ตอนที่17
ย้อนคืนสู่มาตุภูมิ
กล่าวย้อนถึงขณะสถานการณ์คับขันหวาดเสียว เสี้ยวเวลานั้น จ่านจือมิอาจปิดบังเก็บงำซ่อนประกายฝีมือของเขาได้อีกต่อไป ขืนชักช้าอาจมิทันการพานสูญเสียพี่สาวทั้งสองไป พอเห็นยอดฝีมือทั้งสองถาโถมโหมกระหนาบเข้าหาในเวลานั้นคำนวณได้ว่าพี่สาวทั้งสองของเขามิอาจต้านรับยอดฝีมือทั้งสองได้อย่างแน่นอน เขาเห็นสภาวะท่าร่างของสองยอดฝีมือซึ่งกระชับอาวุธแยกย้ายเข้าใส่อย่างดุร้ายหมายขวัญปานนั้น
มาตรแม้นว่าจ่านจือจะประจักแจ้งแก่ใจ ทราบดีว่าพี่สาวทั้งสองมีวิชาฝีมือมิต่ำทรามนางทั้งสองมีฐานะเป็ถึงศิษย์ของหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวนับว่ายอดเยี่ยมแต่ทว่าสถานการณ์คับขันบังบังคับให้นางทั้งสองต้องรับกระบวนท่าจากสองยอดฝีมือที่ดุร้ายคิดจะคลี่คลายรับมือไม่ง่ายดายนัก
จ่านจือเห็นว่าหากจะให้วิจารณ์ยึดหลักสรีระถึงอย่างไรพี่สาวทั้งสองของเขาเป็เพียงอิสตรีต่อให้นางทั้งสองมีจิตใจเข้มแข็งห้าวหาญปานใดหากเจอคู่มือเข้มแข็งอันน่ากลัวเฉกเช่นยอดฝีมือจากหมู่ตึกกระเรียนฟ้าต่อให้สำแดงฝีมือออกมาสุดกำลังยังยากที่จะต้านทานรับมือได้เนิ่นนานสุดท้ายยังคงถูกสยบเอาไว้ น้อยเพียงได้รับาเ็มากอาจตายภายใต้อาวุธของยอดฝีมือเ่าั้เสิ่นซื่อสูอวี้ยอดฝีมือจากอูเยี่ยว์กับเล่อต้าเต๋อยอดฝีมือจากอุยกูร์มันทั้งสองล้วนมีพลังฝึกปรือลึกล้ำสูงส่งพี่สาวทั้งสองจึงหาใช่คู่มือของมันทั้งสองได้
ในเวลานั้นเมื่อเห็นค้อนเหล็กหนักพันชั่งนามพันชั่งอสูรคลั่งในมือเล่อต้าเต๋อกับดาบสันหน้ามีชื่อเรียกว่าเก้าห่วงทะลวงิญญาในมือเสิ่นซื่อสูอวี้เคลื่อนย้ายเข้าใส่ซื่อเหมี่ยนกับเอวี้ยอี้เซินดั่งสายฟ้าสภาวะเกรี้ยวกราดสุดบรรยายหมายเอาชีวิตทั้งสองของนางไปภายในกระบวนท่าเดียว
จ่านจือเห็นเช่นนั้นมิรอช้ารีบพุ่งเข้าขวางสองยอดฝีมือจากหมู่ตึกกระเรียนฟ้าเอาไว้จากนั้นเขาไม่มีเวลาให้ขบคิดให้มากความถึงแม้พวกนางทั้งสองจะทราบได้ว่าเขามีวิชาฝีมือติดตัวหาสนใจคิดมากดังนั้นเขาจึงะโเข้าไปยืนประจันหน้าเตรียมพร้อมสกัดขัดขวางยอดฝีมือทั้งสองของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าที่ถาโถมเข้ามาอย่างดุร้าย
เมื่อยืนหยัดตั้งหลักมั่นรีบร่ายรำสองฝ่ามือด้วยกระบวนท่าวิชาดาวดึงส์ท่าที่หนึ่งนามดาวเย้ยเดือนออกไปก่อให้เกิดเป็พลังวังวนม้วนทะลักปานสายฟ้าพายุคลุ้มคลั่งพลังวังวนสายนั้นพุ่งเข้าหาอาวุธทั้งสองของเสิ่นซื่อสูอวี้กับเล่อต้าเต๋อสองยอดฝีมือแม้ถืออาวุธมั่นพลันชะงักงันไปชั่วขณะด้วยพวกมันทั้งสองไม่เคยพบพานวิชาฝ่ามือที่เด็กน้อยแปลกหน้าผู้นี้ใช้ออกทั้งตระหนกใทั้งคาดคิดมิถึง
แต่ถึงกระนั้นทั้งสองยังนับว่าเป็ยอดฝีมือผ่านประสบการณ์ผาดโผนยุทธจักรโชกโชน ขณะที่ตกตะลึงพรึงเพริดจวนเจียนจะถูกพลังวังวนทำร้ายยอดฝีมือทั้งสองรีบใช้พลังลมปราณคุ้มครองกาย แล้วสะกิดเท้าพุ่งถอยหลังได้ทันท่วงทีดังนั้นพวกมันจึงมิได้รับาเ็แต่อย่างใด
ทางด้านเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้ากำลังตั้งหน้าตั้งตาต่อสู้พัวพันอยู่กับต๊กม้อเต็กลามะพระทิเบตอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนโดยที่ไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพลี่ยงพล้ำพลาดท่าเสียทีให้แก่กันพอดีใน่จังหวะเวลานั้น เฟิ่นมู่เหอกับเฟิ่นไปชิงสองเฮียม่วยคนทั้งสองผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เมื่อเห็นเป็จ่านจือคนทั้งสองจดจำได้แม่นยำโดยมิต้องประเมินสถานการณ์เฟิ่นไป่ชิงนางซัดขว้างะเิควันออกสองลูกเข้าใส่ในวงต่อสู้พร้อมกับส่งเสียงร้องเรียกชื่อจ่านจือส่งสัญญาณให้ทุกคนหลบหนี
