บทที่ 28 อสูรแรดอินทนิลสองหัว
เขตต้องห้ามย่อมหมายถึงเขตห้ามเข้า!
ในโลกการบ่มเพาะ การดำรงอยู่ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็พื้นที่ต้องห้ามมักจะเป็สถานที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง
เขตต้องห้ามป่าเถื่อนทางตอนใต้ก็เป็เช่นนั้น
สำหรับผู้บ่มเพาะของเมืองหมอกสน เทือกเขาป่าเถื่อนทางใต้นั้นมีอันตรายซุ่มซ่อนอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็จากสัตว์อสูรจำนวนมากที่น่ากลัวอย่างยิ่ง สภาพแวดล้อมที่อันตรายและสลับซับซ้อน มันไม่ใช่สถานที่ที่ผู้บ่มเพาะจะก้าวเข้าไปด้วยความกล้าเพียงอย่างเดียว
เขตต้องห้ามนี้อยู่ในส่วนลึกของเทือกเขาป่าเถื่อนทางตอนใต้
เฉินซีอาศัยอยู่ในเมืองหมอกสนั้แ่ยังเด็ก ดังนั้นจึงเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเขตต้องห้ามป่าเถื่อนนี้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อเขาได้ยินกลุ่มคนเหล่านี้เอ่ยทักว่าหากเขาเดินมุ่งหน้าลึกเข้าไปอีกมันจะกลายเป็ว่าเขาเข้าไปสู่เขตต้องห้ามโดยตรง เขาจึงหยุดฝีเท้าและไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าอย่างบุ่มบ่าม
ชายหนุ่มยังคงสามารถรับประกันความปลอดภัยในชีวิตของเขาได้หากเขาล่าสัตว์อสูรที่บริเวณรอบนอกของเทือกเขาป่าเถื่อนทางตอนใต้ แต่ถ้าเขาเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามซึ่งมีสัตว์อสูรระดับสูงเดินเตร่อยู่ทั่ว เื่ราวมันคงไม่ง่ายอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม แผนที่ซึ่งต้วนอิงเสนอให้เฉินซีนั้นจะกลายเป็ประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะหากเขาแผนที่ของเขตต้องห้ามป่าเถื่อนทางตอนใต้ เขาจะสามารถพเนจรไปรอบ ๆ สถานที่อันตรายนั้นได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ทั้งยังหลีกเลี่ยงบริเวณที่สัตว์อสูรร้ายระดับสูงอาศัยอยู่และแสวงหาเป้าหมายที่ตั้งใจไว้
ต้วนอิงรีบวิ่งไล่ตามเฉินซีเมื่อนางเห็นเขาหยุด แล้วพูดด้วยความเคารพว่า “ผู้าุโ เหตุผลเดียวที่เราสามคนกล้าที่จะเสี่ยงอยู่ที่นี่ก็เพราะว่าข้ามีแผนที่อยู่ในความ มันได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์และการกระจายของสัตว์อสูรภายในเขตต้องห้ามป่าเถื่อนทางตอนใต้ หากท่านไม่คุ้นเคยกับสถานที่นี้ ข้าสามารถช่วยชี้ทางแก่ท่านได้”
เฉินซีแอบสงสัยว่าเหตุใดคนสามคนนี้ซึ่งการบ่มเพาะอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดขั้นสมบูรณ์จึงกล้าที่จะล่าเสือดาววายุสีเงินภายในป่าของูเาป่าเถื่อนทางตอนใต้ในตอนกลางคืน ตอนนี้เขารู้แจ้งในทันใดเมื่อได้ยินเกี่ยวกับแผนที่ที่ต้วนอิงเอ่ยถึง
“ข้า้าล่าสัตว์อสูรขอบเขตก่อกำเนิด” เฉินซีพูดตามความจริง ในขณะที่เขา้าฟังความคิดเห็นของต้วนอิง
ล่าสัตว์อสูรขอบเขตก่อกำเนิด?
