ตอนที่ 28 ร้ายกาจจริงๆ (2)
เหล่านักพรตทำพิธีกรรมร่วมครึ่งชั่วโมง หิมะก็ไม่มีทีท่าว่าจะเบาบางลง ซ้ำกลับตกหนักขึ้น
เ้าอารามเต้าเทียนจึงหยุดพิธีกรรม “ดูเหมือนว่าพิธีกรรมของเราจะไม่เพียงพอ หิมะไม่หยุดตกเลย”
เ้าอารามคนอื่นๆ พากันทอดถอนใจ ลึกๆ รู้ดีว่าไม่ใช่เพราะพลังเต๋าของตัวเองไม่เพียงพอ แต่เป็เพราะทวยเทพบน์ไม่อยากแทรกแซงเื่บนโลกมนุษย์จึงไม่ยอมช่วยให้พวกเขาสมปรารถนา ทว่านี่เป็เพียงทฤษฎีหนึ่งเท่านั้น ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่งก็คือ เมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อน ตอนที่พระพุทธเ้าทำการผนึกมารปีศาจและภพภูมิภูตผีทั้งสิบทิศ มีเหล่าเทพบน์บางส่วนได้ถูกปิดผนึกไปด้วย ทำให้การทำพิธีขอพรต่อโลกเบื้องบนของเหล่านักพรตได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง ปัจจุบันนี้เป็เพราะเทพมีน้อย แต่เื่ที่ต้องจัดการมีมากเหลือเกิน บางครั้งพวกเขาถึงได้มองข้ามการขอพรบางเื่ไป ซึ่งทฤษฎีใดเป็เื่จริงนั้น ก็ยังไม่เป็ที่แน่ชัด
นักพรตที่มาพร้อมกับลู่โจวสอบถามเ้าอารามเต้าเทียน “ท่านอาจารย์ ทำให้หิมะหยุดตกไม่ได้เหรอครับ”
เ้าอารามเต้าเทียนส่ายหัว
“ถ้าอย่างนั้นขอให้แขกจากตระกูลลี่ลองดูดีไหมครับ”
เ้าอารามเต้าเทียนพลันนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองเคยส่งบัตรเชิญหาตระกูลลี่ “เร็วสิ รีบเชิญแขกเข้ามาเร็ว”
นักพรตจึงรีบเชิญลู่โจวเข้ามาหาเ้าอารามเต้าเทียนทันที
เ้าอารามเต้าเทียนไม่เคยเห็นลู่โจวมาก่อน แต่ตระกูลลี่มักจะส่งคนใหม่ๆ เข้ามาร่วมงานชุมนุมนักพรตเสมอจึงไม่ได้ถามอะไรมาก
ลู่โจวทักทายเ้าอารามอย่างประหม่า “สวัสดีครับเ้าอารามหลัว”
วันที่เขาได้รับบัตรเชิญก็ตรวจสอบแล้วว่าเ้าอารามนั้นแซ่หลัว ชื่อหลัวิไห่ อายุห้าสิบห้าปี เป็ผู้มากบารมีในเมืองหลวง บรรดาคนใหญ่คนโตมากมายล้วนมาที่อารามเต้าเทียนเพื่อขอให้เขาช่วยทำนายและดูฮวงจุ้ยให้
เ้าอารามหลัวยิ้มสดใส “หนุ่มน้อยชื่อแซ่อะไรหรือ”
“ผมชื่อลู่โจวครับ”
“คุณลู่ เดี๋ยวคงต้องรบกวนคุณด้วย”
“...” ลู่โจวพูดออกตัวก่อน “ท่านเ้าอาราม ผมพูดโดยไม่ปิดบังนะครับ นี่เป็ครั้งแรกที่ผมจะได้ทำพิธีกรรมอะไรพวกนี้ ถ้าทำออกมาไม่ดี ขอท่านอย่าได้ถือโทษโกรธกันเลยนะครับ”
ในหมู่นักพรตทั้งหลาย เ้าอารามหลัวถือว่าเป็นักพรตที่มีพลังเต๋าแข็งแกร่งลึกล้ำ แน่นอนว่าต้องมองเห็นแสงสีทองบนร่างของลู่โจว ทว่าเขามีความสามารถจำกัด ดังนั้นแสงสีทองที่เห็นจึงค่อนข้างอ่อนสลัว แต่ก็เพียงพอที่จะบอกว่าคนคนนี้ไม่ธรรมดา “ฮ่าๆ เด็กหนุ่มสมัยนี้ชอบถ่อมตัวกันจริงๆ”
ลู่โจว “...”