จ่านจือพอได้ยินคนเรียกชื่อตนเองแม้นวันเวลาจะผ่านมาห้าปีกว่าแล้วแต่ทว่าเขายังจดจำน้ำเสียงที่เรียกเขาได้แม่นยำน้ำเสียงนั้นจดจำได้ว่าเป็เฟิ่นไป่ชิงเมื่อเห็นวัตถุหนึ่งตกลงใกล้ ๆ ไม่ห่างจากเขากับสองยอดฝีมือด้วยประกายสายตาอันปราดเปรียวเหลียวดูวูบเดียวทราบว่าเป็ะเิควันพอวัตถุนั้นตกพื้นเกิดเป็เสียงชนิดหนึ่งแล้วปรากฏกลุ่มควันสีม่วงอมเทาหนาแน่นพวยพุ่ง เขาจึงมิรอช้ารีบคว้าแขนพี่สาวทั้งสองเกร็งกำลังลอยตัวหลบหนีพร้อมกับะโบอกเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าให้ท่านรีบติดตามมา
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าผาดโผนอยู่ในยุทธจักรอย่างโชกโชนถึงแม้ต่อสู้ติดพันท่านยังชำเลืองดูศิษย์ทั้งสองะโหลบหนีดังนั้นท่านจึงกระแทกหลังมือเข้าหาบริเวณหน้าอกของต๊กม้อเต็กไต้ซือลามะทิเบตด้วยท่วงท่าสภาวะเกรี้ยวกราดน่ากลัว
หลวงจีนจากทิเบตได้ยินเสียงะเิควันพลันฉุกใจคิดว่ามีคนมาช่วยเหลือขณะจะเหลียวหน้ากลับไปมองว่าเป็ผู้ใดบริเวณทรวงอกรับรู้ถึงพลังเร่งร้อนจู่โจมเข้ามาดังนั้นจึงไม่มีเวลาใส่ใจว่าเป็ผู้ใด ลามะทิเบตรีบถีบเท้าก้าวถอยหลังหลบหลีกพลังฝ่ามือเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้า ใช้จังหวะนี้อาศัยกลุ่มควันอันหนาแน่นะโหลบหนีตามติดศิษย์ทั้งสองมาในทันที
ไม่นานนักคนทั้งหมดทิ้งระยะทางห่างจากบริเวณที่เกิดการต่อสู้เมื่อครู่มาไกลโขผู้ที่วิ่งนำหน้าเป็สองเฮียม่วยแซ่เฟิ่นเมื่อเห็นว่าปลอดภัยไม่มีผู้ใดติดตามมาจึงชะลอฝีเท้าเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าติดตามมาทัน
ยามนั้นพอเห็นว่าเป็หนุ่มสาวคู่หนึ่ง ซึ่งยื่นมือช่วยเหลือรีบประสานมือกล่าวคำขอบคุณมู่เหอกับไป่ชิงส่วนจ่านจือนั้นท่านไม่ทราบว่าเขาช่วยเหลือศิษย์ทั้งสองของท่านไว้เช่นกันเนื่องด้วยใน่จังหวะที่เขาใช้วิชาดาวดึงส์เข้าขัดขวางสองยอดฝีมือของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าท่านกำลังพัวพันต่อสู้อยู่กับต๊กม้อเต็กลามะหาได้สังเกตเห็นไม่
ยามนั้นศิษย์สตรีทั้งสองของเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าขยับริมฝีปากคิดกล่าววาจาบอกกล่าวต่อผู้เป็อาจารย์ ว่านางทั้งสองมีชีวิตรอดหวุดหวิดหวาดเสียวในเสี้ยวเวลานั้นเนื่องด้วยจือน้อยช่วยเหลือเอาไว้ได้ทันท่วงที
แต่ทว่าจ่านจือรีบบุ้ยปากส่งสายตาบอกใบ้ต่อนางทั้งสองว่า อย่าเพิ่งรีบร้อนบอกกล่าวต่อเ้าหุบเขามู่ชิวป้ามาตรแม้นนางทั้งสองแทบไม่อยากเชื่อสายตาตนเองว่าเด็กน้อยซอมซ่อผู้หนึ่งซึ่งตนรับไว้เป็น้องชายนั้นแท้จริงเขาจะมีฝีมือติดตัวมิชั่วช้าเลวทราม
ศิษย์สตรีทั้งสองของหุบเขาผาพยัคฆ์ขาว ถึงแม้จะยังติดใจสงสัยในตัวเขาอยู่บ้างแต่กระนั้นพอเห็นเด็กหนุ่มบอกใบ้เช่นนั้น นางทั้งสองจำต้องกล้ำกลืนคำพูดลงไปไม่อาจใจร้อนรีบบอกกล่าวเล่าความจริง ต่อผู้เป็อาจารย์ของพวกนางให้รับทราบ
