ตอนที่ 28: สร้างรากฐาน
ลมพัดเอื่อยเฉื่อยผ่านยอดไม้ ในสวนสมุนไพรเล็กๆ ที่ฤทธาปลูกไว้ด้านหลังหอพักของศิษย์ฝ่ายใน กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ป่ากับใบสมุนไพรชั้นดีลอยคลุ้งไปทั่ว
มีคลื่นพลังสีทองกระจายออกมาจากเรือนพักเล็กๆ หลังสวนนั้น
ในเรือนฤทธาลืมตาจากการนั่งบ่มเพาะ เขาเพิ่งเลื่อนระดับ เข้าสู่ระดับห้า ระดับหลอมิญญาสำเร็จแล้ว
ฤทธาเดินมานั่งยองๆ พลิกดูใบของสมุนไพรแต่ละต้นอย่างตั้งใจ
จู่ๆ ฤทธาก็รู้สึกร้อนที่ข้อมือขวา มือข้างที่สวมกำไล กำไลก็เปล่งแสงแล้วหายไป
“กำไลหายไป แต่ข้ารู้สึกว่ามันยังอยู่”
ฤทธาถามชีต้าร์
“ไม่ได้หายไปไหนหรอก ตอนนี้มันหลอมรวมกับเ้าแล้ว ถ้าเ้าจะให้มันปรากฏ ก็แค่คิดเท่านั้น”
ชีต้าร์อธิบาย
ฤทธาลองทำตามคำแนะนำ กำไลก็ปรากฏขึ้นมา เขารู้สึกถูกใจมาก ฤทธารู้สึกแปลกๆ ที่ดวงตา
“ฤทธา ดวงตาเ้าวิวัฒนาการจากดวงตาประเมินสิ่งของ ตอนนี้สามารถพินิจและวินิจฉัยสิ่งมีชีวิตได้ด้วย ข้าตั้งชื่อมันว่าเนตรพินิจ เ้าคิดว่าอย่างไร?”
ไค่หยงบอกความสามารถใหม่พร้อมชื่อ
“ดีเลยครับท่านปู่”
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียน ฤทธารู้ดีว่าเขาต้องเตรียมวางรากฐานสำหรับอนาคต ทั้งสำหรับตัวเอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง...ครอบครัว
หลังจากที่ได้หินิญญาจำนวนมากจากภารกิจและการประลองที่ผ่านมา ความคิดหนึ่งก็เริ่มก่อตัวในใจ เขาอยากมีบ้านในเขตชั้นในของเมืองหลวงไว้ให้พ่อกับแม่ ได้อยู่ดี กินดี ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป
วันนี้ที่เขาแวะมาที่สำนัก เพราะเป็วันที่ต้องมาพบอาจารย์ยังเรือนพักของเ้าสำนัก
“อาจารย์ขอรับ ข้ามีเื่อยากขอคำปรึกษา...”
ฤทธาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
เมื่อเ้าสำนักเปิดโอกาสให้พูด ฤทธาก็เปิดเผยความลับที่เก็บงำมาตลอด เขาเผยเื่ 'กำไลมิติส่วนตัว' ที่สามารถปลูกสมุนไพรหายากในพื้นที่จำกัดได้อย่างปลอดภัย
ไป๋ินิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบา
“เ้าหนูนี่ช่างเก็บความลับได้เก่งนัก... แต่ข้ากลับดีใจที่เ้ากล้ามาเล่า ข้าจะสนับสนุนเ้าเอง”
เขาสั่งฝ่ายสวนสมุนไพรผ่านป้ายิญญา ให้นำเมล็ดพันธุ์ชั้นดีบางส่วน ส่งมาให้เขา แล้วเขาเอาให้ฤทธา เพื่อให้ฤทธานำไปขยายพันธุ์ในกำไล และหากทำได้ดีในอนาคต สำนักก็อาจพึ่งพาการผลิตสมุนไพรบางส่วนจากฤทธาได้ด้วย
เมื่อฤทธาเอ่ยถึงความตั้งใจจะซื้อบ้านให้ครอบครัว เ้าสำนักจึงให้เขาไปพบอาจารย์เกา ที่ภาคีโอสถตรงประตูตะวันออก
ในเรือนไม้ไผ่ ไป๋ิเอามือไพล่หลัง แล้วมองออกไปนอกหน้าต่าง
“ฤทธาเอ้ย…ถ้าเ้าเกลี้ยกล่อมอาจารย์ปู่ให้ออกไปข้างนอกได้ ก็ช่วยทีนะ เวลาท่านเหลือไม่มากแล้ว ข้าอยากให้ท่านได้ผ่อนคลายบ้าง”
ไป๋ิพูดโดยไม่หันมามอง
“ครับอาจารย์”
ฤทธารับคำพร้อมคารวะแล้วจากไป
หลังจากนั้น ฤทธาก็ไปหาอาจารย์ปู่เฉิง หวังเซียน ที่ถ้ำสุสานบรรพชน
“อาจารย์ปู่ขอรับ ข้ามีเพื่อนและน้องข้าอยากให้ท่านรู้จัก”
ฤทธาให้ชีต้าร์กับนิล นิลออกมา หวังเซียนก็ถูกใจอย่างยิ่ง
“เ้านี่ชื่ออะไรรึ” หวังเซียนอุ้มชีต้าร์ขึ้นมาเกาคาง “อายุเยอะแล้วนี่”
“ข้าชื่อชีต้าร์ อาจารย์ปู่หยุดเกาคางข้าเสียที ข้าเป็สัตว์ิญญาไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะขอรับ”
ชีต้าร์พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดอาจารย์ปู่ แต่ก็มีเสียงครื่ดๆ ออกมาจากตัวชีต้าร์
หวังเซียนหัวเราะชอบใจ ทันใดนั้นนิลนิล ก็เข้าไปมองตาปริบๆ เหมือนจะบอกว่าแล้วผมล่ะ หวังเซียนหัวเราะชอบใจ แล้วลูบหัวนิลๆ
“อาจารย์ปู่ขอรับ ข้าอยากพาท่านลองเข้าไปดูในกำไลของข้า”
ฤทธากล่าวพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“เอาสิ ไปไหน ไปยังไง” หวังเซียนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
แล้วฤทธาก็พาอาจารย์ปู่เข้าไปในกำไล
หวังเซียนมีอายุหลายร้อยปีก็เพิ่งเคยพบอุปกรณ์มิติ ที่มีพื้นที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน แถมมีพลังปราณ พลังิญญาอยู่มาก ฤทธาก็พาเดินดูส่วนต่างๆ มีหุ่นพ่อบ้านและหุ่นผู้ช่วยอีกสองตนตามมาด้วย
“กว้างใหญ่ดีจริง มีห้องสร้างอุปกรณ์ด้วยรึ”
หวังเซียนในิดหน่อยที่เห็นโรงสร้าง ที่มีอุปกรณ์ครบครัน
“เ้าของเก่าเป็นักสร้างน่ะขอรับ ข้าก็กำลังศึกษาและฝึกอยู่ขอรับ” ฤทธาอธิบาย
