วันนี้เป็วันสอบวันสุดท้ายของนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด นักศึกษาส่วนใหญ่สอบเสร็จก็เริ่มหาที่เลี้ยงฉลองก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับไปเยี่ยมบ้านของตัวเอง
“ในที่สุดก็ได้เวลาพักผ่อนแล้ว” มู่วั่งเจี๋ยะโเสียงดัง
“เบาๆ หน่อยสิ แกไม่อายคนอื่นเขาบ้างเลยหรือไง” ซูเจินใช้มือปิดปากเพื่อนไว้
“จะอายทำไม แกเห็นไหมน่ะ มีแต่คนยิ้มให้กับความกล้าหาญของฉัน จริงๆ แล้วแกก็อยากจะะโออกมาดังๆ เหมือนฉันเหมือนกันล่ะน่า”
“ใครจะไปอยากเหมือนคนอย่างแก ก็ทำตัวอย่างนี้ไง ถึงยังเป็โสดอยู่จนถึงทุกวันนี้” ซูเจินเบ้ปาก
“ถ้าฉันมีแฟนแล้วต้องลำบากอย่างแก ฉันยอมเป็โสดดีกว่า ว่าแต่...ปิดเทอมนี้แกหาที่เที่ยวได้รึยัง” มู่วั่งเจี๋ยเปลี่ยนเื่คุย
“ไม่ล่ะ ปิดเทอมนี้ฉันมีงานสอนพิเศษ”
“นี่แกไม่ได้เจอหน้าพ่อเทพบุตรของแกนานเท่าไหร่แล้ววะเนี่ย เหมือนว่า่นี้เขาก็ไม่ค่อยมาหาแกบ่อยเหมือนเมื่อก่อนเลย” มู่วั่งเจี๋ยถามเพื่อน
“เกือบเดือนแล้วล่ะที่ไม่ได้เจอกัน เขาไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันหรอก พอฉันโทรไปหาเขาทีไร เขาก็บอกว่าไม่ว่างทุกที คงทำงานพิเศษจนรวยไปแล้วมั๊ง” ซูเจินพูดอย่างไม่ใสใจ
“เขาทำงานพิเศษเยอะ ก็แสดงว่าเขาต้องได้เงินเยอะ ถ้างั้นต่อไปแกก็สบายแล้วสิ ไม่ต้องหาเงินให้คนอื่นช่วยใช้”
“ฉันก็ไม่คิดว่าจะให้เงินเขาใช้แล้วล่ะ แต่ที่ฉันยังทำงานพิเศษมากอยู่เพราะว่าฉันจะได้มีข้ออ้างที่จะไม่ต้องออกไปเจอเขา ฉันอยากรู้ว่าถ้าฉันกับเขาไม่เจอกันเลย มันจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นระหว่างพวกฉันไหม อีกอย่างคือฉันอยากเก็บเงินไว้ให้ได้เยอะๆ เพราะพอเรียนจบฉันจะไปเรียนต่อที่เมืองนอก ถึงแม้เงินที่ผู้อุปการะจะมีให้ฉันใช้ แต่ถ้ามีเงินตัวเองเพิ่มเข้าไปด้วยอีกมันก็จะสบายใจขึ้น”
“แกเรียนจบแล้วก็จะไปเรียนต่อที่เมืองนอกทันทีเลยเหรอ แกไม่ลองเข้าไปทำงานหาประสบการณ์ที่หลินกรุ๊ปก่อนสักปีล่ะ มีประสบการณ์ติดตัวไปด้วย เผื่อไปเรียนต่อทางโน้นแล้วจะได้ง่ายขึ้น”
“ไปเรียนต่อเลยดีกว่า เรียนจบกลับมาจะได้เริ่มทำงานทีเดียวเลย ประสบการณ์ก็ค่อยกลับมาหาเอาได้”
“ถ้าเรียนจบกลับมาแล้วแกก็จะเข้าทำงานที่หลินกรุ๊ปใช่ไหม” มู่วั่งเจี๋ยอยากรู้ความคิดของเพื่อน