ลู่เส้าฉง ชวี่เฉิง และต้วนอิง ต่างสูดลมหายใจลึกและตกตะลึงอย่างมาก
เมื่อเทียบกับผู้บ่มเพาะขอบเขตก่อกำเนิด สัตว์อสูรขอบเขตก่อกำเนิดไม่เพียงแต่สามารถแปลงร่างเป็มนุษย์ได้เท่านั้น แต่แข็งแกร่งกว่าผู้บ่มเพาะที่เป็มนุษย์อย่างมาก ทั้งยังสามารถจัดการผู้บ่มเพาะระดับเดียวกันได้อย่างง่ายดาย
ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อพวกเขาได้ยินว่าเฉินซี้าล่าสัตว์อสูรขอบเขตก่อกำเนิดทั้งหมดด้วยตัวเอง ทั้งสามคนจึงอดใไม่ได้
“ผู้าุโ มีสถานที่ที่เรียกว่าทะเลสาบถ้ำิญญาอยู่ที่บริเวณรอบนอกของพื้นที่ต้องห้าม ซึ่งเป็ที่อยู่อาศัยของอสูรแรดอินทนิลสองหัวที่มีระดับความแข็งแกร่งอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดขั้นต้น ิัและกระดูกของมันราวกับทำจากเหล็ก โดดเด่นในด้านพละกำลังและการป้องกัน ทว่าด้อยนักเื่ความเร็ว ถ้าท่าน้าล่าและสังหารสัตว์อสูรขอบเขตก่อกำเนิดแล้ว สัตว์อสูรแรดอินทนิลสองหัวนี้ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง”
ต้วนอิงนำแผ่นหยกออกมาและเพ่งพินิจมองดูมันครู่หนึ่ง จากนั้นความตื่นเต้นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เรียบเนียนและสวยงามของนาง ขณะที่นางพูดอย่างรวดเร็วว่า “ต่อให้ท่านจะไม่สามารถเอาชนะมันได้แต่ท่านก็ยังสามารถหนีได้อย่างปลอดภัย”
ทะเลสาบถ้ำิญญา? อสูรแรดอินทนิลสองหัว?
‘ขณะนี้ข้าสามารถปรับแต่งปราณภายในอยู่ที่ระดับ 8 ของขอบเขตก่อกำเนิด และการปรับแต่งกายาของข้าได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตก่อกำเนิดแล้ว การจัดการกับสัตว์อสูรอย่างแรดอินทนิลซึ่งอยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดขั้นต้นนี้นับว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง’
เฉินซีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและถามโดยตรงว่า “สถานที่นั้นอยู่ที่ใด?”
"ข้าจะพาท่านไปเอง!"
สีหน้าของต้วนอิงแน่วแน่ขึ้น ขณะที่นางกล่าวว่า “พวกเราสามคนได้บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบของขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว ดังนั้นพวกเราจึงมาที่เทือกเขาป่าเถื่อนทางตอนใต้เพื่อรวบรวมกรงเล็บ ขนและิัของเสือดาววายุเงิน และพวกเราก็หวังว่าจะสามารถขัดเกลาความแข็งแกร่งของเราผ่านการล่าและฆ่าสัตว์อสูรเพื่อทะลวงไปสู่ขอบเขตก่อกำเนิดได้”
“ผู้าุโ อย่าเพิ่งด่วนปฏิเสธเรา” ต้วนอิงไม่ได้รอให้เฉินซีกล่าวจากนั้นนางก็เอ่ยต่อ “ผู้าุโไม่ต้องกังวล พวกเราสามคนจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการกระทำของผู้าุโ ตรงกันข้าม หากผู้าุโประสบอันตราย เราก็สามารถช่วยได้เช่นกัน เราขอเพียงผู้าุโอนุญาตให้เราเป็พยานในการต่อสู้ของขอบเขตก่อกำเนิดเท่านั้น”
เฉินซีอยู่ในสถานะคิดไม่ตก ถ้าเขารับทั้งสามคน เฉินซีต้องดูแลพวกเขา ในกรณีที่คนเหล่านี้พบกับอันตรายซึ่งมันเป็ภาระมาก แต่หากเขาปฏิเสธไป เขาก็จะไม่ทราบที่ตั้งของทะเลสาบถ้ำิญญา และถ้าเขาค้นหามันอย่างสุ่มสี่สุ่มห้า ก็อาจไปเจอกับสัตว์อสูรที่น่ากลัวยิ่งกว่าซึ่งมันไม่คุ้มค่าอย่างยิ่ง
“ผู้าุโ โปรดพาพวกเราไปด้วย ปล่อยให้ชีวิตและความตายเป็เื่ของโชคชะตา หากเราเผชิญกับอันตรายที่เราไม่สามารถต้านทานได้จริง ผู้าุโไม่จำเป็ต้องลำบากช่วยเหลือเราก็ได้”
“ท่านผู้าุโพาพวกเราไปด้วย!”
