จักพรรดิปีศาจทมิฬ

    ตอนที่31 เรือนร่างเด็กสาว

    หลังจากที่ได้รับการพัฒนาระดับพลังจากการกินแก่นพลังของสัตว์อสูรโดยตรงทำให้ฉินเฟิงนั้นก็ได้ทำการตามล่าพวกสัตว์อสูรต่อ ซึ่งหลังจากนั้นเพียงไม่นานฉินเฟิงก็ได้พบฝูงหมาป่าลายเพลิงจำนวน12ตัวซึ่งมันเป็นสัตว์อสูรระดับก่อเกิดขั้นที่6ทั้งหมดเมื่อเห็นแบบนั้นฉินเฟิง ก็ได้คิดขึ้นภายใจ

    ""เห้ยๆนี่โชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ข้าก็ดีใจหรอกนะ ที่ได้เจอกับพวกสัตว์อสูรแต่นี่มันก็มากเกินไป หากข้าไม่รับมือดีๆมีหวังได้แย่แน่""

     

    และในจังหวะนั้นทางด้านฝูงหมาป่าลายเพลิงที่ได้เห็นฉินเฟิงพวกมันก็ทำการพุ่งกระโจนเข้าโจมตีใส่ฉินเฟิงในทันที ทางด้านของฉินเฟิงก็ได้รีบใช้ทักษะอัสนีไร้เงา รีบหลบการโจมตีแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพวกมันทีจำนวนมากเกินไป ในจังหวะที่หลบการโจมตีพวกหมาป่าชายเพลิงก็ได้ทำการโจมตีอย่าต่อเนื่อง ใส่ฉินเฟิงซึ่งทางด้านของฉินทำได้เพียงหลบการโจมตีเพียงเท่านั้น และฉินเฟิงก็ได้คิดภายในใจ

    ""เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่! ข้าต้องชวงชิงโอกาสโจมตีกลับไปบ้างไม่อย่างมีหวังข้าได้ตายกลางฝูงหมาป่า""

     และในจังหวะหมาป่าลายเพลิงก็ได้พุ่งโจมตีใส่่ฉินเฟิงแต่ในจังหวะนั้นฉินได้ตัดสินใจหลบการโจมตีด้วยไปหาหมาป่าลายเสือที่อยู่ด้านหลังด้วยทักษะกรงเล็บอสูรวายุตัวหนึ่งและมันก็ได้โดนเข้าไปเต็มๆทำกระเด็นลงทรุดกับพื้น เมื่อฉินเฟิงว่าการสวนกลับแบบนี้มันได้ผลและหลังจากนั้นฉินเฟิงก็ได้ทำแบบนั้นอย่างต่อเนื่องโดยการหลบการโจมตีและสวนกลับในทันทีฉินเฟิงก็ได้ทำอยู่แบบบนั้น จนกระทั้งเวลาได้ผ่านไป หนึ่งชั่วยามเต็มๆและฉินเฟิงก็สามารถจัดการกับฝูงหมาป่าทั้ง12ตัวได้จนหมดแต่สภาพของฉินเฟิงก็ถึงกับหอบและทรุดไปกับพื้นทันทีด้วยอาการเหนื่อยล้าจากการต่อสู้และฉินเฟิงก็ได้พูดขึ้น

    ""การที่จะจัดการพวกมันได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยข้าหวังว่าแก่นพลังของมันจะสามารถพัฒนาระดับพลังได้หลายขั้น""

    หลังจากนั้นฉินเฟิง ก็ได้ลุกขึ้นและทำการแยกแก่นพลังของสัตว์อสูร ออกมาจากร่างของหมาป่าลายเพลิงทั้ง12ตัว และหลังจากนั้นฉินเฟิงก็ได้ทำการกินแก่นพลังของสัตว์อสูรไปดวงหนึ่งและทำการดูดซับพลังจนหมด แต่มันก็ยังไม่ส่งผลใดๆต่อร่างกายของฉินเฟิงดังนั้นฉินเฟิง ก็ได้ตัดสินใจกินแก่นพลังของสัตว์อสูรไปอีกดวง และทำการดูดซับจนหมดและผลของก็ยังออกเป็นเช่นเดิม ซึ่งหลังจากนั้นฉินเฟิงก็ได้ทำการกินมันต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั้งฉินเฟิงได้กินแก่นพลังดวงที่5 และในจังหวะอยู่ก็ได้ปรากฏแสงสีแดงรอบตัวฉินเฟิง ซึ่งมันเป็นสัญลักษณ์ว่าฉินเฟิงได้พัฒนาระดับเข้าสู่ระดับก่อเกิดขั้นที่9แล้ว และทางด้านของฉินเฟิงก็ได้พูดขึ้น

    ""ไม่อยากจะคิดเลยว่าในครั้งนี้จะต้องใช้แก่นพลังของสัตว์อสูรไป5ดวง กว่าจะพัฒนาระดับพลังเข้าสู่ระดับก่อเกิดขั้นที่9 ทั้งๆในก่อนหน้านี้ใช้ไปเพียงดวงเดียวเท่านั้นก็พัฒนาระดับพลังได้แล้ว""