ซื่อเหมี่ยนกับเอวี้ยอื้เซินนางทั้งสองคาดคิดไม่ถึงว่าจ่านจือจะมีพลังฝีมือติดตัวอยู่ด้วยตลอดเวลาหนึ่งคืนที่พักอาศัยในศาลเ้าร้างกลับดูไม่ออกในเวลาคับขันเขายังกล้าหาญมิเกรงกลัวสองยอดฝีมือของหมู่ตึกกระเรียนฟ้ายื่นมือเข้าช่วยเหลือนางทั้งสองเอาไว้
ในยามนี้นางทั้งสองหลังจากใคร่ควรญเริ่มสงสัยในตัวเขาว่าคราครั้งก่อนตอนที่พวกนางถูกกลุ้มรุมทำร้ายผู้ที่ซัดอาวุธลับทำร้ายห้าชายชุดดำ แท้จริงแล้วอาจมิใช่าุโท่านใดอีกทั้งยังมิใช่ยอดคนสุดยอดฝีมือลึกลับจากที่ใดเช่นกัน ไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอนต้องเป็เด็กหนุ่มผู้นี้ที่เป็คนขับไล่ห้าคนชั่วชุดดำนั้นไปแต่ไฉนเด็กน้อยผู้นี้จึงต้องปกปิดซ่อนงำเก็บประกายไม่เปิดเผยหรือว่าเขาจะมีเหตุผลจำเป็ไม่อาจบอกกล่าวได้ในเวลานี้
เมื่อใคร่ครวญถึงความจำเป็ข้อนี้ศิษย์สตรีทั้งสองของหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวจึงยังมิ้าซักถามความเป็มาของจ่านจือในเวลานี้ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมีความจำเป็อันใด อย่างน้อยนางทั้งสองกับเขาต่างคบหาเป็เจเจ้ตีตี๋ชั่วดีไม่ควรปกปิดบอกเล่าความจริงให้ได้รับทราบ
ซื่อเหมี่ยนกับอี้เซินนางทั้งสองจึงตกลงใจว่าค่อยสอบถามความจริงกับเขาในภายหลัง ดังนั้นจึงกล่าวแนะนำตัวเองกับอี้เซินศิษย์ผู้น้องต่อสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่นว่า
“ข้าพเ้ามีนามว่าซื่อเหมี่ยน ส่วนนางเป็ศิษย์ผู้น้องของข้าพเ้านามว่าเอวี้ยอี้เซินเราทั้งสองเป็ศิษย์ของหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวขอบคุณพวกท่านทั้งสองที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเราเอาไว้”
จากนั้นเอวี้ยอี้เซินประสานมือต่อสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่นแล้วหันมาทางด้านเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าว หันกลับมาส่งเสียงกล่าวกับสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่นว่า
“ข้าพเ้าอี้เซินขอบคุณพวกท่านทั้งสองยิ่งส่วนาุโท่านนี้เป็อาจารย์ของพวกเรา ท่านเป็เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวนามมู่ชิวป้าพวกเราทั้งสามหากมิได้พวกท่านยื่นมือช่วยเหลือได้ทันเวลาพอดีเห็นทีคราวนี้คงต้องประสบภัยเคราะห์ร้ายแล้ว”
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าหันมาทางด้านสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่น ประสานมือต่อทั้งสองส่งเสียงเอ่ยกล่าวว่า
“เราเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าต้องขอขอบคุณจอมยุทธ์น้อยทั้งสองที่มีน้ำใจช่วยเหลือเรากับศิษย์ทั้งสองที่มีชีวิตหนีรอดจากคนเ่าั้ ก็ด้วยบุญคุณของจอมยุทธ์น้อยทั้งสองมิทราบว่าพวกเ้าทั้งสองเป็ศิษย์สำนักใด? ผู้เป็อาจารย์มีนามสูงส่งว่ากระไร?รวมทั้งพวกเ้าทั้งสองรีบบอกกว่าชื่อแซ่แก่พวกเราให้ได้รับทราบด้วย”
เฟิ่นมู่เหอรีบประสานมือตอบ ส่งเสียงกล่าวตอบว่า
"มิเป็ไรมิได้พวกท่านทั้งสามอย่าได้เกรงใจ ข้าพเ้ามีนามว่าเฟิ่นมู่เหอเป็พี่ชายของนางส่วนนางเป็น้องสาวของข้าพเ้าชื่อเฟิ่นไป่ชิงเราทั้งสองความจริงเป็สหายกับจ่านจือ”
เมื่อกล่าววาจาจบเฟิ่นไป่ชิงหลังจากประสานมือแล้วส่งเสียงกล่าวต่อทันทีว่า