“ยังไม่รู้เหมือนกัน โชคดีที่ทุนการศึกษาที่ได้รับมันไม่มีข้อผูกมัดอะไร แต่ถ้าฉันจะไม่กลับมาทำงานให้บริษัทเขา ฉันก็ต้องหาเหตุผลดีๆ ไม่อย่างงั้นคนอื่นจะมองได้ว่าฉันไม่รู้บุญคุณคน” ซูเจินตอบสบายๆ
ซูเจินตั้งใจไว้ว่าจะไปเรียนต่อต่างประเทศทันทีที่เรียนจบ เธอไม่อยากทำเหมือนชีวิตที่แล้วที่พอเรียนจบระดับปริญญาตรี เธอก็เข้าไปทำงานหาประสบการณ์ที่หลินกรุ๊ปก่อน เธออยากแก้ไขตรงจุดนั้น เธอไม่คิดที่จะเข้าไปทำงานให้กับหลินกรุ๊ปอีกแล้ว เธอไม่อยากเกี่ยวข้องกับบริษัทแห่งนี้อีก เพราะเธอไม่อยากทำงานร่วมกับหลินจิงจือ ในชีวิตที่แล้วหลินจิงจือนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารทำหน้าที่ดูแลฝ่ายการตลาดโดยเฉพาะ ซูเจินได้รับการกลั่นแกล้งต่างๆ จากหลินจิงจือมากมาย แต่ก็ผ่านมันมาได้เพราะความสามารถ ตอนนี้เธอมีโอกาสแก้ไขอดีตนั้นแล้ว เธอจะไม่เอาตัวเข้าไปเป็ลูกน้องของผู้หญิงคนนั้นอีกเด็ดขาด
“แล้วแกล่ะ แกจะไปเที่ยวที่ไหน” ซูเจินถามเพื่อนบ้าง
“ฉันจะเข้าคอร์สเรียนทำอาหารระยะสั้น ฉันคิดว่าพอเรียนจบออกไป ฉันจะรับ่ทำร้านอาหารของที่บ้านต่อน่ะ”
“ก็ดีเหมือนกันนะ เป็เ้านายตัวเองก็เป็อิสระดี ร้านของแกก็มีลูกค้าประจำอยู่พอสมควร อีกปีเดียวพวกเราก็จะเรียนจบกันแล้ว พอถึงตอนนั้นแกคงพร้อมรับ่กิจการของครอบครัวต่อแล้วล่ะ”
“แกก็เห็นด้วยกับฉันเหรอวะ ฟ้าดินเป็พยาน เป็ครั้งแรกที่เจินเจินเพื่อนรักกับนายมู่วั่งเจี๋ยมีความคิดเห็นตรงกัน และไม่เกิดความขัดแย้งให้โลกต้องวุ่นวาย” มู่วั่งเจี๋ยทำท่าทางคล้ายกับกำลังสวดมนต์อ้อนวอน
“แกจะกลับบ้านเลยไหม” ซูเจินถามขึ้น
“กลับสิ วันนี้อยากกลับบ้านเร็วๆ แม่ฉันบอกว่าจะทำขาหมูตุ๋นไว้ให้ฉันกิน แค่คิดก็หิวแล้ว”
“งั้นก็กลับกันเถอะ”
ซูเจินและมู่วั่งเจี๋ยเดินมาถึงประตูหน้ามหาวิทยาลัย แต่ซูเจินก็ยังไม่แยกเดินไปทางหอพักของตัวเอง
“แกจะไปไหนต่อ ไม่กลับหอพักเหรอ” มู่วั่งเจี๋ยถามอย่างสงสัย
“ฉันก็จะไปบ้านแกด้วยไง” ซูเจินตอบหน้าตาเฉย
“ไปทำไม” มู่วั่งเจี๋ยเริ่มขมวดคิ้ว
