โปรดอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
“เฟยหลง ลุงมารับแล้ว” เสียงเรียกดังขึ้นที่หน้าเรือน
“ท่านลุงเจี้ยนมาแล้ว!” เขากลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง
“ไป ๆ ถือห่อหนังสือกับเครื่องเรียนเ้า เดี๋ยวแม่ถือขนมเอง”
“ขอรับท่านแม่” เฟยหลงกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ไปหาท่านลุงที่คุ้นเคย พร้อมโค้งทักทาย
“กินข้าวเสร็จหรือยังเฟยหลง ลุงก็ตื่นเต้นรีบมารับก่อนเวลา” ชายวัยกลางคนกล่าว
“ข้าวเต็มท้องข้าเลยขอรับ”
“ดีมาก ขึ้นรถเลย ลุงช่วยถือของ”
“ขอบคุณขอรับท่านลุง”
“เฟยฮวาเ้าไปส่งเฟยหลงด้วยหรือไม่” เขากล่าวชวนคิดว่าวันนี้เป็วันสำคัญ หากมีบิดามารดาไปส่งก็คงดี
“ข้าไปด้วยเ้าค่ะท่านลุง นี่ก็ตั้งใจทำขนมเอาไปฝากสหายในชั้นเรียนของเฟยหลง” เฟยฮวากล่าว
“สหายคงรุมล้อมน่าดู ขนมเ้าอร่อยยิ่งนัก”
“หวังว่าจะเป็เช่นนั้นเ้าค่ะ มีส่วนของท่านลุงด้วยนะเ้าคะ ข้าทำเผื่อ”
“ข้าเกรงใจอยู่หรอก แต่ต้องขอรับไว้ ขนมเ้าอร่อยมาก คนที่บ้านข้าก็ถามว่าซื้อมาจากไหน ข้าว่าเ้าเปิดร้านขนมเถิด คงขายดีแน่นอน” ลุงเจี้ยนกล่าว คิดว่าถ้าเฟยฮวาขายย่อมได้กำไรดีแน่นอน รสชาติไม่เหมือนที่ไหน เป็ปิ่งกันที่อร่อยที่สุดในชีวิตั้แ่เขาเคยกินมา
“คิดไว้อยู่เ้าค่ะ รอสร้างเรือนให้เรียบร้อย จากนั้นคงได้เปิดกิจการ”
“เ้าขายดีแน่นอน! ข้าจะช่วยกระจายข่าวให้ว่าขนมเ้าอร่อยมาก มา ขึ้นรถม้า ข้าช่วยถือปิ่งกัน” เขาตั้งใจสนับสนุนเต็มที่ รู้จักคนก็มากอยู่ รับรองว่าต้องมีลูกค้าที่ไปซื้อเพราะการบอกต่อของเขาแน่นอน
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านลุง”
ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป ก็ถึงสถานศึกษาิเจีย
สถานที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากตลาดประจำหมู่บ้าน หากเดินเท้าคงใช้เวลา ครึ่งชั่วยาม แต่รถม้าใช้เวลาไม่นาน ความเร็วเทียบในชีวิตก่อน คงเหมือนการเดินกับปั่นจักรยาน นั่งรถม้าย่อมสบายกว่า นางจึงจ้างท่านลุงเจี้ยนเทียวรับส่งเฟยหลง
สถานศึกษาิเจีย พื้นที่ใหญ่มาก บรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ดอกไม้นานาชนิด บรรยากาศน่าเรียนมาก เรือนไม้ขนาดใหญ่หลายหลัง แบ่งแยกพื้นที่ชายและหญิงอย่างชัดเจน มีลานกว้างใหญ่ ส่วนนี้ก็คงใช้ฝึกการต่อสู้ ในยุคนี้ยังคงจำเป็ต้องเรียนวรยุทธ์ ท่านลุงหนานเล่าว่าแม้ทางการจะจัดการขั้นเด็ดขาดในเื่ขุนนางชั่ว