“ข้าพเ้ากับพี่ชายช่วยเหลือพวกท่านเท่ากับช่วยเหลือสหายของเราด้วยในเวลาเดียวกัน ดังนั้นจะกล่าวไปแล้วเราพี่น้องความจริงมิได้ลำบากสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงเท่าใดนัก พวกเราต่างเป็ชาวยุทธ์าุโร่วมทั้งแม่นางทั้งสองอย่าได้เกรงอกเกรงใจ"
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวรวมทั้งศิษย์สตรีทั้งสองแสดงปฏิกิริยาสำนึกขอบคุณต่อสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่น แต่เมื่อสำรวจถ้วนทั่วเ้าหุบเขามู่ชิวป้ากลับเหลือบเห็นบุรุษหนุ่มอีกผู้หนึ่งซึ่งหน้าตาหมดจดคมคายแต่งกายคล้ายขอทานผู้หนึ่งเมื่อเห็นยังมีบุรุษอีกผู้หนึ่งยังมิได้แนะนำตัว จึงเอ่ยกล่าวถามขึ้นว่า
"ทุกท่านในที่นี่ล้วนแนะนำตัวกันแล้วเหลือเพียงพ่อหนุ่มผู้นั้นอีกผู้หนึ่งดูลักษณะท่าทางการแต่งกายคล้ายกับมิใช่ชาวยุทธ์ เพียงแต่หน้าตาสะอาดหมดจดแถมยังหล่อเหลาคมคายองคาพยพสง่างามสมชายชาตรี หากผลัดเปลี่ยนชุดแต่งกายเสียใหม่เรายังคิดว่าเป็คุณชายหรือบัณฑิตมีหน้ามีตาผู้หนึ่งเลยทีเดียว"
จ่านจือได้ยินเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าเอ่ยถามชื่อแซ่แท้จริงของตนเองอีกทั้งท่านยังวิจารณ์ลักษณะท่าทางกายแต่งกายของตนออกมาโดยมิได้อ้อมค้อมจากทำกล่าววาจาของท่านเมื่อครู่ทำให้เขารู้สึกเลื่อมใสต่อความจริงใจของาุโท่านนี้อยู่ในใจ
เพียงแต่จะบอกกล่าวสิ่งใดออกไปในเวลานี้นอกจากจะต้องระมัดระวังวาจาให้มากแล้ว ยังมีในด้านของพลังฝีมือที่จำเป็ต้องปกปิดไม่อาจเปิดเผยออกมาได้หมดสิ้น อาจารย์ของเขาได้สั่งกำชับเอาไว้ว่าก่อนที่เขาจะได้รับอนุญาตจากปากอาจารย์ห้ามมิให้เขาบ่งบอกฐานะอันแท้จริงออกไปเป็เด็ดขาด
มาตรว่าเขาจะเป็ศิษย์ของเ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียน แต่หากผู้ใดกล่าวถามก็ห้ามบ่งบ่งบอกอกไปดังนั้นจ่านจือจึงอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนกล่าวแนะนำตัวเองไปว่า
“ข้าพเ้าแซ่จ้าวนามจ่านจือเป็เด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตร จากมาตุภูมิไปอาศัยอยู่กับาุโท่านหนึ่งยังกังหนำได้ห้าปีกว่าแล้วครั้งนี้เดินทางกลับบ้านเกิดวาสนาได้พบเจอกับพี่สาวทั้งสองระหว่างทางนางทั้งสองไม่รังเกียจที่ข้าพเ้าแต่งกายคล้ายขอทานสกปรกมอมแมมแถมยังเมตตารับข้าพเ้าเป็น้องชายอีกด้วย ต้องขอขอบคุณท่านาุโท่านนี้ที่กล่าวชมข้าพเ้า"
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าพยักหน้ารับทราบส่งยิ้มให้ด้วยความกรุณาสีหน้าแสดงความเป็มิตรมิได้มีท่าทีรังเกียจชิงชังประการใดจากนั้นท่านส่งเสียงกล่าวว่า
"ที่แท้เื่ราวของเ้าเป็เช่นนี้เ้าอย่าได้น้อยอกน้อยใจในวาสนาของตัวเองในภายหน้าไม่แน่นักเ้าอาจได้สร้างชื่อเสียง เพียงแต่วันนี้ยังไม่สำเร็จก็อย่าด่วนท้อแท้วาสนาหรือนะสู้มานะตน”
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้า ท่านหยุดกล่าววาจาเลกน้อยสำรวจเขาอีกเที่ยวหนึ่งจึงกล่าวต่อว่า
“ศิษย์สตรีทั้งสองของเราพวกนางต่างเอ็นดูเ้าเป็เสมือนน้องชาย เช่นนั้นเราในฐานะอาจารย์ของนางทั้งสองจึงรู้สึกยินดีอีกทั้งจะสนับสนุนส่งเสริม แต่เอ๊ะ! หากเ้ามิใช่ชาวยุทธจักรไฉนตอนวิ่งหนีคนร้ายเมื่อครู่เราคล้ายเห็นเ้ามีฝีเท้าวิ่งติดตามพวกเราอยู่ด้านหลังดูจากฝีเท้าของเ้าไม่เป็รองคนอื่น ๆ อีกทั้งวิชาตัวเบาของเ้ายังถือว่ายอดเยี่ยมสูงส่งกว่าศิษย์ของเราทั้งสองอีกหรือว่าเ้ามีเื่ราวใดต้องปิดบังอำพราง?"
