครก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าชายคนที่ร่างเดิมตั้งใจจะหนีไปด้วยกันใช่ไหม"มาทำไม" หนิงเหมยจูถามเสียงเ็า
"ผมเห็นว่าคุณหายไปหลายวันเป็อะไรหรือเปล่าอย่าลืมนะอีกสามวันเราจะต้องเดินทางแล้ว" อาซ่างถามด้วยรอยยิ้มเขาไม่ได้รักหนิงเหมยจูเลยแต่เพราะการที่เขาจะเดินทางไปสอบเข้ามหาลัยนั้นเขาจำเป็ต้องใช้เงินและหนิงเหมยจูเป็หญิงสาวที่เขา้าจะหลอกให้เลี้ยงดู
"ฉันจะหายไปหรือว่าจะเป็ยังไงไม่เกี่ยวกับนายอีกทั้งนายจะเดินทางไปไหนมันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน มีอะไรอีกหรือเปล่าฉันไม่มีเวลาว่างมากพอ ฉันต้องดูแลลูกสาวตัวน้อยและสามี ถอยไป!"หนิงเหมยจูพูดอย่างไม่สนใจ
"เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะหนีไปด้วยกันคุณลืมไปแล้วรึไง" อาซ่างใไม่คิดว่าคำตอบที่ได้รับจะเป็แบบนี้เขาคิดว่าเมื่อหนิงเหมยจูเห็นเขามาหาเธอจะต้องยิ้มดีใจแต่ทำไมเหตุการณ์จึงได้กลายเป็แบบนี้ไปล่ะ
"นี่นายฉันถามหน่อยนะนายเอาสมองส่วนไหนคิดว่าฉันจะหนีไปกับนาย สามีฉันทั้งหล่อทั้งดีและขยันทำไมจะต้องทิ้งเขาไปด้วย แล้วยังมีลูกสาวที่แสนจะน่ารักอีกคนนายบ้าหรือเปล่าที่คิดว่าฉันต้องไปกับนาย ถอยไปได้แล้วจะเข้าบ้านถ้าไม่ถอยฉันถีบกระเด็นจริงๆ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่"หนิงเหมยจูตอบกลับอย่างอารมณ์เสีย เธอยิ่งโมโหที่ไก่ตายยังมาเจอผู้ชายหน้าหนาแบบนี้อีก เดี๋ยวแม่ตบคว่ำจริงๆ
"เสี่ยวลู่ เปิดประตูให้แม่หน่อยจ๊ะแม่กลับมาแล้ว" หนิงเหมยจูไม่สนใจชายหนุ่มที่ยืนใบ้าใบ้กับการกระทำของตัวเองหญิงสาวะโเรียกเสี่ยวลู่ให้มาเปิดประตูรั้วให้เสี่ยวลู่ได้ยินเสียงแม่จึงรีบวิ่งออกมาด้วยความดีใจเด็กน้อยยืนแอบอยู่ตรงประตูนานแล้วเธอกลัวว่าแม่จะไม่กลับมาพอได้ยินในสิ่งที่แม่พูดเธอจึงโถมเข้ากอดด้วยความดีใจ
"เป็อะไรจ๊ะ เราเข้าบ้านกันก่อนดีกว่านะนี่ไงแม่ได้ไก่กลับมาแล้ว แม่เอาเข้าเล้าก่อนนะ หนูไปรอแม่ในบ้านนะลูก"หนิงเหมยจูบอกกับลูกสาวเสียงอ่อนเธอกลัวว่าเด็กน้อยจะโดนไก่จิกจึงบอกให้ไปรอในบ้านเสี่ยวลู่เชื่อฟังก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปหาพ่อในบ้านด้วยรอยยิ้ม
"อิ่มกันหรือยังทั้งสองคนพี่ซีเฉินนั่งรอตรงนี้ก่อนนะ ฉันจะเข้าไปทำความสะอาดห้องให้"หนิงเหมยจูเมื่อกลับเข้ามาในบ้านเธอทิ้งความหงุดหงิดและไม่พอใจต่างๆ ไว้ด้านนอกตอนนี้จึงมีเพียงรอยยิ้มและน้ำเสียงอบอุ่น
ตงซีเฉินพยักหน้า ถึงแม้ว่าเขาอยากจะพูดอะไรแต่เพราะลูกนั้นอยู่ด้วยจึงเลือกที่จะเงียบเสี่ยวลู่เองถึงแม้ว่าจะสี่ขวบแต่เพราะต้องอยู่กับพ่อมาก่อนหน้านี้ทำให้รู้ว่าพ่อต้องมีอะไรคุยกับแม่แน่ๆ
"หนูจะช่วยแม่ด้วย หนูไปรอในห้องของพ่อนะ"พูดจบตงลู่จิงหรือเสี่ยวลู่รีบวิ่งไปรอที่ห้องนอนของพ่อทันทีเมื่อลูกสาวตัวน้อยไม่อยู่ตงซีเฉินจึงกล้าที่จะถามในสิ่งที่ได้ยิน
"ที่พูดว่าจะไม่ไป จริงไหม"หนิงเหมยจูรู้เลยว่าการที่ ตงซีเฉินถามแบบนี้คงได้ยินทั้งหมดแล้ว
"จริงค่ะ พี่ได้ยินหมดแล้วฉันไม่จำเป็ต้องพูดอะไรอีก"
"เธอไม่รังเกียจที่จะต้องดูแลฉันเหรอในเมื่อฉันกลายเป็คนพิการ" ตงซีเฉินพูดเสียงเบาหากหญิงสาวตรงหน้าเปลี่ยนตัวเองแล้วจริงๆเขาก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับเธอกลัวแต่เพียงเธอจะรังเกียจที่ต้องมีสามีที่พิการแบบนี้
"พี่ไม่ใช่คนพิการ แต่พี่ยังไม่ได้รับการรักษารอหน่อยก็แล้วกัน พรุ่งนี้ฉันตั้งใจจะเข้าอำเภอ รู้สึกว่าฉันจะเคยเห็นเขาขายรถเข็นในตลาดมืดจะได้ซื้อกลับมาให้พี่ เราจะได้ไปโรงพยาบาลหาหมอกัน เชื่อเถอะพี่ต้องหายอยู่ที่ว่าจะหายช้าหายเร็วก็เท่านั้น ไม่ว่ายังไงก็ต้องมีความหวังไว้ก่อน"
********************