โจรป่า และชนะารอบแคว้น จนเจรจายุติการทำศึกไปแล้ว แต่ก็เพิ่งสงบเมื่อสามปีก่อน เื่แบบนี้แม้จะสงบเป็ 10 ปีก็ต้องเตรียมการไว้เสมอ ปั้นคนมีฝีมือเข้าสู่กองทัพ เป็การคิดที่รอบคอบ แม้มั่นคงแล้วแต่ก็ไม่หยุดที่จะพัฒนา ส่วนการเรียนนั้น ไปเรียน 3 วัน จากนั้นหยุด 1 วัน เฟยฮวาคิดว่าแบบนี้ก็ดี ไม่ต้องเรียนติดกันหลายวันเหมือนโลกที่นางจากมา
เมื่อลงจากรถม้า เฟยฮวานัดแนะเวลาพบท่านลุงเจี้ยนที่ตลาด จากนั้นค่อยมารับเฟยหลง แล้วกลับเรือนพร้อมกัน ท่านลุงเจี้ยนช่วยยกของบงจากรถม้า อวยพรเฟยหลงเป็อย่างดี ก่อนแยกตัวไปทำงานอื่นต่อ เฟยหลงจับมือมารดาแน่น
“ตื่นเต้นหรือ” นางเอ่ยถามบุตรชาย
“เพียงเล็กน้อยขอรับ แต่ท่านแม่มาด้วยข้าย่อมมั่นใจ”
โธ่ บุตรชายนาง
“ลูกทำได้ แม่เชื่อในตัวลูก”
“ขอรับท่านแม่ ท่านลุงหนานอยู่ตรงนั้นขอรับท่านแม่” เด็กชายเห็นท่านลุงที่สนิท อยู่ไม่ไกลจากประตูสถานศึกษาจึงร้องบอกมารดา
“จริงด้วย ปะเราไปหาลุงหนานกัน”
“ท่านลุงหนาน” เฟยหลงโค้งคารวะท่านลุงที่สนิท เฟยฮวาก็โค้งตาม
“มากันเร็วนัก กินข้าวมารึยังเล่า”
“ข้ากินแล้วขอรับ พร้อมเรียน!” เฟยหลงตอบด้วยความมุ่งมั่น
“เรียบร้อยแล้วเ้าค่ะท่านลุง ตื่นเต้นทั้งคนมาเรียนและคนมาส่ง ก็เลยมาเร็วกว่าปกติหน่อย”
“วันแรก มักเป็แบบนี้ พอชินหน่อยบางคนก็เริ่มสาย” หนานเต๋อหัวเราะ
“ข้าไม่มาสายขอรับ!” เฟยหลงตอบด้วยความมั่นใจ
“ถ้าทำได้ย่อมเป็เด็กดี” หนานเต๋อลูบหัวหลานชาย เฟยหลงก็ยิ้มรับ เขาทำได้แน่นอน ท่านแม่สอนเื่การตรงต่อเวลา จะทำให้เราเป็คนน่าเชื่อถือ และไม่เดือดร้อนผู้อื่น เขานั้นย่อมทำตาม
“ข้าทำปิ่งกันมาฝากอาจารย์และสหายร่วมชั้นของเฟยหลงด้วยเ้าค่ะ”
“ปิ่งกันเ้าอร่อยยิ่ง”
“มีส่วนของท่านลุงและท่านป้าด้วยเ้าค่ะ ข้าทำเผื่อ”
“ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ” เขาเคยกินหลายครั้ง รสมือนางช่างไม่ธรรมดา จนเป็อีกคนที่เอ่ยปากให้เฟยฮวาขาย
“เดี๋ยวไปส่งเฟยหลงขึ้นชั้นเรียนกัน มาข้าช่วยถือปิ่งกัน”
“ข้าขึ้นไปชั้นเรียนได้หรือเ้าคะ”
“ได้สิ ชั้นเริ่มต้นเด็กใหม่เปิดเรียนวันแรก เลยอนุญาตให้บิดามารดาขึ้นไปส่งได้”
“ดีเลยเ้าค่ะ”
ทั้งสามเดินขึ้นไปทางเรือนปีกซ้าย ซึ่งเป็เรือนเรียนของบุรุษ ชั้นเริ่มต้นเด็กใหม่จะเรียนที่เรือนที่ใกล้ที่สุด ถือว่าจัดพื้นที่เรียนได้ดี เด็กอายุน้อยไม่ต้องเดินมาก และอยู่ไม่ไกลสายตาคน