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าท่านเป็คนช่างสังเกตดังนั้นจึงมิตกหล่นมองข้ามไปเื่ที่จ่านจือใช้วิชาท่าร่างวิ่งติดตามมาได้ไม่ห่างอีกทั้งฝีเท้าวิชาตัวเบายังถือว่ายอดเยี่ยม แต่หากดูเพียงภายนอกผิวเผินแทบดูไม่ออกเลยว่าเด็กน้อยผู้นี้จะมีฝีมือติดตัว
ศิษย์สตรีทั้งสองของเ้าหุบเขามู่ชิวป้าได้ยินผู้เป็อาจารย์กล่าวถามจ่านจือเช่นนั้นนางทั้งสองเกรงว่าจะเป็การสร้างความยุ่งยากลำบากใจให้แก่จ่านจือคิดได้เช่นนั้นซื่อเหมี่ยนจึงรีบกล่าววาจาแทนเขาบอกเล่าต่อผู้เป็อาจารย์ของนางว่า
“เรียนต่ออาจารย์นอกจากศิษย์ทั้งสองจะรับเซียวจือเป็น้องชายแล้วมีอีกเื่หนึ่งที่ศิษย์จะต้องบอกกล่าวต่อท่านเขายังเป็ผู้มีพระคุณช่วยเหลือชีวิตศิษย์ทั้งสองไว้ถึงสองครั้งคราครั้งแรกตอนที่ศิษย์พร้อมด้วยศิษย์น้องเดินทางล่วงหน้ามาก่อนในระหว่างทางพบเจอคนร้ายแต่งกายด้วยชุดดำคลุมหน้าพวกมันมีกันหลายคนจู่โจมเข้าทำร้ายหมายเอาชีวิตศิษย์ให้ได้”
เอวี้ยอี้เซินศิษย์ผู้น้องส่งเสียงสนับสนุนส่งเสียงกล่าวต่อจากศิษย์พี่ซื่อเหมี่ยนว่า
“ศิษย์ทั้งสองต่อสู้กับคนร้ายเ่าั้กระทั่งพละกำลังอ่อนโทรม อีกทั้งคนก็มีกำลังน้อยกว่าเห็นท่าว่าไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้ต้องตายแน่นอนในเวลานั้นพลันมีคนซัดอาวุธลับเข้าขัดขวาง ทำให้คนร้ายขวัญฝ่อพอโดนอาวุธลับพวกมันจึงเตลิดพากันะโหลบหนีไป ศิษย์ทั้งสองจึงมีลมหายใจกลับมาพบหน้าอาจารย์"
เมื่ออี้เซินศิษย์ผู้น้องกล่าวจบซื่อเหมี่ยนศิษย์ผู้พี่กล่าววาจาบอกเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจากศิษย์น้องอี้เซินให้ผู้เป็อาจารย์ได้รับทราบว่า
"เรียนต่ออาจารย์เื่ราวที่ศิษย์น้องล่าวมาเมื่อครู่ล้วนเป็ความจริงต่อมาขณะที่พวกเราทั้งสามกำลังเดินทาง พบเห็นอาจารย์ต่อสู้อยู่กับสามยอดฝีมือจากหมู่ตึกกระเรียนฟ้าศิษย์ทั้งสองเมื่อเห็นจึงรีบเข้าไปช่วยเหลืออาจารย์รับมืออีกแรงหนึ่งในเวลานั้นสถานการณ์ศิษย์ตกเป็รองเราทั้งสองไม่อาจต้านทานยอดฝีมือของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าเอาไว้ได้”
เอวี้ยอี้เซินส่งเสียงบอกเล่าเหตุการณ์ต่อว่า
“ในขณะที่สองยอดฝีมือของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าใช้ออกด้วยอาวุธเป็ค้อนเหล็กหนักราวพันชั่งอีกผู้หนึ่งใช้ดาบหนามีห่วงรวมเก้าห่วงบนสันดาบพวกมันจู่โจมโหมกระหนาบคิดว่าจะคร่าชีวิตน้อย ๆ ของเราทั้งสองไปเป็แน่ในเวลานั้น”
ซื่อเหมี่ยนรีบส่งเสียงบอกเล่าต่อทันทีว่า
“ยามนั้นคับขันหวาดเสียวคาดคิดมิถึงเซียวจือผู้นี้ ได้พุ่งเข้ามาสกัดขัดขวางเอาไว้ก่อนที่ผู้มีพระคุณทั้งสองท่านนี้ จะผ่านมาแล้วซัดะเิควันออกสองลูกช่วยเหลือพวกเราทั้งหมดให้หลบหนีมาได้โดยปลอดภัย"
ศิษย์สตรีทั้งสองของหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวนางทั้งสองก้าวเท้าเข้าไปหาจ่านจือ พร้อมกันใช้มือโอบไหล่ของเขาเอาไว้ศิษย์ผู้น้องเอวี้ยอี้เซินส่งเสียงกล่าวกับผู้เป็อาจารย์ว่า
"เรียนอาจารย์ศิษย์ทั้งสองรับเซียวจือเป็น้องชายในครั้งนี้คล้ายจะใช้เวลาทำความรู้จักกันไม่นานนักอีกทั้งยังมิได้ปรึกษารับฟังความเห็นอาจารย์”
ซื่อเหมี่ยนศิษย์ผู้กล่าวต่อจากศิษย์ผู้น้องอี้เซินว่า