เขาพูดเื่จริง ไม่ได้ถ่อมตัวอะไรเลย
ผานม่อและผานสื่อที่ยืนอยู่ข้างหลังกำลังกลั้นหัวเราะอยากสุดกำลัง ทำทีเป็มองพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ลู่โจวไม่อยากทำพิธีมือเปล่า จึงพูดขึ้นมาอย่างเหลืออดว่า “ท่านเ้าอาราม ผมขอยืมใช้ปะรำพิธีหน่อยนะครับ”
“เชิญ”
ลู่โจวเดินมาถึงหน้าของปะรำพิธีก็หยิบแผ่นป้ายขึ้นมาหนึ่งแผ่น แล้วถามผานม่อเสียงเบา “นี่อะไรน่ะ”
ผานม่ออ่านตัวหนังสือ้าพลางกระซิบตอบ “ป้ายอัสนีห้าธาตุ”
หางตาของลู่โจวกระตุก “ฉันอ่านหนังสือออกน่า ที่ถามก็คือมันใช้ยังไง”
ผานม่อจนปัญญา “ถ้าฉันรู้วิธีใช้คงทำพิธีแทนนายไปแล้ว”
ลู่โจว “...”
ลี่หนานเสวียนที่ยืนห่างไปประมาณสิบเมตรมองลู่โจวที่ยืนมองแผ่นป้ายกองใหญ่บนโต๊ะด้วยท่าทีหมดอาลัยตายอยากก็แอบหัวเราะในใจ คู่ชีวิตของเขาน่ารักจริงๆ
ผู้เฒ่าเวิงทนดูไม่ไหว ชี้ไปยังแผ่นป้าย ‘สามบริสุทธิ์’ แล้วพูดว่า “อันนี้ใช้สวดขอพรต่อเทพเ้า”
“อ้อๆ” ลู่โจวรีบหยิบแผ่นป้ายขึ้นมาทันที
เ้าอารามคนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปกระซิบกระซาบกับเ้าอารามหลัว “เ้าอารามหลัว เด็กหนุ่มคนนี้เป็ใครกัน เขาดูเหมือนจะทำพิธีอะไรไม่เป็เลย ดูสิ แม้แต่เื่แผ่นป้ายก็ยังไม่รู้”
“เขาคือคนที่ตระกูลลี่ส่งมา ชื่อลู่โจว” เ้าอารามหลัวเองก็พบว่าลู่โจวไม่รู้ความเหมือนศิษย์ที่เพิ่งเข้าลัทธิได้ไม่นาน หรือว่าเขาจะมองผิดไป
ทันใดนั้นลู่โจวก็ยกแผ่นป้ายสามบริสุทธิ์ขึ้น แล้วะโส่งๆ “หิมะจงหยุด”
“...” เหล่านักพรตพากันนิ่งงันหน้าซีด คนคนนี้ทำอะไรกันน่ะ ไม่ท่องมนตร์ ไม่ท่องบทสวดอะไรแต่กลับะโออกมาดื้อๆ ให้หิมะหยุด คิดว่าการสวดภาวนาเป็เื่เล่นๆ หรืออย่างไร ถ้าอะไรๆ มันง่ายแบบนั้น แล้วจะมีนักพรตอย่างพวกเขาไปทำไมกัน
ผู้เฒ่าเวิงตบศีรษะลู่โจวอย่างอารมณ์เสีย “อย่าเอาแผ่นป้ายมาเล่นสิ”
ลู่โจวหัวเราะฝืดเฝื่อน
เขาเห็นลี่หนานเสวียนมองมาทางเขาพลางอมยิ้ม ก็คิดว่ายังไม่ได้เริ่มพิธีจริงจังอะไร ล้อเล่นบ้างคงไม่ใช่เื่ใหญ่ จึงหยิบแผ่นป้ายขึ้นมาหยอกล้อกับคู่รักตัวเองเพื่อให้อีกฝ่ายดีใจ ใครจะคิดว่าทุกคนจะจริงจังกันมาก ซึ่งก็ควรจะเป็เช่นนั้น เพราะทุกคนกำลังกังวลเื่ความปลอดภัยของประชาชน แต่เขากลับเล่นสนุกแบบนี้ช่างเล่นไม่ถูกกาลเทศะเลยจริงๆ
