ป๋าหนูเป็นมาเฟีย

    แล้วฉันจะรอดไหมนะ

    ​

     อาหารเที่ยงของครอบครัวจิตใจมั่น ดูจะคึกครื้นมากกว่าทุกวัน เพราะมีคนมาร่วมวงถึงแปดคนด้วยกัน เหมยตั้งโต๊ะสำรับบนพื้น ปูเสื่อแบบง่ายๆ อาหารมีทั้งทำเองอย่างน้ำพริกไตปลา ผัดสะตอกะปิกุ้งสด ปลาทับทิมนึ่ง ไข่เจียวปู แถมด้วยของที่ลูกสาวคนเล็กซื้อมาจากตลาดอีกคือกุ้งเผา หอยหวานย่าง ใบเหลียงผัดไข่ ทุกอย่างดูน่ากินไปหมด ส่งกลิ่นหอมยั่วใจ แต่ทว่า ‘แขก’ แปลกหน้าของบ้านนี้ กำลังรู้สึกอิ่มตื้อๆ ทั้งที่ยังไม่ได้กินอะไร เพราะสายตาสำรวจตรวจตราเป็๞ระยะของทั้งเหมยและทิศา

    “น้ำพริกของม้าอร่อยจังเลยครับ”

    เสียงหนึ่งดังแทรกบรรยากาศชวนอึดอัดของผู้หญิงสาวคนที่แอบมองกันไปมา เหมยหันไปยิ้มให้กับบุตรเขย ที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำไปหมดเพราะความเผ็ดของน้ำพริก เขานั่งกัดกินแตงกวาตอนนี้เพื่อคลายความเผ็ด

    “เดี๋ยวม้าตำใส่ปุกไปให้ตะ เอาไปกินกันที่บ้าน หมวยเล็ก นุ้ยไม่ทำให้ผัวกินบ้างตะ แม่จะส่งไตปลาไปให้ถ้าจะทำ”

    “ทำก็ไม่อร่อยเหมือนของม้าหรอก”

    ทิศาว่า หล่อนไม่ถนัดงานครัว ไม่ชอบด้วยซ้ำ ทำเป็๲แต่ก็ยกหน้าที่ให้สามีทำหมดตอนนี้

    “ม้าบอกสูตรเฮียนารถสิ เฮีย...จดๆ จะได้ไปทำ”

    เธอหันมาสั่งสามีซึ่งก็หันไปถามเหมยทันที ในมือหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดโปรแกรมจดบันทึกโน้ตข้อความอย่างเตรียมพร้อม

    “ทำยังไงครับม้า”

    “หมวยเล็ก ม้าให้เราทำให้ผัวกิน ไม่ใช่มาสั่งให้ผัวทำให้กิน”

    เห็นแล้วก็ทั้งจะขำเพราะเอ็นดูนารถ สามีของลูกสาว และนึกเคืองบุตรสาวที่ไม่ทำหน้าที่แม่บ้านแม่เรือนบ้างเลยทั้งๆ ที่นางอบรมสั่งสอนเป็๞อย่างดี

    “แหม...ม้า ก็นุ้ยทำไม่คล่องหลาว”

    ลูกสาวว่าพลางยิ้มแหยส่งให้กับท่าน ลืมตัวไปเ๹ื่๪๫สามีที่เขามักจะยอมลงให้เธอเป็๞ประจำ เลยเผลอทำต่อหน้ามารดา ท่านไม่ชอบให้เธอข่มผัว แต่จริงๆ แล้วทิศาไม่ได้กดขี่อะไรสามีเลยสักนิด เธอแค่เป็๞คนพูดเร็ว เสียงดัง ทำอะไรไวๆ ติดจะสั่งต่างหากล่ะ ส่วนสามีก็เป็๞พวกนิ่งๆ ยิ้มๆ ทำตามเมียโดยไม่ค่อยปริปากแย้ง คู่นี้เลยเหมือนว่าทิศาจะนำหน้าสามีเป็๞ควาญช้างไปแล้ว ส่วนช้างอย่างนารถก็แค่เดินตามหลังภรรยาต้อยๆ อย่างเป็๞ผู้ตามที่ดีและผู้เออออสนับสนุนที่ดี

    “ไม่เป็๲ไรครับม้า ผมชินแล้ว”

    ลูกเขยรีบเอ่ยขึ้นเพื่อจะแก้ตัวให้กับภรรยา เลยโดนเธอขว้างค้อนให้อีกวงใหญ่ แล้วก็เรียกเสียงหัวเราะแหะหะได้ จากวงข้าว

    “กินได้ไหม?”

    ไทแอบกระซิบถาม เมื่อเห็นว่าข้าวของเธอไม่พร่อง เขาตักไข่เจียวปูให้กับเธออย่างเอาใจ ชลันดาพยักหน้าแล้วกระซิบตอบ

    “อื้อ...อร่อยมากด้วย”

    “แล้วทำไมไม่ค่อยกินเลยล่ะ”

    เขากระซิบถามต่อ ตอนนี้ทุกคนกำลังตั้งใจฟังทิศา เล่าเ๱ื่๵๹ธุรกิจทำสบู่ของเธออยู่อย่างตั้งใจ

    “มัน...”

    “นี่...นุ้ยดา”

    เสียงของเหมยที่จู่ๆ เรียกชื่อเธอขึ้นทำเอาชลันดาถึงกับสำลักข้าว ไทรีบส่งน้ำให้เธอดื่มแก้สำลัก เหมยถึงกับขมวดคิ้วน้อยๆ กับอาการลุกลนแปลกๆ ของสะใภ้ใหญ่ของเธอ

    “คะ ค่ะ” หายสำลักแล้วเธอก็รีบรับคำ

    “เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ ไปคุยกับม้าหน่อยสิ”

    คำสั่งนั่นทำให้ทั้งเธอและไทมองตากัน แต่ก่อนที่ไทจะอ้าปากพูดอะไร มารดาของเขาก็เอ่ยขัด

    “ไท ไปจัดแจงป้อนข้าวลูก เห็นว่ากินอาหารเสริมแล้วนี่ หัดขูดกล้วยให้ลูกกินตะ ป๊ะเอ็งไปตัดกล้วยมาไว้ตะเมื่อวาน ไป๊”

    ไล่เสร็จสรรพ ไทเลยได้แต่แอบจับมือเธอมาบีบ แล้วส่งสายตาอ้อนวอนให้ชลันดาเป็๲นัยรู้กันราวกับส่งกระแสจิตว่า

    ‘อย่าให้ความแตกนะเจ๊ ไม่อย่างนั้น มู่น้อยได้อยู่นี่ยาวแน่ๆ’

    แล้วฉันจะรอดไหมนะ?

    ชลันดาได้แต่ถามตัวเองในใจ ขณะที่ส่งยิ้มให้กับเหมยเป็๞รอยยิ้มจืดเจื่อนจนน่าสงสาร

    sds​


    ​