“โจรสลัดไห่หวัง เจิ้งไห่ อาจารย์ปู่เคยได้ยินชื่อหรือไม่ล่ะ” ชีต้าร์ถามหยั่งเชิง
“อ้อ…เ้าหนูโจรคุณธรรมนั่นเองรึ เหมือนข้าเคยพบที่แดนตะวันออกหรือเปล่านะ น่าจะใช่”
หวังเซียนทบทวนอดีต
“โชควาสนาเ้าหนูนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ โชคก็เป็ส่วนหนึ่งในคุณสมบัติ”
หวังเซียนชื่นชมฤทธา
“อาจารย์ปู่เคยกินบะหมี่เพิ่มพลังหรือไม่ขอรับ”
ฤทธาเริ่มเข้าแผนการ
” มีบะหมี่แบบนี้ด้วยรึ”
หวังเซียนแม้มีอายุมายาวนาน ก็เพิ่งเคยได้ยิน
“อันนี้ข้าบอกเลย ท่านไม่ควรพลาด”
ชีต้าร์เสริม เพราะเริ่มอยากกินเกาเหลาแล้ว
“กรู๊ววว”
นิลๆ ที่ชอบเกาเหลาเหมือนชีต้าร์ เสริมอีกหนึ่งเสียง
“เป็ของท่านพ่อข้า ข้าอยากพาท่านไปลองชิมดู แล้วถ้าท่านไม่รังเกียจ ข้าอยากให้ท่านช่วยสอนข้าเครื่องค่ายกลวงเวทแปลงิญญา ในสวนสมุนไพรของข้า ข้าซื้อจานเวทมาแต่มันระดับหนึ่งเอง”
ฤทธาเริ่มออดอ้อน
หวังเซียนก็ทันความคิดเด็กน้อย เขาก็เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว เื่อาจารย์ก็ไม่ห่วงอะไรแล้ว
“เอาสิ ข้าก็ว่างอยู่แล้วนี่” หวังเซียนบอกฤทธา
“มีเ้านิลๆ กับชีต้าร์อยู่ด้วย แล้วก็มีของเล่นเยอะมากท่านไม่เหงาแน่นอน เดี๋ยวข้าพาท่านไปชิมบะหมี่นะขอรับ”
ฤทธากล่าวอย่างดีใจ หวังเซียนพยักหน้ารับคำ แล้วก็หัวเราะเสียงดัง
“เ้าเด็กเ้าเล่ห์! ล่อลวงข้าแบบนี้ ข้าจะปฏิเสธได้หรือ”
หลังจากนั้นฤทธาก็พาอาจารย์ปู่ไปที่บ้าน แล้วแนะนำกับพ่อแม่ของเขา
หลังจากนั้น หวังเซียนกลายเป็เสาหลักอีกคน เขาช่วยสร้างวงเวทแปลงิญญาเร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพร ช่วยดูแลแปลงเพาะปลูก รวมถึงสร้างโรงงานเล็กๆ สำหรับแปรรูปสมุนไพร โดยมีหุ่นพ่อบ้านและหุ่นผู้ช่วยคอยช่วยเหลือ
เ้านิลๆ กับเ้าแมวชีต้าร์ก็กลายเป็เพื่อนเล่นประจำของอาจารย์ปู่อย่างรวดเร็ว
ในวันถัดมา ฤทธาไปยังร้านอุปกรณ์เวทเพื่อปรึกษาต้าหวัง ผู้ช่วยของหลงจู๊ที่ตอนนี้กลายเป็ผู้ดูแลร้านเต็มตัว ทุกคนเรียกขานเขาว่า หลงจู๊ต้าหวังกันทุกคน
“ข้าว่าเ้าควรไปหาท่านหลงจู๊ที่สมาคมการค้าทางประตูตะวันตกนะ เขารู้ดีเื่บ้านที่เขตชั้นใน แล้วเขาเคยบ่นกับข้าว่าอยากพบเ้า”
ต้าหวังบอกฤทธา
“ขอบคุณพี่ งั้นข้าไปก่อนนะ วันนี้ต้องไปหลายที่”
ฤทธาขอตัวจากไป
เมื่อไปถึงสมาคมการค้า ฤทธาก็ได้พบหญิงสาวผู้หนึ่งในชุดคลุมงามสง่า ผมสีทองดวงตาสีเขียวคมปลาบแต่แฝงความเมตตา กำลังพูดคุยอยู่กับหลงจู๊ หลงจู๊ส่งหญิงสาวหลังจากเสร็จธุระ เมื่อเห็นฤทธาก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“พ่อหนุ่มไฟแรง เ้าจะหาบ้านให้ครอบครัวหรือ? เดี๋ยวข้าจะดูให้...”