ลู่โจวรู้ว่าตัวเองทำผิดไปก็รีบขอโทษทุกคน ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรออกจากปาก ก็ได้ยินทหารรอบๆ เอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจว่า “หิมะหยุดตกแล้ว”
เหล่านักพรตพากันเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว หิมะหยุดตกแล้วจริงๆ
ทันใดนั้นทหารที่อยู่แดนเหนือก็โทรศัพท์มาหาลี่หนานเสวียน ซึ่งเ้าตัวก็รีบรับสายทันที “คุณบอกว่าพายุหิมะหยุดแล้วเหรอ ตรงนั้นยังมีหิมะตกอยู่ไหม ไม่ตกแล้ว ดี รับทราบ ตอนนี้ผมจะส่งคนเข้าไปช่วยเหลือ”
เหล่าทหารต่างมองไปทางนักพรตและลู่โจว พวกเขาไม่เชื่อเื่ไสยศาสตร์จึงพากันมาดูแก้เบื่อเท่านั้น ไม่เชื่อสักนิดว่าการสวดมนต์จะทำให้หิมะหยุดตกได้ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าหิมะที่ตกหนักมาตลอดสองสามเดือนจะหยุดเพราะการทำพิธี ช่างร้ายกาจจริงๆ
เคอเจินะโ “ทุกนายกลับไปประจำที่”
เหล่าทหารพลันได้สติ รีบกลับไปประจำตำแหน่งในกองของตัวเอง
เหล่านักพรตก็มองมาทางลู่โจวด้วยความตกตะลึง พวกเขายืนยันได้ว่า พิธีกรรมที่ทำก่อนหน้านี้ไม่ได้รับเสียงตอบรับจากเหล่าเทพเ้า และบอกได้ว่าเ้าหนุ่มคนนี้เป็คนที่ทำให้หิมะหยุดตก สิ่งที่น่าใที่สุดก็คืออีกฝ่ายแค่ถือแผ่นป้ายแล้วะโว่า ‘หิมะจงหยุด’ เท่านั้น ต้องผ่านการฝึกฝนหนักขนาดไหนถึงจะสามารถทำได้ระดับนี้
ผานม่อและผานสื่อมองไปบนท้องฟ้า “หิมะหยุดตกแล้วจริงๆ คุณชายกลายเป็คนเก่งขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้มาก่อนเลย”
ลู่โจวมองแผ่นป้ายในมืออย่างประหลาดใจ จากนั้นก็ยกขึ้นแล้วพูดว่า “หิมะจงตก”
ทุกคน “...”
เหล่านักพรตแทบจะคุกเข่าต่อหน้าเขา กว่าหิมะจะหยุดตกไม่ใช่เื่ง่าย ถ้าสั่งให้หิมะตกอีกครั้ง พวกเขาจะต้องรุมทุบเ้าหนุ่มนั่นให้ตายแน่ โชคดีที่ครั้งนี้เหล่าทวยเทพไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาพูด
ผู้เฒ่าเวิงตบศีรษะเขาอีกครั้ง “ข้าบอกว่าอย่าล้อเล่นไม่ใช่หรือ”
ลู่โจวหัวเราะแหะๆ “ผมแค่อยากลองว่าผมจะเก่งแบบนั้นจริงหรือเปล่า”
ทุกคน “...”
ลี่หนานเสวียนกลั้นหัวเราะไม่ไหวอีกต่อไป หลุดขำออกมาจนได้