“ไปกินขาหมูตุ๋น ก็แกสวดอ้อนวอนฟ้าดินแล้วไงว่าฉันกับแกจะไม่ทะเลาะกันให้โลกต้องวุ่นวาย พวกเราจะต้องมีความคิดเห็นที่ตรงกัน ตอนนี้แกจะรีบกลับไปกินขาหมูตุ๋นไม่ใช่เหรอ ฉันก็อยากกินเหมือนกัน ความเห็นของเราตรงกันพอดีไม่มีขัดแย้ง ไปเถอะป่ะ ฉันหิวแล้ว” พูดจบซูเจินก็เดินนำหน้ามู่วั่งเจี๋ยไปรอรถประจำทางอย่างอารมณ์ดี
ปิดเทอมแล้วซูเจินมีเวลาเตรียมตัวก่อนเริ่มงานสอนอยู่หนึ่งสัปดาห์ พอโรงเรียนมัธยมเริ่มปิดภาคเรียน งานสอนพิเศษของเธอจึงเริ่มขึ้น โดยในหนึ่งสัปดาห์ซูเจินจะรับงานสอนพิเศษอยู่หกวัน อีกหนึ่งวันจะเป็วันพักผ่อนของเธอ
เป็เื่บังเอิญที่หนึ่งในนักเรียนของเธอพักอยู่คอนโดหรูที่เดียวกับหลินจิงจือ เธอเห็นกัวจิ้งหยวนและหลินจิงจือเดินคล้องแขนกันเดินเข้าคอนโดมาอย่างสนิทสนม ซูเจินรีบเดินเข้าไปนั่งหลบอยู่ที่นั่งพักในล็อบบี้หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ พร้อมกับยกหนังสือพิมพ์ขึ้นทำเป็อ่านเพื่อปิดหน้าของตัวเองไว้ กัวจิ้งหยวนกับหลินจิงจือเดินตรงไปรอขึ้นลิฟท์โดยที่ไม่สังเกตเห็นซูเจินเลยแม้แต่น้อย
เมื่อคนทั้งคู่ขึ้นลิฟท์ไปเรียบร้อยแล้ว ซูเจินก็เดินเข้าไปถามที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ทันที
“ขอโทษทีนะคะ ฉันรบกวนสอบถามนิดหนึ่งว่า ผู้ชายกับผู้หญิงสองคนเมื่อสักครู่ พักอยู่ที่คอนโดนี้หรือคะ”
“ข้อมูลของผู้พักอาศัยเป็ข้อมูลส่วนตัว เราไม่สามารถบอกคุณได้หรอกค่ะ” ประชาสัมพันธ์สาวตอบด้วยน้ำเสียงแฝงความตำหนิ เธอเคยเห็นซูเจินมาที่นี่หลายครั้ง จึงรู้ว่าซูเจินเป็แขกของผู้พักอาศัยที่คอนโดแห่งนี้ ประชาสัมพันธ์สาวจึงไม่กล้าทำตัวเสียมารยาทต่อซูเจินมากนัก
“เอ่อ...ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอกลับไปนั่งรอที่ล็อบบี้ก่อน” ซูเจินรีบพูดขอโทษ
ในชีวิตที่แล้วซูเจินรู้เื่ราวของหลินจิงจือน้อยมาก รู้เพียงว่าหลินจิงจือเป็ทายาทของหลินกรุ๊ป และเป็คนที่เข้ามาแย่งแฟนของเธอไป ดังนั้นข้อมูลของหลินจิงจือในหัวของเธอเวลานี้เกือบจะเป็ศูนย์ เธอจึงคิดว่าจะต้องเริ่มหาข้อมูลของหลินจิงจือให้มากที่สุด หลังจากนั้นจึงค่อยคิดหาวิธีที่จะเปิดเผยความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวคู่นี้ และต้องคิดว่าเธอจะสร้างประโยชน์จากเื่นี้ได้อย่างไร แต่คิดเท่าไหร่เธอก็ยังคิดไม่ออก ‘สงสัยจะต้องกลับไปปรึกษากับกลุ่มเพื่อนซี้ทั้งหลายเสียแล้ว’