ลู่เส้าฉงและชวี่เฉิงเปลี่ยนวิธีที่พวกเขาพูดกับเฉินซี และมองไปที่เฉินซีด้วยสายตาที่กระตือรือร้น
จะบ้าตาย!
ศิษย์ของสำนักพฤกษ์ชาดบ้ากันไปหมดแล้วหรืออย่างไร? พวกเขาเพิ่งรอดตายมาหมาด ๆ แต่กลับ้าเสี่ยงชีวิตอีกครั้ง? เป็ไปได้ไหมว่าความก้าวหน้าในการบ่มเพาะมีความสำคัญมากกว่าชีวิตของพวกเขา?
แม้ว่าเฉินซีจะคิดเช่นนี้ แต่เขากลับรู้แจ้งได้ถึงเื่หนึ่ง การบ่มเพาะคือการท้าทาย์เพื่อแสวงหาหลักเต๋า ความเชื่อมั่นและกล้าเสี่ยงเช่นนี้เป็สิ่งที่จำเป็อย่างยิ่งในการบ่มเพาะเต๋า!
ในท้ายที่สุด เฉินซีก็ตกลงที่จะให้ทั้งสามคนเข้าร่วมกับเขา
กลุ่มของลู่เส้าฉงรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก พวกเขาตั้งใจจะแบ่งปันกรงเล็บ ขน และิับางส่วนกับเฉินซี ซึ่งถูกดึงออกจากศพเสือดาววายุเงินสิบตัวที่อยู่บนพื้น แต่เฉินซีกลับส่ายหน้าปฏิเสธทันที กรงเล็บ ขนและิัไม่มีประโยชน์สำหรับเขา การเอามันไปด้วยจะเป็ภาระสำหรับเขาเท่านั้น
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งด้านธูปไหม้ กลุ่มของเฉินซีก็เดินไปถึงเนินเขาเตี้ย ๆ ได้อย่างปลอดภัย
“ผู้าุโโปรดดู” ต้วนอิงชี้ไปข้างหน้า “ทะเลสาบถ้ำิญญาอยู่ที่นั่น”
เฉินซีมองไปในระยะไกลและเห็นทะเลสาบอันกว้างใหญ่ที่เงียบสงบ ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสามลี้ ภายใต้แสงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับจากท้องฟ้ายามค่ำคืน เงาที่เหมือนฝันได้ปรากฏขึ้นบนทะเลสาบ
หมอกในยามราตรีลอยหายขึ้นไป จนมองเห็นสัตว์อสูรหลากหลายชนิดเดินเตร่อยู่รอบ ๆ พรรณไม้น้ำที่อุดมสมบูรณ์ และนกที่มีปีกกว้างสิบจั้งบินร่อนอยู่เหนือทะเลสาบ นี่คือโลกแห่งสัตว์อสูร!
'นี่คือทะเลสาบถ้ำิญญาหรือ? ข้าไม่เคยคิดเลยว่ามันจะสวยงามขนาดนี้…' เฉินซีคิดกับตัวเอง
“ผู้าุโ อสูรแรดอินทนิลสองหัวมักดำน้ำอยู่ก้นทะเลสาบตรงกลาง” ต้วนอิงอธิบายด้วยน้ำเสียงเบาและมีมารยาทมากขึ้น
ระหว่างทางมาที่นี่ แม้ว่านางจะมีแผนที่อยู่ใน แต่พวกเขาก็ยังคงเผชิญกับการโจมตีจากสัตว์อสูร โชคดีที่พวกมันไม่ได้แข็งแกร่งมาก พวกมันล้วนเชี่ยวชาญในการปกปิดตัวเองและลอบโจมตี ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินซีสามารถสังเกตเห็นพวกมันได้ล่วงหน้าและฆ่าสัตว์อสูรเ่าั้ได้อย่างรวดเร็ว ก็คงเป็ไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะมาที่นี่อย่างปลอดภัย
“ที่นี่ค่อนข้างปลอดภัยกว่า พวกเ้าสามคนจงรออยู่ที่นี่” จิตััอันน่าเกรงขามของเฉินซีกวาดไปรอบ ๆ และเขาไม่ได้สังเกตเห็นร่องรอยของสัตว์อสูรใด ๆ
"ตกลง" แม้ว่าจะไม่เต็มใจ แต่พวกลู่เส้าฉงก็ทำได้เพียงปฏิบัติตามด้วยความเคารพ พวกเขารู้ดีว่าหากพวกตนเข้าใกล้ทะเลสาบถ้ำิญญาด้วยความแข็งแกร่งอันน้อยนิดที่มีอยู่ขณะนี้ มันก็เท่ากับเป็การรนหาที่ตาย
วูบ!