“ศิษย์ทั้งสองแม้จะรีบร้อนไปบ้างยังมิทันได้รับอนุญาตจากอาจารย์ก่อน แต่ทว่าศิษย์ทั้งสองไตร่ตรองดีแล้วหากอาจารย์จะตำหนิว่ากล่าว ศิษย์ทั้งสองยินดีรับฟังคำชี้แนะเหตุผลอีกประการหนึ่งซึ่งศิษย์ทั้งสองรับเซียวจือเป็น้องชายนั้นเขากับศิษย์ทั้งสองล้วนกำพร้า จึงเข้าใจถึงโชคชะตาอันโดดเดี่ยว”
เอวี้ยอี้เซินรีบกล่าวสนับสนุนต่อจากศิษย์พี่ซื่อเหมี่ยนว่า
“แต่สำหรับคุณธรรมและน้ำใจแล้วเซียวจือเขาเปี่ยมล้นศิษย์สองมั่นใจว่าส่งเสริมคนมิผิดพลาดดังนั้นก่อนที่จะได้พบหน้าอาจารย์ เราทั้งสามตั้งใจจะเดินทางไปหมู่บ้านเย้ยอรุณซึ่งเป็มาตุภูมิที่เขาเคยอาศัยอยู่ตอนเยาว์วัยกับมารดาบุญธรรมบัดนี้มีโอกาสกลับมาจึงคิดหวนไปกราบหลุมศพมารดาบุญธรรมสักครั้งหนึ่ง"
ศิษย์สตรีทั้งสองของหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวกราบเรียนต่ออาจารย์เกี่ยวกับเื่ราวที่นางทั้งสองรับจ่านจือเป็น้องชายโดยยังมิได้รับฟังวาจาจากผู้เป็อาจารย์ก่อนอีกทั้งเื่ที่นางทั้งสองกับน้องชายผู้นี้กำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเย้ยอรุณอีกด้วย
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าเพ่งพิศสำรวจตรวจสอบมองจ่านจืออีกเที่ยวหนึ่ง เห็นว่าเด็กน้อยผู้นี้แม้จะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ อีกทั้งยังมีรอยปะชุนอยู่หลายที่ แต่ด้วยลักษณะท่าทางองคาพยพโดยรวมแล้วนับว่าเป็เด็กหนุ่มที่น่าคบหาไม่น่ามีส่วนเสียหายแต่อย่างใด
เมื่อสำรวจโดยถ้วนถี่แล้วด้านส่วนประกอบรูปกายภายนอก โดยรวมแล้วแข็งแกร่งกำยำสมชายชาตรีองคาพยพเหมาะสำหรับฝึกวิทยายุทธ์อยู่ไม่น้อย หน้าตานับว่าหล่อเหลาคมคายคล้ายซื่อ ๆทึ่ม ๆ ไปบ้างส่วนหนึ่ง แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาที่ส่องประกายเจิดจ้านั้นเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้า ถึงกับนึกชมเชยอยู่ในใจ
มาตรแม้นดูโดยผิวเผินคล้ายจะซื่อ ๆ ไปบ้าง แต่สำหรับเ้าหุบเขามู่ชิวป้าท่านกลับเห็นว่าเด็กน้อยผู้นี้ไม่รวบรัดธรรมดาแววตาส่องประกายเจิดจ้าแฝงความฉลาดเฉลียวแต่อาจไม่แสดงออกคล้ายกับ้าปกปิดซ่อนงำกระนั้นท่านนอกจากมิได้กล่าวตำหนิศิษย์สตรีทั้งสองแล้วท่านยังตรงเข้าไปใช้สองมือประคองไหล่ทั้งสองของจ่านจือไว้จากนั้นส่งเสียงกล่าววาจากับเขาว่า
"เราเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าต้องขอบคุณเ้าที่ยื่นมือช่วยเหลือศิษย์ทั้งสองของเราไว้เ้าเมื่อช่วยเหลือศิษย์ของเรา ก็เหมือนได้ช่วยเหลือเราด้วยเช่นเดียวกันนึกไม่ถึงวันนี้เรามู่ชิวป้า จะมีวาสนาได้พบพานกับหนุ่มสาวคราวหลังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมน้ำใจ เช่นเ้ากับสหายน้อยอีกสองคน”
จากนั้นเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าหันมาทางด้านสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่น ส่งเสียงกล่าวต่อว่า
“คลื่นลูกหลังทดแทนคลื่นลูกแรกฉันใดเด็กรุ่นหลังก็คงฉันนั้น ดูพวกเ้าทั้งสามคนคล้ายยังไม่สะดวกที่จะบอกกล่าวความเป็มารวมทั้งฐานะศักดิ์ศรีว่าเป็ศิษย์ของค่ายพรรคสำนักใด อีกทั้งยอดคนท่านใดเป็อาจารย์ถ่ายทอดวิชาให้แก่พวกเ้าใช่หรือไม่?"
