บทที่ 8 ไล่ออก
จริง ๆ แล้ว ตอนแรกเฉินเถียนเถียนเพื่อที่จะไม่ต้องแต่งงานกับอวิ๋นเคอ นางถึงไม่กล้าหนีออกไป อย่างไรเื่แต่งงานนี่ก็ยังอยู่ในมือของหลินชุนฮวาแม่เลี้ยงนี่แหละ เฉินผิงอันทำหน้าตึง เดินเข้าไปจะแย่งตัวเฉินเถียนเถียนจากมือของสะใภ้จี้
“พี่สะใภ้ สุดท้ายพวกเราก็แยกครอบครัวกันแล้ว ลูกสาวข้าก็ต้องให้ข้าเป็คนสั่งสอน บ้าจริง เ้าน่ะรีบกลับไปกับข้า ถ้ายังไปทำตัวน่าอายข้างนอกอีก ระวังข้าจะตีเ้าตาย” สะใภ้จี้หัวเราะเ็าแล้วพูดว่า
“ไม่ผิดหรอกที่เถียนเถียนเป็ลูกสาวเ้า แต่นางก็ยังเป็หลานสาวของท่านย่าอยู่นะ นางยังใช้นามสกุลเฉินอยู่เลย คนตระกูลเฉินก็เกือบจะโดนเ้าตีตายอยู่แล้ว ข้าก็ต้องออกมาจัดการหน่อยสิ”
“น้องรอง เ้าดูแลตัวตัวเองยังไม่ได้ ยังจะไปปีนเตียงผู้หญิงชั่วอีก ข้าไม่สนใจเ้าหรอก แต่เื่ของเด็กคนนี้ ข้าจะจัดการเอง”
เฉินเถียนเถียนอดที่จะอุ่นใจไม่ได้ ในเมื่อมีคนเต็มใจจัดการเื่ของนาง เสี่ยวเถียนเถียนจะสิ้นหวังจนตายไปด้วยเหตุใด
“ป้าใหญ่ เถียนเถียนหิวจังเลย เมื่อคืนข้าวิ่งกลับบ้าน แม่ก็ไม่สนใจ ข้าไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว” สะใภ้จี้กอดเด็กสาวคนนี้ด้วยความสงสารแล้วพูดว่า
“ไปกันเถอะ ไปกินข้าวที่บ้านป้าใหญ่ บ้านเราก็ไม่ถึงกับเลี้ยงเด็กผู้หญิงคนเดียวไม่ไหวหรอก” คำพูดนี้ เหมือนกับได้ตบหน้าเฉินผิงอันจนหน้าชาเลยก็ว่าได้ เพราะมีแม่ของเฉินเถียนเถียน ชีวิตของเฉินผิงอันก็ถือว่าดีที่สุดในหมู่บ้านนี้แล้ว ครอบครัวสะใภ้จี้กลับเป็แค่ชนชั้นล่าง ผลคือเลี้ยงเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ไหว แต่ก็พร้อมจะดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ เฉินผิงอันก็ไม่กล้าพูดจาหนักแน่นต่อหน้าพี่สะใภ้ อย่างไรพี่สะใภ้ก็เหมือนแม่คนหนึ่ง ทั้งชื่อเสียงของสะใภ้จี้ในหมู่บ้านก็ดีกว่าหลินชุนฮวาไปไกลโข
“พี่สะใภ้ บ้านพวกท่านก็ไม่สะดวกนะ อย่างไรก็ปล่อยนังเด็กบ้านี่ไว้เถอะ ข้าเป็พ่อแท้ ๆ ของนาง จะปล่อยให้นางอดตายได้อย่างไร” แต่สะใภ้จี้ก็ไม่สนใจ ลากเฉินเถียนเถียนไป ปากก็พูดฉะฉานยิ่งกว่า
“เ้าก็พูดเหลวไหลน่า มีแม่เลี้ยงก็ต้องมีพ่อเลี้ยง คนที่ส่งลูกสาวตัวเองไปได้ ทั้งยังส่งให้คนแบบนั้นอีก จะเป็พ่อที่ดีได้อย่างไร” เห็นเฉินเถียนเถียนถูกสะใภ้จี้ลากไป ความวุ่นวายตรงนี้ก็จะจบลงแล้ว แต่เฉินเฉิงเยี่ยกลับมาพร้อมกับหน้าบวมปูด และยังมีข้ารับใช้จากตระกูลหลี่ตามมาด้วย ข้ารับใช้สองสามคนก็โยนเฉินเฉิงเยี่ยทิ้งไว้ที่หน้าประตูบ้านตระกูลเฉิน