ท่านลุงหานเต๋อแจ้งว่าสหายร่วมชั้นมี 14 คน รวมบุตรชายนางก็จะเป็ 15 คน ตอนนี้มีเด็กมาแล้วนับ 10 คน ว่าตนเองมาเร็วแล้วย่อมมีคนไวกว่า
“ผู้าุโหนานเต๋อ” บัณฑิตท่าทางมีความรู้ออกมาทักทาย โค้งคารวะด้วยความนอบน้อม
“เปิดเรียนวันแรกคงลำบากเ้าน่าดู” หนานเต๋อทักทายกลับ
“กลับรู้สึกชดชื่นมากกว่าขอรับ ได้อยู่กับศิษย์ที่เป็วัยที่กำลังเบิกบาน” ชายหนุ่มตอบตามความคิด
“รู้จักกันไว้ ผู้นี้มีนามว่า อาจารย์ไป๋เฉิง สอนวิชาอักษรและดูแลความเรียบร้อยเด็กระดับต้น”
เฟยฮวาโค้งทักทาย ไป๋เฉิงผู้นี้ สายตามีความโอบอ้อมอารีย์
“ส่วนนี่หลินเฟยฮวา และจ้าวเฟยหลง เปรียบเหมือนหลานชายข้า ยังไงฝากท่านช่วยดูแลหน่อย”
“เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้วขอรับ ใช่บุตรชายของจ้าวซีฮันไหม” อาจารย์ตอบรับผู้าุโ และเอ่ยถามเด็กชาย
“ใช่ขอรับ! บิดาข้าเอง”
“บิดาเ้าเก่งนัก ข้าเคยเห็นเขายิงธนูล่าสัตว์ แม่นราวกับจับวาง” ไป๋เฉิงกล่าวชม เขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับซีฮัน แม้ไม่ได้สนิท แต่ย่อมเคยเห็นฝีมือ ส่วนเฟยฮวานั้นเคยพบเห็นผ่านตา ชื่อเสียงไม่ค่อยดีนัก แต่เขาไม่ตัดสินคนจากลมปากผู้อื่นอยู่แล้ว เท่าที่ดูวันนี้ก็กิริยาเรียบร้อยเป็ปกติดี
เฟยหลงตาเป็ประกาย เมื่อได้ยินคนชมท่านพ่อของตน
“ข้าอยากเก่งเหมือนท่านพ่อขอรับ! อาจารย์ช่วยสั่งสอนข้าที”
“เ้าทำได้แน่นอน ที่สถานศึกษามีการสอนวรยุทธ์ ยิงธนูก็เป็หนึ่งในบทเรียน จงตั้งใจเล่าเรียน” เห็นสายตาเด็กตัวน้อยที่มีความมุ่งมั่น เขาล้วนส่งเสริม นี่อาจเป็ต้นกล้าชั้นดี
เฟยฮวาได้ฟังบทสนานั้นก็สบายใจขึ้นมา อาจารย์ผู้นี้มีวาทะศิลป์ รู้จักใช้คำพูดกับเด็ก
“ข้าทำขนมปิ่งกันมาฝากด้วยเ้าค่ะ ให้ทั้งอาจารย์และสหายร่วมชั้นของเฟยหลง รบกวนท่านช่วยแจกให้เด็กด้วยนะเ้าคะ”
“ข้ายินดียิ่ง เข้าไปในห้องเรียนกันเถิด ข้าจะแนะนำเด็กน้อยว่าขนมที่เขาจะได้กินนั้น เป็ผู้ใดทำมาให้” ไป๋เฉิงยินดีนัก เขาเองก็อยากให้เด็กได้ลองกินขนมแปลกใหม่ ไม่ใช่เด็กทุกคนจะมีโอกาสได้กิน
เฟยฮวาแสดงสีหน้างุนงง หนานเต๋อพยักหน้าให้ เลยเดินตามเข้าไปในชั้นเรียน หยุดที่หน้าชั้นเรียน สายตาเม็ดลำใยหลายคู่ ล้วนมองมาที่นาง
“พวกเ้าเคยกินปิ่งกันหรือไม่” ไป๋เฉิงถามขึ้น
“ไม่เคยขอรับ”
“ข้าเคย”
“ข้าไม่เคยขอรับ”
“ข้าอยากกินขอรับ”
เด็กชายยกมือแย่งกันตอบ เฟยฮวาเห็นแล้วนึกถึงนักเรียนที่เคยสอนนัก เวลาถามอะไรไปก็เจี๊ยวจ๊าวแบบนี้