หลงจู๊เข้ามาทักอย่างอารมณ์ดี
“พี่ต้าหวังคงส่งข้อความมาบอกก่อนแล้วสินะ” ฤทธาคิดเพราะเห็นว่าหลงจู๊รู้อยู่ก่อนแล้วว่าเขามาด้วยเื่อะไร
“ต้องรบกวนหลงจู๊ด้วยนะขอรับ” ฤทธาบอกอย่างนอบน้อม หลังจากนั้นก็พูดคุยกันนิดหน่อยก่อนฤทธาจะขอตัว
ฤทธาเดินทางต่อไปที่ภาคีโอสถ ที่นั่นมีโรงหลอมยา มีแพทย์และศิษย์ปีสี่ปีห้าหลายคน ฤทธานำป้ายประจำตัวให้คนดูแลที่นั่น พร้อมบอกจุดประสงค์ ผู้ดูแลบอกท่านอาจารย์รออยู่แล้ว แล้วพาฤทธาไป
“ท่านอาจารย์ สบายหรือไม่ขอรับ”
ฤทธาคารวะพร้อมถามด้วยความคิดถึง
“สบายดีๆ เ้าล่ะเป็ไงบ้าง” อาจารย์เกาเดินมาตบบ่าฤทธาเบาๆ ใครจะคิดว่าเด็กน้อยที่เขาพามาจากที่ห่างไกล จะมีพร์และพัฒนาได้รวดเร็วขนาดนี้
“ข้าสบายดีขอรับ”
ฤทธาตอบก่อนจะกล่าวอะไรต่อ อาจารย์เกาก็ชิงพูดก่อน
“ข้าได้ข่าวแล้ว ให้คนไปดูอยู่ เ้าไปรอที่บ้านได้เลยยังไงจะส่งคนไปบอก” อาจารย์เกาบอกให้ฤทธาสบายใจ
“ขอบคุณขอรับ” ฤทธาคารวะอีกครั้ง ทั้งสองนั่งพูดคุยกันพักใหญ่ก่อนแยกย้ายกันไป
ในวันรุ่งขึ้น ฤทธาก็ได้รับข่าวดี บ้านในเขตชั้นในหลังหนึ่งถูกเสนอขายในราคาท้องตลาด บ้านหลังนั้นเคยเป็ของขุนนางผู้คดโกง ที่เพิ่งถูกลงโทษไปเมื่อไม่นานมานี่เอง บ้านจึงถูกริบโดยราชสำนักและปล่อยขาย
แม้ฤทธาจะสงสัยว่ามีใครแอบช่วยอยู่เื้ัหรือไม่... แต่เขาก็ไม่อยากคิดมากนัก เพราะแน่ใจว่าคงไม่ได้คำตอบ ในเมื่อมีคนอยากช่วย เขาคงไม่ได้ประสงค์ร้ายอะไร
ฤทธาซื้อรถม้าให้พ่อกับแม่ไว้ใช้เสร็จกำลังจะกลับ
“อ้า…นี่ใครล่ะนี่ ศิษย์น้องคนเก่งของข้านี่เอง มาทำอะไรที่เขตเมืองชั้นในล่ะ หรือมาส่งบะหมี่”
เซี่ยงหลงศิษย์ปีห้ากำลังจะเดินทางไปฝึกงาน มากับเหล่าลูกสมุน
“ท่านคือ…ใครรึ”
ฤทธาจำไม่ได้เลยถามไป
“ข้าเซี่ยงหลงศิษย์ปีห้า”
เซี่ยงหลงโมโหตะคอกเสียงดัง
“อ่อ…ศิษย์พี่เซี่ยงหยาง ข้าว่าข้าคุ้นหน้าท่านอยู่”
ฤทธาก้มหัวให้เล็กน้อย
“ข้าเซี่ยงหลง เซี่ยงหยางน่ะน้องข้า”
เซี่ยงหลงโมโหขึ้นไปอีกระดับ
“พอดีข้ากำลังย้ายบ้าน ไม่มีเวลาพูดคุยกับศิษย์พี่ เห็นท่านคงกำลังเดินทางเช่นกัน ขอให้ท่านโชคดี ข้าขอตัวก่อน”