เฉินซีพุ่งตัวไปด้านหน้า ร่างกายของเขาเหมือนลูกศรที่หลุดจากคันธนู มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบถ้ำิญญา ซึ่งอยู่ห่างออกไปราวสามลี้
ทะเลสาบถ้ำิญญานั้นกว้างใหญ่ราวกับไร้ขอบเขต และอุดมไปด้วยปราณิญญา หากไม่ใช่เพราะสัตว์อสูรที่สามารถพบเห็นได้ทุกที่ สถานที่แห่งนี้จะเป็เหมือนแดน์ของเหล่าผู้บ่มเพาะ
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เฉินซีก็มาถึงริมทะเลสาบและหยุดมองไกลออกไป
จิตััของเฉินซีแผ่ออกไปราวกับตาข่ายั์เพื่อตรวจสอบบริเวณโดยรอบทะเลสาบอย่างช้า ๆ
ซ่า! ซ่า! ซ่า!
สัตว์อสูรและสัตว์น้ำที่ว่ายอยู่ใกล้ ๆ ดูเหมือนจะสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่าง พวกมันตื่นตระหนกจนเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ จากนั้นพวกมันก็หนีไปด้วยความใและหายตัวไปในทันที
“ความแข็งแกร่งทางจิติญญาของข้าสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้ราวสิบลี้เท่านั้น แต่ทะเลสาบถ้ำิญญานี้กว้างใหญ่เกินไป ถ้าข้าค้นหาแบบนี้ต่อไป เกรงว่าจะไม่สามารถหาอสูรแรดอินทนิลสองหัวได้แม้จะถึงยามรุ่งสาง… หืม?”
จู่ ๆ เฉินซีก็สังเกตเห็นร่องรอยของความผิดปกติ และเขาก็ได้ยินเสียงการสนทนาแว่วมาจากเนินเขาซึ่งอยู่ไกลจากทะเลสาบถ้ำิญญา
'แปลกจริง นี่มันกลางดึกแล้ว เหตุใดถึงมีคนอยู่ในเขตต้องห้ามป่าเถื่อนทางตอนใต้ได้กัน?'
เฉินซีครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วแอบไปทางเนินเขาซึ่งเป็ที่มาของเสียงอย่างเงียบ ๆ
เนินเขานี้โล้นเตียนไร้พืชพรรณ จนเผยให้เห็นหินที่เรียบและแหลมคมจำนวนมาก ยามนี้มีคนมากกว่าร้อยคนมารวมกันที่นั่น แต่มีเพียงไม่กี่สิบคนที่ยืนอยู่ เหล่าคนที่ยืนอยู่ทั้งหมดสวมเสื้อผ้าสีดำและถืออาวุธต่าง ๆ สีหน้าแต่ละคนเ็าโเี้ ส่วนคนอื่น ๆ นั้นถูกมัดมือและขาไว้ถูกจัดท่าทางให้อยู่ในท่าคุกเข่า
“เมื่อใดไอ้เฒ่าแรดอินทนิลนั่นจะมาถึงเสียที?”
“ตามข้อมูลของเรา อีกราว ๆ ครึ่งชั่วยามต่อจากนี้”
“ฮึ่ม! ไอ้เวรนั่นมันโอหังจริง ๆ! ถ้าไม่ใช่เพื่อ… ฮึ่ม!”
เสียงที่คุ้นหูดังขึ้น ทำให้เฉินซีซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเงามืดขมวดคิ้ว จากนั้นเขาจึงเพ่งมองอย่างละเอียด และก็พบว่าเป็คนคนนั้นคือผู้ดูแลอู๋แห่งตระกูลหลี่ยืนอยู่ที่ใจกลางกลุ่มคน
ทำไมไอ้สุนัขแก่ตัวนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
แรดเฒ่าอินทนิล… เป็ไปได้หรือไม่ว่ามันจะมาที่นี่เพื่อพบกับอสูรแรดอินทนิลสองหัว?
