ตระกูลซู
หลังจากซูอันอันเดินสำรวจรอบหมู่บ้านจนพอใจแล้วนางก็ยังไม่เดินกลับเข้าเรือนตระกูลเสิ่น
เท้าของนางหยุดนิ่งบนทางเดินดินแคบ ๆสายตาจับจ้องไปยังกลุ่มกระท่อมอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่หลังคาเรือน...
นั่นคือ... บ้านตระกูลซู
ตามความทรงจำที่ขาดๆ หายๆ ของเ้าของร่างเดิม...นั่นคือ "บ้าน" ที่นางเพิ่งจากมาเพื่อแต่งเข้าตระกูลเสิ่น
‘เมื่อวานข้าเป็ลมล้มพับไปข่าวเื่การตั้งครรภ์คงแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้แล้ว ครอบครัวซูคงจะร้อนใจเื่ที่นางเป็ลม คงต้องแวะไปแจ้งข่าวเื่ท้องให้พวกเขาได้รับรู้เสียหน่อยแล้ว’
นางถอนหายใจเบาๆ ในเมื่อตัดสินใจจะสู้แล้ว ก็ต้องไปเผชิญหน้ากับทุกอย่างอย่างน้อยๆ ข้าควรจะไปดูให้เห็นกับตา ว่าครอบครัวเดิมของร่างนี้นั้นเป็เช่นไร
การเดินไปบ้านที่ห่างไปไม่กี่หลังไม่จำเป็ต้องขออนุญาตแม่สามีอย่างเป็ทางการ นางเพียงแค่เดินไปเท่านั้น
เมื่อมาถึงหน้าบ้านตระกูลซูมันดูเล็กและทรุดโทรมกว่าบ้านตระกูลเสิ่นเล็กน้อยแต่กลับสะอาดสะอ้านและมีกอไผ่ปลูกไว้ริมรั้วอย่างเป็ระเบียบให้ความรู้สึกสงบเยี่ยงบัณฑิต
ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากเรียก...
“ท่านพี่!”
เสียงใสๆ ของเด็กสาวดังขึ้นก่อนตัวเด็กหญิงที่โตเป็สาวแล้ว รูปร่างผอมบางแต่แววตากล้าหาญ อายุราวสิบสี่หนาววิ่งออกมาจากกระท่อมด้วยความดีใจ นางคือ ซูซิน น้องสาวคนเล็กของนาง
“ท่านพี่! ท่านมาจริงๆ ด้วย! ข้าได้ยินข่าว...ท่าน... ท่าน...” ซูซินวิ่งมาจับมือนาง พูดจาติดๆ ขัดๆ ด้วยความตื่นเต้น
“อันอัน!”
ร่างสูงของบุรุษหนุ่มสองคนก้าวตามออกมาคนหนึ่งดูเงียบขรึมสุขุม ซูเหลียง พี่ใหญ่ วัยยี่สิบกว่า อีกคนมีแววตากล้าหาญและดูน่าเกรงขามซูฉี พี่รอง วัยสิบแปด
“พี่ใหญ่ พี่รอง”ซูอันอันเอ่ยทักทายตามสัญชาตญาณ
“น้องหญิง เ้าเป็อย่างไรบ้าง?” ซูเหลียงถามเสียงเรียบ แต่แววตามีความห่วงใย"พี่ได้ยินว่าเ้าเป็ลมไป"
“ทางนั้นรังแกเ้าหรือไม่!” ซูฉีก้าวเข้ามาทันที“หากเ้าสามีหน้าตาย เสิ่นอวี่หาน มันทำอะไรเ้า บอกข้ามาได้เลย!”
“อาฉี! พูดจาให้มันดีๆ หน่อย!”เสียงนุ่มทุ้มดังมาจากในบ้าน ซูเจิ้ง บัณฑิตตกยากผู้เป็บิดา เดินออกมาเขาดูอ่อนโยนและมีร่างกายเช่นบััณฑิตทั่วไปผอมสูง เนื่องจากภาพความเป็อยู่ไม่ค่อยดีนัก “นั่นคือพี่เขยเ้า”
ตามหลังเขามาคือสตรีผู้หนึ่ง...
ซูอันอันถึงกับชะงักไปชั่วขณะ... มารดาของนางใครๆเรียกว่า จางซื่อ เป็มารดาของร่างนี้
ซูอันอันพินิจสตรีผู้นี้... งดงามเกินไปงดงามจนไม่เหมือนคนในหมู่บ้านชนบทแห่งนี้ ผิวพรรณขาวผ่องแม้อาภรณ์จะซอมซ่อดวงตาคู่สวยนั้นฉายแววตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา ราวกับกวางน้อยที่หวาดระแวงภัย
นี่มัน... ‘ไข่มุกงามซ่อนในโคลนตม’(1) โดยแท้...
