ใกล้รุ่งเช้าพระอาทิตย์ที่ยังไม่โผล่พ้นเส้นขอบฟ้า
พื้นทุ่งหญ้ากลางหุบเขาลึกที่แทบจะไร้สิ่งมีชีวิตเฉียนเข้ามาที่สถานที่แห่งนี้เป็ลานกว้างที่มีน้ำตกไหลผ่านกลางหุบเขามีเพียงแสงแดดฝ่าละอองน้ำที่โอบล้อมด้วยหินผาการหาสถานที่แบบบนี้เจอไม่ใช้เื่ง่ายเลย
ซ่งซิงเหลียนมองสถานที่แห่งนี้ด้วยความรู้สึกที่ปลอดโปร่งปนโล่งใจ ถ้าทำพิธีรับศิษย์ที่นี้ล่ะก็ไม่ต้องกลัวว่าจะร้ายกว่าดี หยินหยางพร้อมมูลธาตุทั้งเจ็ตหนุนเสริม พลังฟ้าดินหนาแน่น นี้เรียกว่าเป็สถานที่เหมาะแก่การบำเพ็ญที่สุดในชีวิตที่เธอหาเจอ สายตากวาดมองเ้าลูกศิษย์ทั้งสามที่ช่วยกันจัดแจงข้าวของเตรียมพิธีในแบบที่เธอสอนสั่งอย่างเข้มงวด
" เอ้าอึบ "
เอียนหยาหลานวางโต๊ะไม้กฤษณาเก้าแก่ที่มีกระถางธูปสำริดวางอยู่พร้อมกับเครื่องเซ่นไหวฟ้าดินที่มีเครื่องคาวหวานพร้อมส่วนเ้าสองตัวศิษย์พี่ต่างช่วยกันเก็บดอกไม้อยู่อีกฝากของสายธารน้ำตกด้วยความใส่ใจในแบบที่เธอไม่เคยเห็นพวกมันทำมาก่อน
" กุ๊กๆ ดอกไม้บูชาได้มาแล้ว "
" จิ๊บๆ น้ำค้างจากใบบัว"
ถึงแม้ทั้งสองตัวจะไม่มีมือเหมือนเอียนหยาหลานแต่ทั้งสองตัวก็ไม่เคยคิดจะเอาเปรียบศิษย์น้องที่ใจดีและว่าง่ายอย่างเขา
ทั้งสามใช่เวลาครู่ใหญ่ก่อนจะมารวมตัวกันที่หน้าโต๊ะไม้เ้าเสี่ยวเฟยและเสี่ยวฝานต่างมอบของที่ทั้งสองช่วยกันหาให้กับเอียนหยาหลาน เสี่ยวเฟยใช้จะงอยปากยื่นตระกล้าดกไม้ป่าที่เก็บมาให้ส่วนเ้าเสี่ยวฝานก็ยื่นกาน้ำชากระเบื้องเคลือบสีขาวที่บรรจุน้ำค้างจากใบบัวให้เอียนหยาหลานนำไปใช้ในชงชาคาระวะอาจารย์ การทำพิธีรับศิษย์ที่พวกมันต่างเฝ้ารอมานานนับเดือนจนพวกมันทั้งสามต่างคิดว่าท่านอาจารย์ลืมไปแล้วด้วยซ้ำ
ทั้งสองตัวมองเอียนหยาหลานที่รับของไปอย่างคล่องแคล้วแล้วจัดการต้มน้ำร้อนชงชาชั้นดีที่ทั้งสามช่วยกับเก็บมาจากยอดเขาที่สูงที่สุดตอนเข้าหน้าร้อนเมื่อเดือนก่อนแถมยังช่วยกันบ่มและตากด้วยความเอาใจใส่
ชาพวกนี้พวกมันไม่เพียงแต่ต้องใช้ความพยายามในการตามหาและทำเท่านั้นยังรวมถึงการที่ต้องไปขอร้องป้าหงส์ข้างบ้านที่มีฝีมือในการทำของคาวหวานดีกรีลูกหลานพ่อครัวหลวงให้ช่วยสอนวิธีการบ่มและตากใบชา
" หอมจริงๆ คุ้มแล้วที่กวาดลานบ้านป้าหงส์เกือบเดือน แถมยังต้องช่วยรดน้ำต้นไม้ใต้แสงแดด "