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้ากล่าวถามขึ้นหลังจากกล่าวขอบคุณต่อจ่านจือแล้วท่านเอง้าทราบว่าหนุ่มสาวทั้งสามคน ที่แท้เป็ศิษย์ของสำนักใดดังนั้นคนทั้งสามจึงตัดสินใจให้เฟิ่นมู่เหอเป็ผู้ตอบคำถามกับเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้า
เฟิ่นมู่เหอประสานมือขึ้นอีกครั้งด้วยความนอบน้อยเคารพส่งเสียงกล่าวด้วยมารยาทว่า
"เรียนต่อท่านเ้าหุบเขาตามตรงเราทั้งสามคนได้รับคำสั่งจากอาจารย์ หากท่ายยังมิอนุญาตก็มิอาจบอกกล่าวความเป็มารวมทั้งศักดิ์ฐานะอันแท้จริงต่อผู้ใดได้ ก่อนที่เราสองเฮียม่วยจะออกเดินทางอาจารย์สั่งกำชับว่าห้ามมิให้บ่งบอกออกไปเป็เด็ดขาด”
เฟิ่นไป่ชิงประสานมือขึ้นบ้างอย่างนอบน้อมส่งเสียงกล่าววาจาต่อจากพี่ชายของนางมู่เหอว่า
“อาจารย์ท่านสั่งเด็ดขาดห้ามมิให้บ่งบอกออกไปว่าใครเป็อาจารย์ถ่ายทอดวิชาให้อีกทั้งมิให้แพร่งพรายชื่อเสียงสำนักออกไปโดยเด็ดขาดดังนั้นข้าพเ้าไป่ชิงกับพี่ชายมู่เหอรวมทั้ง จ่านจือจึงต้องเสียมารยาทปกปิดท่านเ้าหุบเขา พวกเราทั้งสามคนต้องขออภัยต่อท่านด้วยสาเหตุจำเป็ไม่อาจเปิดเผย”
จ่านจือถือโอกาสกล่าววาจาต่อจากเฟิ่นไปชิงว่า
“หากโอกาสหน้าได้พบเจอกับท่านเ้าหุบเขาอีกครั้งคิดว่าเวลานั้นอาจารย์ของข้าพเ้ารวมทั้งอาจารย์ของสหายของข้าพเ้าทั้งสองท่านคงไม่ขัดขวาง เราทั้งสามจะกราบเรียนต่อท่านว่าแท้จริงพวกเราเป็ศิษย์ของสำนักใด?"
เ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าพยักหน้าเข้าใจถึงความจำเป็ของคนทั้งสาม แล้วส่งเสียงกล่าววาจาว่า
"หากเป็เช่นนั้นเรามู่ชิวป้าก็จะไม่สร้างความลำบากใจให้แก่พวกเ้าแล้วถึงแม้จะไม่ทราบว่าผู้ใดเป็อาจารย์สั่งสอนพวกเ้าแต่เราเห็นว่าอาจารย์ของพวกเ้าอบรมได้ยอดเยี่ยมจึงได้มีศิษย์ที่มีคุณธรรมน้ำใจเปี่ยมล้นเช่นนี้ออกมาได้"
เมื่อเื่ราวทุกอย่างลงตัวเข้าใจกันดีแล้วศิษย์สตรีผู้น้องนามเอวี้ยอี้เซินส่งเสียงกล่าวกับผู้เป็อาจารย์ว่า
"เมื่ออาจารย์เข้าใจเื่ราวทั้งหมดแล้วข้าพเ้าอี้เซินกับศิษย์พี่ซื่อเหมี่ยน รวมทั้งคนอื่น ๆ้ารับฟังรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เท่าที่ศิษย์ทั้งสองทราบหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวกับหมู่ตึกกระเรียนฟ้า เราต่างไม่เคยมีเื่ราวบาดหมางกันมาก่อนอีกทั้งที่ผ่านมายังให้ความร่วมมือด้วยดีกันมาตลอดขออาจารย์บอกเล่าเื่ราวให้พวกเราได้รับทราบด้วย"
จากนั้นเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้าจึงบอกเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้ทั้งหมดให้ทุกคนรับฟังท่านเล่าว่าหลังจากออกจากหุบเขาผาพยัคฆ์ขาว ท่านเดินทางไปพบกับสหายท่านหนึ่งเมื่อคุยธุระเสร็จจึงเดินทางออกจากบ้านของสหายท่านระหว่างเดินทางบังเอิญพบเห็นบุคคลน่าสงสัยเข้าบุคคลผู้นั้นแต่งกายด้วยชุดดำคลุมหน้า ดูท่าแล้วอาจมิใช่คนดี
คนผู้นั้นนอกจากลึกลับยังเคลื่อนไหวรวดเร็วมีพิรุธน่าสงสัยท่านจึงได้ติดตามไปโดยทิ้งระยะไม่ห่างเท่าใดนักจากนั้นเห็นคนชุดดำผู้นั้นหายตัวไปในละแวกหมู่ตึกกระเรียนฟ้าดังนั้นท่านจึงได้วกอ้อมไปทางด้านหลังหมู่ตึกจุดประสงค์เพื่อเข้าในหมู่ตึกกระเรียนฟ้า สืบสาวความเป็มาของชุดดำลึกลับนั้น