ฤทธาเดินสวนไป
“ให้พวกข้าอัดมันเลยไหมขอรับนายน้อย”
กลุ่มลูกน้องมากระซิบ
“พวกเ้าสิบคนก็สู้มันไม่ได้หรอก ข้าหมั่นไส้ท่าทางของมันนัก ไปเดินทางต่อ ข้าไม่อยากไปรายงานตัวสาย”
เซี่ยงหลงพากลุ่มลูกน้องไปต่อ
“เ้าไม่สั่งสอนพวกมันสักหน่อยล่ะ พวกลูกขุนนางนิสัยเสียพวกนี้”
เสียงหวังเซียนคุยทางจิตกับฤทธา
“ก็แค่ร้านข้างทางน่ะอาจารย์ปู่อย่าไปสนใจเลยครับ”
ฤทธายกกำไลขึ้นมาแล้วพูด
ในกำไล หวังเซียนถามชีต้าร์
“สำนวนอะไรของลูกพี่เ้าน่ะชีต้าร์”
หวังเซียนสงสัย
“ข้าก็ไม่ทราบครับอาจารย์ปู่ เขาชอบพูดติดปาก ข้าก็อยากรู้”
ชีต้าร์กล่าว
“กรู๊วว”
นิลๆ เสริม
เมื่อฤทธาพาครอบครัวย้ายเข้าบ้านใหม่ พ่อแม่ของเขาก็ถึงกับน้ำตาไหลด้วยความซาบซึ้งใจ
“ลูกพ่อ... ลูกโตขึ้นมากแล้ว”
เจิ้งเทียนกอดคอลูกชาย บ้านนั้นพื้นที่ค่อนข้างกว้างใหญ่ มีเรือนคนรับใช้ และห้องมากมายตามแบบพวกบ้านขุนนาง
บ้านฤทธาอยู่ในเขตรอบนอกของเมืองชั้นใน เขตด้านในส่วนมากเป็คฤหาสน์และอาคาร
อาจารย์เกาช่วยหา ‘พ่อบ้าน’ ผู้ซื่อสัตย์ที่เคยดูแลบ้านให้ขุนนางคนก่อน ส่วนหลงจู๊ก็จัดหาคนงานบ้านให้
ฤทธาซื้อค่ายกลป้องกันวางรอบบ้านอย่างแ่า และซื้อรถม้าให้พ่อแม่ใช้เดินทางไปดูร้าน
ส่วนที่ร้านเดิมของพ่อ ฤทธาให้อาหิผู้ช่วยของพ่อไปรับครอบครัวของเขามาอยู่ร่วมกันที่ร้าน เพื่อไม่ให้ใครต้องลำบากอีก
ในยามเย็น ฤทธายืนบนระเบียงชั้นสองของบ้านหลังใหม่ มองไปยังสนามที่มีแม่เขากำลังรดน้ำต้นไม้ ส่วนพ่อก็กำลังลองขี่รถม้าอย่างเงอะงะ
เื้ัพวกเขา คือบ้านที่อบอุ่น... ที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือของตนเอง
ฤทธายิ้มบาง ๆ พลางกระซิบกับตนเอง
“นี่แค่จุดเริ่มต้น... ต่อไปข้าจะไม่ให้พ่อแม่ลำบากอีก”
เสียงแมวร้องดัง ‘เมี้ยว!’
“อาจารย์ปู่ ข้าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงนะ อย่าแอบจั๊กจี้ข้า”
ตามด้วยเสียงหัวเราะของหวังเซียนจากในกำไล ดังแว่วมาจนเขาหัวเราะออกมาเช่นกัน
“ฤทธาตอนนี้เ้าสื่อสารทางจิตได้แล้ว ลองฝึกใช้ดูนะ”
เสียงไค่หยงดังขึ้นในใจฤทธา
--- จบตอน —