" กุ๊ก คุ้มแล้วกับการไปจิกหนอนออกจากสวนผักป้าหงส์ แถมยังต้องเก็บไปให้เ้าไก่พันธ์เมืองพวกนั้นอีก "
" จิ๊บ คุ้มแล้วกับการช่วยไล่แมลงวันพวกนั้นจากขาหมูเค็ม แถมยังแกล้งมันให้นัำลายไหลกับกลิ่นหอมยั่วของขาหมูพวกนั้นอีก "
สมแล้วกับที่ป้าหงส์คุยโม้กับฝีมือตัวเอง
มองทั้งสามที่คุยโต้ตอบกับความพยายามตั้งใจและพยายามของตัวเองแล้วซ่งซิงเหลียนรู้สึกนิดๆแล้วว่าการที่รับทั้งสามเป็ศิษย์เป็เื่ที่เธอควรทำมาตั้งนานแล้ว
" ท่านอาจารย์เหล่าศิษย์จัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วขอรับ "
" กุ๊ก/จิ๊บ "
เมื่อมองพระอาทิตย์ที่เริ่มมีแสงรุ่งอรุณโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาก็ทำให้รู้ว่าได้เวลาที่เหมาะสมแล้ว
" ออ " ซ่งซิงเหลียน เดินไปหยิบธูปบนโต๊ะที่เธอตัดหาวัตถุดิบมาเป็พิเศษเพื่อทำธูปมีชนิดนี้ และขอให้ช่างทำธูปที่หมู่บ้านทำขึ้นมา และแน่นอนมันมีความพิเศษที่ทำให้ช่างถึงกับอยากได้สูตรนักหนาแต่เธอก็ไม่ยินยอม ไม่ใช่ว่าเพราะหวงแต่มันเป็ธูปชนิดพิเศษที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกใบนี้
ซ่งซิงเหลียนจุดไฟเซียนลงกระถางเทียนใช้ธูปเก้าดอกในการไหว้เป็พยานสื่อถึงเหล่าเทพเซียนวิญญานเหล่าบรรพจารย์ของสำนักและสื่อถึงเก้าแดน์ชั้นฟ้า
" ตัวข้าไม่ว่าจะมีชื่อเป็ผู้ใดทั้งเทียนซิงเหลียนหรือซ่งซิงเหลียนต่างก็คือตัวข้าเองบอกกล่าวต่อเทพเบื้องบนิญญาบรรจารย์เบื้องหน้าิญญาบรรพบุรุษเบื้องล่างวันนี้จะรับศิษย์สืบต่อเจตนาขอโปรดรับรู้ "
ครืดดดดดดดด
หวีดดดดดด
ซ่าาา
ทันทีที่เธอปักธูปกล่าวจบเหตุการณ์พิศวงฟ้าดินนั่นปั่นป่วนก็เริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากยามเช้ารุ่งอรุณที่แสงแดดสดใสอากาศชวนผ่อนคลายกลับกลายถูกเมฆทะมึนที่เริ่มก่อตัวแ่าบดบังแสงอาทิตย์สดใสพร้อมกับคลื่นลมที่เริ่มรุนแรงโหมกระหน่ำแม้แต่ต้นไม้ที่อายุหลายร้อยปียังเอนไหวไปตามกระแสลมนั้น
ปรากฏการณ์ที่ไม่เหมือนการเกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้ขยายขึ้นอย่างรวดเร็วกินอาณาเขตเหนือูเากว่าครึ่งในหุบเขาแห่งมณฑลใต้สร้างความตื่นตลึงแก่คนธรรมดาที่มองเห็นเหตุการณ์นี้และยิ่งสร้างหวาดกลัวให้กับผู้ที่อยู่ในเงามืดที่รู้ว่าเื่นี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ
ผู้ที่สามารถทำให้ฟ้าดินปั่นป่วนขนาดนี้โดยไม่มีความเกรงกลัวใช่ผู้ที่ตัวเองคู่ควรหาเื่หรือ
" พวกเธอไป "
ทั้งสามถือธูปอยู่มองเหตุการณ์รอบตัวอย่างหวาดๆมิน่าล่ะท่านอาจารย์น้อยของพวกเขาถึงไม่สามารถทำพิธีรับศิษย์อย่างเป็ทางการได้ง่ายๆ ต้องรอเวลาและหาสถานที่ไกลผู้คนอย่าว่าแต่ผู้คนเลยยังหาสิ่งมีชีวิตบริเวณนี้ไม่เจอ
อึก
" เริ่มคำนับ "
ครืนนนนนนน
เสียงลมที่เริ่มกรรโชกแรงขึ้นยิ่งสร้างความกดดันแก่ทั้งสามเอาล่ะเื่ค่นี้ยังกลัวแล้วต่อไปหากมีอุปสรรคในการฝึกฝนจะผ่านไปได้ยังไงนี้อาจเป็ด่านบททดสอบแรกที่พวกเขาทั้งสามต้องทำ
ทันทีที่ทั้งสามคำนับครบเก้าครั้งก็บังเกิดเมฆเคลื่อนตัวแยกออกจากกันเป็วงกลมล้อมรอบเหนือแท่นบูชาฟ้าดินแต่พวกเขาเห็นแล้วว่าเมฆเหล่านี้ที่ก่อตัวอยู่พร้อมที่มีจะฟ้าผ่าลงมาตรงนี้ได้ทุกเมื่อเห็นจากท้องฟ้าเหนือหัวพวกเขาที่มีแสงแปล็บปลาบของอัสนีบาตข่มขู่พร้อมเสียง
เสี่ยวเฟยที่มีสายเืใกล้ชิดกับเผ่าหงส์สัญชาติญาณในการรับรู้ถึงอันตรายจึงมีมากกว่าศิษย์น้องทั้งสองของมันพุ่งตัวบินไปปักธูปก่อนโดยใช้จะงอยปากอันคมกริบอย่างรวดเร็วแม้แต่นกกระจอกอย่างเสี่ยวฝานที่ควรจะบินเร็วกว่ายังเกือบจะถูกชนเมื่อสวนทางกับมันเพื่อปักธูปและตามด้วยเอียนหยาหลานที่ลอยตัวไปปักเป็ลำดับสุดท้ายติดๆกัน
ครืนนนนนน
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
อัสนีบาตสีเงินยวงฟาดฟันลงสู่พื้นดินห่างจากพวกมันไม่ถึงร้อยก้าวทำเอาทั้งสองตัวรู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืถึงจิติญญาที่ราวจะหลุดออกจากร่างแต่สำหรับเอียนหยาหลานเขารู้สึกถึงจิติญญาว่ากำลังจะสลายแต่นี้คือบททดสอบแรกจาก์ทำให้ทั้งสามต้องยืนหยัดต่อไป แม้จะดูแปลกแตกต่างในการคำนับอาจารย์ของเหล่าศิษย์ผู้ฝึกวิชาเหมือนกันที่เคยได้อ่านจากตำราโบราณสมัยเป็มนุษย์ก็เถอะ
แต่ใครให้พวกเขาทั้งสามไม่ใช่มนุษย์กันล่ะ
บททดสอบเลยไม่เหมือนชาวประชาเขา
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
" คุกกกกก/กี๊ดดดดดดด/แค่กกกก " คราวนี้ถึงกับขนาดฟาดลงมาโดยตรงจุดที่ทั้งสามอยู่ เสียงร้องด้วยความเ็ปของทั้งสามทำให้ผู้เป็อาจารย์อย่างซ่งซิงเหลียนเกือบจะก้าวเดินเข้าไปใบริเวณด่านทดสอบแต่ต้องชงักอยู่กับที่ถ้าเข้าไปตอนนี้ความพยายามของทั้งสามอาจไร้ผล