“วันนี้มารดาของจ้าวเฟยหลง สหายใหม่ของพวกเ้าทำปิ่งกันมาฝาก ตอน่พักจิบชาหนึ่งถ้วย พวกเราจะได้กินปิ่งกันทุกคน อีกหนึ่งชั่วยาม” สิ้นเสียงอาจารย์ ศิษย์ตัวน้อยก็เฮลั่น
“ฮูหยินจ้าว ท่านกล่าวอะไรหน่อยเถิด”
“ที่น้าทำขนมมาให้นั้น เพราะรู้ว่าพวกเ้าทุกคนล้วนเป็เด็กดี การเป็เด็กดีต้อง ตั้งใจเรียน เคารพอาจารย์ เป็บุตรที่ดีของพ่อแม่ ไม่กลั่นแกล้งผู้อื่น และมีน้ำใจช่วยเหลือสหาย หากชอบปิ่งกันที่น้าทำ ให้บอกเฟยหลงได้ ยังมีขนมอีกหลายหย่างมาก ที่น้าอยากทำให้เด็กดีกิน” เฟยฮวามองเด็กอย่างมีเมตตา เสียดายที่ชีวิตนี้นางไม่มีโอกาสได้สั่งสอนแล้ว ดังนั้นก็ผันตัวเป็ท่านน้าที่แสนใจดีแล้วกัน
“ข้าจะไม่กลั่นแกล้งสหายขอรับ!” เด็กชายนั่งข้างหน้ายกมือตอบ
“ข้าด้วย ๆ ข้าก็จะตั้งใจเรียน”
“ข้าก็เหมือนกัน จะเชื่อฟังอาจารย์”
“ข้าด้วยขอรับ เชื่อฟังพ่อแม่”
“ข้าก็จะคอยช่วยเหลือสหาย”
และแย่งกันตอบ เฟยหลงยังเอากับเขาด้วย
“ข้าจะทำตามท่านแม่บอกทุกอย่างเลยขอรับ”
ก็เป็กลอุบายที่ดี หากเป็เด็กดีย่อมได้กินขนม เด็กอนุบาลก็ต้องปลูกฝังจากสิ่งง่าย ๆ เช่นนี้แล หาของมาหลอกล่อเสียหน่อย ผลที่ตามมาย่อมมหาศาล
ไป๋เฉิงมองไปที่เฟยฮวาอย่างยินดี ไม่เห็นจะเหมือนคนอื่นพูดเลยสักนิด นางฉลาดรู้จักใช้คำพูด หากไม่รู้จักมาก่อนคงคิดว่านางคงร่ำเรียนมาสูง
“เฟยหลงเดี๋ยวเ้าไปนั่งตรงนั้น เตรียมตัวเรียน” ไป๋เฉิงบอกเด็กชาย เขาหันไปมองท่านแม่
“ไปลูก เรียนให้สนุก เลิกเรียนแล้วแม่มารอรับเ้า” เฟยฮวาลูบหัวบุตรชาย
“ขอรับท่านแม่” เขาถือหนังสือกับเครื่องเรียน และเดินไปด้วยความมั่นคง กำลังใจที่ได้รับเต็มเปี่ยม มีท่านแม่อยู่ด้วยเขาล้วนไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น ในขณะที่กำลังเดินไปนั่งนั้น
“ข้าอยากให้เฟยหลงนั่งกับข้าขอรับอาจารย์” เด็กชายผู้หนึ่งทักขึ้น
“ข้าด้วยขอรับ”
“นั่งกับข้าดีกว่า”
“ข้าก็อยาก”
และอีกมากมาย จนอาจารย์ต้องสงบศึก เฟยหลงดีใจที่มีสหายอยากนั่งกับเขาเต็มไปหมด เฟยฮวาหัวเราะเด็กน้อย เื่วุ่น ๆ ของวัยรุ่นฟันน้ำนม
“เด็กดีทุกคน ให้เฟยหลงนั่งตรงนั้นก่อน เดี๋ยวข้าจะจัดที่นั่งให้รวมกลุ่มกัน ทุกคนล้วนได้นั่งใกล้กัน สนิทกันแน่นอน”
“ขอรับอาจารย์” ต่างตอบรับ
เมื่อในห้องเรียนสงบ ไป๋เฉิงปลีกตัวออกมาส่งเฟยฮวากับหนานเต๋อ
“ท่านกล่าวได้ดีมาก ” ไป๋เฉิงเอ่ย หนานเต๋อก็พยักหน้าเห็นด้วย