“หมาเฒ่าอู๋! ไม่คิดเลยว่าเมืองหมอกสนของเราจะมีขยะเช่นเ้า! เ้ามันชาติชั่วที่คิดใช้ชีวิตของเราเป็เครื่องบรรณาการเพื่อสร้างพันธมิตรกับสัตว์อสูร! ตระกูลหลี่ของเ้ามันชั่วยิ่งกว่าเดรัจฉาน!” ชายหนุ่มที่มีรูปร่างเล็กดูอ่อนแอซึ่งถูกมัดไว้กับพื้น สาปแช่งเสียงดังด้วยความโกรธ
“ถุย! ไอ้ขี้ข้าของสัตว์อสูร! แม้วันนี้ข้าจะตาย แต่ข้าขอสาบานว่าต่อให้เป็ิญญา ข้าก็จะตามหลอกหลอนเ้าทุกชาติภพ!”
“อย่างที่คาดไว้ตระกูลหลี่มีแต่เดรัจฉานจากนรก! เดรัจฉานในคราบมนุษย์! ไม่สิ พวกแกมันเลวร้ายยิ่งกว่าเดรัจฉานซะอีก!”
เมื่อเห็นชายหนุ่มเป็ผู้นำในการต่อต้าน คนอื่น ๆ ที่ถูกมัดไว้กับพื้นก็เริ่มสาปแช่งด้วยความโกรธ และเสียงของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและความอาฆาต
“รนหาที่ตาย!” ชายชุดดำก้าวมาข้างหน้าและเตะชายหนุ่มอย่างรุนแรง ขณะสาปแช่ง “พวกเ้ามันก็แค่เศษเดนจากเขตสามัญชน! หยุดพูดจาไร้สาระและตายไปอย่างเป็ประโยชน์ซะ!”
เขตสามัญชน... หรือว่าคนเหล่านี้จะเป็ผู้ยากไร้ที่มีสถานะทางสังคมต่ำที่สุดเช่นเดียวกับข้า?
เจตนาฆ่าในหัวใจของเฉินซีรุนแรงขึ้นเมื่อได้ยินเื่นี้ หมาเฒ่าอู๋เอาชีวิตคนอื่นมาประเคนให้สัตว์อสูร การกระทำเช่นนี้มันช่างชั่วช้าถึงขีดสุด!
"ใคร? ออกมา!” ทันใดนั้น ผู้ดูแลอู๋หันมองยังจุดที่เฉินซีซ่อนอยู่ เป็เพราะอารมณ์แปรปรวนของเฉินซีซึ่งทำให้ปราณของเขารั่วไหลออกไป และดึงความสนใจของผู้ดูแลอู๋ในที่สุด
“หมาเฒ่าอู๋! วันนี้ข้าจะฆ่าเ้า!” เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกเปิดเผยแล้ว เฉินซีจึงไม่สามารถซ่อนตัวอีกต่อไป เขาเดินออกจากเงามืดทันที สายตาจับจ้องไปยังผู้ดูแลอู๋อย่างเ็า
“ฮ่า ๆๆๆ! ก็นึกว่าเป็ผู้ใดที่แท้เป็ตัวกาลกิณีประจำเมืองนี่เอง! เพราะเ้า ข้าจึงต้องสูญเสียกำลังหลักไปถึงสามคน เดิมทีข้าตั้งใจจะไปหาเ้าทีหลัง แต่ไม่คิดเลยว่าเ้าจะมามอบตัวอย่างเชื่อฟัง นี่ช่างเป็เจตจำนงของ์อย่างแท้จริง!”
ผู้ดูแลอู๋ใเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่ม แต่แล้วเขาก็ะเิเสียงหัวเราะ ก่อนที่จะโบกมือสั่ง "ไป! ทำลายแขนขาของไอ้เด็กนั่นและทำให้การบ่มเพาะของมันพิการซะ! ข้า้าทำให้มันกลายเป็ขยะอย่างสมบูรณ์!”
"รับทราบ!" คนชุดดำผู้หนึ่งกระโจนออกจากกลุ่มอย่างรวดเร็ว แววตาโเี้มองไปทางเฉินซี