เห็นได้ว่าสายฟ้าสามสายแรกที่ฟาดลงมาเป็การไถ่ถาม ส่วนอีกสามสายที่ฟาดลงมาเมื่อครู่เป็การทดสอบ
" ตั้งจิตให้มั่นคง " ซ่งซิงเหลียนสั่งเสียงกร้าวแค่สิบลมหาใจเท่านั้น ทั้งสามที่ร่างกายละจิติญญาที่กำลังเกิดการแยกจากต่างโคจรปราณแห่งการกำเนิดเข้าสู้ไม่ยอมแพ้ต่อ์
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
คราวนี้อสนีบาตทั้งสามมุ่งตรงมาที่ร่างของพวกเขาหมายมาดในการทำลายเห็นได้จากแผ่นดินและหินผาโดยรอบสั่นสะทือนพื้นพสุธา ยกตัวแยกจากกันโดยรอบใกล้พวกเขา เห็นแล้วว่าฟ้าดินไม่ยอมรับพวกเขาเข้าเป็ส่วนหนึ่งของโลก์เบื้องบนยมโลกเบื้องล่างคงได้แต่ยอมรับการถูกฟ้าดินทำลาย
วาบบบบ วึ่งงงงงงงง
มวลแสงพลังมหาศาลที่ครบคลุมเหนือพวกเขาทำให้เอาทั้งสามต่างหรี่ตาแคบแหงนหน้ามองเบื้องบนนั้นทำเอาทั้งสามต่างไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็นร่างของท่านอาจารย์ตัวน้อยลอยตัวยืนหยัดรับสายฟ้าแทนไม่เคยคาดคิดเลยว่าตนเองจะมีอาจารย์ที่ยอมใช้ตัวเองต่อต้านฟ้าดินเพื่อปกป้องศิษย์
และยิ่งเป็ศิษย์ที่ไร้ความสามารถแบบพวกตน
" ท่านอาจารย์/กุ๊กกกกกก/จี๊บบบบบ "
เสียงโหยหวนด้วยความเ็ปราวกับหัวใจถูกทำลายลงไม่ได้ส่งผลให้ซ่งซิงเหลียนที่มุ่งมั่นตั้งจิตรับสายฟ้าห่งการลงทันฑ์ไขว้เขวแม้แต่นิดเดียว
เมื่อเธอคิดจะรับทั้งสามเป็ศิษย์แล้วก็คาดเดาถึงผลที่ตามมาได้แล้วว่าถ้า์ไม่เห็นด้วยคงมีแต่ทำลายทั้งสาม
ถ้าอย่างนั้นทัณฑ์์นี้เธอจะรับแทนเอง
เปรี้ยง สายฟ้าสีทองมุ่งตรงที่ร่างมนุษย์ของซ่งซิงเหลียนเป็การลงทันฑ์ ทว่าเมื่อสายฟ้าโดนร่างนั้นทนที่จะถูกร่างกายและจิติญญาจะทำลายกลับก่อเกิดให้เส้นสายอัสนีบาตเหล่าแยกออกเป็เส้นแสงเข้าสู่ร่างเธอแทน
มนุษย์ร่างเล็กที่มีเงาร่างิญญาสตรีสูงศักดิ์บริสุทธิ์ชุดฮั่นฝูสีแดงเพลิงปักลวดลายดอกบัวทองทั้งชุดลอยตัวยืนหยัดเหนือแท่นบูชาทำให้มวลพลังฟ้าดินที่ก่อตัวด้วยความโกรธเกรี้ยวเบื้องบนและพสุธาเบื้องล่างต่างระเหยหายไปอย่างเร็วยิ่งกว่าละอองหมอกกลางหุบเขา
สู่กับท่านเทพผู้ที่แม้แต่อัสนีบาตม่วงเก้าสิบเก้าสายยังเอาไม่ลง เสียเวลาเปล่า
ยิ่งกว่านั้นได้ยินว่าท่านเทพผู้นี้เป็พวกจดจำบุญคุณความแค้นไม่ลืมเลือน
ไร้ไมตรีดีกว่ามีความแค้น