“อันอัน... ลูกแม่” จางซื่อเอ่ยเสียงเบานางไม่กล้าก้าวออกมานอกชายคาบ้าน ทำได้เพียงยื่นมือที่สั่นเทาออกมา
“ท่านแม่ ข้ามาเยี่ยมเ้าค่ะ”ซูอันอันเดินเข้าไปจับมือนาง ความรู้สึกอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านเข้ามา
เมื่อเข้ามาในบ้านที่คับแคบแต่เปี่ยมด้วยความรักซูอันอันจึงแจ้งข่าวการตั้งครรภ์
“์! ดีจริงๆ!” ซูเจิ้งยิ้มกว้างอย่างยินดี
“แต่... แต่ท้องตอนนี้...” จางซื่อกลับหน้าซีด“ข้างนอกวุ่นวาย... ทหารไปมา...”
ซูเจิ้งรีบกุมมือภรรยาไว้ “ฮูหยินอย่ากังวลไปเลย นี่คือเื่น่ายินดี”
ซูอันอันมองภาพนั้น... ท่านพ่อรักท่านแม่มากจริงๆ...
นางนึกถึงข้อมูลที่ความทรงจำของเ้าของร่างเหลือทิ้งไว้...มารดาของนางความจำเสื่อม นางงดงามจนไม่กล้าออกจากบ้านซูเจิ้งบัณฑิตตกยากยอมทิ้งทุกอย่างมาทำนาเพื่อดูแลภรรยา
“ท่านแม่...”ซูอันอันตัดสินใจถามในสิ่งที่นางสงสัย "ข้า...รู้สึกมึนงงไปบ้างั้แ่ฟื้นขึ้นมา... ข้าอยากถามท่านเื่หนึ่ง"
จางซื่อมองนางอย่างสงสัย
“จี้หยกหงส์... ที่ท่านให้ข้ามาตอนแต่งงาน...มันมีความเป็มาอย่างไรหรือเ้าคะ?”
แววตาของจางซื่อพลันว่างเปล่าไปชั่วขณะ..."จี้หยก... หงส์..."
นางยกมือขึ้นกุมขมับ "ข้า...ข้าจำไม่ได้... จำไม่ได้เลย... ข้ารู้แค่ว่า... มันสำคัญ...มันคือสิ่งเดียวที่ข้ามี... ข้าจึงให้เ้าไว้... เพื่อคุ้มครองเ้า..."
มันคือสิ่งเดียวที่ท่านมี... ซูอันอันกำจี้ใต้สาบเสื้อแน่น หมายความว่า...จี้นี้คือเบาะแสเดียวเกี่ยวกับอดีตที่หายไปของท่านแม่... และบัดนี้มันอยู่กับข้า
เผชิญหน้าแม่สามี
ยามเซิน (2) ล่วงแล้ว ซูอันอันกล่าวลาครอบครัวตระกูลซูและเดินกลับบ้านตระกูลเสิ่น
นางคาดไว้แล้ว... และมันก็เป็จริง
หลิวซื่อ ยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงรออยู่ที่ลานบ้าน
“เหอะ! กลับมาเสียทีนะ!นึกว่าเ้าจะขนข้าวของย้ายกลับไปนอนบ้านเดิมเสียแล้ว!”
มาแล้ว... นี่คือการ ‘ฆ่าไก่ให้ลิงดู’ (3) สินะ...
“ท่านแม่ข้าเพียงไปแจ้งข่าวและทานมื้อเที่ยงกับท่านพ่อท่านแม่มาเท่านั้นเ้าค่ะ”ซูอันอันตอบกลับอย่างใจเย็น ยิ้มรับบางๆ
หลิวซื่อชะงักไปเล็กน้อย... นาง... ยิ้ม?ปกติสะใภ้คนนี้ได้แต่ก้มหน้าตัวสั่น
“แจ้งข่าวนานถึงเพียงนี้เชียวรึ! คนท้องคนไส้เดินตากแดดตากลม! หากหลานข้าเป็อะไรไป ข้าจะ...”
“ข้าจึงรีบกลับมาช่วยท่านแม่ทำมื้อเย็นนี่อย่างไรเ้าคะ”ซูอันอันกล่าวแทรกอย่างนุ่มนวล
“พี่สะใภ้! ท่านกลับมาแล้ว!”