“เด็กก็เป็เช่นนี้เ้าค่ะ อายุไม่ต่างกับเฟยหลง ข้าเลยเอ็นดูเป็พิเศษ แต่ไม่ต้องห่วงนะเ้าคะ ที่ข้าบอกอยากทำขนมให้กินอีกตั้งใจทำเช่นนั้นจริงเ้าค่ะ ข้ามีความคิดจะเปิดร้านขนม ่นี้เลยทำมากหน่อย ถือว่าลองฝีมือไปในตัว มีเด็กตัวน้อยช่วยชิม” เฟยฮวากล่าว เพราะรู้ว่าเด็กวัยนี้จำจะตายเวลาผู้ใหญ่ให้คำสัญญา
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจเ้าที่เอื้อเฟื้อแก่เด็ก ๆ ศิษย์ที่ยังไม่มาเดี๋ยวข้าแจ้งให้ว่าขนมมาจากท่าน” ไป๋เฉิงรู้ได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้ไม่ธรรมดา นางเป็คนฉลาด
“ข้ายินดีเ้าค่ะ”
ไป๋เฉิงขอตัวไปดูแลศิษย์รุ่นเล็กต่อ เหลือท่านลุงหนานกับนาง
“เ้าจะไปไหนต่อ”
“ข้าจะไปตลาดแล้วเ้าค่ะ”
“แวะหาภรรยาข้าหน่อยเล่า บ่นถึงเ้าอยู่”
“ได้เลยเ้าค่ะ ข้าตั้งใจจะไปหาเหมือนกัน ท่านลุงเ้าคะ ข้ามีเื่อยากรบกวน”
“ว่ามาเถิด หากช่วยได้ข้าย่อมยิมดี” เขากล่าวอย่างมีเมตตา
“ข้าอยากยืมหนังสือท่านลุงมาอ่านเ้าค่ะ”
“เ้าอ่านตัวหนังสือออกแล้วหรือ” เขายินดีให้นางยืมอยู่แล้ว แต่แปลกใจ เท่าที่จำได้คือเฟยฮวาไม่เคยเรียน
“แรกเริ่มข้าศึกษาจากแบบเรียนของบุตรชายเ้าค่ะ ตอนพาเขาไปซื้อหนังสือที่โรงหนังสือ เตรียมพร้อมกับการเรียน เลยซื้อหนังสืออย่างอื่นมาเรียนรู้ด้วยตนเองด้วย ข้าอยากเป็มารดาที่บุตรขอคำปรึกษาเื่การเรียนได้ ตอนนี้เลยพออ่านออก เขียนได้แล้วเ้าค่ะ เลยอยากหาหนังสืออ่านอีก เผื่อฝึกฝน อีกอย่างข้าจะทำการค้าด้วย การรู้หนังสือย่อมสำคัญ เลยตั้งใจศึกษาเป็พิเศษ” เฟยฮวาอธิบาย นางพยายามหาทางออกเื่จะตอบคำถามคนอื่นยังไงเื่ที่นางรู้ตัวอักษร และอยากอ่านพวกกฎหมายของแคว้นด้วย ห้องหนังสือของหัวหน้าหมู่บ้านที่เป็บัณฑิต ย่อมมีให้ศึกษาอย่างครบครันแน่นอน
“ความคิดเ้าดีมาก เดี๋ยวข้าจะบอกคนที่เรือนไว้ว่าให้เ้าเข้าออกห้องหนังสือได้เสมอ หยิบยืมได้ทุกเล่ม” เขาย่อมยินดีอยู่แล้วเมื่อเจอคนใฝ่เรียนรู้
“ขอบคุณท่านลุงเ้าค่ะ ข้าจะดูแลรักษาหนังสือที่หยิบยืมมาเป็อย่างดี”
“ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้น คิดเสียว่าเป็ค่าขนมกับอาหารแล้วกัน ข้ากินของเ้ามาก็มาก” หนานเต๋อกล่าวอย่างอารมณ์ดี เขาต้องไปดูงานสร้างเรือนให้นาง นางก็ชวนกินข้าวตลอด รสชาติอร่อยยิ่งกว่ากินในเหลา ขนมมีฝากไม่เคยขาด มีโอกาสย่อมตอบแทน
อาหารอร่อยสร้างมิตรภาพโดยแท้
#มารดาอ้วนตัวร้าย
〰️ 〰️ 〰️ ·̩͙ ₊ ᨦ ♡ ᨩ ₊ ·̩͙ 〰️ 〰️ 〰️
ปิ่งกัน = คุกกี้
1 ก้านธูป = 30 นาที
ครึ่งชั่วยาม = 1 ชั่วโมง
เฉิง = ประสบความสำเร็จ
จิบชาหนึ่งถ้วย = 10-15นาที