     

    และในจังหวะนั้นทางด้านของจั๋วหลานที่อยู่ภายใต้จิตสำนึกของฉินเฟิงก็ได้พูดขึ้น

    ""แน่นอนว่ามันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้วยิ่งเจ้ามีระดับพลังสูงมากเท่าไรก็ยิ่งต้องใช้ทรัพยากรมากขึ้นในการพัฒนาระดับพลังสู่ขั้นต่อไป และคุณภาพของมันก็ต้องดีขึ้นตามไปด้วยหากเป็นแก่นพลังของสัตว์อสูรที่มีระดับที่สูงกว่านี้เจ้าคงจะใช้แก่นพลังในการดูดซับน้อยกว่านี้""

     

    ในตอนนี้หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นฉินเฟิงก็ได้เข้าใจแล้วว่าหากต้องการที่พัฒนาระดับพลังที่สูงมันก็ต้องใช้ทรัพยาที่มากขึ้นตามไปด้วยและหลังจากนั้นฉินเฟิงก็ได้ทำการกินแกินพลังของสัตว์อสูรที่เหลืออยู่จนหมดทั้ง12ดวง และในจังหวะนั้นก็เป็นอีกครั้ง ที่แสงสีแดงได้ปรากฏรอบตัวของฉินเฟิงซึ่งในตอนนี้นั้นระดับพลังของฉินเฟิงก็ได้พัฒนาสู่ระดับขั้นปฐพีขั้นที่1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และฉินเฟิงก็ได้พูดขึ้น

    ""ถึงแม้ว่ามันจะต้องใช้แก่นพลังที่เพิ่มขึ้นในการเพิ่มระดับพลังแต่มันก็ยังสะดวกกว่าการต้องใช้ยาโอสถอย่างแน่นอน!แต่ว่าตอนนี้ข้ายังรู้สึกเหนื่อยล้า จากการต่อสู้อยู่เลยดูเหมือนว่าจำเป็นต้องหาพวกสมุนไพรในการฟื้นฟูร่างกายข้าสักหน่อยแล้ว""

     

    หลังจากนั้นฉินเฟิงก็ได้เดินพวกสมุนไพรในหุบเขาแห่งนิทราอยู่สักพักแต่ยังไม่ได้พบสมุนไรแม้สัดต้นเดียวและฉินเฟิง ก็ได้พูดขึ้น

    ""ทำไมการที่จะหาพวกสมุนไพรมันถึงได้ยากถึงขนาดนี้กัน!""

     

    และในจังหวะนั้นทางด้านของจั๋วหลานก็ได้พูดขึ้น

    ""เจ้าหนูแล้วทำไมเจ้าไม่่่ลองตามหาแถวลำธารน้ำ พื้นทีแถวนั้นมันมีความสมบูรณ์มากกว่าพื่นในป่าบางทีอาจจะมีพวกสมุนไพรก็เป็นไปได้""

     

    เมื่อได้ยินแบบนั้นฉินเฟิงก็รู้สึกว่าเห็นด้วย และได้ทำการมุ่งหน้าไปที่แถวลำธารในทันทีซึ่งหลังจากนั้น เวลาก็ได้ผ่านไปครึ่งชั่วยาม และฉินเฟิงก็ได้มาถึงที่แล้วฉินก็รีบมองแถวลำธารเพื่อหาสมุนไพร และในที่จังหวะนั้นฉินเฟิงก็ได้พบกับสมุนไพรที่ขึ้นตามแถวลำธาร และฉินเฟิงก็ได้พูดขึ้น

    ""ในที่สุดข้าก็เจอพวกมันสักทีหาตั้งนานกว่าจะเจอได้!""

     

    แต่อยู่ๆในจังหวะนั้นก็ได้มีเสียงเด็กสาวดังขึ้นมาจากในลำธาร

    ""นั้นมันเสียงของใครกัน!""

     

    และในจังหวะนั้น ฉินเฟิงก็ได้หันมองไปยังที่มาของเสียง และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็ได้ขึ้นเมื่อฉินเฟิงมองในลำธาร ก็ได้พบว่ามีเด็กสาวกำลังแก้ผ้าอาบน้ำอยู่ ซึ่งนางมีผมสีฟ้ายาวสลวย ผิวของนางขาวดั่งหิมะและริมฝีปากแดงดั่งดอกกุหลาบ แถมรูปร่างยังงดงามอย่างมากทันทีที่ฉินเฟิงได้ทั่วทั้งร่างของนางเต็มๆตาก็ถึงกับตกตะลึงและกลืนน้ำลายลงคอทันที

     

    และทางด้านของนางพบว่าฉินเฟิงกำลังมองเรือนร่างเปลือยของนางก็ได้หน้าแดงขึ้นมาในทันที และได้นำเสื้อผ้ารีบมาปิดร่างของตนเองในทันทีและนางก็พูดขึ้นด้วยความโกรธ และอาย

    ""ไอ้เจ้าคนสารเลวไอ้คนโรคจิต เจ้ามาแอบมองข้าอาบน้ำ วันนี้เจ้าต้องตาย ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้""