อีกประการหนึ่งเหตุผลที่ท่านเข้าไปทางด้านหลังของหมู่ตึก เพื่อมิ้าให้คนชุดดำพบเห็นท่านก่อนหากหมู่ตึกกระเรียนฟ้าเกิดเื่ราวใดขึ้นท่านจะได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงทีในค่ำคืนนั้นท่านไม่พบกับหลิวซุ่นกงกงเ้าหมู่ตึกกระเรียนฟ้ากระทั่งเกิดการเข้าใจผิดกับยอดฝีมือของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าเข้า
ถึงแม้นว่าในตอนแรก ยอดฝีมือเ่าั้จะเข้าใจผิดแต่ต่อมาภายหลังความจริงกระจ่าง ดังนั้นเมื่อทำความเข้าใจกันกันแล้วเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาท่านเลยพักอาศัยเป็แขกของหมู่ตึกกระเรียนฟ้าถึงแม้ว่าเ้าหมู่ตึกกระเรียนฟ้าหลิวซุ่นกงกงจะไม่อยู่แต่พวกเขาล้วนปฏิบัติต่อแขกได้ไม่บกพร่อง
พอตกตอนเช้าปรากฏว่ามีคนถูกฆ่าตายอยู่ภายในหมู่ตึกกระเรียนฟ้า ผู้ที่ถูกฆ่าตายเป็หัวหน้าตึกคชสีห์มีชื่อว่าเกาฉวนสุดท้ายเช้าวันนี้เ้าหมู่ตึกกระเรียนฟ้าหลิวซุ่นกงกงเดินทางกลับมาแล้วมิทราบว่าเศษชิ้นผ้าเสื้อคลุมของท่าน ไปตกอยู่ในอุ้งมือของผู้ตายได้เช่นไร
ดังนั้นทุกคนในหมู่ตึกกระเรียนฟ้าจึงลงความเห็นว่าท่านคือคนร้ายเป็ฆาตรกรฆ่าคนตายหลังจากนั้นจึงได้เกิดการต่อสู้กันขึ้น ท่านต่อสู้พลางหาทางสลัดหลบหนีพลางกระทั่งมาเจอกับศิษย์สตรีทั้งสองของท่านรวมทั้งจ่านจือสุดท้ายได้สองเฮียม่วยแซ่เฟิ่น ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเอาไว้นั่นเอง
เมื่อเ้าหุบเขาผาพยัคฆ์ขาวมู่ชิวป้า เล่าเื่ราวทั้งหมดจบลงศิษย์สตรีทั้งสองของเ้าหุบเขามู่ชิวป้า รวมทั้งสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่นอีกทั้งจ่านจือทั้งหมดลงความเห็นตรงกันว่าท่านมิใช่คนร้ายฆ่าคนตายในหมู่ตึกกระเรียนฟ้าอย่างแน่นอนจะต้องมีคนใดคนหนึ่งในหมู่ตึกกระเรียนฟ้า จงใจป้ายความผิดทั้งหมดให้กับท่าน เพื่อหวังผลประโยชน์ที่มิอาจคาดเดาได้ในเวลานี้
เมื่อทั้งหมดสนทนากันได้สักพักหนึ่งจ่านจือจึงขอตัวแยกไปอีกฟากหนึ่งของสถานที่ พร้อมกับสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่นปล่อยให้ศิษย์สตรีทั้งสองกับผู้เป็อาจารย์ได้สนทนากันตามลำพัง
จ่านจือเอ่ยถามมู่เหอกับไป่ชิงถึงวันเวลาที่ผ่านมาว่าคนทั้งสองสุขสบายดีหรือไม่พร้อมกับบอกเล่าเื่ราวของตัวเขาเอง ในขณะที่ใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาสายรุ้งสองเฮียม่วยแซ่เฟิ่นเมื่อได้ฟังเื่ราวของเขา ต่างแสดงความยินดีต่อจ่านจือเมื่อได้ยินจากปากเขาว่า นอกจากท่านเ้าโอสถสายรุ้งเส้าเยี๊ยะเทียน จะรับตัวเขาไว้ดูแลแล้วท่านยังเมตตารับเขาเอาไว้เป็ศิษย์อีกด้วย
สองเฮียม่วยแซ่เฟิ่น ตอบคำถามของจ่านจือไปว่าพวกเขาทั้งสองสุขสบายดี หลังจากออกจากหุบเขาสายรุ้ง ทั้งสองรีบรุดเดินทางกลับผาั้แ่วันนั้นมาทั้งสองถูกอาจารย์เข้มงวดกวดขันให้หมั่นฝึกวิชาฝ่ามืออย่างหนักหน่วงกระทั่งเมื่อห้าวันก่อน ทั้งสองจึงได้ลงจากผาพร้อมกับผู้เป็อาจารย์อีกทั้งยังมีศิษย์พี่ใหญ่นามเหมาต้าอีกผู้หนึ่ง
เมื่อลงจากผามาระยะหนึ่งจึงได้แยกทางกับอาจารย์และศิษย์พี่ใหญ่นามเหมาต้า หลังจากแยกย้ายกันเดินทางพร้อมกับนัดพบกันที่วัดเส้าหลิน กระทั่งเดินทางผ่านละแวกศาลเ้าร้างบังเอิญได้พบกับจ่านจือ ซึ่งกำลังต่อสู้อยู่กับยอดฝีมือไม่เคยเห็นหน้าสองคนเฟิ่นไป่ชิงจึงได้ะโเรียกชื่อเขาออกมาพร้อมกับปาะเิควันให้ทุกคนหลบหนีนั่นเอง
หยกเหินลม/ชล ชโลทร