เสิ่นซินอี้ น้องสาวสามีวัยสิบสี่ปีเท่ากับซูซินวิ่งออกมาจากครัว นางมีใบหน้าน่ารักสดใสแต่ดูเรียบร้อยกว่าซูซินมาก
“ท่านแม่... อย่าดุพี่สะใภ้เลยเ้าค่ะ... ข้า...ข้าหั่นผักรอไว้แล้ว” เสิ่นซินอี้กล่าวเสียงเบา
หลิวซื่อตวัดตามองลูกสาว "ดูสิ!ขนาดน้องสาวยังรู้ความกว่า! เข้าครัวไป! มัวอู้อยู่ได้!"
เมื่อเข้ามาในครัวสองสาวก็เริ่มทำงานกันอย่างคล่องแคล่ว
“พี่สะใภ้เ้าคะ...” เสิ่นซินอี้กระซิบถาม"ท่าน... ดูไม่เหมือนเดิมเลยเ้าค่ะ"
หัวใจของซูอันอันกระตุก... โดนจับได้อีกแล้ว...เด็กสาววัยนี้ช่างช่างสังเกตนัก
“ไม่เหมือนเดิม... อย่างไรหรือ?”
“ก็... แต่ก่อน... ท่านไม่กล้าสบตาท่านแม่...แต่เมื่อครู่... ท่านยิ้มให้ท่านแม่ด้วย” เสิ่นซินอี้เอียงคอ “ท่านดู...ใจเย็นขึ้นมากเ้าค่ะ”
“คนเราพอจะเป็แม่คน...ก็ย่อมต้องเข้มแข็งขึ้นมิใช่รึ?” ซูอันอันยิ้มบางๆ ตอบไปนี่เป็ข้ออ้างที่ดีที่สุดในตอนนี้
ยามโหย่ว (4) เมื่อตะวันคล้อยต่ำเหล่าบุรุษตระกูลเสิ่นก็กลับมาจากการทำงาน
การร่วมโต๊ะอาหารเป็ไปตามธรรมเนียมท่านปู่เสิ่นกังและท่านพ่อเสิ่นกั๋วนั่งหัวโต๊ะ ตามด้วยบุตรชายทั้งสามเสิ่นอวี่หาน เสิ่นอวี่เจ๋อ ยี่สิบปี และเสิ่นอวี่หลง สิบแปด ส่วนสตรีจะนั่งแยกกันอีกวงหนึ่ง
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างเคร่งเครียด
“ปีนี้ภัยแล้งมาเร็ว” เสิ่นกั๋ว พ่อสามีกล่าวขึ้น "ข้าวสาลีฤดูใบไม้ผลิที่ลงไป... ข้าเกรงว่าจะได้ผลไม่ดีนัก"
“ท่านพ่อข้าว่าเราควรแบ่งพื้นที่ไปปลูกถั่วเพิ่มหรือไม่ มันทนแล้งได้ดีกว่า” เสิ่นอวี่เจ๋อน้องรองผู้สุขุม เสนอ
“ปลูกถั่วรึ! เสียเวลา! เราควรขุดลอกคลองส่งน้ำ!ใช้แรงงานคนสู้กับฟ้า!” เสิ่นอวี่หลง น้องสามผู้ห้าวหาญ แย้งขึ้น
เสิ่นอวี่หาน ผู้เป็พี่ใหญ่ ยังคงนิ่งเงียบ...เขานั่งฟังน้อง ๆ ถกเถียงกันด้วยใบหน้าเรียบเฉยสายตาคมกริบนั้นเหลือบมองมาทางวงข้าวของสตรี... มาหยุดอยู่ที่ซูอันอัน...เพียงชั่วครู่... ก่อนจะละไป
ซูอันอันก้มหน้ากินข้าว... พวกเขากำลังกังวลเื่ภัยแล้ง...ความรู้ด้านการจัดการน้ำและการปรับปรุงดินของข้า... บางที...อาจถึงเวลาที่ข้าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว
ค่ำคืนที่แปลกหน้า
ยามซวี(5) ผ่านไป ท้องฟ้ามืดสนิท
นี่คือค่ำคืนที่น่าอึดอัดที่สุดในชีวิตของหลินอันอัน...
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายนางก็นั่งอยู่บนขอบเตียงแข็งๆ ในห้องนอนที่มีเพียงนางและ... เขา
เสิ่นอวี่หานเดินเข้ามาในห้องกลิ่นเหงื่อไคลจากการทำงานหนักและกลิ่นสบู่จางๆ ลอยปะทะจมูกเขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก เสื้อตัวในเผยให้เห็นเค้าโครงของแผงอกและท่อนแขนที่กำยำ
ร่างเดิมหลงรักเขา... แต่ข้า...ข้าประหม่าจนแทบหยุดหายใจ!