เฉินเฉิงเยี่ยที่ปกติถือตัวเป็บัณฑิต เสื้อผ้าก็เรียบร้อยอยู่เสมอ เคยมาปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนอย่างอับอายขายหน้าเช่นตอนนี้ที่ไหนกัน คนที่กำลังจะแยกย้ายมองเห็นเื่สนุกก็มุงดูกันใหม่
“พวกเ้าทุกคนไม่มีอะไรทำกันใช่หรือไม่ ยังดูเื่สนุกกันไม่จบสิ้นอีกหรือ” เฉินผิงอันอับอายจนโกรธ สุดท้ายก็ไล่กลุ่มคนที่มาดูเื่บ้าบอนี่ไป แต่จากนี้ การที่ตระกูลเฉินจะกลายเป็เป้าสนใจก็เป็เื่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว กลุ่มคนแยกย้ายกันไป สามคนกลับเข้าไปในลานบ้าน เฉินเฉิงเยี่ยะโเสียงดังด้วยความโกรธแค้น
“ท่านแม่ เป็เพราะนังตัวแสบนั่นแกล้งทำ นางหนีออกจากตระกูลหลี่ไปได้ หลี่ซื่อหัวโกรธมาก ให้คนมาตีข้าทีหนึ่ง แล้วก็โยนข้าออกจากสำนักศึกษาตระกูลหลี่ ท่านแม่ต้องช่วยล้างแค้นให้ข้าให้ได้นะ” หลินชุนฮวาเห็นลูกชายคนโตที่รักที่สุดาเ็ ก็รีบเข้าไปหาทันที พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดหน้าเฉินเฉิงเยี่ยไปด้วย พลางร้องไห้อย่างน่าสงสาร
“เฉิงเยี่ยลูกแม่ พอเถอะ พวกเราคงไม่มีวาสนาเป็นักปราชญ์หรอก เพิ่งจะมีที่ยืนในสำนักศึกษาตระกูลหลี่ได้ ก็ดันมาถูกนังเด็กบ้านั่นป่วนเสียได้ ผิงอัน เ้าดูเฉิงเยี่ยสิ เขาถึงกับไม่เอาสกุลพ่อแท้ ๆ ของตัวเองเลยนะ ก็แค่รอสอบเป็จวี้เหริน*[1]เพื่อตอบแทนบุญคุณท่าน” เฉินผิงอันทำหน้าดำคร่ำเครียด ปิดประตูลานบ้านอย่างหงุดหงิด
“แล้วเ้ายังจะทำอย่างไรอีก หน้าตาของตระกูลเฉินเราก็เสียหมดแล้ว เื่ที่นังเด็กบ้านั่นก่อ เราจะออกไปข้างนอกได้อีกหรือไม่ก็ไม่รู้ พอแล้ว เข้าสำนักศึกษาตระกูลหลี่ไม่ได้ ก็ไปเรียนที่สำนักอื่นในเมืองก็แล้วกัน” หลินชุนฮวาไม่ยอมแน่ ต่อหน้าเฉินเฉิงเยี่ยก็เอาอกอวบอิ่มของนางไปถูแขนเฉินผิงอัน เสียงยิ่งออดอ้อนเหมือนไม่ใช่เื่ของตัวเอง
“ผิงอัน ถ้าเฉิงเยี่ยสอบเป็จวี้เหรินได้ เ้าก็จะได้เป็เ้านายใหญ่ของบ้านจวี้เหรินนะ สำนักธรรมดาพวกนี้มีแต่ซิ่วไฉ มีแต่อาจารย์ที่สำนักศึกษาตระกูลหลี่เท่านั้นที่เป็จวี้เหรินมาก่อน เราต้องไม่ทำลายอนาคตของลูกชายสิ” สุดท้ายก็เป็ชาวนาบ้าน ๆ คนหนึ่ง โดนถูไปสองทีก็หน้าแดงหูแดง อ้าปากค้างพูดอะไรไม่ถูก