โอ้... นี่คือสามีข้า...เราต้องนอนเตียงเดียวกัน? ข้าท้องอยู่นะ! เขาคงไม่...ไม่สิ... ดูจากท่าทางเ็า... เขาคงไม่คิดอะไรหรอก
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนน่าอึดอัด ราวกับกำลัง‘เดินบนน้ำแข็งบาง’(6)
ทว่า... เสิ่นอวี่หานกลับไม่เดินมาที่เตียงเขาหันไปหยิบผ้าห่มผืนเก่าอีกผืนที่มุมห้อง แล้วปูลงบนพื้นดินเย็นๆ ข้างเตียง
ซูอันอันเบิกตากว้าง "ท่าน...?"

“เ้ากำลังตั้งครรภ์” เขาเอ่ยเสียงเรียบ"ร่างกายไม่สะดวก ข้าจะนอนที่พื้นเอง"
ความรู้สึกโล่งอกอย่างมหาศาลถาโถมเข้ามา...แต่ก็แฝงด้วยความประหลาดใจ
เขา... เป็สุภาพบุรุษ? หรือแค่รังเกียจข้ากันแน่?
“หมอบอกว่าเ้าต้องพักผ่อนให้มาก”เขากล่าวต่อโดยไม่หันมามอง
“ท่าน...” ซูอันอันรวบรวมความกล้า “ท่าน...โกรธข้าหรือไม่... เื่... เื่ที่ข้าตั้งครรภ์”
ร่างสูงใหญ่นั้นชะงักไปเขานั่งลงบนที่นอนที่พื้น ก่อนจะหันกลับมามองนางแสงตะเกียงสลัวส่องให้เห็นดวงตาที่ลุ่มลึก... มันไม่เ็า... แต่มัน... เหนื่อยล้า
“เขาคือลูกข้า... คือสายเืตระกูลเสิ่น...ข้าไม่โกรธ” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง "เ้าต่างหาก... เ้าดู...ไม่เหมือนเดิม"
เป็คำถามเดียวกับที่ซินอี้ถาม!
“ข้า... ข้าแค่... ใ...และอาจจะลืมเลือนไปบางอย่างหลังจากที่เป็ลมไป” นางใช้ข้ออ้างเดิม
เขาจ้องมองนางนิ่งนาน... นานจนนางเริ่มอึดอัด ร่างเดิมเคยเอาแต่ก้มหน้างุดๆไม่กล้าสบตาเขา... แต่ตอนนี้นางกลับจ้องเขากลับ...
สุดท้าย เขาก็เป็ฝ่ายละสายตาไป “นอนเถิดพรุ่งนี้ข้าต้องตื่นแต่ยามเหม่า(7)”
ฟู่...
เขาเป่าตะเกียงดับลง
เหลือเพียงความมืด...และเสียงลมหายใจของคนแปลกหน้าสองคน ที่ถูกผูกมัดไว้ด้วยชะตากรรม... ในห้องเดียวกัน
เชิงอรรค:
(1) ไข่มุกงามซ่อนในโคลนตม หมายถึงของดี, ของล้ำค่า, หรือคนที่มีความสามารถสูงแต่ตกอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะสม หรือไม่มีคนมองเห็นคุณค่า
(2) ยามเซิน: คือ่เวลา 15:00 น.ถึง 16:59 น. (บ่ายคล้อย)
(3) ฆ่าไก่ให้ลิงดู: หมายถึง การลงโทษคนหนึ่งให้รุนแรง เพื่อเป็ตัวอย่างให้คนอื่นหวาดกลัวไม่กล้าทำตาม
(4) ยามโหย่ว: คือ่เวลา 17:00 น.ถึง 18:59 น. (ยามพลบค่ำ, ่เวลาอาหารเย็น)
(5) ยามซวี: คือ่เวลา 19:00 น.ถึง 20:59 น. (ยามค่ำ)
(6) เดินบนน้ำแข็งบาง: หมายถึง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุด, สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความอึดอัดและอันตราย
(7) ยามเหม่า: คือ่เวลา05:00 น. ถึง 06:59 น. (ยามเช้ามืด,รุ่งสาง)
โปรดติดตามตอนต่อไป: บทที่ 4 เครื่องกรองน้ำฉบับซูอันอัน