“นี่… คนก็ถูกไล่กลับมาแล้ว เราจะทำอย่างไรได้ล่ะ ยัยเด็กนั่นก็ยังอยู่บ้านพี่ใหญ่ ก็ต้องพานางกลับมา ถึงจะส่งไปที่ตระกูลหลี่ได้นะ” เฉินเฉิงเยี่ยมองมารดาของตนเองที่ไร้ยางอายเช่นนี้ด้วยความโกรธแค้น จ้องมองเฉินผิงอันอย่างเกรี้ยวกราด รอให้ข้าบรรลุเป้าหมายแล้วจะต้องทำให้ตาแก่นี่รู้ซึ้ง ภายใต้การชี้นำของหลินชุนฮวา เฉินเฉิงเยี่ยก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เดินกลับไปยังห้องของตนเอง
“ข้าว่านะ พี่สะใภ้ใหญ่ยุ่งเื่ชาวบ้านมากไปหน่อย บ้านไหนไม่มีสาวใช้ทำงาน บ้านไหนไม่เคยตีสาวใช้บ้าง อย่างไรเ้าก็เป็พ่อแท้ ๆ ของนาง ไม่มีเหตุผลที่จะให้นางไปอยู่บ้านคนอื่นหรอก”
เฉินผิงอันก็รู้สึกโมโหในใจตามไปด้วย พี่สะใภ้ใหญ่คนนี้ ตอนที่ข้าแต่งงานกับหลินชุนฮวา นางก็อยากจะมายุ่ง สุดท้ายก็ต้องแยกครอบครัวออกมาด้วยชื่อเสียงอกตัญญู คิดว่าพอแยกครอบครัวแล้วนางคงไม่สะดวกจะมายุ่งเื่ของครอบครัวข้าอีก ไม่คิดว่าตอนนี้จะมาก้าวก่ายอีก
หลินชุนฮวามองเฉินผิงอันที่โกรธตามไปด้วย ยิ่งเติมเชื้อไฟให้มากขึ้น
“ท่านว่าข้าต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน ถึงจะหาทางออกที่ดีให้เถียนเถียนได้ การเป็อนุในตระกูลใหญ่ ก็ไม่ต้องทำงานอะไรแล้ว แต่ข้าในฐานะแม่เลี้ยงก็ลำบากใจ ที่เถียนเถียนไม่เข้าใจข้าก็ถูกแล้ว”
“ท่านลองคิดดูสิ ถ้าเขาฟังคำพูดของข้า เอาอกเอาใจคุณชายใหญ่ตระกูลหลี่ ไม่เพียงแต่การศึกษาของลูกชายเราจะไม่ต้องกังวลแล้ว นางก็ยังจะช่วยเหลือครอบครัวฝ่ายแม่ได้บ้าง แต่เด็กคนนี้… เฮ้อ…” เฉินผิงอันถูกหลินชุนฮวายั่วยุจนโมโห ลุกขึ้นยืนทันทีจะไปพาเฉินเถียนเถียนกลับบ้าน แต่หลินชุนฮวากลับมือไวตาว่องจับเขาไว้ได้ก่อน
“ผิงอัน อย่างไรนางก็เป็ลูกสาวแท้ ๆ ของท่าน ท่านอย่าได้ทำลายความสัมพันธ์เชียวนะ พวกเราแค่ค่อย ๆ ง้อนางกลับมาก็พอ ไม่ว่านางจะพูดอะไร ท่านก็ตกลงไปก่อน”
“เหตุใดต้องเป็ข้า เหตุใดข้าในฐานะพ่อต้องไปง้อนังเด็กบ้านั่นด้วย” หลินชุนฮวามองชายชาวไร่ตรงหน้าอย่างดูแคลน ผู้ชายไร้สมองแบบนี้ นางคงไม่มองหรอก ถ้าไม่ใช่เพราะ…
“พอแล้ว ตอนนี้ก็พยายามพูดจาง้อนางกลับมาก่อน พอนางกลับมาแล้ว ข้าจะค่อย ๆ คุยกับนางเอง จะดีกว่าที่ท่านจะไปะโใส่นางเฉย ๆ บังคับให้นางห่างเหินจากท่านมากขึ้นไปอีก” เฉินผิงอันหันมากอดหลินชุนฮวา
“อย่างไรเ้าก็ดีที่สุด อ่อนโยนละมุนละไม ไม่เคยทะเลาะกับใคร ยัยตัวแสบนั่นเหมือนแม่ของมันชะมัด ทำหน้าตายทั้งวัน” หลินชุนฮวามองใบหน้าด้านข้างของเฉินผิงอันอย่างรังเกียจ แต่กลับพูดอย่างอ่อนโยนและสง่างามว่า
“ท่านอย่าพูดแบบนั้นสิ อย่างไรนางก็เป็ภรรยาเอกของท่านนะ”